84 พรรษามหาราชา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ท่านคิดว่าป๋าเปรมควรไปร่วมฉลองความสำเร็จในการแก้ปัญหาน้ำท่วมกับยิ่งลักษณ์หรือไม่?
 
ป้ายโฆษณา
คุณสมบัติของที่ปรึกษา หากไม่มีก็เป็นที่ปรึกเสีย พิมพ์ อีเมล
User Rating: / 2
แย่ดีที่สุด 
Q&A - ไขข้อสนใจจากไพศาล
วันเสาร์ที่ ๐๙ พฤษภาคม ๒๕๕๒ เวลา ๑๔:๕๘ น.
|

     ถาม :  ขณะนี้รัฐมนตรีในกระทรวงพาณิชย์บางท่านตั้งที่ปรึกษากว่า 80 คน หมายความว่ารัฐมนตรีทำงานไม่เป็น หรือว่าเอาพวกพ้องเข้ามาหาประโยชน์ในกระทรวงกันแน่? กรุณาช่วยชี้แจงด้วย และการตั้งที่ปรึกษามีหลักเกณฑ์อย่างไร 

     ตอบ :  การแต่งตั้งที่ปรึกษานั้น จะได้ผลดีแก่ชาติบ้านเมืองหรือไม่ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับจำนวนมากและน้อยประการใด แต่ขึ้นอยู่กับการแต่งตั้งผู้มีคุณสมบัติถูกต้องหรือไม่ หากตั้งผู้มีคุณสมบัติถูกต้องแม้เพียงคนเดียว ก็คิดอ่านวางแผนทำประโยชน์แก่บ้านเมืองได้ หากไร้คุณสมบัติก็เป็นได้แค่ที่ปรึกเสีย มีแต่จะเกิดความเสียหาย ซึ่งบรรดารัฐมนตรีและผู้มีอำนาจทั้งหลายควรจะได้ใคร่ครวญให้จงหนัก 

     คุณสมบัติของที่ปรึกษาสำหรับคิดอ่านวางแผนให้เกิดประโยชน์แก่ราชการแผ่นดินเป็นอย่างไร ข้อนี้ไม่มีปรากฏหลักการในตำรับตำราของตะวันตกเลย แต่มีปรากฏอยู่ในหนังสือสามก๊กฉบับคนขายชาติ ในตอนที่สุมาเต๊กโชตอบคำถามเล่าปี่ว่าที่ปรึกษาเป็นคนเช่นไร สุมาเต๊กโชตอบว่าที่ปรึกษาต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้

     "สุมาเต๊กโชจึงว่าอันคนดีมีสติปัญญาควรแก่การเป็นที่ปรึกษาในการกอบกู้บ้านเมืองนั้นย่อมต้องเป็นผู้รู้แจ้งในวิชาทั้งสี่และในนิติทั้งสาม อันวิชาทั้งสี่แลนิติทั้งสามนี้เป็นไฉน

     สุมาเต๊กโชพรรณนาต่อไปว่าวิชาทั้งสี่นั้นได้แก่

     หนึ่ง วิชาพิชัยสงคราม ซึ่งว่าด้วยยุทธศาสตร์ ยุทธวิธี ยุทธการ ยุทโธบาย และการดำเนินสงคราม ทั้งย่อมหมายรวมเอาการฝึกฝนบังคับบัญชาการทหารและการใช้กำลังทหารให้สอดคล้องกับสถานการณ์แลภูมิประเทศ

     สอง วิชาธรรมะ ซึ่งว่าด้วยความเป็นจริงแห่งธรรมชาติทั้งปวง กฎแห่งธรรมชาติทั้งปวง หน้าที่แห่งธรรมชาติทั้งปวงแลผลที่เกิดขึ้นตามธรรมชาตินั้น

     สาม วิชาหมากล้อม ซึ่งว่าด้วยการตัดสินใจแลการวางแผน ทั้งในด้านการเมือง การทูต การทหาร และประกอบเข้าเป็นอัธยาศัยที่ตัดสินใจโดยคะเนการทั้งปวงถ้วนทั่วทั้งกระดาน ทั้งฝ่ายเราและฝ่ายตรงกันข้าม กระจ่างแจ้งถึงสภาพการทั้งฝ่ายเราและฝ่ายข้าศึก แล้วคิดอ่านแผนการช่วงชิงชัย

     สี่ วิชาดาราศาสตร์ แลคัมภีร์พยากรณ์ ซึ่งว่าด้วยวิถีโคจรของดวงดาวบนนภากาศและความผันแปรแห่งธาตุทั้งห้าที่ยักย้ายถ่ายเทผันแปรก่อเกิดเป็นกลางวัน กลางคืน ฤดูกาลร้อนและหนาว เมฆ หมอก พายุ น้ำหลาก ตลอดจนปรากฏการณ์ธรรมชาติต่าง ๆ

     นี่คือวิชาทั้งสี่ที่พึงมีประจำตัวสำหรับคนผู้ควรเป็นที่ปรึกษาการแผ่นดิน ส่วนนิติทั้งสามนั้นคือ

     หนึ่ง โลกนิติ คือกฎ แบบแผนแลคติความนิยมที่เป็นไปในโลกว่าสิ่งใดคือธรรม สิ่งใดคืออธรรม สิ่งใดคือสุทธิ สิ่งใดคืออสุทธิ สิ่งใดคือมงคล สิ่งใดคืออัปมงคล สิ่งใดคือความปรารถนานิยมแห่งมหาชน สิ่งใดคือความไม่พึงปรารถนานิยมแห่งมหาชน

     สอง ธรรมนิติ คือกฎเกณฑ์ธรรมเนียมประเพณีแลแบบแผนในการครองแผ่นดิน บ้านเมือง และใจคน ให้ปรองดองสามัคคีสมานฉันท์ เป็นวิถีปฏิบัติในการครองอำนาจรัฐ ในการใช้อำนาจรัฐและในการรักษาอำนาจรัฐให้เป็นไปเพื่อประโยชน์ของมหาชน

     สาม ราชนิติ คือบทกฎหมายพระอัยการทั้งปวงที่มีมาสำหรับแผ่นดิน เพื่อเป็นหลักปฏิบัติและห้ามปฏิบัติของอาณาประชาราษฎรและในการบริหารราชการแผ่นดิน ตลอดจนนิติปรัชญา นิตินโยบายที่ถือเอาประโยชน์สุขของมหาชนและความมั่งคงของแผ่นดินเป็นที่ตั้ง

     ผู้มีสติปัญญาผู้ใดประกอบบริบูรณ์ด้วยวิชาทั้งสี่แลนิติทั้งสามนั่นแล้วจึงมีค่าควรแก่ความเป็นที่ปรึกษาในการกอบกู้แลบริหารบ้านเมือง ผู้บริบูรณ์ด้วยวิชาทั้งสี่แลนิติทั้งสามนี่แล้วจึงพึงได้นามว่า “กุนซือ” ที่ปรึกษาดังนี้ท่านมีหรือไม่”

     การที่กระทรวงพาณิชย์คิดอ่านวางแผนจะขายข้าวในสต็อคแบบเหมาโละ ซึ่งเคยปรากฏข่าวว่ามีการติดต่อวิ่งเต้นและจะขายแก่ผู้ส่งออกรายใหญ่ในราคาตันละ 6,000-8,000 บาท ซึ่งจะทำให้รัฐขาดทุนตันละ 5,000 บาท ได้สะท้อนให้เห็นการทำงานของทั้งรัฐมนตรีและที่ปรึกษาว่าเป็นอย่างไร เพราะหากทำได้สำเร็จ นี่ก็จะกลายเป็นการทำร้ายประเทศไทย คือทำให้รัฐขาดทุนตันละ 5,000-6,000 บาท หากขายจำนวน 4 ล้านตัน ก็คำนวณเอาเองได้ว่าประเทศไทยเสียหายเท่าใด แต่ที่ร้ายหนักกว่านั้นจะเป็นการทำลายชาวนาไทยทั้งประเทศ เพราะเมื่อราคาส่งออกข้าวที่ประมูลได้เป็นราคาต่ำ นอกจากผู้ส่งออกมีกำไรแล้ว ยังส่งผลให้ราคาที่ซื้อข้าวจากชาวนาต่ำกว่าตันละ 8,000 บาทตามไปด้วย ชาวนาไทยก็จะพินาศฉิบหายทั้งประเทศ รัฐบาลก็คงอยู่ไม่ได้แน่

     แต่ความคิดของคนที่ไม่ถูกต้องดีงาม ก็ย่อมมีอุปสรรคขัดขวางเป็นธรรมดา ผลการประมูลข้าวปรากฏว่ามีมือดีไปยื่นประมูลให้ราคาสูงถึงตันละ 14,000 บาท ผลประมูลจึงพลิกล็อค แล้วมีการกล่าวหาว่าบริษัทที่ประมูลได้เป็นบริษัทพรรคพวกของอดีตรัฐมนตรีและไม่เคยทำกิจการค้าข้าว และมีทุนจดทะเบียนเพียงล้านบาทเท่านั้น จะซื้อข้าวต้นละ 14,000 บาทเป็นจำนวนนับล้านตันได้อย่างไร?

     แต่ก็มีการเปิดเผยข้อมูลในเชิงลึกว่าอดีตรัฐมนตรียอมรับว่าผู้ชนะประมูลเป็นบริษัทพรรคพวกจริง แต่มีความขัดแย้งทางการเมืองกับรัฐมนตรีปัจจุบัน จึงต้องการขัดขาไม่ให้โกงชาติ ดังนั้นจึงเอาบริษัทพรรคพวกมาเข้าประมูลแข่งและเสนอราคาสูงจนเกิดการพลิกล็อคขึ้น ซึ่งเป็นข่าว Talk of The Town ในวงการข้าวขณะนี้

     เราไม่ควรรังเกียจผู้ชนะการประมูลทั้งสองรายนี้ว่ามีทุนจดทะเบียนต่ำ เพราะราคาที่ประมูลได้เป็นราคาที่รัฐเสียหายน้อยที่สุด คือขาดทุนแค่ตันละ 1,000 บาท และถ้าส่งออกไปขายก็จะได้กำไรตันละราว 2,000 บาทเท่านั้น ต่างกันมากกับแผนการที่เตรียมกันไว้ ที่จะซื้อกันราคาตันละ 6,000-8,000 บาท แต่ก็ต้องติดตามดูกันต่อไปว่าบริษัททั้งสองบริษัทนี้จะมีปัญญาหาเงินมาซื้อข้าวได้จริงหรือไม่? ความขัดแย้งของพวกนักการเมืองเช่นนี้จึงเป็นประโยชน์ต่อบ้านเมืองเพราะได้ฉีกหน้ากากนักการเมืองบางพวกที่คิดจะเลียนแบบการโกงชาติแบบการขายคราวที่แล้ว ซึ่งทำให้ชาติบ้านเมืองเสียหายร่วม 20,000 ล้านบาทมาแล้ว.


|

Comments
Add New Search
Write comment
Name:
Email:
 
Title:
UBBCode:
[b] [i] [u] [url] [quote] [code] [img] 
 
 
:angry::0:confused::cheer:B):evil::silly::dry::lol::kiss::D:pinch:
:(:shock::X:side::):P:unsure::woohoo::huh::whistle:;):s
:!::?::idea::arrow:
 
Please input the anti-spam code that you can read in the image.

3.26 Copyright (C) 2008 Compojoom.com / Copyright (C) 2007 Alain Georgette / Copyright (C) 2006 Frantisek Hliva. All rights reserved."

 
Powered by DiTC.Valid XHTML and CSS.
Creative Commons License