|
มะเร็งต่อมลูกหมาก จะรักษาให้หายได้หรือไม่? |
|
|
|
Q&A -
ไขข้อสนใจจากไพศาล
|
|
วันอังคารที่ ๐๒ มิถุนายน ๒๕๕๒ เวลา ๑๕:๕๔ น. |
ถาม : ขอบอกตรง ๆ ว่าดิฉันเป็นคนเสื้อแดง และรักท่านนายกทักษิณมาก ได้ยินข่าวว่าขณะนี้ป่วยด้วยโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก ระยะที่ 3 ไม่รู้ว่าเป็นจริงหรือไม่ แต่ก็รู้สึกห่วง อยากทราบว่าจะมีทางรักษาให้หายได้หรือไม่ หากคุณไพศาล ไม่รังเกียจหรือเกลียดชัง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อย่างรุนแรงแล้ว เชื่อว่าคุณไพศาล น่าจะรู้วิธี และแนะนำเรื่องนี้ได้ เพราะที่ได้อ่านจากหนังสืออายุวัฒนะ เรื่องการอยู่ร่วมกับโรคมะเร็งอย่างสันตินั้นรู้สึกทึ่งมาก
ตอบ : ขอบอกตามตรงว่าผมไม่เคยชอบหรือไม่ชอบคุณทักษิณ ทั้ง ๆ ที่เคยเป็นที่ปรึกษากฎหมายมาร่วมสิบปี และเคยถูกฟ้องเป็นจำเลยร่วมกันมาแล้ว สิ่งที่ผมไม่ชอบคือความผิดและความไม่ถูกต้อง ผมไม่เคยเกลียดหรือเจ็บแค้นใคร แม้กระทั่งคนเสื้อแดงก็ตาม ซึ่งถึงแม้ความคิดทางการเมืองอาจจะไม่เหมือนกัน แต่ก็ไม่เคยถือว่าเป็นศัตรู
คุณทักษิณจะเป็นโรคมะเร็งต่อมลูกหมากหรือไม่ ผมไม่ทราบข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ ได้ยินก็แต่ข่าวที่เล่าลือกัน คำตอบในคราวนี้ถือว่าเป็นคำตอบสำหรับผู้ถาม และไม่ใช่คำตอบสำหรับคุณทักษิณ เพราะคุณทักษิณไม่ใช่ผู้ถาม และที่ตอบก็เพราะเห็นว่าการตอบจะเป็นประโยชน์ต่อเพื่อนมนุษย์โดยส่วนรวม
อันโรคทั้งหลายนั้นย่อมเกิดจากเหตุทั้งสิ้น ไม่มีสิ่งใด ๆ ที่จะเกิดขึ้นลอย ๆ ย่อมมีเหตุ มีปัจจัยของมัน ดังที่พระพุทธเจ้าท่านสอนว่า สิ่งทั้งหลายล้วนเกิดจากเหตุ เมื่อจะดับผลอันใด ก็ต้องดับที่เหตุอันนั้น โรคมะเร็งก็เหมือนกัน ไม่ว่าชนิดไหนย่อมเกิดจากเหตุ มีเหตุปัจจัยที่แน่นอนหนึ่ง ๆ กำจัดเหตุนั้นเสียได้ โรคก็จะหาย
มะเร็งเป็นโรคจำพวกที่รักษาให้ถูกก็หาย ไม่รักษาหรือรักษาผิดก็ตาย แต่ส่วนใหญ่รักษาผิดหรือไม่รู้ตัวและไม่ทันรักษาแล้วตายเสียก่อน ในสมัยโบราณไม่ถือว่าเป็นเรื่องร้ายแรงอะไร เป็นอหิวาต์หรือเป็นโรคท้องร่วงยังร้ายแรงกว่าเสียอีก แต่ขณะนี้ถือว่าเป็นโรคร้ายแรงก็เพราะแบบแผนการรักษาที่ผิด คือใครเข้าแบบแผนการรักษาที่ใช้อยู่ในปัจจุบันก็เป็นอันตายทุกคนหรือตายเป็นส่วนใหญ่ และส่วนใหญ่ก็ถูกทำให้ตาย จึงทำให้เกิดความเชื่อฝังใจคนว่าโรคมะเร็งเป็นแล้วจะต้องตายเสมอไป ซึ่งความจริงไม่ใช่
วิธีการรักษาโรคมะเร็งมีอยู่มากมายหลายวิธี แต่คนเรามักจะไปเลือกเอาวิธีที่รักษาแล้วตายเพราะพอรู้ว่าเป็นมะเร็งก็จะไปโรงพยาบาลแล้วเข้าสู่ระบบแบบแผนการรักษาที่ทำให้ตายก็ต้องตายแน่นอน
ผมเพิ่งไปพบหมอที่รักษาแบบแผนพิเศษเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมานี้ เรียกว่าแบบแผนการรักษาตามวิชาปัญจศาสตร์ หลักการของการรักษาแบบนี้ตั้งสมมติฐานว่าโรคมะเร็งเกิดจากเหตุดังที่พระพุทธเจ้าท่านสอน และพบว่าร่างกายมนุษย์นั้นประกอบขึ้นด้วยระบบสำคัญ 2 ระบบ คือระบบสั่งการและระบบปฏิบัติการ ทุกสิ่งอย่างของร่างกายนี้เกิดขึ้น ดำเนินไป และดับไปด้วยระบบทั้งสองนี้ การเป็นโรคมะเร็งก็เพราะระบบสั่งการสั่งให้เป็นตามเหตุปัจจัยที่เป็นเหตุให้เกิดโรคมะเร็ง และระบบปฏิบัติการก็รับมาปฏิบัติการให้เป็นไปตามการสั่งการนั้น ก็จะเกิดเป็นโรคมะเร็ง ซึ่งอาจเกิดได้หลายที่หลายแห่งและหลายรูปแบบ บางที่บางแบบก็ตายเร็ว บางที่บางแบบก็ตายช้า
หลักการรักษาแบบวิชาปัญจศาสตร์คือใช้วิธีการนวดเฟ้น ปรับสมดุลภายในร่างกาย ให้ระบบสั่งการหยุดหรือเปลี่ยนคำสั่งจากที่สั่งให้เป็นโรคมะเร็งให้หยุดเสีย และปรับระบบปฏิบัติการให้หยุดปฏิบัติการเพิ่มขยายเซลล์มะเร็ง เมื่อทั้งสองระบบนี้ได้รับการปรับปรุงแล้ว เชื้อมะเร็งใหม่ก็ไม่เกิดขึ้น เชื้อมะเร็งเก่ามีอายุสั้นมาก เท่า ๆ กับอายุของแมลงเท่านั้น คือมีอายุสั้นกว่าเป็ดไก่เสียอีก ดังนั้นเมื่อระบบสั่งการและระบบปฏิบัติการไม่สร้างหรือหยุดผลิตเชื้อมะเร็งแล้ว เชื้อใหม่ก็ไม่เกิดขึ้น เชื้อเก่าก็ตายไป ร่างกายก็จะกลับสู่ภาวะปกติ ใช้วิธีรักษาสัปดาห์ละครั้ง ครั้งละประมาณ 45 นาทีเท่านั้น ไม่ต้องกินยา ไม่ต้องฉีดยา ไม่ต้องฝังเข็ม
การปรับระบบใช้วิธีนวด แต่เป็นการนวดด้วยพลังไฟฟ้าในตัวของผู้รักษา ซึ่งจะว่าเป็นความมหัศจรรย์เฉพาะตัวก็ได้ แต่สามารถเรียนรู้ได้ รับถ่ายทอดวิชาได้ พลังไฟฟ้าในตัวที่ว่านี้เป็นไฟฟ้าสถิต มีวัตต์ต่ำ แต่กำลังไฟถึงหมื่นโวลต์
อาจจะสงสัยว่ากระแสไฟฟ้าสถิตขนาดนี้มีขึ้นได้อย่างไร ไม่ใช่เรื่องไร้เหตุผล แต่เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้โดยหลักวิทยาศาสตร์ เพราะในกายมนุษย์นี้ยังมีอีก 2 สิ่งซึ่งคนรู้น้อยมาก คือสนามแม่เหล็กซึ่งเชื่อมโยงอยู่กับสนามแม่เหล็กโลก และไฟฟ้าสถิตซึ่งกระจัดกระจายไร้ระเบียบ ถ้าใครก็ตามสามารถปรับสนามแม่เหล็กภายในร่างกายและระบบไฟฟ้าสถิตภายในร่างกายให้เป็นระบบระเบียบได้ ก็สามารถมีพลังพิเศษและมีกระแสไฟฟ้าสถิตในร่างกายได้
ผมได้ทดลองกับผู้ที่รักษารายนี้มาแล้ว เขามีพลังไฟฟ้าสถิตจริง และเคยเห็นแบบนี้มาแล้วหลายครั้งในเมืองจีน คนหนึ่งสามารถใช้พลังไฟฟ้าจากปลายนิ้วชี้กราดไปที่ทหาร 10 คนซึ่งยืนเรียงหน้ากระดานอยู่ให้หงายตึงลงไปได้ คนหนึ่งจับหลอดไฟฟ้านีออนแล้วให้บังเกิดแสงสว่างได้ คนหนึ่งสามารถย้ายมวลสารได้ ทดสอบโดยการเดินผ่านทหารซึ่งเฝ้ายามอยู่ที่หน้าเรือนรับรองเตี้ยวหยูไถ่ ปืนก็หายไปแล้ว หรือแค่จับโทรศัพท์ ซิมในโทรศัพท์ก็หายไปแล้ว เป็นที่อัศจรรย์
ขออนุญาตที่จะไม่เปิดเผยชื่อหมอผู้รักษาในเรื่องนี้โดยทางสาธารณะ เพราะเกรงว่าเขาจะเดือดร้อน แต่ถ้าหากท่านผู้ใดป่วยเป็นโรคมะเร็ง อาการมาก และไม่เห็นทางรักษาอย่างอื่นแล้ว และต้องการทางเลือก ก็ยินดีที่จะบอกทางให้เป็นเฉพาะรายไป ทั้งนี้การแนะนำที่ว่านี้ไม่ผูกพันและไม่เกิดความรับผิดชอบใด ๆ ในทางกฎหมายกับผม ท่านผู้ใดจะหยิบขึ้นมาเป็นเหตุฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายใด ๆ ไม่ได้ ความจริงไม่ต้องพูดอย่างนี้ก็ได้ แต่ผมเป็นนักกฎหมายก็ต้องพูดไว้เสียหน่อยหนึ่ง
นี่ก็เป็นวิธีหนึ่งที่จะรักษาโรคมะเร็ง ไม่ว่าจะเป็นที่ต่อมลูกหมากหรือที่ไหน ๆ ให้หายได้ แต่ทางการแพทย์คงไม่รับรอง และไม่ยอมรับแน่ เพราะไม่ยอมรับความรู้อันยิ่งประการหนึ่งที่ว่า สิ่งที่คนไม่รู้มีมากกว่าสิ่งที่รู้ แล้วเที่ยวปฏิเสธสิ่งที่ไม่รู้ว่าไม่มี ทั้ง ๆ ที่ตัวเองมีความรู้ไม่ถึงต่างหาก เช่นเดียวกับการปฏิเสธว่าไม่มีนิพพาน ไม่มีนรก ไม่มีสวรรค์ ไม่มีผี ไม่มีเทวดา ไม่มีชาติหน้า ไม่มีชาติก่อนนั่นแหละ
ส่วนวิธีอื่น ๆ ก็มีพรรณนาไว้มากมายแล้วในหนังสืออายุวัฒนะ หากสนใจก็คลิ๊กกลับไปดูได้.
|
|
แก้ไขล่าสุด ใน วันอังคารที่ ๐๒ มิถุนายน ๒๕๕๒ เวลา ๑๕:๕๙ น. |