84 พรรษามหาราชา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ท่านรู้สึกอย่างไรกับการใช้งบประมาณ 10 ล้านบาท จัดงานฉลองความสำเร็จแก้ปัญหาน้ำท่วม?
 
ป้ายโฆษณา
รามเกียรต์ ๒๕๕๐ พิมพ์ อีเมล
User Rating: / 18
แย่ดีที่สุด 
บทความพิเศษ
เขียนโดย เวหา   
วันพุธที่ ๒๘ ตุลาคม ๒๕๕๒ เวลา ๑๖:๒๐ น.
|

          คนไทยแทบทุกคนคงจะรู้จักกับรามเกียรติ์มาบ้าง  ไม่ว่าจะโคยการรู้จากหลักสูตรการศึกษา  หรือ จากเรื่องราวใกล้ตัว   สุภาษิต  คือเปรียบเปรยต่างๆ  หรือ จากการละเล่น  การแสดงโขนซึ่งเป็นการแสดงนาฎศิลป์และการดนตรีไทยชั้นสูงสุดหรือการละเล่นหลวง    ซึ่งโขนจะเป็นนำเรื่องราวของรามเกียรติ์หรือ เรื่องที่เกี่ยวข้องหรือเป็นที่มาของรามเกียรติ์มาละเล่นเท่านั้น  หาไม่นำเรื่องราวจากละครเรื่องอื่นมาแสดงไม่
 
          เรื่องราวในรามเกียรติ์  จะว่าไปก็เป็นมหากาพย์การต่อสู้กันระหว่างมนุษย์ ( แปลว่า ผู้มีใจสูง  หรือ ผู้ที่มีมโนธรรม )  กับ ยักษ์  ( ผู้ที่จิตใจมากไปด้วยความโลภ  โกรธ  หลง น้อยไปด้วยความสำนึกผิดชอบชั่วดี   )  และเหล่าโคตรพงษ์วงศ์ยักษ์      ซึ่งกล่าวกันว่า  ท่านฤษี วาลมีกิ ได้แต่งไว้เมื่อกว่า ๒๔๐๐  ปีมาแล้ว  และคนไทยได้รับการรู้เรื่องราวเรื่องรามเกียรต์นี้มาตั้งแต่สมัยอยุธยาต่อเนื่องกันมาจนปัจจุบัน    ซึ่งถ้าเราๆท่านๆมิได้เป็นคนคิดมากอย่างข้าพเจ้าก็คงจะรู้แล้วก็ผ่านไปแบบว่า     “ รามเกียรต์”  ก็คือรามเกียรต์  เป็นโขนเป็นวรรณคดีก็สนุกดี  มีลิงมียักษ์มากระโดดโลนเต้นสู้รบปรบมือสัพยุทธผลัดกันแพ้ผลัดกันชนะจนสุดท้ายฝ่ายธรรมะก็เป็นฝ่ายชนะอธรรมไปในที่สุด   ( แต่กว่าผ่ายธรรมะจะชนะฝ่ายอธรรมได้ก็ต้องสูญเสียบาดเจ็บล้มตายไปมากมาย )  ดูแล้วก็แล้วไป  ไม่ได้นำมาวิเคราะห์คิดมากอย่างข้าพเจ้า( เวหา )
 
          มูลเหตุจูงใจที่ข้าพเจ้า ( เวหา ) เกิดความคิดคำนึงถึงเรื่องราวแต่รามเกียรติ์   จนเป็นเหตุที่ต้องมาเขียนให้ท่านอ่านในวาระนี้ ( อันที่จริง  ได้เคยเขียนบทความเล่านี้ไปแล้ว  ในเวป Thaizodiac.org  )   ก็เพราะเห็นว่า  คนไทยทั้งหลายอยู่ในอาการเครียดในสถานการณ์ปัจจุบันที่ก่อตัวมานานนับแต่มีปี ๒๕๔๔  จนถึงปัจจุบันโคยเฉพาะอย่างยิ่งนับแต่ปี ๒๕๔๘ – ๒๕๔๙ มาจนปัจจุบัน  และยังมองหาทางว่าจะยุติลงไปได้อย่างไร  
 
          มูลเหตุแรกเริ่มคือ  เมื่อประมาณ ๑๐ กว่าปีมาแล้ว( ประมาณ ๒๕๔๒ )    ได้มีท่านสุภาพสตรีท่านหนึ่งได้มาสนทนาปราศัยแลกเปลี่ยนทัศนะกับข้าพเจ้า      แล้วท่านสุภาพสตรีท่านนั้นท่านได้พูดคุยถึงเรื่องสมมุติฐานอะไรบ้างอย่างของท่านในเรื่องบุคคลที่มีบทบาททางการเมืองในปัจจุบันเกี่ยวโยงหรือเชื่อมโยงหรือถอดวิญญานมาจากตัวละครเด่นๆในรามเกียรติ์   มาเล่าสู่ให้ข้าพเจ้าฟัง  ( ซึ่งท่านผู้นั้นคงจะดีใจมาก  ที่มีพบข้าพเจ้าเพราะท่านคงไปพูดให้ใครฟังไม่ได้  เพราะถูกหาว่าสติเฟื่อง   แต่ข้าพเจ้ากับให้ความสนใจเพราะข้าพเจ้าชอบที่จะรับรู้อะไรที่คนทั่วไปไม่เคยได้รับรู้ และอยู่ในฐานะที่ว่า  “ เรื่องของชาวบ้าน  คือ งานของเรา”      

          และข้าพเจ้า ( เวหา  )  ก็เฝ้าสังเกตุและติดตามดูพฤติกรรมและเหตุการณ์ตลอดมา  จนย่างเข้าปี ๒๕๔๘  จวบจนถึงปัจจุบันก็ยิ่งมั่นใจในสมมุติฐานนี้มากขึ้น
 
          สมมุติฐานของท่านผู้นั้นคือ  ท่านเกิดความหยั่งรู้อะไรบ้างอย่าง  ว่าคนที่บทบาททางการเมืองคนนั้นคนนี้ เป็นใคร หรือมีบทบาทคล้ายตัวละครอะไรในรามเกียรต์มาเกิดเป็นคนนั้นคนนี้    โคยใช้วิธิ
 
          ๑ .สังเกตุพฤติกรรม    บุคลิกภาพ   / ความประพฤติ/  นิสัยใจคอ /  สันดาน หรือ บทบาท    ว่าคนนี้น่าจะเป็นใครในรามเกียรติ์จำแลงตัวมาเกิด  หรือ มีพฤติกรรมคล้ายตัวละครตัวใดในอมตะวรรณกรรมนี้       ประดุจว่า
ท่านฤษีวาลมิกีผู้แต่ง  ท่านมีอนาคตญาณ  หยั่งทราบเหตุการณ์ในอนาคต  ว่าจะมีเหตุการณ์มาเกิดหลังจากท่านประพันธ์ไว้ ๒๔๐๐ ล่วงแล้ว   ในยุดสมัยที่พระอรหันต์ในสมัยปลายอยุธยาต้นกรุงรัตนโกสินทร์คือท่านพระพุทธโฆษาจารย์ ( ลำไย ) ได้พยากรณ์เรื่อง ๑๐ ยุดในรัตนโกสินทร์ ว่า  ยุดที่ ๙  คือ ยุดถิ่นกาขาว
 
          ๒. ตั้งสมมุติฐานที่มาจากชื่อของบุคคลผู้นั้นผู้นี้ ( โคยเฉพาะคนที่มีบทบาททางการเมือง )    โคยการนำอักษรที่มีอยู่ในตัวฅนนั้นทั้งหมด  ( อาจจะเป็นอักษรไทย หรือ อักษรอังกฤษ ) ก็ได้    แล้วเขียนตั้งไว้   แล้วนำอักษรต่างๆในชื่อนั้น  ดึงลงมา หรือ ไขว่กันไปมา  แล้ว นำมาเรียงขึ้นมาใหม่  ก็จะได้รู้ว่า  คนๆนี้เป็นใครในรามเกียรต์ของท่านฤษีวาลมีกิ  มาเกิด  หรือ  ตัวละครตัวใดตัวหนึ่งในวรรณกรรมนั้น
 
  อาทิ เช่น
 
          เราเอาชื่อ +  นามสกุล  ( รวมทั้งยศและตำแหน่ง ) ของ นช.ชายนายหน้าเหลี่ยมคนนั้น  (  ละไว้ในฐานะที่เข้าใจ  )  
 ซึ่งมีบทบาทและลีลาที่ต้องการเป็นใหญ่แบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาดหมายจะครอบครองทุกสิ่งทุกอย่างให้ได้  ไม่ว่าจะทำร้ายทำลายประเทศบ้านเกิดเมืองนอนของมันด้วยวิธีใดก็ตาม  ฯลฯ
 
          โคยการนำอักษรตัวแรกในชื่อของมันออกมาคือ

          ตัว  ท ( ท-ทหาร )
          ตามมาด้วยตัวอักษร ษ ( ษ – ฤษี ) ที่มีอยู่ในลงมา  แล้วแผลงเป็น ศ ( ศ- ศาลา )  เพราะพ้องเสียงกัน  
          ตามด้วย  ก ( ก – ไก่ )  
          ตามด้วย (  ไม้หัดอากาศ )
          ตามด้วย  น  ( น – หนู )  แต่แผลงเป็น ณ ( ณ –เณร )  เพราะ พ้องเสียง  

          ก็จะได้ตัวอักษรใหม่  ดังนี้คือ

          ท+ ษ + กั +น  ( แล้วเอาตัวอักษร ท ( ท. ทหาร ) อีกตัวที่เป็นตัวท้ายของยศ  แล้วแผลงรูปเป็น ฐ ( ฐ – ฐาน )   นำมาเรียงกันใหม่ ก็จะได้   ท + ศ + กั + ณ + ฐ์   หรือ   ทศกัณฐ์    ยักษ์ตัวพ่อมารตัวเป้ง   ในรามเกียรต์  ซึ่งมาดูบทบาทหรือพฤติกรรมหรือสันดานของนช.นายหน้าเหลี่ยมคนนั้น  กับ ทศกัณฐ์ ในรามเกียรต์จะเหมือนกันอย่างน่าประหลาด   

          ไม่ว่าจะเรื่องรูปร่างหน้าตา  ( คนพันธ์บ้าอะไรหน้าตาสี่เหลี่ยมอย่างกับหัวยักษ์โคยไม่ต้องสวมหัวโขน )
          ไม่ว่าเมืองที่ครองอยู่ก็คือ   เมืองรังกา   ( รัง + กา )   รังก็คือที่อยู่กา     “ กา”  ก็คือ  พวกที่อาศัยปากคอยจิกคอยตี  เป็นที่น่ารังเกียจของผู้คน  (  กาตัวนี้  ก็เป็นกาดำ  ที่เวลาเพียงไม่กี่ปี  ฝักตัวจนขาว  จนเป็นกาขาว    เข้ากับยุคสมัยของยุดที่ ๙ ที่เรียกว่า ยุดถิ่นกาขาว )รัง + กา   ก็คือพรรคการเมืองนั้น  หรือ  สภา  หรือ  ทำเนียบรัฐบาล
 
          ทศกัญฐ์  หมายปองในนางสีดา  ซึ่งเป็นมเหสีของพระราม     

          นางสีดาก็เปรียบได้คือ ประชาชน ( ที่อ้างว่าประชาชนของพ้ม ) , รัฐธรรมนูญ   ,อำนาจการปกครอง  ตลอดจน ,ทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่อย่างมหาศาลทั้งบนแผ่นดินแผ่นน้ำและใต้แผ่นดินแผ่นน้ำ   ซึ่งเป็นของฅนไทยทุกฅน  ( ที่เทวดาท่านจะรักษาไว้ให้ลูกหลานไทยได้ใช้  เมื่อไอ้ทศกัณฐ์จำแลงตัวนี้และโคตรพงษ์วงศาคณาญาติ  ของพวกมันได้วิบัติฉิบหายไปแล้วเท่านั้น )

          ซึ่งเป็นแผ่นดินที่พระราม กษัตริย์ผู้ทรงทศพิศราชธรรมได้ปกครองมานานแสนนาน   ทศกัณฐ์จำแลงตัวนี้  ถึงกับตั้งตัวเป็นศัตรูมุ่งร้ายพระรามทั้งโคยทางตรงและทางอ้อม   ไม่ว่าจะโคยการกระทำของตัวมันเอง หรือ โคยสมุนบริวารของมัน  เป็นตัวทำเกมส์   ก่อกวนสร้างความปั้นป่วนต่อความสงบไม่เว้นวัน  
ทศกัณฑ์        มันถอดหัวใจไว้นอกตัวตามคำแนะนำของฤาษีโคบุตร ( คือผู้ที่แนะนำวิธีการซุกหุ้นซ่อนเร้นเส้นทางการเงิน  คือ คนที่นามสกุล  จังไรเสถียร  นั้นแหละ )
 
          เหมือนดั่งที่มันได้โอนเงินโอนหุ้นไว้ที่เร้นลับยากที่สืบทราบได้  และ ที่มันยังหวังจะได้คืนทรัพย์สินที่มันโกงไปจากแผ่นดินเกิดคืนจากการถูกอายัตไว้  
ทศกัณฑ์  มี ๑๐ หน้า ๒๐ มือ  ฉันท์ใด   มันก็มี ๑๐ หน้า  ๒๐ มือ แบบเดียวกัน   คือ  หน้าหนึ่งเป็นนักธุรกิจ  หน้าหนึ่งเป็นนักการเมือง  หน้าหนึ่งเป็นหัวหน้ารัฐบาล   ฯลฯ   ( ลองไปใส่หน้าให้ครบกันเองครับท่านผู้ชม )
มี ๒๐ มือ  มือหนึ่งคว้าสัมปทานธุรกิจผูกขาดของชาติ  มือหนึ่งสร้างอำนาจทางการเมือง    ส่วนมืออื่นๆคว้าอะไรบ้างพี่น้องช่วยกันเติมให้เต็มด้วยครับพี่น้องครับ   ( ถ้าเกินก็ไม่เป็นไรครับ แต่อย่าลืมใส่มือที่คว้านักร้องสาวไว้หนึ่งมือด้วยนะครับพี่น้องครับ )
 
          ทศกัณฑ์   มีเมียที่เป็นทางการชื่อ  นางมณโฑ     ลองเอาชื่อของเมียมันมาถอดดูตามสูตรที่ ๑  ก็จะได้อักษร ๒ ตัวในชื่อนั้นออกมาว่า  ม ( ม –ม้า )  กับ  น ( น – หนู )   ก็เอามาเรียงกันเป็น  ม + น  แผลงเห็น  ม + ณ + ...+...  เติมให้เต็มก็จะได้  เป็น  มณโฑ
 
          อ้า  เริ่มจะเข้าท่าแล้วใช่ไหมครับพี่น้องครับ      คราวนี้ลองสูตรที่ ๓ นะครับ   
 
          สูตรที่ ๓  คือ สูตรที่ใช้การผวนคำ  + พฤติกรรมของตัวละครนั้นๆ เช่น  อีเพ็ญ   ผวนมาจาก    นางเบญจกาย  ( เป็นยักษ์ตัวเมีย  ขอเน้นว่าเป็นยักษ์ตัวเมีย  ไม่ว่าชาตินี้มันจะมาเกิดเป็นเพศใด  ก็ยังคงคืนสภาพเป็นยักษ์ตัวเมียอยู่นั่นเอง )  
 
          อีกตัวหนึ่ง   ชื่อ ชะ+วา+ลิต    ผวนมาจาก   อินทรชิต   ยักษ์ตัวลูกของทศกัณฑ์ที่มีฤกษ์มาก  เต็มไปเจ้าเล่ห์เพททุบาย  แปลงร่างเป็นพระอินทร์จนดูเหมือนมาก  แต่สุดท้ายก็ไม่วายถูกกระชากหน้ากากที่ภายนอกดูหวานเจี๊ยบแต่ภายในยอมรับใช้ยักษ์ตัวพ่อ  ทำทุกอย่างแม้กระทั้งออกไปเอาไฟภายนอกมาเผาบ้านเผาเมืองก็ยังทำ   
 
          ทีนี้ลองมาดูยักษ์แก่อีกตัวที่มีฤทธิ์สูสีกับทศกัณฑ์   โบราณท่านจึงจับมาเฝ้าประตูวัดคู่กับทศกัณฑ์ เป็นยักษ์แก่เก๋าเกมส์  ครองอีกเมืองหนึ่งคือเมืองหรือมีอีกพรรคหนึ่ง    แต่มาเป็นนอมินี่ให้กับทศกัณฑ์  เพราะทศกัณฑ์รบกับพระรามจนหมดตัวชน   เอาโคตรพงษ์วงศ์ยักษ์ ๑๑๑ ตัว ไปตายจนหมดตัวเล่น  เลยไปเอายักษ์แก่ตัวนี้มาชนกับพระราม  เจ้ายักษ์ตัวนี้คือ สหัสเดชะ  มาจากอักษรหน้าสุดของชายคนหนึ่ง     ดึงลงมา  แล้วก็ผสมคำตามสูตรที่หนึ่ง  

          จะได้เป็น  ส + ท  +ไม้หันอากาศ + ส + เ + ค + ช
          ตัว ท ( ท – ทหาร  เต็มหัวที่หลัง  ก็จะได้เป็น ห – หีบ )
          ตัว ค  ( ค – ควาย  พลิกหัว จะได้เป็น ด – เด็ก )
          เต็ม  สระ อะ ไปที่หลัง ด –เด็ก  
          ก็จะได้เป็น  ส+หั+ส+เ+ด+ช  หรือ สหัสเดชะ   
 
          ยักษ์พันหน้าตัวนี้มีฤทธิ์มาก  ตัวใหญ่เสียงดังฟังชัด  มักพูดจาหยาบช้าโอ้อวด   กระเหี้ยนกระหือลือ  จะเอาให้เป็นตายกันไปข้างหรือไง  อะไรกันนักกันหนา (   แต่จะชอบกินไปบ่นไป สวาปามไม่เลือกทุกสิ่งที่ขวางหน้า  จนโรคห่ากินตับ   หรือชอบนั่งในส้วมนาน 45 นาที  ตามวรรณคดีไม่ได้กล่าวไว้ )   

          มีกระบองวิเศษต้นชี้ตายปลายชี้เป็น  ( ไม่ใช่หอกหัก)  เป็นอาวุธ      ยกทัพย้ายพรรคมาเข้ารังกาพรรคของ  ทศกัณฑ์ ถึงกับยอมทุบกำแพงประตูเมืองเพราะตัวใหญ่ราชรถใหญ่มากเข้าเมืองรังกาไม่ได้   ( สมกับคำโบราณที่ว่า ราชรถมาเกย  )   พอได้เวลาก็หมายมาดจะยกทัพไปจัดการกับทหารพระรามที่รบด้วยอาวุธมือตบที่ยกพลมาจากทั่วสารทิศ    จองถนนอยู่แถวๆราชดำเนิน   เตรียมบุกเข้ายึดเมืองรัง+กา     สหัสเดชะ ๒๕๕๐ ก็พบกับหนุมานแปลงตัวมาเป็นลิงน้อย  นั่งหย่องๆอยู่แถวริมฟุตบาท    เห็นน่ารักน่าสงสารก็ถามว่าเจ้ามานั่งร้องไห้ตรงนี้ทำไม  ลิงน้อยก็หลอกว่า ( ลิงหลอกเจ้า )  ข้าอยากจะช่วยท่านรบกับทหารพระราม  เพราะแค้นที่เจ้านายตัวคือพาลีถูกฆ่า  จึงอยากมาของอาศัยท่านไปทำศึกครั้งนี้ด้วย  เจ้ายักษ์บ้าหน้าโง่ก็หลงเชิ่อ   เอาหนีบไปด้วยไม่ว่าจะไปเสนอหน้าหาผลประโยชน์จากบ้านเมืองอื่นก็หนีบไปด้วย    และถูกหนุมานปลอมหลอกว่าจะขออาวุธสักอย่างติดตัวไว้   ยักษ์หน้าโง่ก็ถามว่าหน้าอย่างเอ็งจะเอาอาวุธอะไร   ลิงน้อยก็ตอบว่า  “  หอกหักไม่เอา   ขอแค่กระบองอันเดียวก็พอ”   เจ้ายักษ์บ้าก็เอากระบองอาญาสิทธิ์  ต้นชี้ตายปลายชี้เป็นมอบให้   ผลก็ปรากฎว่า  หนุมาณก็หักกระบองนั่นเสีย  แล้วสุดท้าย  ก็จับสหัสชะเดชไปจัดการ
 
          เมื่อสหัสเดชะแพ้ต่อทหารพระราม    ทศกัณฐ์ ๒๕๕๐  ก็ให้น้องเขย  ชื่อว่า ชิวหา  ขึ้นมารักษาเมืองรัง+กาให้    ชิวหา น้องเขยทศกัณฐ์   เป็นผัวของนางสำมนักขาและมีลูกด้วยกัน ๓ ตัว 
 
          น้องสาวตัวแสบของทศกัณฐ์   นางสำมนักขามีรูปร่างอย่างไร   หน้าจะเหมือนลูกซาลาเปาใส่หมูแดงหรือเปล่าก็ไม่ทราบ       และชิวหา  ซึ่งแปลว่าลิ้น  ( ไม่ทราบใช้ลิ้นไปทำอะไรอย่างอื่นนอกจากรักษาเมืองให้ทศกัณฑ์     และจะไปหิวยักษ์ตัวเมียตัวอื่นไปซื้อตู้เย็นหรือพาไปเที่ยวป่าที่ไหน   ในหนังสือไม่ได้กล่าวไว้ )
เมื่อทศกัณฐ์ ๒๕๕๐  หนีคดีไปอยู่ที่อื่น   ก็ส่งนอมินี้ตัวแรกคือ  สหัสเดชะ  มารบกับทหารพระรามจนสหัสเดชะแพ้ยับเยิน  ก็ส่งน้องเขยลิ้นยาวมาทำหน้าที่รักษาตำแหน่งแทน    ชิวหาก็เอาใจพี่เขยเพราะอาจกลัวเมียคือนางสำมนักขา  ( ก็สมควรกลัวอยู่หรอก  รูปร่างหน้าตาอย่างนั้น )  คอยรักษาเมืองรัง+กาไว้    ไม่ให้ทหารพระรามบุกได้   ทำหน้าที่อยู่หลายวัน    จนกระทั้งวันที่ ๗  ( โปรดสังเกตุว่า เป็นวันที่ ๗   พอดี )   ชิวหาหลับไปเพราะเหนื่อยมาหลายวันแต่เอาลิ้นล้อมเมืองไว้     ทศกัณฑ์กลับมาไม่เห็นเมืองรัง+กา  คิดว่า ถูกยึดไปแล้ว  ก็โกรธขว้างจักรไปตัดลิ้นชิวหาขาดใจตาย    แสดงว่า  ชิวหาต้องมาตายเพราะรักษาเมืองให้กับทศกัณฑ์แท้ๆ   
 
          ทศกัณฐ์ก็ยังพยายามจะครอบครองนางสีดาให้ได้    และ พยายามสร้างความเดือดร้อนไปทั้ง ๓ โลก  ต่อไปอย่างต่อเนื่องไม่หยุดไม่สิ้น    จนถึงกับ ได้พยายามแบ่งภาค  ( โฟนลิ้งค์ )  มาบงการให้ลิ้วล้อยักษ์กเฬวราก   ออกมาสร้างความปั่นป่วนวุ่นวายไม่เว้นวาง   และกำลังนี้ได้สั่งการให้อินทรชิตและสหายยักษ์ดำเนินการต่อไป     
หากจะกล่าวไปแล้ว    หากทศกัณฐ์ไม่ตาย   รามเกียรติ์ก็ไม่จบใช่ไหมครับ  ท่านผู้ชม

 

 

 




|

Comments
Add New Search
Anonymous   |58.9.53.128 |2010-05-20 23:10:47
เลิศ เปี่ยมไปด้วยสมมุติฐานที่น่าเชื่อถือ
คนช่างสงสัย  - ต้องไปเรียนภาษาไทยใหม่   |117.47.52.145 |2010-05-06 20:42:37
อ่านไปก็คิดตามจนหัวโตแล้วค่ะ แต่ก็ยินดีที่จะให้มันโตถึงแม้ตอนนี้จะยังโง่งมอยู่บ้าง จะพยายามอ่านอีกหลายๆ เที่ยวคิดว่าน่าจะเข้าใจดีขึ้น สงสัยต้องไปเรียน ม.ปลายอีกรอบ ขอบคุณค่ะที่มีข้อมูลดีๆ น่าสนใจมาให้อ่าน
Write comment
Name:
Email:
 
Title:
UBBCode:
[b] [i] [u] [url] [quote] [code] [img] 
 
 
:angry::0:confused::cheer:B):evil::silly::dry::lol::kiss::D:pinch:
:(:shock::X:side::):P:unsure::woohoo::huh::whistle:;):s
:!::?::idea::arrow:
 
Please input the anti-spam code that you can read in the image.

3.26 Copyright (C) 2008 Compojoom.com / Copyright (C) 2007 Alain Georgette / Copyright (C) 2006 Frantisek Hliva. All rights reserved."

แก้ไขล่าสุด ใน วันพุธที่ ๒๘ ตุลาคม ๒๕๕๒ เวลา ๑๖:๒๕ น.
 
Powered by DiTC.Valid XHTML and CSS.
Creative Commons License