ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
อยากให้ใครเป็นนายกรัฐมนตรี
 
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
คลังยันข่าวลือ เพิ่มวงเงินบัตร คนจนซื้อสินค้า พิมพ์ อีเมล
ข่าว - ข่าวเด่น
เขียนโดย ไทยโพสต์ออนไลน์   
วันพุธที่ ๑๘ ตุลาคม ๒๕๖๐ เวลา ๐๙:๒๖ น.

“ปลัดคลัง” ตั้งโต๊ะแถลงยันไม่จริงเพิ่มวงเงินซื้อสินค้าร้านธงฟ้าเป็น 800 บาท ระบุรัฐบาลยังไม่มีนโยบายเรื่องนี้ ขณะที่เห็นชอบพื้นที่จัด "ตลาดประชารัฐไทยช่วยไทย" เพิ่มช่องทางการค้าขายให้ประชาชนทั่วประเทศ บนพื้นที่ 6.4 พันแห่ง หวังสร้างผู้ค้ารายใหม่ 1.02 แสนราย

 

นายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงกรณีที่กระทรวงการคลังออกมาชี้แจงแนวคิดว่าอาจจะมีการเพิ่มวงเงินบัตรผู้มีรายได้น้อยสำหรับซื้อสินค้าจากร้านธงฟ้า จากเดิมที่ได้ 200 บาท เป็น 700 บาท และ 300 บาท เป็น 800 บาทว่า ยืนยันว่าไม่จริง และเป็นเรื่องที่เข้าใจผิด อาจเกิดจากการสื่อสารที่คลาดเคลื่อน แต่เนื่องจากมีผู้สอบถามว่าเป็นนโยบายที่นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้คลังดำเนินการหรือไม่ ถ้าเป็นคำสั่งจริง ข้าราชการประจำกระทรวงการคลังจะต้องดำเนินการอย่างไร ก็ต้องมาทำการศึกษา

 

อย่างไรก็ตาม หากผลการศึกษายังไม่ได้เป็นนโยบาย กระทรวงการคลังก็ไม่ควรนำมาบอกว่าจะเกิดขึ้นจริง ซึ่ง พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ออกมายืนยันแล้วว่า ยังไม่มีนโยบาย ดังนั้นการเพิ่มวงเงินในบัตรจึงยังไม่เป็นความจริง แต่หากให้กระทรวงการคลังศึกษาก็ทำได้ ซึ่งกระทรวงการคลังพร้อมที่จะทำตามที่รัฐบาลต้องการ เพื่อให้การช่วยเหลือตรงกับความต้องการของผู้มีรายได้น้อยจริง

 

"การเพิ่มวงเงินในบัตรยังเป็นการศึกษา ไม่ใช่การสัญญาว่ารัฐบาลจะทำ และหากจะเพิ่มวงเงินจริง ถ้ามีผลก็ต้องเรียนผู้ใหญ่ก่อนว่าจะเอาหรือไม่ รัฐบาลจะเป็นผู้ชี้แจง ไม่ใช่หน้าที่กระทรวงการคลัง ผมต้องขอโทษที่พูดในสิ่งที่จะทำให้เข้าใจผิด เป็นต้นเหตุของข้อมูลเหล่านี้ ผมก็พร้อมจะรับในสิ่งนี้ ซึ่งยืนยันว่ามันยังไม่ใช่นโยบาย แต่คลังก็จะทำการบ้านไปเรื่อยๆ" นายสมชัยกล่าว

 

พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ฝากนายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.การคลัง เตือนนายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง ถึงการให้ข่าวเรื่องบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ว่าอะไรที่ยังไม่ได้เป็นการตกผลึก ก็ยังไม่สมควรพูด อาจจะทำให้ประชาชนผู้รับข่าวสารเกิดการเข้าใจผิดได้

 

นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า กรณีที่มีกระแสข่าวรัฐบาลจะเพิ่มวงเงินในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐอีก 800 บาท ให้กับผู้มีรายได้น้อยนั้น ไม่เป็นความจริง โดยในเรื่องนี้ ต้องมีการหารือถึงแนวทางกันก่อนว่าจะมีการเพิ่มเติมได้อย่างไร

 

แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาลเปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรี และนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ไม่พอใจกับการให้ข่าวของปลัดกระทรวงการคลัง ทำให้มีสื่อบางฉบับลงข่าวว่ารัฐบาลจะมีการเพิ่มวงเงินในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งอาจจะทำให้ประชาชนคนจนที่มีสิทธิ ได้รับข่าวสารที่คลาดเคลื่อนและบิดเบือนไปจากข้อเท็จจริงได้ ด้านนายสมคิด จึงได้สั่งให้ปลัดกระทรวงการคลังแก้ข่าวเป็นการด่วน

 

นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ธนาคารออมสินมีผู้ลงทะเบียนรวมทั้ง 7 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร นนทบุรี ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา สมุทรปราการ นครปฐม และสมุทรสาคร มีจำนวน 437,673 คน เฉพาะกรุงเทพมหานคร มีจำนวนทั้งสิ้น 173,000 คน โดยการแจกบัตรจะใช้เป็นบัตรคิวเพื่อให้ประชาชนใช้บริการได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว ส่วนภาพรวมการแจกบัตรสวัสดิการของธนาคารออมสินทั่วประเทศสามารถแจกไปแล้วกว่า 2.1 ล้านใบ จากทั้งหมด 3 ล้านใบ

 

นอกจากนี้ นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบให้กระทรวงมหาดไทย เพิ่มพื้นที่ให้ประชาชนมีที่ทำมาหากิน ค้าขาย เช่น สินค้าเกษตร โอท็อป สินค้าเอสเอ็มอี วิสาหกิจชุมชน ร้านอาหาร หาบเร่ แผงลอย โดยจะเป็นพื้นที่ที่มีอยู่เดิมแล้ว และอาจจะมีการขยายตลาด บนพื้นที่กำหนดทั้งหมด 6,447 แห่ง เพื่อให้ประชาชนผู้มีรายได้น้อยได้มีที่ค้าขาย เกิดรายได้หมุนเวียนเศรษฐกิจฐานรากของประเทศ

 

ทั้งนี้ พื้นที่ค้าขายดังกล่าวจะใช้ชื่อว่า ตลาดประชารัฐไทยช่วยไทย โดยได้รับเงินสนับสนุนเรื่องค่าใช้จ่ายของโครงการตามที่สำนักงบประมาณจัดสรร จำนวน 562 ล้านบาท เป็นงบประมาณ 2561-2562 แต่สามารถของบประมาณเพิ่มเติมได้ตามที่จำเป็น คาดว่าการจัดตลาดเพื่อให้ค้าขายจะสร้างผู้ค้ารายใหม่ ประมาณ 1.02 แสนราย เฉลี่ย 10-20 รายต่อตลาด 1 แห่ง โดยจะเริ่มพร้อมกันทั่วประเทศ 1 ธ.ค. 2560

 

นอกจากนี้ ในวันที่ 1 พ.ย.นี้ จะเปิดโอกาสให้ประชาชนผู้ที่สนใจลงทะเบียนเพื่อมาค้าขายตามพื้นที่ที่กำหนด โดยในระยะแรกจะมีการประเมินความต้องการขายและความต้องการซื้อ หากประสบผลสำเร็จและมีผู้สนใจจำนวนมากก็อาจจะขยายไปยังพื้นที่อื่นๆ ได้อีก

 

“จากการสำรวจเบื้องต้นที่เลือกพื้นที่เดิม เพราะเกรงว่าหากมีพื้นที่ใหม่จะไม่มีคนขาย และจะไม่มีคนซื้อ การใช้พื้นที่เดิม แต่จะเปิดโอกาสให้ผู้ค้ารายใหม่เข้ามาค้าขาย สร้างอาชีพ เกิดรายได้ในชุมชนในท้องถิ่น ซึ่งอาจจะมีค่าน้ำค่าขยะเพียงเล็กน้อยเท่านั้น” นายกอบศักดิ์กล่าว.

 

ที่มา ไทยโพสต์ออนไลน์ 

 
Powered by DiTC.Valid XHTML and CSS.
Creative Commons License