ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
รัฐบาลสมควรให้กองทัพผลักดันเขมรออกจากดินแดนไทยหรือไม่?
 
บิ๊กเซอร์ไพร์สของทักษิณคืออะไร? พิมพ์ อีเมล
User Rating: / 4
แย่ดีที่สุด 
Q&A - ไขข้อสนใจจากไพศาล
วันอังคารที่ ๒๑ กรกฏาคม ๒๕๕๒ เวลา ๑๖:๒๐ น.
|

     ถาม :  วันนี้ได้ทราบข่าวจาก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ว่าในวันที่ 26 กรกฎาคม ศกนี้ จะมีบิ๊กเซอร์ไพร์ส ทดสอบสมองของนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แต่นายกรัฐมนตรีบอกว่าไม่สนใจ อยากทราบว่าเป็นเรื่องอะไร พอจะบอกได้มั๊ยคะ? 

     ตอบ :  เป็นเวรเป็นกรรมของผมเสียจริงๆ คุณทักษิณพูดอะไรใครจะไปรู้ว่าหมายถึงอะไร และที่คุณอภิสิทธิ์พูดว่าไม่สนใจก็คงแปลได้ว่าสนใจอยู่ แต่ไม่รู้ว่าเป็นเรื่องอะไร คุณทักษิณพูดเช่นนี้ก็เพื่อต้องการให้คนสนใจและติดตามความเคลื่อนไหวนั่นเอง แต่ถ้าจะตอบเพียงเท่านี้คงจะไม่พอใจกันเท่าใดนัก จึงจำใจต้องลองตรวจสอบดู ซึ่งไม่มีทางอื่นเพราะจะไปถามคุณทักษิณก็ไม่รู้ว่าจะไปถามที่ไหน จึงต้องจับยามดู 

     ปรากฏว่าข่าวเรื่องนี้ออกเผยแพร่เมื่อเวลา 11.54 น. และได้รับข่าวเมื่อเวลา 12.00 น. เป็นข่าวที่เกิดขึ้นในวันอังคาร ยามพุธ 

     วันอังคารเป็นเรื่องของความพยายาม เป็นเรื่องของอำนาจ เป็นเรื่องของคนมีสี หรือผู้ใช้กำลัง และเป็นเรื่องของข่าวลือรวมทั้งการสร้างภาพด้วย

     ส่วนยามพุธเป็นเรื่องของการสื่อสาร เป็นเรื่องของประชาชน เป็นเรื่องของข่าวสาร และเป็นเรื่องของน้ำลาย ตลอดจนท่าน้ำ ชายหาด หรือริมคู

     ดังนั้นพยากรณ์ว่า สิ่งที่เรียกว่าเซอร์ไพร์สและเป็นเรื่องทดสอบสมองของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จึงไม่มีเรื่องอื่นใด นอกจากเรื่องการเข้าชื่อกันถวายฎีกา โดยจะมีการระดมประชาชนมาจำนวนหนึ่ง ซึ่งอาจมีการเดินทางเป็นขบวนไปที่ใดสักแห่งหนึ่งที่มีน้ำอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงตามลักษณะของยาม จึงน่าจะมีการเดินทางไปยื่นถวายฎีกาที่พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน หรือไม่ก็ที่หัวหิน หากเหตุการณ์เช่นนั้นเกิดขึ้นก็จะเป็นการทดสอบสมองของนายกรัฐมนตรีว่าจะทำอย่างไร

     นั่นเป็นสิ่งที่คุณทักษิณอาจคิดและอาจทำ แต่เรื่องหนึ่งที่จะเกิดขึ้นโดยลักษณะของยามเองก็คือการปรากฏขึ้นของข่าวสารเกี่ยวกับสุขภาพหรือการเดินทาง หรือการเคลื่อนไหวทางสื่อของคุณทักษิณ ซึ่งก็เป็นเรื่องท้าทายสมองของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เช่นเดียวกัน

     ในวันที่ 26 กรกฎาคม 2552 เป็นวันเวลาที่พระอาทิตย์ยังคงโคจรอยู่ในราศีกรกฎอันเป็นเรือนพันธุของดวงเมือง ที่ระยะ 9 องศา 30 ลิปดา ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่พระอาทิตย์เป็นกาลีเมือง แต่เป็นห้วงเวลาที่ถือได้ว่าพระอาทิตย์ตกน้ำ จึงอ่อนกำลัง สิ่งที่ต้องการจะทำ 100 ส่วน จะเห็นผลเพียง 25 ส่วนเท่านั้น ซึ่งหมายความว่าสิ่งที่ต้องการจะทำจะไม่บรรลุผลสำเร็จ แต่จะเกิดความวุ่นวายเดือดร้อนรำคาญบ้าง

     ส่วนพระจันทร์โคจรเข้าราศีกันย์ซึ่งเป็นอริของดวงเมือง ตั้งแต่เวลา 5 นาฬิกา 4 นาที ดังนั้นสิ่งที่ทำจึงมุ่งกระทำต่อรัฐบาลและหมายให้เกิดผลกระทบในทางกว้างต่อสังคม พระจันทร์นั้นมีลักษณะธาตุเป็นธาตุดินแต่ครองราศีธาตุน้ำ น้ำพบดินหรือดินพบดินก็ไม่เกิดผลในทางร้ายต่อบ้านเมือง

     โดยสรุป สิ่งที่เรียกว่าบิ๊กเซอร์ไพร์สก็คือเรื่องราวดังพรรณนามาข้างต้นนี้ แต่จะไม่มีผลสำเร็จเกิดขึ้นดังปรารถนา มีแต่ความเดือดร้อนวุ่นวายรำคาญบ้าง ในทางที่ไม่เป็นคุณต่อบ้านเมือง แต่ก็คงไม่เป็นคุณกับผู้กระทำกรรมอันนั้นเช่นเดียวกันด้วย

     อนึ่ง มีความเป็นไปได้ว่าประเทศเพื่อนบ้านบางประเทศอาจจะยื่นข้อเรียกร้องเกี่ยวกับดินแดนต่อประเทศไทย แต่ในที่สุดก็คงเป็นลักษณะลมพัดชายเขานั่นแล

     ก็ตอบได้เท่านี้แหละครับ แต่อย่าไปถือสาหาความหรือยึดถือเป็นจริงเป็นจังอะไรมากนัก คิดเสียว่าเป็นเรื่องดีกว่าอยู่เหงาเปล่าเปลี่ยว เหมือน ๆ กับที่คุณทักษิณพูดเรื่องนี้ขึ้นมาก็คงดีกว่าอยู่เหงาเปล่าเปลี่ยวเช่นเดียวกันแหละ.


|

Comments
Add New Search
nat   |58.10.192.119 |2009-07-27 23:48:00
"...เป็นเรื่องของอำนาจ เป็นเรื่องของคนมีสี หรือผู้ใช้กำลัง.."

".....การสื่อสาร เป็นเรื่องของประชาชน เป็นเรื่องของข่าวสาร และเป็นเรื่องของน้ำลาย ตลอดจนท่าน้ำ ชายหาด หรือริมคู............"


= เสื้อแดง รวมกำลัง ล่ารายชื่อถวายฎีกา ถึงหัวหิน (เมืองชายหาด) เซอร์ไพรซ์ของจริง (แม่นหลาย)
Anonymous   |203.113.114.242 |2009-07-27 20:26:14
"หรือการเคลื่อนไหวทางสื่อของคุณทักษิณ" =เปิดทีวี 100 ช่อง โอ....แม่นจริงๆ
ไพศาล   |58.10.192.166 |2009-07-23 17:02:42
จะเอาอย่างไรดีเล่าครับ ที่บอกมาก็น่าฟัง แต่ที่สถาบันต่างอ้างและใช้กันมาก็ว่าอย่างที่ว่ากัน ท่านผู้มีหน้าที่ในเรื่องนี้น่าจะทำความกระจ่างนะครับ ถือความจริงนั่นแหละเป็นหลัก
Anonymous   |124.121.51.124 |2009-07-22 20:50:16
เห็นข่าวนสพ.ฉบับอื่นบอกว่า มันต้องการจะดูเชาว์ปัญญาท่านนายกซิว่า จะตามเกมส์มันทันไหมว่ามันคิดจะทำอะไรต่อไป

ไม่รู้ว่ามันทำแบบนี้แล้วตายไปได้อะไรติดตัวไปไหมเนียะ
แก่นนภา   |202.29.129.160 |2009-07-22 20:23:50
คุณไพศาลอ้างว่าเป็นพระราชนิพนธ์ ร.6 “เมืองใดไร้ธรรมอำไพ” ดิฉันฟังแล้วไม่สบายใจ ท่าน ศาสตราจารย์ ม.ล.ปิ่น มาลากุล ท่านได้สืบค้นหาต้นตอที่มา จนต่อมาก็ได้พบคนที่เป็นเจ้าของ คือคุณถนอม อัครเศรณี คนที่เป็นคอลัมนิสต์ ตอบปัญหาหัวใจ ใช้นามปากกาว่า”ศิราณี”ได้ออกมาแสดงตนว่าเป็นเจ้าของบทประพันธ์ ชื่อบทประพันธ์คือ “กลอนหัวใจเมือง” ตีพิมพ์ครั้งแรกเมือ ปี2492 ในงหนังสืองานประจำปีโรงเรียนประจำอำเภอบ้านโป่ง จ.ราชบุรี โดยใช้นามปากกวาว่า“อัครรักษ์” ดิฉันเลยขอถือโอกาสคัดบทกลอนเต็มๆมาให้คุณไพศาลพิจารณาด้วยค่ะ
“.. อุดมคติปณิธานเพื่องานนั้น
ยังจำมันได้ไหมในวันนี้
หรือหลงใหลในอำนาจราชศักดิ์
สร้างมหาอาณาจักรแข่งศักดิ์ศรี
หลงรายรับหลายหลากอันมากมี
ลืมหน้าที่ที่พึงยึดตามพฤตินัย
เธอต้องเปลี่นภาพพจน์เป็นบทบาท
เพื่อนร่วมชาติยังร่วมทุกข์ร่วมยุคสมัย
จะเป็นเจ้าขุนมูลนายอยู่ได้อย่างไร
เธอต้องเป็นผู้รับใช้ประชาชน
เป็นสะพานทอดข้ามแม่น้ำใหญ่
เป็นลำแสงสว่างไสวไปทุกหน
เป็นพระลบลบสีดำความมืดมน
ลบสีแห่งทุกข์ทนทั้งหลายนั้น

เมืองใดไม่มีทหาร เมืองนั้นไม่นานเป็นข้า
เมืองใดไร้จอมพารา เมืองนั้น ไม่ช้าอับจน
เมืองใดไม่มีพานิชเลิศ เมืองนั้น ย่อมเกิดขัดสน
เมืองใดไร้ศิลปะโสภณ เมืองนั้น ไม่พ้นเสื่อมทราม
เมืองใดไม่มีกวีแก้ว เมือนั้นไม่แคล้วคนหยาม
เมืองใดไร้นารีงาม เมืองนั้นสิ้นความภูมิใจ
เมืองใดไม่มีดนตรีเลิศ เมืองนั้นไม่เพริศพิสมัย
เมืองใดไร้ธรรมอำไพ เมืองนั้นบรรลัยแน่เอย”
มีข้อความในจดหมายตอนหนึ่งของคุณถนอม อัครเศรณี เจ้าของบทประพันธ์ได้แสดงความรู้สึกเกี่ยวกับความเข้าใจผิดของผู้ที่นำบทประพันธ์ไปอ้างผิดๆด้วยค่ะ คัดมาจากจดหมายถึง ”อิงอร” นักประพันธ์ชื่อดัง หรือคุณศักดิ์เกษม หุตาคม นักประพันธ์สำนวนปากกาจุ่มน้ำผึ้ง ดังนี้
“ เพื่อนฝูงคิดดูเถิด บทกลอนของผมนั้นเปรียบเทียบได้เพียงเศษธุลีเป็นละอองธุลีพระบาทของบทพระราชนิพนธ์ในองค์ท่าน เมื่อมีเหตุการณ์ทำให้ประชาชนเกิดความสำคัญผิดพลาดเช่นนี้ ขืนเพิกเฉยต่อไปมิเท่ากับว่าผมปล่อยให้ราคีเกิดแปดเปื้อนแก่บทพระราชนิพนธ์ในพระองค์ท่านด้วยความมิบังควรเช่นนั้นละหรือ ช่วยชี้แจงให้ประชาชนเข้าใจความเป็นจริงโดยถูกต้องด้วยเถิด “อิงอร” เพื่อนรัก และเป็นบุญคุณหาที่เปรียบมิได้”
คุณไพศาลคงไม่คิดว่าดิฉันคอยจับผิดคุณนะคะ เพราะไม่ใช่คุณไพศาลคนเดียวคนเดียวเท่านั้น เมื่อไม่กี่วันนี้รายการเพลงทางสถานีFM92 ผู้จัดก็ได้นำมากล่าวอ้างในเพลงเริ่มรายการ แม้กระทั่ง การแสดงคอนเสิร์ทของสี่เหล่าทัพก็มีการเสนอบทเพลง"เมืองกังวล" ในชุดเพลงปลุกใจ เนื่องจากเนื้อร้องท่อนนำของเพลงที่เพิ่มเติมว่า
“ เมืองใดไร้สิ่งอันพึงมี ย่อมเสื่อมศักดิ์ศรีไร้คุณค่า
พระมหาธีระราชเจ้าจอมปรัชญา ทรงพระนิพนธ์ไว้ว่า...น่ากังวล
เมืองใดไม่มีทหาร เมืองนั้นไม่นานเป็นข้า
เมืองใดไร้จอมพารา เมืองนั้น ไม่ช้าอับจน ทำให้ยิ่งเป็นที่เข้าใจว่าเป็นบทพระราชนิพนธ์ของล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 6
ขอให้คุณไพศาลมีสุขภาพดี มีกำลังใจทำงานให้ความรู้ประชาชน และทำประโยชน์ให้แก่ประเทศชาติ สถาบันศษสน์กษัตริย์ ต่อไปนานๆนะคะ
Write comment
Name:
Email:
 
Title:
UBBCode:
[b] [i] [u] [url] [quote] [code] [img] 
 
 
:angry::0:confused::cheer:B):evil::silly::dry::lol::kiss::D:pinch:
:(:shock::X:side::):P:unsure::woohoo::huh::whistle:;):s
:!::?::idea::arrow:
 
Please input the anti-spam code that you can read in the image.

3.26 Copyright (C) 2008 Compojoom.com / Copyright (C) 2007 Alain Georgette / Copyright (C) 2006 Frantisek Hliva. All rights reserved."

 
Powered by DiTC.Valid XHTML and CSS.
Creative Commons License