|
บทความพิเศษ
|
|
เขียนโดย เวหา
|
|
วันพุธที่ ๒๘ ตุลาคม ๒๕๕๒ เวลา ๑๖:๒๐ น. |
|
คนไทยแทบทุกคนคงจะรู้จักกับรามเกียรติ์มาบ้าง ไม่ว่าจะโคยการรู้จากหลักสูตรการศึกษา หรือ จากเรื่องราวใกล้ตัว สุภาษิต คือเปรียบเปรยต่างๆ หรือ จากการละเล่น การแสดงโขนซึ่งเป็นการแสดงนาฎศิลป์และการดนตรีไทยชั้นสูงสุดหรือการละเล่นหลวง ซึ่งโขนจะเป็นนำเรื่องราวของรามเกียรติ์หรือ เรื่องที่เกี่ยวข้องหรือเป็นที่มาของรามเกียรติ์มาละเล่นเท่านั้น หาไม่นำเรื่องราวจากละครเรื่องอื่นมาแสดงไม่ เรื่องราวในรามเกียรติ์ จะว่าไปก็เป็นมหากาพย์การต่อสู้กันระหว่างมนุษย์ ( แปลว่า ผู้มีใจสูง หรือ ผู้ที่มีมโนธรรม ) กับ ยักษ์ ( ผู้ที่จิตใจมากไปด้วยความโลภ โกรธ หลง น้อยไปด้วยความสำนึกผิดชอบชั่วดี ) และเหล่าโคตรพงษ์วงศ์ยักษ์ ซึ่งกล่าวกันว่า ท่านฤษี วาลมีกิ ได้แต่งไว้เมื่อกว่า ๒๔๐๐ ปีมาแล้ว และคนไทยได้รับการรู้เรื่องราวเรื่องรามเกียรต์นี้มาตั้งแต่สมัยอยุธยาต่อเนื่องกันมาจนปัจจุบัน ซึ่งถ้าเราๆท่านๆมิได้เป็นคนคิดมากอย่างข้าพเจ้าก็คงจะรู้แล้วก็ผ่านไปแบบว่า “ รามเกียรต์” ก็คือรามเกียรต์ เป็นโขนเป็นวรรณคดีก็สนุกดี มีลิงมียักษ์มากระโดดโลนเต้นสู้รบปรบมือสัพยุทธผลัดกันแพ้ผลัดกันชนะจนสุดท้ายฝ่ายธรรมะก็เป็นฝ่ายชนะอธรรมไปในที่สุด ( แต่กว่าผ่ายธรรมะจะชนะฝ่ายอธรรมได้ก็ต้องสูญเสียบาดเจ็บล้มตายไปมากมาย ) ดูแล้วก็แล้วไป ไม่ได้นำมาวิเคราะห์คิดมากอย่างข้าพเจ้า( เวหา ) มูลเหตุจูงใจที่ข้าพเจ้า ( เวหา ) เกิดความคิดคำนึงถึงเรื่องราวแต่รามเกียรติ์ จนเป็นเหตุที่ต้องมาเขียนให้ท่านอ่านในวาระนี้ ( อันที่จริง ได้เคยเขียนบทความเล่านี้ไปแล้ว ในเวป Thaizodiac.org ) ก็เพราะเห็นว่า คนไทยทั้งหลายอยู่ในอาการเครียดในสถานการณ์ปัจจุบันที่ก่อตัวมานานนับแต่มีปี ๒๕๔๔ จนถึงปัจจุบันโคยเฉพาะอย่างยิ่งนับแต่ปี ๒๕๔๘ – ๒๕๔๙ มาจนปัจจุบัน และยังมองหาทางว่าจะยุติลงไปได้อย่างไร มูลเหตุแรกเริ่มคือ เมื่อประมาณ ๑๐ กว่าปีมาแล้ว( ประมาณ ๒๕๔๒ ) ได้มีท่านสุภาพสตรีท่านหนึ่งได้มาสนทนาปราศัยแลกเปลี่ยนทัศนะกับข้าพเจ้า แล้วท่านสุภาพสตรีท่านนั้นท่านได้พูดคุยถึงเรื่องสมมุติฐานอะไรบ้างอย่างของท่านในเรื่องบุคคลที่มีบทบาททางการเมืองในปัจจุบันเกี่ยวโยงหรือเชื่อมโยงหรือถอดวิญญานมาจากตัวละครเด่นๆในรามเกียรติ์ มาเล่าสู่ให้ข้าพเจ้าฟัง ( ซึ่งท่านผู้นั้นคงจะดีใจมาก ที่มีพบข้าพเจ้าเพราะท่านคงไปพูดให้ใครฟังไม่ได้ เพราะถูกหาว่าสติเฟื่อง แต่ข้าพเจ้ากับให้ความสนใจเพราะข้าพเจ้าชอบที่จะรับรู้อะไรที่คนทั่วไปไม่เคยได้รับรู้ และอยู่ในฐานะที่ว่า “ เรื่องของชาวบ้าน คือ งานของเรา”
และข้าพเจ้า ( เวหา ) ก็เฝ้าสังเกตุและติดตามดูพฤติกรรมและเหตุการณ์ตลอดมา จนย่างเข้าปี ๒๕๔๘ จวบจนถึงปัจจุบันก็ยิ่งมั่นใจในสมมุติฐานนี้มากขึ้น สมมุติฐานของท่านผู้นั้นคือ ท่านเกิดความหยั่งรู้อะไรบ้างอย่าง ว่าคนที่บทบาททางการเมืองคนนั้นคนนี้ เป็นใคร หรือมีบทบาทคล้ายตัวละครอะไรในรามเกียรต์มาเกิดเป็นคนนั้นคนนี้ โคยใช้วิธิ ๑ .สังเกตุพฤติกรรม บุคลิกภาพ / ความประพฤติ/ นิสัยใจคอ / สันดาน หรือ บทบาท ว่าคนนี้น่าจะเป็นใครในรามเกียรติ์จำแลงตัวมาเกิด หรือ มีพฤติกรรมคล้ายตัวละครตัวใดในอมตะวรรณกรรมนี้ ประดุจว่า ท่านฤษีวาลมิกีผู้แต่ง ท่านมีอนาคตญาณ หยั่งทราบเหตุการณ์ในอนาคต ว่าจะมีเหตุการณ์มาเกิดหลังจากท่านประพันธ์ไว้ ๒๔๐๐ ล่วงแล้ว ในยุดสมัยที่พระอรหันต์ในสมัยปลายอยุธยาต้นกรุงรัตนโกสินทร์คือท่านพระพุทธโฆษาจารย์ ( ลำไย ) ได้พยากรณ์เรื่อง ๑๐ ยุดในรัตนโกสินทร์ ว่า ยุดที่ ๙ คือ ยุดถิ่นกาขาว ๒. ตั้งสมมุติฐานที่มาจากชื่อของบุคคลผู้นั้นผู้นี้ ( โคยเฉพาะคนที่มีบทบาททางการเมือง ) โคยการนำอักษรที่มีอยู่ในตัวฅนนั้นทั้งหมด ( อาจจะเป็นอักษรไทย หรือ อักษรอังกฤษ ) ก็ได้ แล้วเขียนตั้งไว้ แล้วนำอักษรต่างๆในชื่อนั้น ดึงลงมา หรือ ไขว่กันไปมา แล้ว นำมาเรียงขึ้นมาใหม่ ก็จะได้รู้ว่า คนๆนี้เป็นใครในรามเกียรต์ของท่านฤษีวาลมีกิ มาเกิด หรือ ตัวละครตัวใดตัวหนึ่งในวรรณกรรมนั้น อาทิ เช่น เราเอาชื่อ + นามสกุล ( รวมทั้งยศและตำแหน่ง ) ของ นช.ชายนายหน้าเหลี่ยมคนนั้น ( ละไว้ในฐานะที่เข้าใจ ) ซึ่งมีบทบาทและลีลาที่ต้องการเป็นใหญ่แบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาดหมายจะครอบครองทุกสิ่งทุกอย่างให้ได้ ไม่ว่าจะทำร้ายทำลายประเทศบ้านเกิดเมืองนอนของมันด้วยวิธีใดก็ตาม ฯลฯ โคยการนำอักษรตัวแรกในชื่อของมันออกมาคือ
ตัว ท ( ท-ทหาร ) ตามมาด้วยตัวอักษร ษ ( ษ – ฤษี ) ที่มีอยู่ในลงมา แล้วแผลงเป็น ศ ( ศ- ศาลา ) เพราะพ้องเสียงกัน ตามด้วย ก ( ก – ไก่ ) ตามด้วย ( ไม้หัดอากาศ ) ตามด้วย น ( น – หนู ) แต่แผลงเป็น ณ ( ณ –เณร ) เพราะ พ้องเสียง
ก็จะได้ตัวอักษรใหม่ ดังนี้คือ
ท+ ษ + กั +น ( แล้วเอาตัวอักษร ท ( ท. ทหาร ) อีกตัวที่เป็นตัวท้ายของยศ แล้วแผลงรูปเป็น ฐ ( ฐ – ฐาน ) นำมาเรียงกันใหม่ ก็จะได้ ท + ศ + กั + ณ + ฐ์ หรือ ทศกัณฐ์ ยักษ์ตัวพ่อมารตัวเป้ง ในรามเกียรต์ ซึ่งมาดูบทบาทหรือพฤติกรรมหรือสันดานของนช.นายหน้าเหลี่ยมคนนั้น กับ ทศกัณฐ์ ในรามเกียรต์จะเหมือนกันอย่างน่าประหลาด
ไม่ว่าจะเรื่องรูปร่างหน้าตา ( คนพันธ์บ้าอะไรหน้าตาสี่เหลี่ยมอย่างกับหัวยักษ์โคยไม่ต้องสวมหัวโขน ) ไม่ว่าเมืองที่ครองอยู่ก็คือ เมืองรังกา ( รัง + กา ) รังก็คือที่อยู่กา “ กา” ก็คือ พวกที่อาศัยปากคอยจิกคอยตี เป็นที่น่ารังเกียจของผู้คน ( กาตัวนี้ ก็เป็นกาดำ ที่เวลาเพียงไม่กี่ปี ฝักตัวจนขาว จนเป็นกาขาว เข้ากับยุคสมัยของยุดที่ ๙ ที่เรียกว่า ยุดถิ่นกาขาว )รัง + กา ก็คือพรรคการเมืองนั้น หรือ สภา หรือ ทำเนียบรัฐบาล ทศกัญฐ์ หมายปองในนางสีดา ซึ่งเป็นมเหสีของพระราม
นางสีดาก็เปรียบได้คือ ประชาชน ( ที่อ้างว่าประชาชนของพ้ม ) , รัฐธรรมนูญ ,อำนาจการปกครอง ตลอดจน ,ทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่อย่างมหาศาลทั้งบนแผ่นดินแผ่นน้ำและใต้แผ่นดินแผ่นน้ำ ซึ่งเป็นของฅนไทยทุกฅน ( ที่เทวดาท่านจะรักษาไว้ให้ลูกหลานไทยได้ใช้ เมื่อไอ้ทศกัณฐ์จำแลงตัวนี้และโคตรพงษ์วงศาคณาญาติ ของพวกมันได้วิบัติฉิบหายไปแล้วเท่านั้น )
ซึ่งเป็นแผ่นดินที่พระราม กษัตริย์ผู้ทรงทศพิศราชธรรมได้ปกครองมานานแสนนาน ทศกัณฐ์จำแลงตัวนี้ ถึงกับตั้งตัวเป็นศัตรูมุ่งร้ายพระรามทั้งโคยทางตรงและทางอ้อม ไม่ว่าจะโคยการกระทำของตัวมันเอง หรือ โคยสมุนบริวารของมัน เป็นตัวทำเกมส์ ก่อกวนสร้างความปั้นป่วนต่อความสงบไม่เว้นวัน ทศกัณฑ์ มันถอดหัวใจไว้นอกตัวตามคำแนะนำของฤาษีโคบุตร ( คือผู้ที่แนะนำวิธีการซุกหุ้นซ่อนเร้นเส้นทางการเงิน คือ คนที่นามสกุล จังไรเสถียร นั้นแหละ ) เหมือนดั่งที่มันได้โอนเงินโอนหุ้นไว้ที่เร้นลับยากที่สืบทราบได้ และ ที่มันยังหวังจะได้คืนทรัพย์สินที่มันโกงไปจากแผ่นดินเกิดคืนจากการถูกอายัตไว้ ทศกัณฑ์ มี ๑๐ หน้า ๒๐ มือ ฉันท์ใด มันก็มี ๑๐ หน้า ๒๐ มือ แบบเดียวกัน คือ หน้าหนึ่งเป็นนักธุรกิจ หน้าหนึ่งเป็นนักการเมือง หน้าหนึ่งเป็นหัวหน้ารัฐบาล ฯลฯ ( ลองไปใส่หน้าให้ครบกันเองครับท่านผู้ชม ) มี ๒๐ มือ มือหนึ่งคว้าสัมปทานธุรกิจผูกขาดของชาติ มือหนึ่งสร้างอำนาจทางการเมือง ส่วนมืออื่นๆคว้าอะไรบ้างพี่น้องช่วยกันเติมให้เต็มด้วยครับพี่น้องครับ ( ถ้าเกินก็ไม่เป็นไรครับ แต่อย่าลืมใส่มือที่คว้านักร้องสาวไว้หนึ่งมือด้วยนะครับพี่น้องครับ ) ทศกัณฑ์ มีเมียที่เป็นทางการชื่อ นางมณโฑ ลองเอาชื่อของเมียมันมาถอดดูตามสูตรที่ ๑ ก็จะได้อักษร ๒ ตัวในชื่อนั้นออกมาว่า ม ( ม –ม้า ) กับ น ( น – หนู ) ก็เอามาเรียงกันเป็น ม + น แผลงเห็น ม + ณ + ...+... เติมให้เต็มก็จะได้ เป็น มณโฑ อ้า เริ่มจะเข้าท่าแล้วใช่ไหมครับพี่น้องครับ คราวนี้ลองสูตรที่ ๓ นะครับ สูตรที่ ๓ คือ สูตรที่ใช้การผวนคำ + พฤติกรรมของตัวละครนั้นๆ เช่น อีเพ็ญ ผวนมาจาก นางเบญจกาย ( เป็นยักษ์ตัวเมีย ขอเน้นว่าเป็นยักษ์ตัวเมีย ไม่ว่าชาตินี้มันจะมาเกิดเป็นเพศใด ก็ยังคงคืนสภาพเป็นยักษ์ตัวเมียอยู่นั่นเอง ) อีกตัวหนึ่ง ชื่อ ชะ+วา+ลิต ผวนมาจาก อินทรชิต ยักษ์ตัวลูกของทศกัณฑ์ที่มีฤกษ์มาก เต็มไปเจ้าเล่ห์เพททุบาย แปลงร่างเป็นพระอินทร์จนดูเหมือนมาก แต่สุดท้ายก็ไม่วายถูกกระชากหน้ากากที่ภายนอกดูหวานเจี๊ยบแต่ภายในยอมรับใช้ยักษ์ตัวพ่อ ทำทุกอย่างแม้กระทั้งออกไปเอาไฟภายนอกมาเผาบ้านเผาเมืองก็ยังทำ ทีนี้ลองมาดูยักษ์แก่อีกตัวที่มีฤทธิ์สูสีกับทศกัณฑ์ โบราณท่านจึงจับมาเฝ้าประตูวัดคู่กับทศกัณฑ์ เป็นยักษ์แก่เก๋าเกมส์ ครองอีกเมืองหนึ่งคือเมืองหรือมีอีกพรรคหนึ่ง แต่มาเป็นนอมินี่ให้กับทศกัณฑ์ เพราะทศกัณฑ์รบกับพระรามจนหมดตัวชน เอาโคตรพงษ์วงศ์ยักษ์ ๑๑๑ ตัว ไปตายจนหมดตัวเล่น เลยไปเอายักษ์แก่ตัวนี้มาชนกับพระราม เจ้ายักษ์ตัวนี้คือ สหัสเดชะ มาจากอักษรหน้าสุดของชายคนหนึ่ง ดึงลงมา แล้วก็ผสมคำตามสูตรที่หนึ่ง
จะได้เป็น ส + ท +ไม้หันอากาศ + ส + เ + ค + ช ตัว ท ( ท – ทหาร เต็มหัวที่หลัง ก็จะได้เป็น ห – หีบ ) ตัว ค ( ค – ควาย พลิกหัว จะได้เป็น ด – เด็ก ) เต็ม สระ อะ ไปที่หลัง ด –เด็ก ก็จะได้เป็น ส+หั+ส+เ+ด+ช หรือ สหัสเดชะ ยักษ์พันหน้าตัวนี้มีฤทธิ์มาก ตัวใหญ่เสียงดังฟังชัด มักพูดจาหยาบช้าโอ้อวด กระเหี้ยนกระหือลือ จะเอาให้เป็นตายกันไปข้างหรือไง อะไรกันนักกันหนา ( แต่จะชอบกินไปบ่นไป สวาปามไม่เลือกทุกสิ่งที่ขวางหน้า จนโรคห่ากินตับ หรือชอบนั่งในส้วมนาน 45 นาที ตามวรรณคดีไม่ได้กล่าวไว้ )
มีกระบองวิเศษต้นชี้ตายปลายชี้เป็น ( ไม่ใช่หอกหัก) เป็นอาวุธ ยกทัพย้ายพรรคมาเข้ารังกาพรรคของ ทศกัณฑ์ ถึงกับยอมทุบกำแพงประตูเมืองเพราะตัวใหญ่ราชรถใหญ่มากเข้าเมืองรังกาไม่ได้ ( สมกับคำโบราณที่ว่า ราชรถมาเกย ) พอได้เวลาก็หมายมาดจะยกทัพไปจัดการกับทหารพระรามที่รบด้วยอาวุธมือตบที่ยกพลมาจากทั่วสารทิศ จองถนนอยู่แถวๆราชดำเนิน เตรียมบุกเข้ายึดเมืองรัง+กา สหัสเดชะ ๒๕๕๐ ก็พบกับหนุมานแปลงตัวมาเป็นลิงน้อย นั่งหย่องๆอยู่แถวริมฟุตบาท เห็นน่ารักน่าสงสารก็ถามว่าเจ้ามานั่งร้องไห้ตรงนี้ทำไม ลิงน้อยก็หลอกว่า ( ลิงหลอกเจ้า ) ข้าอยากจะช่วยท่านรบกับทหารพระราม เพราะแค้นที่เจ้านายตัวคือพาลีถูกฆ่า จึงอยากมาของอาศัยท่านไปทำศึกครั้งนี้ด้วย เจ้ายักษ์บ้าหน้าโง่ก็หลงเชิ่อ เอาหนีบไปด้วยไม่ว่าจะไปเสนอหน้าหาผลประโยชน์จากบ้านเมืองอื่นก็หนีบไปด้วย และถูกหนุมานปลอมหลอกว่าจะขออาวุธสักอย่างติดตัวไว้ ยักษ์หน้าโง่ก็ถามว่าหน้าอย่างเอ็งจะเอาอาวุธอะไร ลิงน้อยก็ตอบว่า “ หอกหักไม่เอา ขอแค่กระบองอันเดียวก็พอ” เจ้ายักษ์บ้าก็เอากระบองอาญาสิทธิ์ ต้นชี้ตายปลายชี้เป็นมอบให้ ผลก็ปรากฎว่า หนุมาณก็หักกระบองนั่นเสีย แล้วสุดท้าย ก็จับสหัสชะเดชไปจัดการ เมื่อสหัสเดชะแพ้ต่อทหารพระราม ทศกัณฐ์ ๒๕๕๐ ก็ให้น้องเขย ชื่อว่า ชิวหา ขึ้นมารักษาเมืองรัง+กาให้ ชิวหา น้องเขยทศกัณฐ์ เป็นผัวของนางสำมนักขาและมีลูกด้วยกัน ๓ ตัว น้องสาวตัวแสบของทศกัณฐ์ นางสำมนักขามีรูปร่างอย่างไร หน้าจะเหมือนลูกซาลาเปาใส่หมูแดงหรือเปล่าก็ไม่ทราบ และชิวหา ซึ่งแปลว่าลิ้น ( ไม่ทราบใช้ลิ้นไปทำอะไรอย่างอื่นนอกจากรักษาเมืองให้ทศกัณฑ์ และจะไปหิวยักษ์ตัวเมียตัวอื่นไปซื้อตู้เย็นหรือพาไปเที่ยวป่าที่ไหน ในหนังสือไม่ได้กล่าวไว้ ) เมื่อทศกัณฐ์ ๒๕๕๐ หนีคดีไปอยู่ที่อื่น ก็ส่งนอมินี้ตัวแรกคือ สหัสเดชะ มารบกับทหารพระรามจนสหัสเดชะแพ้ยับเยิน ก็ส่งน้องเขยลิ้นยาวมาทำหน้าที่รักษาตำแหน่งแทน ชิวหาก็เอาใจพี่เขยเพราะอาจกลัวเมียคือนางสำมนักขา ( ก็สมควรกลัวอยู่หรอก รูปร่างหน้าตาอย่างนั้น ) คอยรักษาเมืองรัง+กาไว้ ไม่ให้ทหารพระรามบุกได้ ทำหน้าที่อยู่หลายวัน จนกระทั้งวันที่ ๗ ( โปรดสังเกตุว่า เป็นวันที่ ๗ พอดี ) ชิวหาหลับไปเพราะเหนื่อยมาหลายวันแต่เอาลิ้นล้อมเมืองไว้ ทศกัณฑ์กลับมาไม่เห็นเมืองรัง+กา คิดว่า ถูกยึดไปแล้ว ก็โกรธขว้างจักรไปตัดลิ้นชิวหาขาดใจตาย แสดงว่า ชิวหาต้องมาตายเพราะรักษาเมืองให้กับทศกัณฑ์แท้ๆ ทศกัณฐ์ก็ยังพยายามจะครอบครองนางสีดาให้ได้ และ พยายามสร้างความเดือดร้อนไปทั้ง ๓ โลก ต่อไปอย่างต่อเนื่องไม่หยุดไม่สิ้น จนถึงกับ ได้พยายามแบ่งภาค ( โฟนลิ้งค์ ) มาบงการให้ลิ้วล้อยักษ์กเฬวราก ออกมาสร้างความปั่นป่วนวุ่นวายไม่เว้นวาง และกำลังนี้ได้สั่งการให้อินทรชิตและสหายยักษ์ดำเนินการต่อไป หากจะกล่าวไปแล้ว หากทศกัณฐ์ไม่ตาย รามเกียรติ์ก็ไม่จบใช่ไหมครับ ท่านผู้ชม
|
|
แก้ไขล่าสุด ใน วันพุธที่ ๒๘ ตุลาคม ๒๕๕๒ เวลา ๑๖:๒๕ น. |