ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
อยากให้ใครเป็นนายกรัฐมนตรี
 
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
‘เบญจา’นอนคุก วืดประกันคดีช่วยลูกแม้วเลี่ยงภาษี ศาลอุทธรณ์ยืนคำตัดสิน3ปี พิมพ์ อีเมล
ข่าว - ข่าวเด่น
เขียนโดย แนวหน้าออนไลน์   
วันศุกร์ที่ ๒๐ ตุลาคม ๒๕๖๐ เวลา ๑๐:๒๘ น.

‘เบญจา’นอนคุก วืดประกันคดีช่วยลูกแม้วเลี่ยงภาษี ศาลอุทธรณ์ยืนคำตัดสิน3ปี


กรรมติดจรวด! “เบญจา หลุยเจริญ” อดีตรมช.คลัง ยุคยิ่งลักษณ์นอนคุก ศาลอุทธรณ์ยืนตามศาลชั้นต้นจำคุก 3 ปี โดยไม่รอลงอาญาพร้อม 3 อดีตผอ.สำนักกฎหมาย กรมสรรพากร ในความผิดม.157 ช่วย “โอ๊ค-เอม” เลี่ยงภาษีหุ้นชินคอร์ปคนละเกือบ 8 พันล้าน ส่วนคนใกล้ชิดเลขาฯหญิงอ้อเจอคุก 2 ปี ฐานสนับสนุนเจ้าหน้าที่ให้กระทำผิด หลังศาลฎีกายังไม่มีคำสั่งเรื่องการขอปล่อยชั่วคราวที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ซ.สีคาม ถ.นครไชยศรี เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม ศาลได้อ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ คดีหมายเลขดำ อท.43/2558 ที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องนางเบญจา หลุยเจริญ อดีต รมช.คลัง สมัยรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และอดีตรองอธิบดีกรมสรรพากร , น.ส.จำรัส แหยมสร้อยทอง , น.ส.โมรีรัตน์ บุญญาศิริ อดีต , นายกริช วิปุลานุสาสน์ ทั้งสาม เป็นอดีต ผอ.สำนักกฎหมาย กรมสรรพากร กระทรวงการคลัง และ น.ส.ปราณี เวชพฤกษ์พิทักษ์ คนใกล้ชิดเลขานุการส่วนตัวของคุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร อดีตภรยานายทักษิณ ชินวัตร เป็นจำเลยที่ 1 - 5 ตามลำดับ ในความผิดฐานร่วมกันเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ราชการ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157

 

คดีนี้โจทก์ ยื่นฟ้องต่อศาลเมื่อวันที่ 3 ธ.ค.2558 ระบุพฤติการณ์ความผิดสรุปว่า จำเลยที่ 1 - 4 ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานกรมสรรพากร กระทรวงการคลัง ได้ร่วมกันปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อไม่ให้นายพานทองแท้ และน.ส.พินทองทา ชินวัตร บุตรของนายทักษิณ ต้องเสียภาษีอากรหรือเสียภาษีน้อยกว่าที่จะต้องเสีย และได้รับประโยชน์ที่มิควร โดยชอบด้วยกฎหมาย

 

จากกรณีเมื่อปี 2549 นายพานทองแท้ และน.ส.พินทองทา ซื้อหุ้นบริษัทชินคอร์ปอเรชั่น จำกัด คนละ 164,600,000 หุ้น ราคาพาร์หุ้นละ 1 บาท ขณะที่ราคาตลาดหุ้นๆละ 49.25 บาท ถือได้ว่านายพานทองแท้ และ น.ส.พินทองทา เป็นผู้ได้รับเงินพึงประเมิน ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 39 และมีหน้าที่ต้องเสียภาษีส่วนต่างราคาหุ้น คนละ 7,941,950,000 บาท การกระทำของพวกจำเลยดังกล่าวนั้นทำให้กรมสรรพากร กระทรวงการคลัง และราชการได้รับความเสียหาย จึงขอให้ศาลพิพากษาลงโทษจำเลยตา ควาทผิดด้วย

 

จำเลยทั้งหมดให้การปฏิเสธต่อสู้คดี และนี้ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 28 ก.ค.2559 เห็นว่า นางเบญจา อดีต รมช.คลัง , น.ส.จำรัส , น.ส.โมรีรัตน์ และนายกริช อดีตผอ.สำนักกฎหมาย กรมสรรพากร จำเลยที่ 1-4 มีความผิดฐานปฏิบัติหรือละเว้นปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 และ 83 ให้จำคุกคนละ 3 ปี

 

ส่วน น.ส.ปราณี คนใกล้ชิด เลขานุการส่วนตัวของคุณหญิงพจมาน จำเลยที่ 5 มีความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุน เจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 และ 86 มีโทษ 2 ใน 3 จึงให้จำคุก 2 ปี เมื่อพิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดีของจำเลยทั้งหมดไม่มีเหตุให้รอการลงโทษ ต่อมาจำเลยทั้งห้า ยื่นอุทธรณ์คดี และได้รับการประกันตัวระหว่างอุทธรณ์คดี คนละ 300,000 บาท โดยไม่กำหนดเงื่อนไขใดๆ

 

ศาลอุทธรณ์ตรวจสำนวนประชุมปรึกษาหารือกันแล้ว โดยพิจารณาคำอุทธรณ์ของจำเลยทุกประเด็นทั้งเรื่องอำนาจฟ้องของโจทก์และ ประเด็นว่าการตอบข้อหารือของจำเลยที่ทำหนังสือสอบถามกรมสรรพากร ก่อนทำให้เกิดความเสียหายแก่กรมสรรพากรตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 หรือไม่ กับเหตุผลสมควรลงโทษสถานเบาหรือให้รอการลงโทษจำคุกหรือไม่นั้น ศาลอุทธรณ์ เห็นว่า ทุกประเด็นในคำอุทธรณ์ของ จำเลยทั้งห้านั้นฟังไม่ขึ้น ที่ศาลชั้นต้นลงโทษจำคุกจำเลยทั้งห้าโดยไม่รอการลงโทษนั้นศาลอุทธรณ์เห็นพ้องด้วย

 

ทั้งนี้ตามสภาพความผิดของจำเลยทั้งห้าเป็นการกระทำโดยมิได้คำนึงถึงความเสียหายและความน่าเชื่อถือในการจัดเก็บภาษีอากรของประเทศชาติพฤติการณ์แห่งคดีเป็นเรื่องร้ายแรง จำเลยจะอ้างว่า เรื่องนี้ในที่สุดแล้วก็มิได้เกิดความเสียหายแก่รัฐโดยศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้มีคำพิพากษายึดทรัพย์ที่เกี่ยวข้องไปหมดแล้วและศาลภาษีอากรกลางได้มีคำพิพากษาเพิกถอนการประเมินภาษีของกรมสรรพากรไปแล้ว มาเป็นข้ออ้างเพื่อขอให้ศาลอุทธรณ์ รอการลงโทษไม่ได้ อุทธรณ์จำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน

 

อย่างไรก็ดี จำเลยทั้งห้าได้ยื่นคำร้องขอประกันตัวในชั้นฎีกาด้วย

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อทั้ง 2 ศาลคือ ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษายืนคดีซึ่งมีอัตราโทษจำคุกอัตราเดียวกัน คดีนั้นๆ จึงต้องห้ามฎีกาในประเด็นปัญหาข้อเท็จจริงหากจะยื่นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จะต้องให้ผู้พิพากษาที่ได้ร่วมทำสำนวนหรืออัยการสูงสุดเซ็นรับรอง

 

ที่มา แนวหน้าออนไลน์ 

 
Powered by DiTC.Valid XHTML and CSS.
Creative Commons License