|
พรรคการเมืองยอมให้ซากเน่าครอบงำ ประหนึ่งเป็นหัวหน้าหรือกรรมการบริหาร อาจถูกยุบพรรค |
|
|
|
Q&A -
ไขข้อสนใจจากไพศาล
|
|
วันอังคารที่ ๐๙ มิถุนายน ๒๕๕๒ เวลา ๑๐:๐๘ น. |
|
ถาม : ผมเป็นยามเฝ้าแผ่นดิน ได้ติดตามข่าวคราวเกี่ยวกับผู้ที่ถูกศาลรัฐธรรมนูญเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งเข้ามาครอบงำแทรกแซงพรรคการเมือง ทำตัวเหมือนกับเป็นหัวหน้าพรรคหรือกรรมการบริหารพรรคอย่างโจ่งแจ้ง ไม่แยแสคำตัดสินของศาลเลย รู้สึกไม่สบายใจว่าคนพวกนี้สามารถทำเช่นนั้นได้หรือไม่ ถ้าทำได้คำตัดสินของศาลก็ไม่มีความหมาย กฎหมายก็ไม่เป็นกฎหมาย และ กกต. ทำอะไรอยู่ จึงอยากถามว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นเป็นความผิด และ กกต. จะดำเนินการอะไรได้บ้างหรือไม่ หาก กกต. ไม่ทำอะไร ประชาชนจะทำอะไรได้บ้าง จึงจะช่วยเหลือบ้านเมืองได้
ตอบ : เรื่องนี้คนไทยทุกคนมีความรู้สึกเหมือนกัน ผมเองก็รู้สึกประหลาดใจ ไม่คิดว่าเหตุการณ์แบบนี้จะเกิดขึ้น และก็ยิ่งแปลกใจที่ผู้มีอำนาจหน้าที่พากันนิ่งเฉย แต่มาถึงวันนี้เห็นข่าวพรรคเพื่อไทยก็ดี กลุ่มสมัชชาประชาชนแห่งประเทศไทยก็ดี กำลังดำเนินการเรื่องนี้อยู่ ประเทศไทยของเราศักดิ์สิทธิ์ เมื่อมีคนทำผิดก็ย่อมมีคนเข้าแก้ไขจัดการเสมอมา เรื่องนี้จึงน่าติดตามดูกันต่อไป
สำหรับคำถามข้อแรกที่ว่า การที่พรรคการเมืองยอมให้ผู้ที่ถูกศาลตัดสินเพิกถอนสิทธิทางการเมืองเข้ามาครอบงำแทรกแซงประหนึ่งว่าเป็นหัวหน้าพรรคหรือกรรมการบริหารพรรคเป็นความผิดหรือไม่นั้น
ข้อนี้ขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงว่าผู้ถูกเพิกถอนสิทธิเข้ามาครอบงำแทรกแซงหรือบริหารพรรคการเมืองเสมือนหนึ่งว่าเป็นหัวหน้าพรรคหรือกรรมการบริหารพรรคหรือไม่ เท่าที่ติดตามดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว หลายกรณีเป็นเช่นนี้จริง ๆ
และเมื่อข้อเท็จจริงเป็นการเข้าแทรกแซงครอบงำพรรคการเมืองประหนึ่งเป็นหัวหน้าพรรคหรือกรรมการบริหารพรรค ก็ย่อมฝ่าฝืนคำพิพากษาของศาลรัฐธรรมนูญ ย่อมเป็นความผิด ส่วนพรรคการเมืองที่ยอมให้ทำเช่นนั้นก็ต้องถือว่าทำผิดกฎหมายพรรคการเมือง และเป็นการดำเนินการทางการเมืองเพื่อเข้าสู่อำนาจโดยไม่ใช่วิถีทางแห่งรัฐธรรมนูญด้วย จึงต้องด้วยบทบัญญัติแห่งกฎหมายพรรคการเมืองที่นายทะเบียนพรรคการเมืองจะต้องดำเนินการขอยุบพรรค และเพิกถอนสิทธิทางการเมืองของหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรคเหล่านั้นด้วย
ในกรณีเช่นนี้ ผู้มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวข้องมี 2 พวก พวกแรกคือนายทะเบียนพรรคการเมืองซึ่งดำรงตำแหน่งเป็นประธาน กกต. ด้วย มีหน้าที่ต้องปฏิบัติการให้เป็นไปตามกฎหมายพรรคการเมือง เมื่อมีการทำความผิดในเรื่องนี้จึงมีหน้าที่ต้องดำเนินการตามกฎหมาย หากละเว้นก็เป็นความผิดตามกฎหมายเสียเอง ส่วนพวกที่สองก็คือ กกต. ที่มีหน้าที่ต้องดูแลรักษากฎหมายในเรื่องนักการเมืองและการเลือกตั้ง เมื่อเห็นหรือปรากฏว่ามีการกระทำความผิดก็มีหน้าที่ต้องดำเนินการตามกฎหมาย หากละเว้นก็เป็นความผิดเสียเองเช่นเดียวกัน
เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2552 ได้ยินข่าวว่ามีการหารือกันใน กกต. แล้ว แต่คงยังไม่ตกผลึกดีนัก บางคนเห็นว่ากฎหมายไม่ชัด ก็ควรจะศึกษาเสียให้ชัด เพราะกฎหมายทั้งหลายนั้นต้องตีความในทางที่ใช้บังคับได้ และต้องตีความให้ชัด เพราะกรณีทั้งหลายที่กฎหมายไม่บัญญัติไว้ กฎหมายก็วางหลักว่าให้ปฏิบัติอย่างไร หรือในกรณีกฎหมายบัญญัติไม่ชัดเจน กฎหมายก็บัญญัติไว้ว่าต้องตีความอย่างไร คือต้องตีความในทางบังคับได้ การตีความกฎหมายในทางที่ใช้บังคับไม่ได้ ครูบาอาจารย์ท่านสอนไว้ว่าเป็นการตีความแบบวิปริตของคนวิปริต ดังนั้นในกรณีนี้จึงไม่มีกฎหมายใดที่ไม่ชัดเจน อยู่ที่คนใช้กฎหมายต่างหากที่ต้องมีความชัดเจน จะให้ความไม่ชัดเจนดำรงอยู่ไม่ได้เป็นอันขาด โดยเฉพาะกรณีเรื่องนี้มีคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญเป็นบรรทัดฐานอยู่ และผูกพันทุกองค์กร
ผลผูกพันก็คือผู้ที่ถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งเหล่านั้นเป็นผู้บริหารพรรคการเมือง ที่เข้าสู่อำนาจรัฐโดยไม่ใช่วิถีทางแห่งรัฐธรรมนูญ เป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ เป็นอันตรายต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข คนเหล่านั้นจึงเข้ามาเกี่ยวข้องกับพรรคการเมืองในทางใด ๆ ไม่ได้ และยังถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง ต้องห้ามมิให้เป็นหัวหน้าพรรคหรือกรรมการบริหารพรรค การที่พรรคการเมืองใดยอมให้คนเหล่านั้นเข้ามาครอบงำหรือแทรกแซงประหนึ่งเป็นหัวหน้าพรรคหรือกรรมการบริหารพรรคจึงผิดกฎหมายพรรคการเมืองและเข้าข่ายที่จะต้องถูกยุบพรรคตามกฎหมายพรรคการเมืองด้วย ในกรณีที่คนเหล่านั้นเข้าครอบงำแทรกแซงในกระบวนการเลือกตั้ง ย่อมมีผลให้การเลือกตั้งไม่สุจริตและเที่ยงธรรม ซึ่งเป็นความผิดตามกฎหมาย เป็นอำนาจของ กกต. ที่จะต้องดำเนินการตามกฎหมายนี้
ดังนั้นการที่ ส.ส.พรรคเพื่อไทย ไปร้องต่อ กกต. ให้ดำเนินการเรื่องนี้จึงมีเหตุที่สมควร และนอกจากนี้ยังปรากฏข่าวว่ากลุ่มสมัชชาประชาชนแห่งประเทศไทยจะไปร้องต่อ ป.ป.ช. และแจ้งความตำรวจให้จับกุมผู้ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ด้วย จึงเป็นเรื่องที่นายทะเบียนพรรคการเมืองและ กกต. ควรจะได้สังวรในอำนาจหน้าที่และทำหน้าที่ให้สมบูรณ์ มิฉะนั้นก็จะต้องรับผิดด้วยตนเอง
ถึงอย่างไรก็ดี เรื่องนี้เป็นเรื่องที่สำคัญและเกี่ยวข้องกับระบอบประชาธิปไตยของประเทศไทย ว่าจะได้รับการแก้ไขให้เป็นไปในทางพัฒนาหรือว่าจะปล่อยให้จมปลักอยู่กับการเมืองแบบเก่าที่เน่าเฟะและประชาชนกำลังสุดจะทนทานอยู่ทุกวันแล้ว.
|