| ต้องรณรงค์หยุดทำร้ายประเทศไทยอย่างทั่วด้าน! |
|
|
| Q&A - ไขข้อสนใจจากไพศาล | |||||||||
| วันพุธที่ ๐๖ พฤษภาคม ๒๕๕๒ เวลา ๐๙:๓๗ น. | |||||||||
|
ถาม : ขณะนี้ได้ติดตามเรื่องการรณรงค์เรื่องหยุดทำร้ายประเทศไทยแล้ว ดูทะแม่ง ๆ ชอบกล เพราะเป้าหมายของการรณรงค์คล้ายๆ กับการจัดชุมนุมของประชาชนคือการทำร้ายประเทศไทย ซึ่งความจริงน่าจะไม่ใช่ อยากทราบความเห็นคุณไพศาล ว่าการรณรงค์เรื่องนี้ดีหรือไม่ และควรรณรงค์ไปยังกลุ่มไหนบ้าง ตอบ : สถานการณ์บ้านเมืองที่ผ่านมาเป็นที่ประจักษ์ชัดว่ามีการทำร้ายทำลายประเทศไทยอย่างหนักหน่วงรุนแรงที่สุดเท่าที่เคยมีมาในประวัติศาสตร์ สถาบันชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ตลอดจนสถาบันต่าง ๆ กระทั่งคุณธรรม จริยธรรม ถูกทำลายยับเยิน ความผิด ความถูก ความชั่ว ความดี สับสนอลหม่าน จนไม่รู้อะไรผิดถูกชั่วดีแล้ว ดังนั้นการรณรงค์หยุดทำร้ายประเทศไทยจึงเป็นเรื่องจำเป็นและควรต้องทำอย่างกว้างขวาง จริงจัง ต่อเนื่อง และมุ่งสัมฤทธิ์ผลให้เกิดขึ้นให้จงได้ ผมเห็นด้วยว่าทิศทางที่รณรงค์กันอยู่นี้มุ่งให้กระทบต่อการจัดชุมนุมของประชาชน ไม่ว่ากลุ่มเหลืองหรือกลุ่มแดง ซึ่งความจริงเป็นเรื่องปลายเหตุ ปลายแถว และไม่ใช่ต้นตอของการทำร้ายประเทศไทยที่แท้จริง หากจะให้จัดลำดับการทำร้ายประเทศไทยจากหนักไปหาเบา จากสำคัญมากไปสู่สำคัญน้อย ก็น่าจะจัดลำดับดังนี้ พวกแรก คือพวกนักการเมือง เป็นพวกที่ทำร้ายประเทศไทยมากที่สุด เพราะนักการเมืองซึ่งมีอยู่ราวไม่เกิน 1,000 คน ไม่ตั้งตนอยู่ในความสัตย์สุจริต ไม่คิดถึงชาติประชาชนเป็นที่ตั้ง คนพวกนี้คือคนที่กุมอำนาจรัฐบริหารบ้านเมืองเป็นลำดับมา เป็นต้นเหตุของความชั่วช้าเลวทรามและความพินาศฉิบหายวายวอดทั้งหมดในบ้านเมืองนี้ เป็นพวกแรกที่ต้องรณรงค์ เพื่อให้เลิกละวางมือหรือกลับเนื้อกลับตัวเสีย พวกที่สอง คือพวกสื่อมวลชนที่ทรยศต่อวิชาชีพแห่งตน ยอมขายตนให้กับเงินทอง เป็นทาสน้ำเงินและอามิสต่างๆ สร้างความสับสนในความคิดจิตวิญญาณของปวงชน ทำผิดให้เป็นถูก ทำถูกให้เป็นผิด ยกย่องสรรเสริญคนชั่วและความชั่ว ติเตียนทำลายความดีและคนดี มอมเมาผู้คนและเยาวชนให้หมกมุ่นอยู่กับความฟุ้งเฟ้อฟุ่มเฟือยเน่าเฟะและกามารมณ์ เป็นการกระทำที่มีผลกว้างไกลทั่วทั้งประเทศ พวกที่สาม คือพวกพ่อค้าที่เห็นแก่ตัว ปลูกฝัง ปลูกสร้างการฉ้อราษฎร์บังหลวงขึ้นในชาติบ้านเมือง จ้างวานติดสินบนข้าราชการทั้งฝ่ายประจำและฝ่ายการเมือง ให้กระทำผิดคิดชั่วต่อบ้านเมือง สูบเลือดสูบเนื้อชาติบ้านเมือง หักเหทิศทางการพัฒนาจากทิศทางที่ถูกต้องไปสู่ทิศทางที่พินาศฉิบหาย และทำให้การบริหารงานงบประมาณของแผ่นดินไร้ประสิทธิภาพ และรั่วไหล จนเป็นต้นเหตุของการล่มสลายในระบบบริหารราชการแผ่นดิน พวกที่สี่ คือพวกนักวิชาการที่ไม่ตั้งอยู่ในความสุจริตแห่งผู้ทรงปัญญาวิชาคุณ อุ้มชูความผิดชั่ว บ่อนทำลายความดีงาม ไม่ชี้ผิดเป็นผิด ไม่ชี้ถูกเป็นถูก ผิดถูกถือเอาผลประโยชน์ที่ตนได้รับเป็นหลัก อาศัยศรัทธาความเชื่อของประชาชนและเยาวชนเป็นเครื่องมือใส่ยาพิษลงไปในหัวของคน เป็นบาปมหันต์ที่ไม่มีวันผุดเกิดในโลกมนุษย์อีก พวกที่ห้า คือผู้คนในกระบวนการยุติธรรมที่ทรยศต่อความยุติธรรม ทำลายขื่อแปของบ้านเมืองจนย่อยยับ รับสินบาทคาดสินบน พลิกดำเป็นขาว กลับขาวเป็นดำ ที่แพ้แก้เป็นชนะ ที่ชนะกลับเป็นแพ้ ทำความยุติธรรมให้ยืดยาด และไร้ผลบังคับ มีผลเหมือนกับปลวกที่กินขื่อแปบ้านเมืองจนพินาศสิ้น ขอยกมาเพียงแค่ห้าจำพวก ซึ่งในการรณรงค์ครั้งนี้ไม่ปรากฏทิศทางว่าจะไปถึงคนพวกนี้เลย มัวจะไปมุ่งประชดประชันตำหนิติเตียนการชุมนุมของประชาชนโดยไม่จำแนกซึ่งเป็นการสร้างความสับสนอีกทางหนึ่งเพราะเป็นการทำลายขวัญกำลังใจของผู้รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ที่เสียสละให้กับบ้านเมือง ในขณะที่คนคิดร้ายทำลายบ้านเมืองกลับถูกยกคุณค่าให้เท่ากับผู้รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ดังนั้นการรณรงค์ครั้งนี้จึงต้องถือว่าเป็นเรื่องดี แต่กำลังดำเนินไปผิดทิศผิดทาง ทำลายความดี ยกย่องความชั่ว และไม่ยอมแตะต้องต้นเหตุเภทภัยที่ทำร้ายประเทศชาติอย่างแท้จริงเลย ดังนั้นประชาชนทั่วประเทศจึงต้องตื่นรู้ สนับสนุนผลักดันโครงการนี้ในหลักการอย่างเต็มที่ และปรับวิธีการ มุ่งเป้าไปที่คนห้าจำพวกดังที่ได้พรรณนามาข้างต้นนั้น.
Powered by !JoomlaComment 3.26
3.26 Copyright (C) 2008 Compojoom.com / Copyright (C) 2007 Alain Georgette / Copyright (C) 2006 Frantisek Hliva. All rights reserved."
|




