ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
รัฐบาลสมควรให้กองทัพผลักดันเขมรออกจากดินแดนไทยหรือไม่?
 
ภาวะพ้นโลกหรือเหนือโลก อยู่ที่ตัวเรานี่เอง พิมพ์ อีเมล
User Rating: / 1
แย่ดีที่สุด 
Q&A - ไขข้อสนใจจากไพศาล
วันพุธที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๕๒ เวลา ๑๕:๓๖ น.
|


     ถาม :  ดิฉันสงสัยในคำสอนเรื่องโลกุตระหรือการอยู่เหนือโลก หรือพ้นไปจากโลกว่าอยู่ที่ไหนกันแน่ และทำไมจะต้องไปอยู่พ้นโลกด้วย เพราะคนทุกคนต้องการมีความสุข ต้องการมีความอบอุ่นในชีวิตและครอบครัว คำสอนนี้จะมีประโยชน์หรือไม่มีประโยชน์กันแน่ 


     ตอบ :  คำสอนในพระพุทธศาสนามีหลายระดับ บางระดับเหมาะสมกับชาวบ้านอย่างเราท่านที่ยังต้องใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัวและทำมาหากินกันตามปกติ บางระดับก็เหมาะสมสำหรับผู้ที่ต้องการความสงบสุขหรือสันติ ชนิดที่ไม่หวือหวา เป็นความสงบสุขที่จีรังยั่งยืน หรือไม่หวั่นไหวเสื่อมสลายไปได้ง่ายๆ บางระดับก็เหมาะสมสำหรับผู้ที่ปรารถนาดับทุกข์อย่างสิ้นเชิง หรือพ้นไปจากความทุกข์อย่างสิ้นเชิง ดังนั้นชาวพุทธจึงต้องจำแนกให้ดีว่าเราแต่ละคนนั้นต้องการมีชีวิตแบบไหน ก็เลือกหาพระธรรมคำสอนที่เหมาะสมกับตน น้อมนำมาประพฤติปฏิบัติก็จักได้รับประโยชน์จากพระธรรมนั้นสมกับที่เกิดมาเป็นเวไนยสัตว์ สำหรับระดับปุถุชนทั่วไปอย่างเราท่าน เอากันแค่รักษาศีลห้าซึ่งเป็นศีลสำหรับคุ้มครองตนและสังคมให้อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขก็น่าจะพอ ถ้าก้าวไปถึงขั้นที่ก้าวหน้าอีกหน่อยหนึ่งก็คือปฏิบัติธรรมในข้อเจริญเมตตา ไม่เบียดเบียนคนอื่น มีความเสียสละ มีความสัตย์ มีสติ ก็จะยิ่งดีและจะได้รับประโยชน์มากขึ้น 

     สิ่งที่เรียกว่าโลกุตระหรือเหนือโลกหรือพ้นจากโลกนั้น เป็นพระธรรมคำสอนสำหรับผู้ที่ปรารถนาพ้นทุกข์อย่างสิ้นเชิง และต้องการเข้าถึงภาวะที่อยู่เหนือโลกหรือพ้นโลก โดยภาวะที่ว่านี้ไม่ได้อยู่ไกลหรืออยู่ที่ไหนอื่น แต่อยู่ที่ตัวเรานั่นเอง เพราะภาวะที่อยู่กับโลกและอยู่เหนือโลกหรืออยู่พ้นโลกนั้นเป็นภาวะที่อยู่ด้วยกัน ท่านเจ้าคุณพุทธทาสเคยเปรียบเทียบไว้ว่าเหมือนกับภาวะที่แก้วน้ำตั้งอยู่นั้น ก็มีภาวะที่ไม่มีแก้วน้ำตั้งอยู่คู่กันด้วย ขึ้นอยู่กับว่าเราจะเห็นความจริงเช่นนั้นหรือไม่เท่านั้น 

     เราติดอยู่กับโลก หรืออยู่ในโลก หรือคลุกเคล้าอยู่กับโลกก็เพราะมีความยึดมั่นถือมั่นว่าสิ่งนั้นสิ่งนี้เป็นเรา เป็นของเรา หรือที่ท่านพุทธทาสนิยมใช้คำว่าเป็นตัวกู ของกูนั่นเอง เมื่อมีความยึดถือเช่นนี้ก็มีความปรารถนาอยากได้มากขึ้น หวงแหนรักษาไว้ใครมายุ่งเกี่ยวหรือไม่ต้องใจก็โกรธ และยังลุ่มหลงติดยึดอยู่ในสิ่งนั้นไม่มีสร่างคลาย จึงเท่ากับติดอยู่กับโลก คลุกเคล้าอยู่กับโลก ความอยากหรือความไม่อยากมีอยู่ตราบใด ความยึดมั่นถือมั่นก็มีอยู่ตราบนั้น ความทุกข์ก็มีอยู่ตราบนั้น ดังนั้นเมื่อใดที่ละวางความอยาก ความไม่อยาก มีความเป็นกลาง ๆ อยู่ ไม่ยึดมั่นถือมั่นในสิ่งไร ๆ แล้ว ก็เท่ากับทำลายต้นเหตุของความทุกข์ทั้งหลายได้ ความทุกข์ก็จะดับสิ้นไป เกิดภาวะว่างและสุขสบายอย่างที่สุดหรือเรียกว่าบรมสุข ภาวะนั้นแหละเรียกว่าโลกุตระหรือภาวะพ้นโลกหรือเหนือโลก ซึ่งอยู่ในตัวเรานั่นเอง.

 




|

Comments
Add New Search
Write comment
Name:
Email:
 
Title:
UBBCode:
[b] [i] [u] [url] [quote] [code] [img] 
 
 
:angry::0:confused::cheer:B):evil::silly::dry::lol::kiss::D:pinch:
:(:shock::X:side::):P:unsure::woohoo::huh::whistle:;):s
:!::?::idea::arrow:
 
Please input the anti-spam code that you can read in the image.

3.26 Copyright (C) 2008 Compojoom.com / Copyright (C) 2007 Alain Georgette / Copyright (C) 2006 Frantisek Hliva. All rights reserved."

 
Powered by DiTC.Valid XHTML and CSS.
Creative Commons License