|
บทที่ 3. คัมภีร์ไทเก็ก (ไท่ จี๋ ฉวนจิง) |
|
|
|
บทความ -
เคล็ดวิชามวยไทเก็ก
|
|
เขียนโดย ปรมาจารย์เตีย ซำ ฮง (จาง ซาน ฟง)
|
|
วันเสาร์ที่ ๑๒ กันยายน ๒๕๕๒ เวลา ๑๕:๔๗ น. |
|
บทที่ 3. คัมภีร์ไทเก็ก (ไท่ จี๋ ฉวนจิง) ของปรมาจารย์ จาง ซาน ฟง บัญญัติในรัชสมัยของพระเจ้าซ่งฮุ่ยจง
คัมภีร์ไทเก็กที่บัญญัติโดยปรมาจารย์เตียซำฮงนั้นเป็นภาษาจีน ประกอบด้วยตัวอักษร 140 ตัวอักษร เป็นภาษาจีนโบราณในยุคราชวงศ์ซ้อง ดังนั้นความหมายของภาษาในยุคนั้นจึงอาจมีความหมายแตกต่างกับความเข้าใจในภาษายุคปัจจุบัน ซุนผู้นิรนามได้พยายามทุ่มเทแปลคัมภีร์มวยไทเก็ก หรือไท่จี๋ฉวนจิง หรือไทเก็กจินเก็งออกมาเป็นภาคไทยเมื่อหลายปีก่อน
ดังนั้นเมื่อจะทำความเข้าใจและศึกษาวิชาไทเก็ก จึงต้องศึกษาจากคัมภีร์หลักที่ปรมาจารย์เตียซำฮงเป็นผู้บัญญัติเป็นเบื้องต้น จากนั้นจึงค่อยพิจารณาทำความเข้าใจแล้วฝึกฝนในการปฏิบัติ ซึ่งมีคำอธิบายและมีผู้รู้มากมายได้ตั้งแต่งคำอธิบายและอบรมสั่งสอนอยู่ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบันนี้
ในบทที่ 3. นี้จึงเป็นบทที่ว่าด้วยคำแปลคัมภีร์ไทเก็กจินเก็ง หรือไท่จี๋ฉวนจิง ของปรมาจารย์เตียซำฮง ซึ่งซุนผู้นิรนามได้แปลไว้ดังจะนำมาเสนอโดยลำดับดังนี้ - ในความเคลื่อนไหว ทุกส่วนของร่างกายต้องเบา
คล่องแคล่ว และร้อยรัดเป็นหนึ่งเดียว
- พลังลมปราณ ควรถูกกระตุ้น
จิตวิญญาณ ควรรวมอยู่ภายใน ท่าร่าง ๆ ต่าง ๆ อย่าให้ขาดตอน หรือมีช่องโหว่ ยุบหรือยืน หรือท่วงท่าต่อเนื่อง และไม่ต่อเนื่อง
- การเคลื่อนไหว ควรหยั่งรากที่เท้า
ปล่อยผ่านขา ควบคุมด้วยเอว และสำแดงผ่านนิ้วมือ
- เท้า ขา และเอว ต้องกระทำการเคลื่อนไหวร่วมกันอย่างพร้อมเพรียง
เพื่อให้ขณะที่ก้าวไปข้างหน้าหรือข้างหลัง จังหวะและตำแหน่งจะได้ถูกต้อง ถ้าจังหวะและตำแหน่งไม่ถูกต้อง ร่างกายจะระส่ำระส่าย และต้องค้นหาจุดบกพร่องที่ขาและเอว ขึ้นหรือลง หน้าหรือหลัง ซ้ายหรือขวา ล้วนเหมือนกัน
- ทั้งหมดล้วนเป็นจิตหยั่งรู้
ย่อมไม่ใช่สิ่งภายนอก ถ้ามีขึ้น ย่อมมีลง ถ้ามีขึ้นหน้า ก็มีถอยหลัง ถ้ามีซ้ายก็มีขวา ถ้าจิตหยั่งรู้ อยากขึ้นบน ในขณะเดียวกัน มันก็ประกอบด้วยความคิดที่จะลงล่าง
- หากมีการสลับพลัง ดึงและผลัก
รากย่อมคลอนแคลน และวัตถุนั้นจะล้มลงอย่างรวดเร็ว โดยมิต้องสงสัย
- สิ่งที่ไร้ตัวตนและสิ่งที่มีตัวตน ควรจำแนกให้ชัดเจน
ที่แห่งหนึ่ง มีสิ่งที่ไร้ตัวตน และสิ่งที่มีตัวตน ทุกหนทุกแห่ง มีสิ่งที่ไร้ตัวตน และมีรูปแบบของสิ่งที่มีตัวตนอย่างเดียวกัน ทุกสัดส่วนของร่างกายร้อยรัดเข้าด้วยกัน โดยไม่ขาดช่วงแม้แต่น้อย
- ไทเก็ก (ไท่จี๋ฉวน หรือฉางฉวน) เฉกเช่น แม่น้ำสายใหญ่
ที่หมุนวนอย่างไม่ขาดสาย
ปิดสกัดปัดป้อง (เผิง) ฉุดดึงกลับ (หลี่) เบียดดัน (จี๋) ผลักออก (อั้น) ดึง (ไช่) แยกมือแยกร่าง (เลี๊ยะ) ศอก (โจ่ว) ไหล่ (เค่า) คือ 8 ประตู 8 ลักษณะ (อัฏฐลักษณ์)
- ก้าวขึ้นหน้า ก้าวถอยหลัง
มองซ้าย แลขวา และดุลยภาพศูนย์กลางคือ 5 ธาตุ
- “เผิง หลี่ จี๋ อั้น” คือ
สวรรค์ (เฉียน) แผ่นดิน (คุณ) ไฟ (หลี) น้ำ (กัน) และเป็นทิศหลักทั้ง 4 คือ ตะวันออก ตะวันตก เหนือ ใต้
- ไช่ เลี๊ยะ โจ่ว เค่า คือ
ลม (ซุ่น) สายฟ้าร้อง (เจิ้ง) ทะเลสาบ (ตุ้ย) ภูเขา (เกิน) คือทิศเฉียงทั้ง 4 ได้แก่ อาคเนย์ หรดี พายัพ และอีสาน
- ก้าวขึ้นหน้า เดินถอยหลัง
มองซ้าย แลขวา ดุลยภาพอยู่ ณ ศูนย์กลาง คือธาตุทอง ธาตุไม้ ธาตุน้ำ ธาตุไฟ และธาตุดิน รวมกันแล้ว เหล่านี้ประกอบขึ้นเป็น 13 ท่าร่าง
- บทเพลง 13 กระบวนท่า หรือ 13 ท่าร่าง คือ
1. เผิง คือ ปัดป้อง ปิดสกัด 2. หลี่ คือ ฉุด ดึงกลับ 3. จี้ คือ เบียด กด 4. อั้น คือ ผลัก กระแทก ทั้ง 4 กระบวนท่านี้รวมเรียกว่าท่าคว้าจับหางนกกระจอก
5. ไช่ คือ ฉุดลงร่าง 6. เลียะ คือ แยกฝ่ามือ แยกร่าง 7. โจ่ว คือ ฟันศอก 8. โค่ว คือ ไหล่กระแทก ทั้ง 4 กระบวนท่านี้เมื่อรวมกับ 4 กระบวนท่าแรก รวมเรียก 8 ประตู หรือ 8 ลักษณะ
9. เหลียวซ้าย 10. แลขวา 11. รุดหน้า 12. ถอยหลัง 13. ตั้งมั่นตรงกลาง
- กระบวนท่าก้าวเท้า 5 ท่า
1. หม่าปู้ คือ ยืนนั่งม้า 2. กงปู้ คือ ยืนคันธนู 3. ติงปู้ คือ ยืนพักเท้า (เข่าผ่อนคลาย) 4. ภูปู้ คือ ยืนส้นเท้ากดต่ำ 5. ชิปู้ คือ ปลายเท้าแตะพื้นเบา ๆ
เหล่านี้คือคำแปลภาษาไทย โดยซุนผู้นิรนาม จากต้นฉบับภาษาจีนของคัมภีร์ไทเก็กจินเก็ง หรือไท่จี๋ฉวนจิง ของปรมาจารย์เตียซำฮง ซึ่งจักได้พรรณนาต่อไป.
|
|
แก้ไขล่าสุด ใน วันจันทร์ที่ ๒๑ กันยายน ๒๕๕๒ เวลา ๐๙:๕๘ น. |