ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ท่านรู้สึกอย่างไรกับการใช้งบประมาณ 10 ล้านบาท จัดงานฉลองความสำเร็จแก้ปัญหาน้ำท่วม?
 
ป้ายโฆษณา
บทความใน นสพ.แนวหน้า เรื่อง "จับตา...ยิ่งลักษณ์จะตายน้ำตื้น!" วันที่ 26 ก.พ. 2556 พิมพ์ อีเมล
บทความพิเศษ
เขียนโดย สิริอัญญา   
วันอังคารที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖ เวลา ๑๐:๐๐ น.

     นางยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ถูกวางตัวให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในลักษณะที่พิเศษสุด คือมีการวางระบบและทำทุกอย่างเพื่อไม่ให้ต้องรับผิดชอบในเรื่องใด ๆ กระทั่งยอมทนให้คนติเตียนว่าเป็นหุ่นเชิด ซึ่งไม่มีนักการเมืองหรือผู้มีอำนาจคนใดในโลกที่จะยอมได้ขนาดนี้ 

     ดังนั้นในระยะปีเศษที่ผ่านมา ทุกเรื่องราวในการบริหารราชการแผ่นดิน คนไทยจึงได้ยินแต่คำว่า “ปัด” หรือ “โยน” หรือ “มอบให้หน่วยนั้น มอบให้คนนี้แถลงหรือชี้แจง” 

     จนคนไทยทั้งหลายรู้สึกเหมือน ๆ กันว่าประเทศนี้ไม่มีผู้นำ ไม่มีนายกรัฐมนตรี กระทั่งรัฐมนตรีในรัฐบาลบางคนก็ทนไม่ไหว เผลอไผลพูดจาให้ชาวบ้านได้รู้กันทั่วว่าต้องมีคนสไกป์มาสั่งงานบอกบทจนเป็นที่อับอายขายหน้าชาวพาราทั้งโลก 

     แต่อย่างว่านั่นแหละ โลกนิติอันผูกไว้เป็นบทคำพังเพยบทหนึ่งก็ยังคงเป็นจริงอยู่ทุกเมื่อ นั่นคือคำพังเพยที่ว่า “ถี่ลอดตาช้าง ห่างลอดตาเล็น” เพราะช้างนั้นตัวใหญ่ ตาใหญ่ อะไรที่เล็กนักก็มองไม่เห็น หรือมองเห็นเป็นเรื่องเล็ก ๆ ส่วนเล็นนั้นตัวเล็กนัก อะไรที่ใหญ่ก็มองไปไม่ทั่ว 

     ซึ่งความหมายของคำพังเพยดังกล่าวได้ให้บทสรุปว่า ปลาใหญ่ตายน้ำตื้น ปลาเล็กตายน้ำลึก 

     เพราะปลาใหญ่เมื่อไปถึงน้ำตื้นก็เกยตื้น พอถูกคลื่นซัดเอาเล็กน้อยก็ถอยออกน้ำลึกไม่ได กลายเป็นเกยตื้นจนตายเอง หรือไม่ก็กลายเป็นเหยื่อสัตว์หรือคนจนต้องตายเหมือนกัน ตรงกันข้ามกับปลาเล็กซึ่งหากินอยู่ตามชายฝั่ง หากพลั้งพลาดถูกคลื่นชะออกทะเลลึกก็จะกลายเป็นเหยื่อของปลาใหญ่ 

     นางยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ไม่ได้เป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทยและไม่ได้เป็นกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทย แต่จะเพราะอะไรหรือเพราะถูกสไกป์มาสั่งงาน หรือเพราะคนตาหวานทำให้เมตตาเป็นพิเศษ ใครเล่าจักรู้ได้ จึงได้ทุ่มตัวทั้งกายใจออกไปหาเสียงเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครอย่างเอาจริงเอาจัง 

     ทั้งเดินหาเสียงตามที่ต่าง ๆ ทั้งขึ้นเวทีปราศรัย ทั้งประกาศสนับสนุนบรรดาโครงการที่ผู้สมัครเบอร์ 9 พรรคเพื่อไทยได้รณรงค์ จนออกนอกหน้า สรุปรวมความก็คือนางยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้กระทำการทั้งปวงหลายครั้งหลายหนหลายวาระหลายเรื่องราวในทางที่ให้คุณแก่ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครของพรรคเพื่อไทย 

     แล้วถามว่านางยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี สามารถให้คุณให้โทษแก่ผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครคนใดคนหนึ่งได้หรือไม่ 

     ก็ต้องตอบว่าไม่ได้เพราะต้องห้ามเด็ดขาดทั้งจากกฎหมายเลือกตั้งและจากรัฐธรรมนูญ 

     เนื่องจากกฎหมายได้บัญญัติไว้ชัดเจนว่า เจ้าหน้าที่ของรัฐทั้งปวงจะกระทำการใด ๆ หรือละเว้นกระทำการใด ๆ เพื่อให้เป็นคุณหรือเป็นโทษแก่ผู้สมัครรับเลือกตั้งคนใดไม่ได้ 

     เจ้าหน้าที่ของรัฐตามกฎหมายนั้นหมายถึงบุคคลผู้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี รัฐมนตรีช่วย ปลัดกระทรวง รองปลัดกระทรวง อธิบดี ผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ แม้กระทั่งนายกเทศมนตรี หรือนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดล้วนเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐตามบทบัญญัติของกฎหมายดังกล่าวทั้งสิ้น 

     จะเถียงว่าไปหาเสียงนอกเวลาราชการย่อมไม่เป็นความผิดก็คงเถียงได้ แต่ในที่สุดก็ต้องมีความผิด เพราะว่าตำแหน่งนายกรัฐมนตรีนั้น ไม่ใช่ตำแหน่งที่จะดำรงอยู่เฉพาะเวลาราชการ หรือเฉพาะเวลาที่นั่งอยู่ในทำเนียบรัฐบาล 

     ตำแหน่งหน้าที่นายกรัฐมนตรีมีอยู่ตลอดเวลาไม่ว่าในหรือนอกเวลาราชการ ไม่ว่าอยู่ในทำเนียบหรือนอกทำเนียบรัฐบาล ไม่ว่าอยู่ในประเทศหรือต่างประเทศ 

     ไม่เห็นหรือว่าเวลาก่อนหรือหลังเวลาราชการก็ดี เวลาไปต่างจังหวัดก็ดี เวลาไปต่างประเทศก็ดี นางยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ก็สามารถและมีอำนาจกระทำการหรือสั่งการในตำแหน่งนายกรัฐมนตรีได้ตลอดเวลา 

     หากจะยกเว้นให้บ้างก็คงเฉพาะกรณีกระทำกิจเฉพาะตัว เช่น การ ว.5 ในที่รโหฐาน เป็นต้น แม้กระนั้นหากกระทำการ ว.5 ในที่สาธารณะก็อาจถือได้ว่าผู้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีกระทำอุจาดอนาจารในที่สาธารณะอันผิดจรรยาบรรณของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้ด้วย 

     โดยนัยยะดังกล่าวนี้การที่นางยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ออกไปเที่ยวหาเสียงสนับสนุนผู้สมัครของพรรคเพื่อไทยในการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร จึงเป็นการกระทำในตำแหน่งนายกรัฐมนตรีด้วย และเมื่อการหาเสียงนั้นมีลักษณะเป็นการให้คุณหรือให้โทษแก่ผู้สมัคร จึงอาจเป็นความผิดตามกฎหมาย 

     แล้วถามว่าถ้าเป็นความผิดตามกฎหมาย จะต้องรับผิดประการใดบ้าง? ก็ตอบได้ว่ามีความรับผิดหลายประการนัก เช่น 

     ประการแรก มีความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติโดยไม่ชอบด้วยอำนาจหน้าที่ ทำให้เกิดความเสียหายแก่ผู้สมัครรับเลือกตั้งคนอื่น 

     ประการที่สอง มีความผิดตามกฎหมายเลือกตั้ง และรัฐธรรมนูญ ที่ห้ามเจ้าหน้าที่ของรัฐทำการใดที่ให้คุณหรือให้โทษแก่ผู้สมัครรับเลือกตั้ง ซึ่งมีโทษตามกฎหมายเลือกตั้ง รวมทั้งอาจถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง ซึ่งจะทำให้พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีได้ 

     ประการที่สาม มีความผิดตามกฎหมายป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เพราะการกระทำแบบนี้ย่อมถือได้ว่าเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ชอบและเป็นการทุจริตอย่างหนึ่ง 

     แต่ถ้าหากจะถามว่าต้องทำอย่างไร? ก็ตอบว่าก็จ่ายค่าปรึกษาหรือค่าทนายก่อนสิ!
 


 
Powered by DiTC.Valid XHTML and CSS.
Creative Commons License