| คนไทยควรแนะนำ พ.ต.ท.ทักษิณ อย่างไรดี? |
|
|
| Q&A - ไขข้อสนใจจากไพศาล | |||||||||||||||||||||||||||
| วันพุธที่ ๒๐ พฤษภาคม ๒๕๕๒ เวลา ๑๖:๑๒ น. | |||||||||||||||||||||||||||
|
ถาม : ผมเป็นแฟนพรรคไทยรักไทยมานานแล้ว ขณะนี้ก็สนับสนุนคนเสื้อแดง แต่ดูไปแล้วเห็นว่ามีปัญหามาก เพราะการต่อสู้ที่ผ่านมาใช้ความรุนแรง ซึ่งผมไม่ชอบ และคนไทยก็คงไม่ชอบเหมือนกัน ผมอยากจะแนะนำ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร แต่ไม่รู้ว่าจะแนะนะอย่างไร ทราบว่าคุณไพศาลก็เคยช่วยพรรคไทยรักไทยมาก่อน จะมีข้อแนะนำอย่างไรบ้าง ตอบ : พระพุทธองค์ทรงตรัสสอนไว้ว่า หากเขาไม่ถามก็อย่าไปตอบ เขาไม่อาราธนาก็อย่าไปเทศน์ ผมเป็นชาวบ้านธรรมดา ไม่อาจริอ่านไปแนะนำอะไรให้กับใครได้ ในเมื่อมีน้ำใจวางใจไต่ถามมา ก็จะตอบสำหรับผู้ถาม หรือถ้าหาก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มีโอกาสรู้และจะนำไปพิจารณา ก็สุดแท้แต่จะเห็นสมควร จะขอเล่าความแต่หนหลังให้ฟังเสียก่อนว่า เมื่อครั้งที่ผมเคยช่วยงานพรรคไทยรักไทยนั้น ก็เคยเป็นหนึ่งในคณะกรรมการการเมือง เพราะช่วงนั้นพรรคความหวังใหม่ไปร่วมรัฐบาลและต่อมาก็ไปรวมกับพรรคไทยรักไทย ผมจึงพลอยไปร่วมกับเขาด้วย ในห้วงเวลานั้นก็เคยเสนอแนะหลายประการ ตอนแรก ๆ ก็ฟังกันดี ตอนหลัง ๆ มีผู้คนเข้ามามาก ต่างมุ่งที่จะเป็นรัฐบาลพรรคเดียว และคิดจะเป็นกันตลอดกาล มิหนำซ้ำยังมีความคิดที่จะทำการใด ๆ ตามใจปรารถนา ไม่ค่อยคิดถึงคนอื่น ความคิดเหล่านี้ไม่สอดคล้องกับโลกนิติอันเป็นที่นิยมแห่งวิสัยโลก ผมท้วงติงก็ไม่มีใครฟัง ครั้งสุดท้ายก่อนที่เขาจะไม่เชิญเข้าประชุม ผมได้เสนอว่างานการเมืองก็เหมือนกับคนเลี้ยงเสือ คนฆ่าเสือเสียไม่ใช่เพราะคนเกลียดเสือ แต่เพราะคนกลัวเสือจะกัดเอา ดังนั้นหากทำตนให้คนกลัว ในที่สุดก็คงอยู่ไม่ได้แน่ นี่คือคำแนะนำสุดท้ายในหน้าที่คราวนั้น และก็เกิดผลดังที่คะเนการณ์ไว้ไม่มีผิด หลังจากรัฐประหารแล้ว ความน่ากลัวก็ยังคงดำเนินต่อมา ผู้คนหลายกลุ่มหลายหมู่หลายเหล่าหลายคณะก็กลัวและคิดอ่านป้องกันไม่ให้อำนาจแบบนั้นกลับมามีอำนาจในบ้านเมืองอีก แต่แทนที่จะหยุดเสีย กลับลุกลามไปกันใหญ่ ในที่สุดก็เกิดเป็นขบวนการกว่าครึ่งประเทศที่ต่อต้านระบอบนั้น และเป็นเหตุที่ทำให้คุณทักษิณต้องลำบากจนถึงวันนี้ สาเหตุมูลฐานก็ยังเหมือนเดิมคือความน่ากลัว และคนกลัวว่าจะกลับมามีอำนาจและใช้อำนาจอีก ทั้งได้เห็นบทเรียนจากเหตุการณ์ในห้วงรัฐบาลสมัครและรัฐบาลสมชายมาแล้ว ดังนั้นฟันธงไว้ ณ วันนี้ได้เลยว่าคุณทักษิณไม่มีวันจะกลับมามีอำนาจในประเทศไทยได้อีก ต่อให้ชนะเลือกตั้งอย่างไร ก็ไม่มีวันกลับมามีอำนาจได้ เพราะความกลัวของคนโดยแท้ สถานการณ์ในวันนี้ก็ได้เห็นกันอยู่ว่า ยิ่งดิ้นรนมาก ยิ่งใช้ความรุนแรงมาก และยิ่งเคลื่อนไหวออกไปมากเท่าใด ก็ยิ่งเพิ่มความกลัวมากขึ้นเท่านั้น ดีร้ายอาจจะไม่ได้กลับประเทศไทยเพราะอาจเป็นไปอย่างใดอย่างหนึ่งเสียก่อนก็ได้ นี่ก็คือโลกนิติว่าด้วยคนกลัวเสือนั่นเอง หากจะแนะนำก็ขอแนะนำแก่ผู้ถามว่า อย่าทำตัวให้คนกลัว แต่ต้องทำตัวให้คนเคารพรักและศรัทธา เหตุผลอยู่ตรงที่คนไม่ใช่สัตว์เดรัจฉาน ใช้กำลังอำนาจบังคับควบคุมเอาไม่ได้ แต่ต้องใช้ความรัก ความศรัทธา ครองใจคน การมุ่งมั่นที่จะขยายมวลชนทำพรรคให้ใหญ่โตโดยหวังว่าจะกลับมามีอำนาจไม่มีวันสำเร็จได้เด็ดขาด ความจริงบทเรียนนี้ก็ประจักษ์แล้ว ในการชนะเลือกตั้งของพรรคพลังประชาชน แล้วผลเป็นอย่างไรเล่า? บทเรียนนี้ย่อมรู้แก่ฝ่ายอื่น ๆ ด้วย ใครเขาจะยอมให้เหตุการณ์ซ้ำรอยอีก ยิ่งกว่านั้นความปราชัยในทางการเมืองที่เนื่องมาจากความรุนแรงมันไปไกลแล้ว ยากจะกู้กลับ ยิ่งประกาศทำสงครามใต้ดินหรือสงครามกองโจรก็ยิ่งไปกันใหญ่ เพราะทำให้ฝ่ายอื่นเขามีความชอบธรรมที่จะปราบปรามอย่างรุนแรงในฐานะที่เป็นศัตรูหรืออริราชศัตรู แล้วจะสู้เขาได้หรือ? นอกจากไม่ทำให้เขากลัวแล้ว ยังต้องทำให้คนรัก คนจะรักได้เพราะน้ำใจใฝ่ในการบุญสุนทาน เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ต่อเพื่อนมนุษย์ ทำนุบำรุงชาติบ้านเมืองให้ร่มเย็นเป็นสุข ซึ่งสามารถทำได้แม้ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ตาม หากหมั่นทำความดีอย่างนี้ ก็ย่อมสร้างความรักขึ้นเป็นลำดับ ๆ ไป ใจตนก็เป็นสุข คนอื่นก็เป็นสุข บ้านเมืองก็เป็นสุข พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มีเครื่องมือที่เห็นปรากฎชัดอยู่ 2 อย่างที่ทำให้คนกลัวมาก คือพรรคการเมืองที่ปฏิบัติการให้เห็นเด่นชัดว่าทำทุกอย่างเพื่อคนๆ เดียว และกลุ่มคนเสื้อแดงซึ่งปฏิบัติการให้เห็นเด่นชัดว่าทำทุกอย่างเพื่อคนๆ เดียวเหมือนกัน ยิ่งทำมากคนยิ่งกลัวมากก็ยิ่งอันตรายมาก ความเคลื่อนไหวใด ๆ ที่เป็นปรปักษ์ต่อสถาบันหลักของบ้านเมือง เป็นเรื่องที่คนไทยยอมรับไม่ได้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ได้พูดถึงความจงรักภักดีมาหลายครั้ง แต่ทำไมคนไม่เชื่อ ก็เพราะผู้คนแวดล้อมได้กระทำในสิ่งที่ตรงกันข้าม และยังคงทำอยู่ถึงวันนี้ การกระทำเหล่านั้นจึงถูกลงไปในบัญชีของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร จึงต้องหมั่นและต้องทำอย่างจริงจัง เพื่อไม่ให้มีการกระทำเช่นนั้นอีก และต้องไม่ให้คนที่เคลื่อนไหวในลักษณะเช่นนั้นมาเกี่ยวข้องแวดล้อมใด ๆ กระทั่งจะต้องไล่ออกไปให้ไกล ๆ ก็จะเป็นการดีที่สุด เวลาเป็นสิ่งสำคัญ เพราะได้พร่าชีวิตทุกชีวิตไปสู่ความดับสูญ ซึ่ง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ก็ไม่มีทางรอดพ้นจากอำนาจแห่งกาลเวลาไปได้ เวลาของคนอายุ 60 ปีแล้ว จะเหลืออยู่สักเท่าใด? ต้องนับว่าน้อยกว่าน้อยและจะน้อยลงไปเรื่อย ๆ ดังนั้นจึงต้องเร่งวันเร่งคืนในการทำความดี ในการแก้ไขความผิดพลาดทั้งหลาย ในการสลายความกลัว และในการสร้างความรัก ความศรัทธา ให้เกิดขึ้น พูดมาทั้งหมดนี้ก็สรุปลงได้คำเดียวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ไม่มีกุนซือ มีแต่ที่ปรึกเสีย ยิ่งปรึกษาก็ยิ่งปรึกเสีย เพราะมีแต่จะแนะนำให้ทำแต่แบบเดิม ๆ ซึ่งให้ผลแบบเดิม ๆ แต่ผลร้ายย้อนสะท้อนไปสู่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มากขึ้นเรื่อย ๆ จนในที่สุดก็จะแบกรับไม่ไหว.
Powered by !JoomlaComment 3.26
3.26 Copyright (C) 2008 Compojoom.com / Copyright (C) 2007 Alain Georgette / Copyright (C) 2006 Frantisek Hliva. All rights reserved."
|
|||||||||||||||||||||||||||
| แก้ไขล่าสุด ใน วันพุธที่ ๒๐ พฤษภาคม ๒๕๕๒ เวลา ๑๖:๑๗ น. | |||||||||||||||||||||||||||




