| นิรโทษกรรมนักการเมือง ใครได้ ใครเสีย? |
|
|
| Q&A - ไขข้อสนใจจากไพศาล | |||||||||
| วันอังคารที่ ๒๑ เมษายน ๒๕๕๒ เวลา ๑๖:๒๐ น. | |||||||||
|
ถาม : ผมเป็นชาวสุราษฎร์ธานี ได้ทราบข่าวรัฐบาลมีแนวความคิดจะนิรโทษกรรมให้แก่นักการเมืองที่โกงเลือกตั้งแล้วไม่สบายใจ จึงขอความกรุณาช่วยอธิบายแยกแยะด้วยว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป ใครจะได้เสียในเรื่องนี้บ้าง ตอบ : คนไทยส่วนใหญ่ก็งงกับท่าทีดังกล่าวของรัฐบาล และเข้าใจว่ารัฐบาลกำลังถูกบีบจากพรรคร่วมรัฐบาลให้นิรโทษกรรมนักการเมืองที่โกงการเลือกตั้ง แต่เพื่อความเข้าใจจะขอแยกอธิบายเป็น 2 ประเด็นว่าใครได้ใครเสียในเรื่องนี้ ประเด็นแรก คือประเด็นทางการเมืองว่าถ้ามีการนิรโทษกรรมให้แก่นักการเมืองที่โกงเลือกตั้งแล้ว ฝ่ายค้านหรือรัฐบาลจะได้เปรียบเสียเปรียบ ในประเด็นนี้เห็นว่า นักการเมืองที่ถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 2 รอบ จำนวน 111 คน และ 109 คนนั้น คนสำคัญ ๆ ขณะนี้มายืนอยู่ข้างรัฐบาล มีส่วนน้อยที่ยังอยู่กับฝ่ายค้าน และยังมีพวกเบี้ย พวกหอย ซึ่งไม่ค่อยมีราคาทางการเมืองรวมอยู่ด้วยอีกจำนวนหนึ่ง หากมีการนิรโทษกรรมทางการเมือง แรงกดดันของรัฐบาลจากพรรคร่วมก็จะลดลง แต่จะเกิดความแตกแยกขึ้นในพรรคฝ่ายค้านเพราะเมื่อนักการเมืองเจ้าของพื้นที่ฟื้นคืนชีพทางการเมืองแล้ว ก็ย่อมทวงเอาตำแหน่งคืน อาจจะมีการลาออกหรือถูกบังคับให้ลาออก หรือแย่งพื้นที่ในการเลือกตั้งคราวหน้า ทำให้พวกนอมินี่ที่เป็นผู้แทนอยู่ไม่พอใจหรือไม่เต็มใจ กระทั่งอาจขัดขวาง หรือไม่ก็เกิดความขัดแย้งขึ้น แล้วแตกตัวไปอยู่พรรคอื่น ไม่เห็นหรือว่าทั้งนายจาตุรนต์ ฉายแสง และนายจตุพร พรหมพันธุ์ ได้แสดงท่าทีไม่เห็นด้วยในเรื่องนี้ ในขณะที่กลุ่ม ส.ส.นกแล ก็กำลังเคลื่อนไหวกันอยู่ว่าจะคว่ำกฎหมายนี้ดีหรือไม่ ดังนั้นจึงสรุปได้ว่าในประเด็นทางการเมืองนั้นรัฐบาลได้เปรียบ ฝ่ายค้านเสียเปรียบ แต่ประเทศชาติและประชาชนจะเสียหาย เพราะนักการเมืองที่โกงเลือกตั้งจะกลับมาโกงเลือกตั้งและทำลายระบอบประชาธิปไตยต่อไป ทำให้การเมืองของประเทศไทยไม่มีทางพัฒนาให้ก้าวหน้าไปได้ ประเด็นที่สอง คือประเด็นทางกฎหมาย และระบอบนิติรัฐ มีว่าการนิรโทษกรรมทางการเมืองนั้นมีผลทางกฎหมายว่าผู้ที่โกงการเลือกตั้งจะพ้นผิดจากคำพิพากษาของศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งกระทบต่อหลักการใหญ่ของรัฐธรรมนูญและกฎหมายเลือกตั้ง รวมทั้งกฎหมายพรรคการเมืองด้วย เพราะได้วางหลักการใหญ่ไว้ว่าการเลือกตั้งเป็นกระบวนการสำคัญในการเข้าสู่อำนาจรัฐ ต้องกระทำโดยสุจริตและเที่ยงธรรม แต่เมื่อการโกงเลือกตั้งไม่เป็นความผิดตามกฎหมายไปเสียแล้ว ก็เท่ากับล้มหลักการใหญ่นี้ และจะส่งผลกระทบต่อการดำรงอยู่ของ กกต. ตลอดจนอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญและระบบยุติธรรมด้วย จะเป็นแบบอย่างในภายหน้าให้มีการโกงเลือกตั้งกันอย่างกว้างขวางและครึกโครมเพราะไม่เป็นความผิด หรือถ้าผิดก็มีแบบอย่างให้นิรโทษกรรมไปแล้ว ดังนั้นกระบวนการตรวจสอบการเลือกตั้งที่จะต้องกระทำโดยสุจริตและเที่ยงธรรมจึงไร้ความหมาย ทั้งทำให้การเข้าสู่อำนาจรัฐมีที่มาจากการโกงการเลือกตั้งได้ การโกงนั้นก็จะครอบงำทุกสิ่งทุกอย่างในบ้านเมืองของเรา พวกนักการเมืองขี้โกงจึงเป็นฝ่ายได้ แต่ประเทศชาติและประชาชนจะเป็นฝ่ายเสีย ทั้งนี้ยังมีปัญหาข้อกฎหมายอีกว่า ในเมื่อรัฐธรรมนูญบัญญัติให้การเลือกตั้งต้องกระทำโดยสุจริตและเที่ยงธรรม หากทำผิดก็ต้องรับโทษ ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยไว้แล้วว่าป้องกันมิให้เป็นแบบอย่างแก่การโกงเลือกตั้งอีก ดังนั้นการนิรโทษกรรมจึงอาจขัดต่อรัฐธรรมนูญ และอาจเป็นการกระทำหน้าที่โดยไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญที่พวกสมาชิกรัฐสภาจะต้องรับผิดชอบอีกด้วย โดยสรุปก็คือร่างกฎหมายนี้อาจตกเป็นโมฆะและผู้เข้าร่วมกระทำการเรื่องนี้อาจถูกถอดถอนออกจากตำแหน่งหน้าที่เพราะกระทำการสนับสนุนหรือส่งเสริมให้มีการฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ ในขณะที่ชาติบ้านเมืองกำลังต้องการความสงบสุข การเสนอกฎหมายนิรโทษกรรมซึ่งจะเกิดความขัดแย้งเพิ่มขึ้นทั้งภายในพรรคการเมืองและระหว่างพรรคการเมือง รวมทั้งระหว่างรัฐบาลกับประชาชนจะเกิดขึ้นอย่างกว้างขวางและนำไปสู่ความสับสนวุ่นวายและความรุนแรงอีกก็ได้ ดูไปแล้วประหนึ่งว่าการเสนอร่างกฎหมายนี้ก็คล้าย ๆ กับการจุดไฟเผาบ้านตัวเองนั่นแล.
Powered by !JoomlaComment 3.26
3.26 Copyright (C) 2008 Compojoom.com / Copyright (C) 2007 Alain Georgette / Copyright (C) 2006 Frantisek Hliva. All rights reserved."
|
|||||||||
| แก้ไขล่าสุด ใน วันอังคารที่ ๒๑ เมษายน ๒๕๕๒ เวลา ๑๖:๓๕ น. |




