ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
รัฐบาลสมควรให้กองทัพผลักดันเขมรออกจากดินแดนไทยหรือไม่?
 
ศึกษาพระไตรปิฎกอย่างไรจึงจะได้รับผลที่แท้จริง พิมพ์ อีเมล
User Rating: / 1
แย่ดีที่สุด 
Q&A - ไขข้อสนใจจากไพศาล
วันศุกร์ที่ ๑๗ เมษายน ๒๕๕๒ เวลา ๑๐:๔๖ น.
|

     ถาม :  อาตมาเป็นบรรพชิต สอบได้เปรียญธรรม 6 ประโยคแล้ว แต่รู้ตัวว่ายังมีกิเลส คือยังมีความรู้สึกโลภ รู้สึกโกรธ และติดยึดอยู่ในหลายเรื่อง ทั้ง ๆ ที่อาตมาพร่ำเพียรศึกษาพระไตรปิฎกโดยตลอด จึงอยากจะขอความเห็นว่าจะมีวิธีการศึกษาอย่างไรจึงจะได้รับผลแท้จริงจากพระธรรม กรุณาช่วยอธิบายเพื่อความสว่างในการศึกษาและการปฏิบัติด้วย

     ตอบ :  ขออนุโมทนาในความเพียรของพระคุณเจ้า การที่ได้สำรวจและรู้สึกว่ามีกิเลสอยู่ในใจนั้นเป็นการปฏิบัติธรรมที่ย่อมได้รับผลแน่นอน โดยมิพักต้องสงสัยใด ๆ เลย ขอจงตั้งความเพียรสืบไปเถิด คงจะถึงที่หมายปลายทางแห่งการศึกษาของพระคุณเจ้าเป็นแท้ การสอบได้เปรียญธรรม 6 ประโยค มีความหมายว่าพระคุณเจ้ามีความสามารถในการแปลภาษาบาลีตามชั้นที่กำหนดไว้ ยังเป็นคนละเรื่องคนละส่วนกับการศึกษาที่พระตถาคตเจ้าได้ทรงบัญญัติไว้ ซึ่งต้องบริบูรณ์พร้อมด้วยปริยัติ ปฏิบัติและปฏิเวธ พร้อมด้วยศีล สมาธิ และปัญญา ดังนี้แล้วก็จะถึงที่หมายปลายทางในการศึกษาในพระพุทธศาสนาอย่างแท้จริง

     พระไตรปิฎกอันได้รวบรวมเรียบเรียงไว้เป็นภาคไทยในปัจจุบันนี้ มีถึง 45 เล่ม มีเนื้อความครอบคลุมทุกเรื่องราว อันควรแก่การศึกษาของมนุษย์เพื่อได้รับผลแห่งพระธรรมที่พระตถาคตเจ้าทรงตรัสสอนไว้ หัวข้อปุจฉาที่ว่า จะศึกษาอย่างไรจึงจะได้รับผลแท้จริงนั้น ขอกราบนมัสการว่าผลแท้จริงมีทั้ง 2 ระดับ คือทั้งระดับโลกียะหรือชาวบ้านหรือบรรพชิตที่กำลังอยู่ในขั้นการศึกษา และผลในระดับโลกุตระคือการทำที่สุดแห่งทุกข์ให้ปรากฏ หรือถึงซึ่งพระนิพพาน การที่จะได้รับผลแท้ทั้ง 2 ระดับนั้นก็ควรต้องคำนึงถึงเวลาอันจำกัดของคนเรา ที่อาจไม่มากพอที่จะศึกษาได้หมดทั่วทั้ง 45 เล่ม และบางเรื่องบางราวก็ยังสร้างความสับสนอีกด้วย ดังนั้นจึงขอกราบนมัสการว่า

     1.  การศึกษาเพื่อให้ได้รับผลแท้ในระดับโลกียะ ก็ควรมุ่งเน้นศึกษาและปฏิบัติตามมงคลสูตร สิงคาลสูตร และสามัญผลสูตร ก็น่าจะเพียงพอต่อการที่จะได้ความรู้ความเข้าใจและเป็นแนวทางไปปฏิบัติเพื่อให้ได้รับผลแห่งพระธรรมนั้น มงคลสูตรมี 38 ประการ ในระดับโลกียะปฏิบัติจริง ๆ เพียงไม่กี่ประการก็ได้รับผลแท้แล้ว ส่วนสิงคาลสูตรหากปฏิบัติได้ตามนั้นก็จะมีชีวิตและสังคมกับผู้คนทั้งปวงได้อย่างปกติสุข ในส่วนสามัญผลสูตรก็จะได้รู้ได้เข้าใจถึงผลธรรมดาสามัญที่จะบังเกิดขึ้นจากการปฏิบัติแต่ละขั้นแต่ละตอน เพียงเท่านี้ก็จะได้รับผลแท้ทั้งเชิงปริยัติ ปฏิบัติ และปฏิเวธ

     2.  การศึกษาเพื่อให้ได้ผลแท้ในระดับโลกุตระ ควรมุ่งเน้นที่ธรรมจักกัปปวัตนสูตร อนัตตะลักขณะสูตร อาทิตตะปริยายสูตร อานาปานสติสูตร กายคตาสติสูตร และสติปัฏฐานสูตร ก็จะทำให้เกิดความรู้อันเป็นแนวทางในการปฏิบัติและตรวจสอบรับผลแห่งการปฏิบัติได้อย่างแน่นอน พระอรหันต์ทั้งหลายบรรลุธรรมขั้นสูงได้ก็ด้วยพระธรรมตามพระสูตรดังกล่าวนี้ หรืออาจจะเพิ่มอีกสักพระสูตรหนึ่งคืออนุบุพพิกถา ซึ่งพระตถาคตเจ้าใช้สำหรับตรัสสอนชาวบ้านทั่วไปที่ไม่มีพื้นฐานใด ๆ เลย พระสูตรนี้ทรงใช้โปรดพระยัสสะและสหาย ตลอดจนอุบาสกชาวบ้านจำนวนมาก ทำให้บรรลุธรรมขั้นสูงได้ นัยยะสำคัญอยู่ที่การปฏิบัติและปฏิเวธตามหลักปริยัติอันมีมาในพระสูตรเหล่านี้ ขอพระคุณเจ้าหากมุ่งหมายทำที่สุดแห่งทุกข์จริงแท้แล้ว ได้ทุ่มเทพลังแห่งความเพียรด้วยองค์แห่งอิทธิบาทสี่ประการนั้นเถิด ก็จะได้รับผลแท้อย่างแน่นอน

     การดำรงเพศบรรพชิตอันเป็นเพศสูง ครองตนอยู่ด้วยศีลเป็นบาทฐานแห่งสมาธิและเป็นหนทางเจริญปัญญาได้รวดเร็ว ดังที่พระตถาคตเจ้าตรัสว่าเมื่อเดินหนทางสายเอกคือสติปัฏฐานแล้ว แค่ 7 วัน 7 สัปดาห์ 7 เดือน หรืออย่างช้า 7 ปีก็สามารถบรรลุธรรมขั้นสูงได้ ดังนั้นในเวลาอันจำกัดของคนเราก็สมควรตามรอยพระบาทแห่งพระบรมศาสดา เดินหนทางสายเอก ซึ่งสั้นตรง สู่ที่หมายปลายทางคือมรรคผลนิพพานนั้นเทอญ.


|

Comments
Add New Search
คิดเอง  - ขอคิดด้วยคน   |125.24.182.120 |2009-04-18 17:35:48
ธรรมะ เป็นเรื่องของใจหรือจิตใต้สำนึก แก่นของธรรมะคือใบไม้แค่หยิบมือเดียว คือ ถ้าย่อ ๘๔,๐๐๐ พระธรรมขันธ์ คือ ไม่ยึดมั่นถือมั่น ใจจะไม่ยึดติดกับความคิดของตัวเอง คือ ไม่เอาแต่ใจ ใจจะไม่เห็นแก่ตัว ไม่โลภ ไม่เอาแต่ใจ ไม่โกรธ คิดไม่ใส่ความรู้สึกส่วนตัว จะไม่หลง มันเป็นของมันเอง แต่จะเป็นได้ต้องหมกมุ่นเอาใจไปสัมผัสเรื่องนี้เป็นประจำ เหมือนดัดไม้ดัดเป็นประจำ ในที่สุดใจจะเข้าถึงความจริง ไม่ปรุงแต่ง ไม่หลงเข้าถึงความดี ละชั่ว (ไม่โลภ ไม่โกรธ)หรือมีจริยธรรม ทำดี มีคุณธรรม เป็นลักษณะของใจของคนๆ นั้นในที่สุด
Anonymous   |124.121.225.9 |2009-04-18 06:43:51
พระท่านให้สังเกตครับ ว่าบทไหนในพระไตรปิฎก
ที่ไม่ได้พูดถึงเรื่องความทุกข์ของชิวิต และร่างกาย
ที่สกปรกบ้างครับ? ถ้าจะดูให้ชัด พระพุทธเจ้าท่านสอนธรรมมะเป็นบทเฉพาะที่เหมาะแก่อุปนิสัยของคน
เป็นสำคัญซึ่งทำให้ได้ผลดี เช่น พระลูกนายช่างทอง
ที่พระสารีบุตรเน้นเรื่องอศุภกรรมฐาน แล้วไม่ได้ผล
ต้องไปหาพระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าท่านทราบว่าลูก
นายช่างทองนี้ เป็นผู้มีโทสะจริต ท่านจึงสอนให้ทำ
อานาปานุสติกรรมฐานพร้อมกับเนรมิตดอกบัวทองคำ
สีแดงไปให้เพ่งเป็นกษิณพร้อมกันไปด้วย เพราะกษินสีแดง เป็นกษินเพื่อระงับอารมณ์โทสะจริตโดยตรง
อารมณ์ของพระลูกนายช่างทองก็สงบลง จิตเป็นสุข
พราะพุทธเจ้าท่านก็เนรมิตต่อ ให้ดอกบัวเศร้าหมอง และหักพังลง
พระลูกนายช่างทอง ก็ได้คิดว่า ขนาดดอกบัวสวยๆ
ยังหักพังแบบนี้ แล้วร่างกายของเราจะคงอยู่ไม่ได้
ตลอดไป ก็ต้องแก่ และพังลงเป็นธรรมดา ซึ่งพระพุทธเจ้า ท่านสอนเพียงเท่านี้ ก็สำเร็จเป็นพระอรหันต์ได้
เรื่องนี้จึงเป็นเครื่องชี้ว่า การปฏิบัตินั้น ไม่จำเป็นต้องรู้
หรือทำในธรรมมะทุกข้อ แต่ให้จับข้อใดข้อหนึ่ง
ที่ชอบใจ แล้วทำให้ถึงที่สุด คือทำให้ได้ฌานใน
ธรรมหรือกรรมฐานข้อนั้นๆ จะได้ผลตรงประเด็น
มากที่สุดครับ เพราะการตัดกิเลส ตัดที่ใจ ไม่ได้
ตัดที่กาย
นอกจาท่านที่เป็นพุทธภูมิ อธิษฐานจะเป็นพระพุทะเจ้า
ในชาติอนาคต จึงจะต้องศึกษาอย่างลึกซึ้งและถี่
ถ้วนในธรรมทุกข้อ แต่ก็ต้องทำให้ถึงที่สุดในธรรมทุกข้อนั้อนอยู่ดี แต่ไม่ยังตัดกิเลสเป็นพระอรหันต์ครับ

ขอให้เจริญในธรรมโดยทั่วกันครับ
Write comment
Name:
Email:
 
Title:
UBBCode:
[b] [i] [u] [url] [quote] [code] [img] 
 
 
:angry::0:confused::cheer:B):evil::silly::dry::lol::kiss::D:pinch:
:(:shock::X:side::):P:unsure::woohoo::huh::whistle:;):s
:!::?::idea::arrow:
 
Please input the anti-spam code that you can read in the image.

3.26 Copyright (C) 2008 Compojoom.com / Copyright (C) 2007 Alain Georgette / Copyright (C) 2006 Frantisek Hliva. All rights reserved."

แก้ไขล่าสุด ใน วันศุกร์ที่ ๑๗ เมษายน ๒๕๕๒ เวลา ๑๒:๐๒ น.
 
Powered by DiTC.Valid XHTML and CSS.
Creative Commons License