84 พรรษามหาราชา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ท่านคิดว่าป๋าเปรมควรไปร่วมฉลองความสำเร็จในการแก้ปัญหาน้ำท่วมกับยิ่งลักษณ์หรือไม่?
 
ป้ายโฆษณา
นายกรัฐมนตรีพูดว่าไม่สามารถเปลี่ยนม้ากลางศึก แล้วจะแก้ปัญหาได้อย่างไร พิมพ์ อีเมล
User Rating: / 6
แย่ดีที่สุด 
Q&A - ไขข้อสนใจจากไพศาล
วันเสาร์ที่ ๐๘ พฤษภาคม ๒๕๕๓ เวลา ๑๐:๓๖ น.
|


     ถาม :  ผมเป็นครูบำนาญ ได้ฟังข่าวเรื่องนายกรัฐมนตรีพูดว่าในขณะนี้แม้ผู้รับผิดชอบด้านความมั่นคงไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ แต่ไม่สามารถเปลี่ยนม้ากลางศึกได้ ผมฟังแล้วคับแค้นใจอย่างยิ่ง ผมเป็นข้าราชการบำนาญ เป็นส่วนหนึ่งที่ได้เสียภาษีให้รัฐบาลไปใช้จ่าย แต่ละปีต้องใช้เงินงบประมาณกว่า 300,000 ล้านบาท เพื่อดูแลความมั่นคงปลอดภัย แต่ขณะนี้ความมั่นคงของประเทศไทย ความปลอดภัยของคนไทยไม่เหลืออยู่เลย พวกกบฎก่อการร้ายใช้อาวุธสงครามฆ่าทหาร ตำรวจ และประชาชน ข่มขู่คุกคามประชาชนทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด แต่ฝ่ายความมั่นคงช่วยอะไรไม่ได้เลย แล้วจะทำอย่างไรกันต่อไป และผมก็อยากรู้จริง ๆ ว่าเปลี่ยนม้ากลางศึกไม่ได้จริง ๆ หรือ หรือว่ามีเหตุผลอะไรจึงเปลี่ยนไม่ได้


     ตอบ :  ผมก็ได้ฟังข่าวนี้เหมือนกัน ฟังแล้วก็รู้สึกอึดอัดขัดใจและเห็นใจพี่น้องประชาชน ที่รู้สึกคับแค้นใจ จนไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรกันดี ที่ถามมานั้นมี 2 เรื่อง จะขอตอบเป็นเรื่อง ๆ ไป

     เรื่องแรก คือเรื่องเปลี่ยนม้ากลางศึก มีการยกเรื่องนี้ขึ้นมาเปรียบเทียบเพื่อจะได้ไม่ต้องจัดการอะไร ใครไม่ทำงานหรือใครไม่รับผิดชอบก็ไม่ทำอะไร ปล่อยให้เป็นไปตามยถากรรม ปล่อยให้ประเทศไทยและคนไทยเสี่ยงภัยกันเอาเอง ซึ่งไม่ถูกต้องเอาเสียเลย

     คนพูดเรื่องนี้พูดราวกับว่าเป็นผู้บัญชาการศึกสงคราม รู้เรื่องการศึกสงคราม แต่แท้ที่จริงกลับทำให้ประชาชนหัวเราะเยาะและอีกฝ่ายหนึ่งเย้ยหยัน เพราะคนพูดนั้นไม่ใช่ผู้บัญชาการในการศึกสงคราม และไม่ได้ทำศึกสงคราม ที่ทำให้เห็นก็คือการโต้วาทีตีฝีปาก ซึ่งขณะนี้คนทั้งปวงก็เห็นแล้วว่าน้ำลายแก้ไขปัญหาชาติบ้านเมืองไม่ได้

     โวหารว่าอย่าเปลี่ยนม้ากลางศึกนั้น เป็นโวหารที่เกิดขึ้นหลังจากบังทองเปลี่ยนม้าที่ขี่กับเล่าปี่ เพราะม้าที่บังทองขี่อยู่แต่เดิมเกิดพยศ เล่าปี่จึงเอาม้าสีขาวที่ตัวเองขี่ไปเปลี่ยนให้กับบังทอง บังทองขี่ม้าของเล่าปี่นำทัพไปตามซอกเขา พวกเตียวหยินซึ่งเป็นข้าศึกซุ่มทหารอยู่ เห็นม้าขาวของเล่าปี่ก็เข้าใจว่าเป็นเล่าปี่ จึงระดมยิงเกาทัณฑ์จนบังทองถึงแก่ความตาย เหตุการณ์นั้นจึงเป็นที่มาของโวหารว่าอย่าเปลี่ยนม้ากลางศึก แต่บ่งบอกความหมายว่าในท่ามกลางศึกสงครามอย่าเปลี่ยนผู้บัญชาการการศึกสงครามหรือขุนพลที่บัญชาการศึก จะพ่ายแพ้เสียทีแก่ข้าศึก

     นั่นเป็นเรื่องที่คนไม่รู้พิชัยสงครามและเรื่องราวแต่หนหลังจึงพูดเอาแต่ข้างเดียว ด้านเดียว ไม่รู้และไม่พูดถึงอีกข้างหนึ่ง คือข้างเล่าปี่ เพราะเปลี่ยนเอาม้าของบังทองมาขี่ ข้าศึกจึงไม่ได้สนใจ และธรรมเนียมการเปลี่ยนม้ากลางศึกก็มีมามากมายหลายกรณี เช่น เมื่อครั้งโจโฉทำศึกปราบอ้วนเสี้ยว ส่งแม่ทัพนายกองออกรบ ก็เจอยอดขุนพลของอ้วนเสี้ยวคืองันเหลียงและบุนทิว กองทัพโจโฉสู้ไม่ได้ ดังนั้นโจโฉจึงต้องออกหมายเรียกกวนอูมาจากเมืองหลวง ให้ไปรบกับงันเหลียงและบุนทิว ในที่สุดกวนอูก็ฆ่างันเหลียงและบุนทิวได้สำเร็จ นี่ก็เปลี่ยนม้ากลางศึก หากไม่เปลี่ยนม้ากลางศึกแล้วกองทัพโจโฉก็ไม่มีทางชนะกองทัพอ้วนเสี้ยวได้

     หรือเมื่อครั้งซุนกวนรับศึกใหญ่ กำลังพลกว่าแปดสิบหมื่นของพระเจ้าเล่าปี่ที่ยกไปตีเมืองกังตั๋ง เพื่อแก้แค้นให้กับกวนอู เตียวหุย ครั้งนั้นซุนกวนตั้งแม่ทัพนายกองคนสำคัญที่มีตำแหน่งหน้าที่ออกไปรับศึกใหญ่ แต่ก็ถูกกองทัพเล่าปี่ตีจนถอยกรูด สูญเสียดินแดนและไพร่พลเป็นจำนวนมาก ซุนกวนจึงต้องเปลี่ยนม้ากลางศึก ตั้งให้ลกซุนบัณฑิตหนุ่มหน้าหยกเป็นแม่ทัพใหญ่ออกไปรับศึกแทน ลกซุนแม้เป็นบัณฑิตหนุ่มหน้ามนก็หาใช่บัณฑิตเต้าหู้ยี้หรือนักวิชากลวงแต่ประการใดไม่ เพราะชำนาญการพิชัยสงคราม และชำนาญภูมิประเทศและภูมิประชากรเป็นอย่างดี คิดอ่านแผนการแยบยล ในที่สุดก็ใช้เพลิงเผากองทัพเล่าปี่จนแตกพ่าย พระเจ้าเล่าปี่เสียพระทัยจนป่วยไข้และตรอมใจตายที่เมืองเป๊กเต้ นั่นก็เพราะเปลี่ยนม้ากลางศึก หากดื้อรั้นดึงดันใช้คนที่ไม่รับผิดชอบต่อหน้าที่หรือไม่มีน้ำยาต่อไป เมืองกังตั๋งก็คงเสียแก่เล่าปี่ไปแล้ว

     และโวหารเรื่องเปลี่ยนม้ากลางศึกนี้ ในบทอรรถาธิบายคัมภีร์พิชัยสงครามบางฉบับก็ได้ขยายความเอาไว้ว่า การจะเปลี่ยนม้ากลางศึกหรือไม่ ต้องเข้าใจให้ถ่องแท้ตามที่เป็นจริง ว่านั่นม้าศึกหรือว่าลากันแน่ หากเป็นแค่ลาหรือม้าป่วยพิกลพิการ ไม่สามารถทำการศึกได้ ก็ต้องเปลี่ยนในทันที ดังนั้นการเปลี่ยนม้ากลางศึกจึงมิใช่บทห้ามเด็ดขาดที่จะเปลี่ยนไม่ได้ และเป็นหน้าที่ของผู้มีอำนาจที่ต้องพิเคราะห์ไตร่ตรองว่าอย่างไหนเป็นม้าศึก อย่างไหนเป็นม้าป่วย อย่างไหนเป็นลาหรือว่าหมาขี้เรื้อน หากไม่ใช่ม้าศึกที่จะทำการสงครามได้ ก็ต้องรีบเปลี่ยนแม้จะเป็นกลางศึกก็ตาม มิฉะนั้นเสียเมืองแล

     เรื่องที่สอง เรื่องเสียดายงบประมาณด้านความงบประมาณปีละกว่า 300,000 ล้านบาท แต่ไม่สามารถดูแลความมั่นคงปลอดภัยประเทศไทยและคนไทยได้

     ในปัญหานี้ ตัวผมเองมีความเชื่อมั่นในกำลังพลของกองทัพไทย และเจ้าหน้าที่ตำรวจ รวมทั้งฝ่ายปกครอง และกำลังอาสาราษฎร  แต่ก็ไม่มั่นใจในสติปัญญาความสามารถในการบัญชาการว่าจะสามารถรับมือกับปัญหาได้หรือไม่ แต่ความจริงที่เกิดขึ้นในบ้านเมืองของเราทุกวันนี้ก็เห็นกันอยู่ทุกผู้คนแล้วว่า แม้มีการจัดสรรงบประมาณปีละกว่า 300,000 ล้านบาท แต่รัฐบาลและฝ่ายความมั่นคงก็ไม่สามารถคุ้มครองป้องกันความมั่นคงปลอดภัยให้กับประเทศชาติและราษฎรได้ คนร้ายยังคงอหังการ์ก่อการกำเริบมากขึ้นและเป็นปริมณฑลกว้างขวางมากขึ้นทุกที ทั้งเพิ่มความรุนแรงยิ่งขึ้นจนทำให้ประเทศไทยและคนไทยต้องเสี่ยงภัยครั้งใหญ่ที่สุดนับแต่เสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่สองเป็นต้นมา

     การทั้งนี้ทำให้รำลึกถึงสิ่งที่พระเจ้าอยู่หัวได้ตรัสสอนไว้ คือต้องกำจัดขัดขวางไม่ให้คนไม่ดีมีอำนาจและต้องส่งเสริมให้คนดีมีอำนาจ การที่เป็นไปปานนี้ก็เพราะว่าการแต่งตั้งและการปูนบำเหน็จมิได้ถือเอาผลงานและคุณงามความดีเป็นที่ตั้ง ถือเอาแต่ความชอบใจและอามิสที่ซื้อขายตำแหน่งกันเป็นที่ตั้ง จึงทำให้คนดีมีฝีมือไม่มีโอกาสเข้าสู่อำนาจ รับใช้ชาติบ้านเมือง มีแต่พวกประจบสอพลอขี้ฉ้อตอแหลได้เข้าสู่อำนาจทำลายชาติบ้านเมืองทั้งโดยกระทำและไม่กระทำหรือโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ บ้านเมืองจึงเป็นอยู่เช่นนี้

     ในเรื่องนี้ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ในงานด้านความมั่นคงไม่มีคนดีหรือไม่มีคนมีฝีไม้ลายมือ เพราะมีอยู่มากมายดาษดื่นไปทั้งแผ่นดิน แต่เขาไม่มีโอกาสได้เข้าถึงอำนาจและใช้ความสามารถให้ก่อเกิดประโยชน์แก่ชาติบ้านเมืองต่างหาก จึงทำให้ประเทศไทยและคนไทยต้องรับวิบากกรรมจากผลกรรมที่พวกนักการเมืองชั่วได้กระทำย่ำยีไว้กับบ้านเมือง

     ซึ่งจะแก้ไขปัญหาความมั่นคงของประเทศ ของสถาบันพระมหากษัตริย์และความปลอดภัยของประชาชนนั้นต้องแก้ที่รัฐบาลก่อนเพื่อน และจะแก้ที่รัฐบาลได้ก็ต้องอาศัยพลังของมหาชนชาวไทยที่ต้องพร้อมเพรียงน้ำใจกันสนับสนุนให้คนดีมีฝีมือมีอำนาจในบ้านเมือง ต่อต้านและประณามพวกคนชั่วช้าสารเลวอย่าให้เข้าสู่วงอำนาจทางการเมืองอีกต่อไป ในเรื่องนี้พระพุทธเจ้าเคยตรัสสอนเปรียบเทียบเอาไว้ว่า เมื่อพระอาทิตย์ พระจันทร์โคจรเป็นปกติ ดาวเดือนก็จะโคจรเป็นปกติ เมื่อดาวเดือนโคจรเป็นปกติฤดูกาลดินฟ้าอากาศก็จะเป็นปกติ เมื่อฤดูกาลดินฟ้าอากาศเป็นปกติ ราษฎรก็ทำสัมมาอาชีวะได้ตามปกติ บ้านเมืองก็ร่มเย็นเป็นสุข แต่ถ้าพระสุริยันจันทราวิปริตผันแปรไป ความวิปริตวิปลาสนั้นก็จะส่งผลเป็นทอด ๆ ทำให้บ้านเมืองเป็นกลียุคทุกข์เข็ญ ดังเช่นที่เป็นมาในประวัติศาสตร์และที่กำลังเกิดขึ้นในปัจจุบันนั้น

     ก็ต้องขอสรุปลงท้ายว่าผมเองก็เสียดายงบประมาณจากหยาดเหงื่อแรงงานและการทำมาหาได้ของราษฎรทั้งประเทศปีละกว่า 300,000 ล้านบาท เพื่อให้ปกป้องคุ้มครองดูแลความมั่นคงปลอดภัยให้กับชาติและประชาชน แต่ผลปรากฏในขณะนี้ทั้งประเทศไทยและคนไทยหวังพึ่งพาอันใดมิได้เลย.




|

Comments
Add New Search
Rujnicha45  - ไม่แน่ใจอนาคตนายกอภิสิทธิ์   |58.8.27.63 |2010-05-11 16:46:37
พยายามเข้าใจ ให้กำลังใจนายก แต่สุดท้ายรู้สึกถอดใจ วิธีการที่ท่านคิดว่าดีที่สุดมันอาจจะไม่ได้ดีที่สุดสำหรับประเทศก็ได้ แต่ดิฉันเชื่อมั่นในพระบารมีของพระเจ้าแผ่นดินของเรา และต้องมีคนดีๆที่สามารถมากู้สถานการณ์บ้านเมืองให้กลับคืนมาได้ ขอให้ผู้คิดร้ายต่อผืนแผ่นดินไทยจงพินาศ
kkk  - จริงจนได้   |125.26.253.111 |2010-05-09 22:55:23
ทักษิณเคยสบประมาทอภิสิทธิ์ว่า ไอ้เด็กนัอยมันจะไปได้กี่น้ำ ผมไม่เชื่อแต่ตอนนี้เชื่อแล้ว และไอ้เด็กน้อยมันแย่เกินคาดอีกด้วย เพราะความโง่ และอหัการของไอ้เด็กน้อยกำลังจะประเทศนี้ไปสู่หายนะ แต่ผมยังมีความเชื่อลึกๆว่าคงไม่เลวร้ายขนาดนั้น ได้แต่ภาวนาขอให้ความเชื่อของผมเป็นจริง
Write comment
Name:
Email:
 
Title:
UBBCode:
[b] [i] [u] [url] [quote] [code] [img] 
 
 
:angry::0:confused::cheer:B):evil::silly::dry::lol::kiss::D:pinch:
:(:shock::X:side::):P:unsure::woohoo::huh::whistle:;):s
:!::?::idea::arrow:
 
Please input the anti-spam code that you can read in the image.

3.26 Copyright (C) 2008 Compojoom.com / Copyright (C) 2007 Alain Georgette / Copyright (C) 2006 Frantisek Hliva. All rights reserved."

แก้ไขล่าสุด ใน วันเสาร์ที่ ๐๘ พฤษภาคม ๒๕๕๓ เวลา ๑๔:๕๗ น.
 
Powered by DiTC.Valid XHTML and CSS.
Creative Commons License