84 พรรษามหาราชา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ท่านเห็นว่าควรขายหุ้น ปตท. และการบินไทย ให้เป็นเอกชนหรือไม่?
 
ป้ายโฆษณา
ส.ส. ส.ว. ถือหุ้น ไม่ขาดคุณสมบัติเสมอไป พิมพ์ อีเมล
User Rating: / 2
แย่ดีที่สุด 
Q&A - ไขข้อสนใจจากไพศาล
วันพฤหัสบดีที่ ๒๕ มิถุนายน ๒๕๕๒ เวลา ๑๐:๔๙ น.
|


     ถาม :  ผมเห็นข่าวเรื่อง กกต. ตัดสินให้ ส.ว. 16 คนขาดคุณสมบัติ และ ส.ส.อีกร่วม 60 คน ว่าอาจขาดคุณสมบัติ เพราะไปถือหุ้นในบริษัทต่างๆ แล้วรู้สึกเป็นห่วงบ้านเมือง ว่าจะเกิดปัญหาทางการเมืองขึ้นมาอีก อยากเรียนถามว่าการที่รัฐธรรมนูญเขียนให้การถือหุ้นผิดรัฐธรรมนูญนั้น เป็นการถูกต้องหรือไม่ และ ส.ส. ส.ว. จะถูกถอดถอนทั้งหมดตามที่เป็นข่าวหรือไม่ 


     ตอบ :  รัฐธรรมนูญไม่ได้ผิดอะไร ความจริงรัฐธรรมนูญเขียนไว้ชัดเจน ปัญหาอยู่ที่การตีความว่าจะตีความกันอย่างไร คือตีความกันจนรัฐธรรมนูญวิปริตผิดเพี้ยน เพื่อสร้างกระแสให้ต้องแก้รัฐธรรมนูญหรือว่าจะตีความกันอย่างตรงไปตรงมา ตามหลักวิชาการทางกฎหมาย 

     ในเรื่องนี้ผมเห็นว่าการที่ ส.ส. หรือ ส.ว. ถือหุ้นในบริษัทหรือกิจการที่ทำสัญญาหรือได้รับสัมปทานไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญเสมอไป ซึ่งจะต้องคำนึงถึงหลักรัฐธรรมนูญที่มีบทบัญญัติอย่างชัดเจน ผมจะลองไล่ลำดับการวางหลักในเรื่องนี้ในรัฐธรรมนูญก็จะเห็นได้ชัดและเข้าใจได้ง่าย 

     ประการแรก ต้องเริ่มต้นที่ผู้มีสิทธิ์สมัครรับเลือกตั้ง ไม่ว่าจะสมัคร ส.ส. หรือ ส.ว. ก็ตาม รัฐธรรมนูญไม่ได้ห้ามการถือหุ้นในกิจการที่ได้เข้าทำสัญญาหรือได้สัมปทานจากรัฐแต่ประการใด หมายความว่าผู้มีสิทธิ์สมัครรับเลือกตั้งไม่ว่า ส.ส. หรือ ส.ว. สามารถถือหุ้นในกิจการที่ได้เข้าทำสัญญาหรือได้สัมปทานจากรัฐได้ ตรงนี้ต้องตั้งหลักให้แม่นเพราะจะเชื่อมโยงไปถึงเรื่องต่อ ๆ ไปด้วย 

     ประการที่สอง เมื่อได้รับเลือกตั้งหรือได้รับสรรหาแล้ว กกต. ก็จะออกหนังสือรับรอง ถ้าหากไปตีความว่าใครถือหุ้นในกิจการเหล่านั้นมาก่อนแล้วขาดคุณสมบัติก็จะเกิดผลว่าทันทีที่ กกต. รับรองให้เป็น ส.ส. หรือ ส.ว. ผู้นั้นก็จะขาดคุณสมบัติทันที ซึ่งหลักกฎหมายจะตีความอย่างนี้ไม่ได้ ดังนั้นบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญที่ห้ามถือหุ้นในกิจการที่ได้ทำสัญญาหรือได้สัมปทานจากรัฐจึงต้องตีความในทางที่ใช้บังคับได้ และต้องไม่ตีความในทางวิปริต นั่นคือต้องตีความว่าหากถือหุ้นมาก่อนที่จะได้รับเลือกตั้งหรือสรรหาเป็น ส.ส. หรือ ส.ว. ก็ไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ นอกจากนี้ยังสามารถเห็นเจตนารมณ์แห่งรัฐธรรมนูญได้ด้วยว่าหากมุ่งหมายห้ามการถือหุ้นก่อนก็ต้องบัญญัติไว้ในคุณสมบัติของผู้มีสิทธิ์สมัครรับเลือกตั้ง 

     ประการที่สาม กิจการที่รัฐธรรมนูญห้ามมีสาระหรือจุดสำคัญอยู่ตรงที่กิจการที่เข้าทำสัญญาหรือได้สัมปทานนั้นต้องมีลักษณะเป็นการผูกขาดหรือตัดตอน หากไม่ใช่กิจการที่มีลักษณะผูกขาดหรือตัดตอนก็ไม่ต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญแต่ประการใด 

     ดังนั้นจึงต้องตีความหรือวินิจฉัยกรณีข้อเท็จจริงแต่ละเรื่องไปว่ากิจการที่ถือหุ้นนั้นแม้ได้เข้าทำสัญญาหรือได้สัมปทานจากรัฐแล้ว มีลักษณะเป็นการผูกขาดหรือตัดตอนหรือไม่ หากไม่ผูกขาดหรือไม่ตัดตอนก็ไม่ต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ 

     อะไรเป็นการผูกขาด? มีความหมายชัดทั้งความหมายตามกฎหมายและความหมายทั่วไปตรงกันว่า ต้องเป็นกิจการที่ผูกขาดเอาแต่เพียงเจ้าเดียวหรือรายเดียว คนอื่นทำไม่ได้ และรัฐก็ไม่สามารถทำเองได้ รวมทั้งไม่สามารถให้เอกชนรายอื่นทำได้ด้วย อย่างนี้คือการผูกขาด 

     อะไรเป็นการตัดตอน? มีความหมายที่ยังไม่เคยได้รับการตีความ ดังนั้นต้องพิจารณาในทางนิรุกติศาสตร์ว่าตัดตอนหมายความว่าอย่างไร และต้องใช้ความหมายอย่างจำกัดอย่างแคบด้วย เพราะเป็นการตีความในทางจำกัดตัดสิทธิ์ ซึ่งเห็นว่ากิจการที่มีลักษณะตัดตอนนั้น คือตัดตอนจากการบริหารจัดการของรัฐ โดยเอกชนที่ได้เข้าทำสัญญามีอำนาจบริหารจัดการอย่างสมบูรณ์แบบ แยกออกเป็นอีกส่วนหนึ่งต่างหากจากรัฐหรือการควบคุมดูแลของรัฐ ยกเว้นการปฏิบัติตามเงื่อนไขในสัญญาหรือการให้สัมปทาน ดังเช่น การให้สัมปทานดาวเทียมไทยคม นอกจากเป็นการผูกขาดเพราะไม่สามารถทำเองหรือให้เอกชนรายอื่นทำได้แล้ว ยังมีลักษณะเป็นการตัดตอนอีกด้วย คือเอกชนมีอำนาจบริหารจัดการโดยเด็ดขาด รัฐเข้าเกี่ยวข้องในทางใด ๆ ไม่ได้ 

     ดังนั้นหากการถือหุ้นในกิจการที่ทำสัญญาหรือรับสัมปทานไม่เป็นการผูกขาดตัดตอน ก็ไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ 

     ผมได้เห็นข่าวการถือหุ้นในบริษัททางด่วนกรุงเทพของหลายท่าน ผมเองเห็นว่าบริษัททางด่วนกรุงเทพนั้น แม้ได้เข้าทำสัญญากับรัฐ แต่สัญญานั้นไม่เข้าลักษณะเป็นการผูกขาดหรือตัดตอน เพราะรัฐยังสามารถทำทางด่วนได้เองและยังสามารถให้เอกชนรายอื่นทำทางด่วนได้ด้วย และไม่ได้ตัดตอนออกไปจากการบริหารจัดการของรัฐ เพราะรัฐมีอำนาจมากมายตามกฎหมายที่มีอยู่ เฉพาะรายนี้จึงไม่ใช่กิจการที่ผูกขาดตัดตอน ซึ่งพอจะเห็นเป็นแนวทางหรือตัวอย่างได้ 

     ประการที่สี่ ในกรณีคู่สมรสหรือบุตรของ ส.ส. หรือ ส.ว. เข้าถือหุ้นในกิจการที่ได้ทำสัญญาหรือสัมปทานจากรัฐ ไม่ทำให้เกิดผลว่า ส.ส. หรือ ส.ว. นั้นเป็นผู้ถือหุ้นในกิจการต้องห้ามนั้นด้วย ซึ่งเรื่องนี้รัฐธรรมนูญบัญญัติชัดเจนว่าบทบัญญัติต้องห้ามการถือหุ้นนั้นใช้บังคับทั้ง ส.ส. ส.ว. รวมทั้งคู่สมรสและบุตร แต่ในส่วนของ ส.ส. และ ส.ว.เฉพาะตัว มีบทลงโทษชัดเจนว่าถ้าเข้าถือหุ้นก็ขาดคุณสมบัติ แต่ในส่วนคู่สมรสและบุตรนั้น รัฐธรรมนูญใช้ถ้อยคำว่า “บทบัญญัติใน (2) และ (3) ให้ใช้บังคับกับคู่สมรสและบุตรฯ … ของสมาชิก … ด้วย” ซึ่งหมายความว่าทั้งคู่สมรสและบุตรของ ส.ส. และ ส.ว. ถูกรัฐธรรมนูญห้ามไม่ให้ถือหุ้นในกิจการที่เข้าทำสัญญาหรือได้สัมปทานจากรัฐที่มีลักษณะผูกขาดตัดตอน แต่ไม่มีบทลงโทษไว้อย่างชัดเจนเหมือนกับกรณีที่ ส.ส. หรือ ส.ว. เข้าถือหุ้นด้วยตนเอง 

     ที่สำคัญ รัฐธรรมนูญไม่ได้มีบทบัญญัติระบุว่าหากคู่สมรสและบุตรเข้าถือหุ้นแล้ว ให้ถือว่าเป็นการถือหุ้นของ ส.ส. หรือ ส.ว. ด้วย ดังนั้นจึงต้องตีความบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้โดยเคร่งครัด จะไปขยายความเอาตามใจชอบว่าการถือหุ้นของคู่สมรสและบุตรของ ส.ส. หรือ ส.ว. เป็นการถือหุ้นของ ส.ส. หรือ ส.ว. ด้วยไม่ได้ 

     กรณีของ ส.ว. 16 ท่านนั้น ผมเห็นว่าคำวินิจฉัยของ กกต. ยังคลาดเคลื่อนอยู่หลายกรณี จึงสมควรที่จะต้องได้รับการวินิจฉัย ให้มีความชัดเจนเพื่อเป็นบรรทัดฐาน แต่ในส่วนของ ส.ส. อีกราว 60 คนนั้น จำนวนมากเป็นกรณีดังที่ผมได้กล่าวมาข้างต้น ซึ่งเชื่อว่า ส.ส. และ ส.ว. เหล่านั้นสามารถชี้แจงทั้งข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายได้ และ กกต. ก็ต้องตรวจสอบให้ข้อเท็จจริงเป็นที่ยุติ และตีความกฎหมายให้เป็นไปตามหลักการตีความกฎหมาย ถ้าอย่างนี้ก็จะไม่เกิดปัญหาขึ้น และคงจะไม่ถึงกับ ส.ส. ส.ว. ต้องพ้นจากตำแหน่งนับร้อยดังที่เป็นข่าว และในเรื่องนี้ยังมีผลกระทบต่อ กกต. ด้วย เพราะบรรดา ส.ส. และ ส.ว. เหล่านั้นล้วนได้รับรองและตรวจสอบจาก กกต. มาแล้ว ย่อมผ่านการพิจารณาอย่างรอบคอบ การจะเขียนด้วยมือแล้วไปลบด้วยเท้า จึงไม่ใช่วิสัยที่จะพึงเป็นไปได้ แต่ถ้าเป็นกรณีผิดกฎหมายจริง ๆ และชัดเจนก็ต้องบังคับตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญเสมอหน้ากัน.

 


 




|

Comments
Add New Search
Write comment
Name:
Email:
 
Title:
UBBCode:
[b] [i] [u] [url] [quote] [code] [img] 
 
 
:angry::0:confused::cheer:B):evil::silly::dry::lol::kiss::D:pinch:
:(:shock::X:side::):P:unsure::woohoo::huh::whistle:;):s
:!::?::idea::arrow:
 
Please input the anti-spam code that you can read in the image.

3.26 Copyright (C) 2008 Compojoom.com / Copyright (C) 2007 Alain Georgette / Copyright (C) 2006 Frantisek Hliva. All rights reserved."

แก้ไขล่าสุด ใน วันพฤหัสบดีที่ ๒๕ มิถุนายน ๒๕๕๒ เวลา ๑๐:๕๑ น.
 
Powered by DiTC.Valid XHTML and CSS.
Creative Commons License