| กระดูกมนุษย์กลายเป็นพระธาตุได้จริงหรือไม่? และเพราะเหตุใดจึงกลายเป็นพระธาตุ? |
|
|
| Q&A - ไขข้อสนใจจากไพศาล | |||||||||
| วันพุธที่ ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๕๒ เวลา ๑๕:๕๕ น. | |||||||||
|
ถาม : ระยะนี้มีข่าวคราวเกี่ยวกับเรื่องพระธาตุเกิดขึ้นบ่อยมาก ตลอดจนมีการเชิญพระบรมสารีริกธาตุมาให้บูชากันบ่อยครั้งด้วย จึงสงสัยว่าพระธาตุมีอยู่จริงหรือไม่ และทำไมกระดูกมนุษย์จึงกลายเป็นพระธาตุได้ กรุณาช่วยอธิบายด้วย ตอบ : สิ่งที่ถามว่าพระธาตุนี้ควรจะทำความเข้าใจให้ตรงกันก่อนว่าหมายถึงกระดูกส่วนใดส่วนหนึ่งของมนุษย์ ที่กลายเป็นแก้วลักษณะต่าง ๆ กัน และมีขนาดต่าง ๆ กัน บ้างขาวบริสุทธิ์ บ้างสีเหลือง บ้างสีขุ่น บ้างสีออกชมพู บ้างสีออกฟ้า มีขนาดใหญ่บ้าง เล็กบ้าง รูปลักษณะรีบ้าง กลมบ้าง เป็นเมล็ดบ้าง เมื่อทำความเข้าใจตรงนี้แล้วก็ขอตอบประเด็นแรกว่ากระดูกมนุษย์กลายเป็นพระธาตุจริง ดังปรากฏตัวอย่างคือพระบรมสารีริกธาตุแห่งองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่เป็นประจักษ์พยานหลักฐานและยอมรับนับถือกันโดยทั่วไปในโลกปัจจุบันนี้แล้ว นอกจากนั้นยังมีพระอรหันตธาตุหรือพระอริยบุคคลธาตุของจริงอันเป็นตัวอย่างมากหลาย ดังที่เป็นข่าวโดยทั่วไป ซึ่งคงทราบกันดีอยู่แล้ว ทั้งนี้ก็ต้องดูกันให้ดีเช่นเดียวกัน เพราะโลกทุกวันนี้มักจะมีการแอบอ้างเอาของปลอมมาเป็นของจริง เอาของไม่จริงมาแสดงว่าเป็นของจริง โดยเฉพาะการแสดงเพื่อแสวงหาลาภและอามิส เพื่อผลประโยชน์ส่วนตน แม้กระนั้นการทำบุญหรือการบูชาพระธาตุด้วยจิตอันกุศลย่อมเป็นมงคลแก่ผู้บูชาเสมอ ในประเด็นต่อมาคือกระดูกมนุษย์กลายเป็นพระธาตุได้อย่างไร? ในประเด็นนี้อยากทำความเข้าใจในเชิงวิทยาศาสตร์ก่อนว่าโมเลกุลหรือเซลล์ของกระดูกมนุษย์เป็นอย่างหนึ่ง โมเลกุลหรือเซลล์ของแก้วหรืออัญมณีหรือวัตถุใด ๆ ก็เป็นอีกอย่างหนึ่ง เพราะความแตกต่างของลักษณะโครงสร้างและคุณสมบัติของโมเลกุลหรือเซลล์ดังกล่าวนี้จึงทำให้สิ่งต่าง ๆ แตกต่างกัน แล้วตั้งเป็นสมมติว่านี่เป็นอย่างนี้ นี่เป็นอย่างนั้น หรืออีกนัยหนึ่งก็คือนี่เป็นพระธาตุ นี่เป็นแก้ว นี่เป็นอัญมณี ปัญหาต่อมามีว่า โมเลกุลอย่างหนึ่งจะแปรเปลี่ยนเป็นโมเลกุลอีกอย่างหนึ่งได้หรือไม่? ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ในปัจจุบันนี้ได้พิสูจน์ชัดเจนแล้วว่าแปรเปลี่ยนแปลงไปได้ ดังเช่น การเปลี่ยนโมเลกุลของถ่านที่เผาจากไม้ให้เป็นเพชร เป็นต้น ซึ่งทำได้ แต่มีค่าใช้จ่ายมากเท่านั้นเอง ดังนั้นโดยความเป็นจริงทางวิทยาศาสตร์ โมเลกุลสามารถเปลี่ยนโครงสร้างและลักษณะจากอย่างหนึ่งเป็นอย่างหนึ่งได้ แม้ถ่านก็เป็นเพชรได้ ดังนั้นการที่โมเลกุลของกระดูกมนุษย์จะแปรเปลี่ยนเป็นโมเลกุลของแก้วหรืออัญมณีและมีสีและขนาดต่าง ๆ กัน จึงมีความเป็นไปได้ทางวิทยาศาสตร์และในทางความเป็นจริงที่สามารถพิสูจน์และทดลองในทางวิทยาศาสตร์ได้ คงเหลือแต่ปัญหาวิธีการในการแปรเปลี่ยนมันเท่านั้นว่าต้องทำอย่างไร และต้องลงทุนกันอย่างไร วิธีการทางวิทยาศาสตร์ทำได้แน่นอนแล้ว แต่อาจต้องลงทุนและเสียค่าใช้จ่ายมากสักหน่อย ซึ่งมิได้หมายความว่ามีแต่วิธีการทางวิทยาศาสตร์อย่างเดียวหรือต้องลงทุนด้วยเงินทองอย่างเดียวจึงจะแปรเปลี่ยนโมเลกุลได้ เท่าที่ศึกษาจากพุทธประวัติ ตลอดจนพระไตรปิฎก และประวัติของพระอริยสาวกต่างๆ ทั้งอดีตอันไกลโพ้น มาถึงอดีตอันไม่ไกลนัก แม้ปัจจุบันก็ค่อนข้างจะมั่นใจว่านอกจากวิธีการทางวิทยาศาสตร์แล้ว ยังมีวิธีการธรรมชาติที่จะเปลี่ยนแปลงโมเลกุลจากกระดูกให้เป็นแก้วหรืออัญมณีได้ นั่นคืออำนาจแห่งสมาธิ ซึ่งมีหลายขั้นหลายระดับ โดยทุกระดับนั้นจะมีองค์คุณ 3 ประการเสมอ คือ ความตั้งมั่นแห่งจิต หรือความเป็นสมาหิโต ความบริสุทธิ์แห่งจิต หรือความเป็นปาริสุทโธ และความมีสมรรถนะในการทำหน้าที่ของจิต หรือความเป็นกัมมนิโย ในการเจริญสมาธิและจิตประกอบด้วยองค์คุณ 3 ประการดังกล่าว ลมหายใจสงบรำงับ ร่างกายสงบรำงับ จิตสงบรำงับ เป็นลำดับ ๆ ไป จนกระทั่งแม้ลมหายใจก็แทบไม่มี ในภาวะเช่นนั้นปฏิกิริยาทางเคมีในร่างกายและการเผาผลาญของพลังงานของร่างกายผันแปรเปลี่ยนแปลงไปจากปกติ สิ่งนี้จึงน่าจะเป็นปัจจัยหรือมูลเหตุหลักในการทำให้โมเลกุลของกระดูกมนุษย์ค่อย ๆ แปรเปลี่ยนไปเป็นโมเลกุลของแก้วหรืออัญมณี เมื่ออำนาจแห่งสมาธิเจริญเป็นลำดับ ๆ เป็นเวลายาวนาน จากขั้นต่ำสู่ขั้นสูง และถึงวิมุตตะมิติ เมื่อนั้นกายในหรือนามกายก็จะแปรเปลี่ยนเป็นทิพยกาย กระทั่งเมื่อถึงขั้นสูงสุดก็จะแปรเปลี่ยนเป็นธรรมกาย ในสภาวะเช่นนั้นโมเลกุลของกระดูกก็จะยิ่งเปลี่ยนแปลงไป จนกลายเป็นโมเลกุลของแก้วหรืออัญมณี และเพราะเหตุดังกล่าวนี้ กระดูกของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจึงได้กลายเป็นพระบรมสารีริกธาตุอันขาวบริสุทธิ์ผุดผ่องและประณีตสูงสุด ส่วนพระธาตุของพระอรหันต์ก็มีความขาวบริสุทธิ์ผุดผ่อง ในขณะที่พระอริยบุคคลระดับรอง ๆ ลงมาพระธาตุก็จะมีสีและคุณลักษณะลดหลั่นลงไปโดยลำดับ แม้ไม่ถึงกับเป็นพระอริยบุคคล ขอเพียงภูมิธรรมเจริญก้าวหน้าก็อาจส่งผลให้มีการเปลี่ยนแปลงของโมเลกุลของกระดูกไปจากเดิมได้ เปลี่ยนแปลงไปเหมือนอะไรก็เป็นธาตุเหมือนอย่างนั้น เช่น ถ้าแปรเปลี่ยนไปเหมือนกับพลอยสีชมพู พระธาตุก็เป็นสีชมพู หรือถ้าเหมือนกับพลอยสีเหลืองหม่น พระธาตุก็เป็นสีเหลืองหม่น แต่ถ้ายังไม่ถึงภูมิธรรมขั้นสูงนัก การแปรเปลี่ยนของโมเลกุลยังน้อยอยู่ ก็ยังมีลักษณะของกระดูกให้เห็นได้ ทั้งนี้จึงขึ้นอยู่กับภูมิธรรมและภูมิจิต ตลอดจนกำลังสมาธิที่หล่อหลอมจนโมเลกุลของกระดูกเปลี่ยนแปลงไปนั่นเอง ในปัจจุบันนี้ก็มีข่าวว่ามีพระมหาเถระทางอีสานรูปหนึ่งซึ่งเป็นพระป่าที่ทรงพระคุณอันประเสริฐ เมื่อครั้งที่ป่วยและเข้ารักษาที่โรงพยาบาลมีชื่อเสียงแห่งหนึ่ง ผลจากการเอ็กซเรย์ปรากฏว่ากระดูกได้กลายเป็นแก้วหมดแล้ว นี่ก็คือผลการเปลี่ยนแปลงของโมเลกุลนั่นเอง อำนาจของสมาธิที่มีการเจริญโดยผู้มีภูมิธรรมอันสูงเป็นเวลานาน ๆ นอกจากจะหล่อหลอมเปลี่ยนแปลงโมเลกุลของกระดูกจนกลายเป็นแก้วหรืออัญมณีอย่างอื่นได้แล้ว ผมเองเคยประจักษ์แก่ตาตนและมีประจักษ์พยานรู้เห็นด้วย เพื่อเป็นที่ตั้งแห่งศรัทธาของเพื่อนผู้ใฝ่ในธรรม จะขอเล่าความให้ปรากฏไว้ ผมมีพระอาจารย์รูปหนึ่งอยู่ที่อำเภอระโนด จังหวัดสงขลา ทรงภูมิวิทยาคุณขั้นสูง มีศีลบริสุทธิ์ เจริญสมาธิตลอดอายุ และได้ละสังขารไปเมื่อร่วม 20 ปีมาแล้ว ทางวัดปล่อยกุฏิให้ร้างไว้ เฉพาะห้องนอนได้ปิดประตูลั่นกุญแจ ไม่มีผู้ใดเข้าไปเลย เมื่อ 4 ปีก่อนผมไปเยี่ยมบ้านเกิด รำลึกถึงพระคุณอาจารย์ ได้ไปกราบรูปหล่อที่วัด แล้วไปเยี่ยมกุฏิของพระอาจารย์ ผมได้ขออนุญาตทางวัดให้เปิดห้องนอนของพระอาจารย์เพื่อจะได้ไปกราบที่นอนให้เป็นมงคลแก่ตนสักครั้งหนึ่ง ทางวัดก็ตามใจอนุญาต ครั้นไขกุญแจห้องนอนของพระอาจารย์เข้าไปแล้ว หยากไย่เต็มทั่วไปทั้งห้อง บนพื้นห้องอันเป็นแผ่นกระดานมีฝุ่นจับเต็มไปหมด และบางแห่งก็มีปลวกขึ้นอยู่เต็ม ยกเว้นเฉพาะตรงที่นอนซึ่งเป็นกระดานเปล่า ๆ ขนาดกว้างไม่ถึงเมตร ยาวเกือบสองเมตร ซึ่งเป็นที่พระอาจารย์ใช้นอนตลอดชีวิต แต่ไม่มีผ้าปูนอนหลงเหลืออยู่เลยเพราะหลังจากท่านสิ้นบุญ ชาวบ้านขอเอาจีวรเก่า ๆ แม้กระทั่งผ้าปูนอนไปเป็นเครื่องรางของขลังจนหมดสิ้น ตรงพื้นที่อันเป็นที่นอนนั้นเป็นที่อัศจรรย์ว่า ไม่มีฝุ่นละออง ไม่มีหยากไย่ และไม่มีปลวกแผ้วพานเลย ยังคงผ่องใสสะอาดอยู่เป็นที่อัศจรรย์ใจนัก นอกจากนั้นได้เห็นสมุดข่อยซึ่งเป็นตำรายันต์ของพระอาจารย์วางอยู่ใกล้ ๆ โดยที่ไม่มีปลวกหรือฝุ่นละอองแผ้วพานใด ๆ เลย ผมเห็นดังนั้นก็กราบตรงที่นอนของพระอาจารย์ ในใจก็เป็นที่อัศจรรย์และเห็นประจักษ์ว่าที่เป็นดังนั้นก็เพราะกำลังแห่งสมาธิที่พระอาจารย์เคยเจริญอยู่ ณ ที่นั้นตลอดชีวิต ยังคงแผ่ปกคลุมอยู่ จึงเป็นดังนั้น ซึ่งแสดงให้เห็นว่าพลังแห่งจิตไม่ได้สิ้นสลายไป แม้เจ้าของกายจะละสังขารไปนานแล้ว จึงไม่เป็นที่อัศจรรย์อันใดที่เครื่องรางของขลังหรือพระเครื่องที่ผ่านการปลุกเสกโดยพระผู้ทรงวิทยาคุณเรืองวิทยาคมจะทรงอานุภาพและความศักดิ์สิทธิ์ เป็นที่นับถือบูชาของชาวพุทธเราอยู่จนถึงทุกวันนี้ ผมมีความรู้สึกในขณะนั้นว่าไม่สมควรจะทิ้งตำรายันต์ไว้ในที่นั้นอีก จึงสำรวมจิตบอกกล่าวพระอาจารย์ว่าจะขอเอาตำรายันต์ไปฝากไว้กับรองสมภาร แล้วจึงเอาตำรานั้นไปมอบไว้กับรองสมภาร ฝากให้ดูแลไว้อย่าให้สูญหาย หากมีผู้ใดใฝ่ใจศึกษาเล่าเรียนและมีวาสนาก็ให้เขาศึกษาไปเถิด หลังจากผมกลับกรุงเทพฯ ไม่ทันถึงเดือน ปรากฏว่าอยู่ ๆ เพลิงก็ไหม้กุฏิของพระอาจารย์จนหมด โดยที่ไม่มีผู้ใดเข้าไปเกี่ยวข้อง จะอ้างว่าไฟฟ้าลัดวงจรก็ไม่ได้ เพราะกุฏิร้างนานนับ 20 ปี ไม่มีไฟฟ้าใช้มานานนักหนาแล้ว ผมทราบข่าวก็รู้สึกเอาเองว่าเห็นท่าพระอาจารย์จะรอให้ศิษย์ผู้น้อยไปเยี่ยมเป็นวาระสุดท้าย แล้วเชิญเอาตำรายันต์ออกจากห้องเสียก่อนก็เป็นได้ ปกติพระอาจารย์รูปนี้เจริญอานาปานสติเป็นวัตร บ้างก็เจริญพุทธานุสติและไม่เคยปรากฏว่าท่านเจริญกสิณธาตุไฟเลย แต่เป็นเรื่องแปลกตรงที่มักจะมีไฟและลมเข้ามาเกี่ยวข้องในวาระสำคัญเสมอ เมื่อตอนที่พระอาจารย์สิ้นบุญ ท่านจำวัดอยู่รูปเดียวในกุฏินั้น และอาพาธเป็นหวัด แต่เป็นกำหนดเวลาที่ท่านหมายจะละสังขาร ครั้นถึงกาลกำหนด พระอาจารย์ก็นั่งสมาธิและสิ้นบุญในท่านั่งสมาธินั้น ชาวบ้านทั้งบางรู้เห็นพร้อมกันว่าพระอาจารย์สิ้นบุญแล้วก็โดยเห็นแสงไฟสูงใหญ่กว่าต้นตาลพุ่งขึ้นจากวัดสู่ท้องฟ้า สว่างไสวเป็นที่อัศจรรย์ ชาวบ้านจึงพากันมาที่วัดในค่ำนั้นอย่างพร้อมเพรียงกัน มาครั้งนี้ก็บังเกิดไฟไหม้กุฏิเป็นที่อัศจรรย์อีก ส่วนในเรื่องลมนั้น พระอาจารย์มีชื่อเสียงในเรื่องห้ามลม ห้ามฝน และเรียกลม เรียกฝนตลอดมาอยู่แล้ว เพราะเป็นวัดป่าอยู่ใกล้ชายทะเล ลมฝนมีความสำคัญต่อการดำรงอยู่ การทำมาหากินและการไปไหนมาไหนในห้วงเวลานั้น เมื่อครั้งเกิดวาตะภัยใหญ่ที่แหลมตะลุมพุกอันลือลั่น ลมพายุพัดบ้านเรือน เรือกสวนไร่นาราษฎรพังพินาศเกือบหมดสิ้น แต่ที่วัดนี้กระเบื้องมุงหลังคาโบสถ์แม้แต่แผ่นเดียวก็ไม่ถูกลมพัดให้เสียหายเลย ในค่ำนั้นพระอาจารย์ออกมายืนเจริญสมาธิอยู่ที่หน้าโบสถ์ ใช้ผ้าสังฆาฏิกวัดแกว่งอยู่เกือบตลอดทั้งคืน และปรากฏว่าในทางลมที่พัดผ่าน สองข้างโบสถ์ ต้นไม้ใหญ่ล้มระเนระนาดหมดเป็นที่อัศจรรย์.
Powered by !JoomlaComment 3.26
3.26 Copyright (C) 2008 Compojoom.com / Copyright (C) 2007 Alain Georgette / Copyright (C) 2006 Frantisek Hliva. All rights reserved."
|
|||||||||
| แก้ไขล่าสุด ใน วันพุธที่ ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๕๒ เวลา ๑๕:๕๙ น. |




