เพราะการซุกหนี้ระดับแสนล้านบาทก็ได้ทำให้ธนาคารบีบีซีเจ๊งระเนระนาด และพาเอาธนาคารและสถาบันการเงินเกือบร้อยแห่งของประเทศไทยพินาศล่มจมตาม ๆ กัน ฝากรอยเลือดและน้ำตาให้กับมหาชนชาวไทยมาจนถึงทุกวันนี้
และยังเหลือมรดกบาปคือหนี้กองทุนฟื้นฟูอีก 1.14 ล้านล้านบาท หลังจากที่ได้จ่ายค่าดอกเบี้ยไปแล้วถึง 800,000 ล้านบาท โดยที่อาชญากรส่วนใหญ่ยังคงลอยนวล และบางคนยังชูคอส่ายหัวดิก ๆ อยู่ในรัฐบาลนี้ด้วย
กระบวนการซุกหนี้ครั้งยิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์ของประเทศไทยที่จะมีผลทำให้ประเทศไทยและคนไทยทั้งประเทศล้มละลายตาม ๆ กัน ดังที่เกิดความปั่นป่วนวุ่นวายขึ้นในทุกองค์กรธุรกิจและทุกภาคธุรกิจในขณะนี้ แท้จริงแล้วก็คือลูกไม้เก่าโดยคนเก่าที่ทำให้บ้านเมืองพินาศฉิบหายมาในกรณีธนาคารบีบีซีนั่นเอง
ดังนั้นอย่าได้สงสัยใด ๆ ว่าประเทศไทยและคนไทยจะไม่พินาศฉิบหายวายวอด เพราะคราวนี้จำนวนหนี้ที่จะซุกกันเพื่อจะได้สร้างหนี้ใหม่มีจำนวนมากมายมหาศาลถึง 2,070 ล้านล้านบาท มากกว่าเมื่อครั้งซุกหนี้ธนาคารบีบีซีเกือบ 2 ล้านล้านบาท
ถามว่าทำไมจะต้องซุกหนี้มหาศาลเช่นนี้? ก็ต้องตอบว่าเพราะต้องการจะก่อหนี้จำนวนมหาศาลเพิ่มขึ้นถึง 2,070 ล้านล้านบาท เพื่อจะได้ชักค่าต๋งอย่างน้อยร้อยละ 30 ไปบำรุงบำเรอพรรคการเมืองและนักการเมืองที่มีอำนาจ
ตัวเลขที่จะก่อหนี้อันเป็นต้นตอของการซุกหนี้มีอะไรบ้าง? ความจริงก็ไม่ใช่เรื่องลึกลับอะไร เพราะเป็นเรื่องที่คนมีอำนาจเขาพูดเองทำเอง เพียงแต่พูดคนละที ตีสีหน้าคนละแบบเท่านั้น ทำให้ประชาชนสับสน แต่เมื่อนำเอาตัวเลขมาเรียงกันก็จะปรากฏสามรายการใหญ่คือ
หนึ่ง การก่อหนี้โดยการกู้เงินมาชดเชยงบประมาณปี 2555 ที่ขาดดุลอยู่ 400,000 ล้านบาท
สอง การก่อหนี้โดยการออกกฎหมายให้กระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อเอามาแก้ไขปัญหาน้ำท่วมจำนวน 350,000 ล้านบาท ทั้งที่กรรมการในเรื่องน้ำท่วมพากันออกมาแฉว่าไม่มีรายละเอียดอะไรเลย เรียกได้ว่าตั้งโครงการยกเมฆเพื่อกู้เงินมาผลาญและโกงกันเท่านั้น
สาม โครงการเมกกะโปรเจ็คส์มหาภัยจำนวน 2.27 ล้านล้านบาท ซึ่งนับว่าเป็นโครงการใหญ่ที่สุดและมีจำนวนเงินมากที่สุด นับตั้งแต่ปี 2475 เป็นต้นมา ซึ่งแสดงให้เห็นว่ากี่รัฐบาลต่อรัฐบาลไม่ว่าเผด็จการแบบไหน ล้วนไม่มีสติปัญญาคิดอ่านโครงการก่อหนี้สินได้มากมายเท่ากับขบวนการเอาอยู่นี้เลย
รวมสามโครงการก็เป็นเงินทั้งสิ้น 3.02 ล้านล้านบาท ซึ่งเมื่อรวมกับหนี้เก่าที่ประเทศไทยเป็นหนี้นับตั้งแต่ก่อตั้งชาติไทยมาจำนวน 4.3 ล้านล้านบาทแล้ว ก็จะเป็นหนี้รวมกันทั้งสิ้น 7.32 ล้านล้านบาท มากกว่าประเทศกรีซซึ่งกำลังล้มละลายอยู่ถึง 2 ล้านล้านบาท
แต่ประเทศไทยมีขีดความสามารถสูงสุดตามกฎหมายและวินัยการเงินการคลังที่จะกู้ได้เพียง 4.6 ล้านล้านบาท ดังนั้นจึงเกินวงเงินไปถึง 2.72 ล้านล้านบาท เมื่อเป็นดังนี้จึงเกิดกระบวนการซุกหนี้จำนวน 2.72 ล้านล้านบาทขึ้น เพื่อไม่ให้เกินจำนวนที่กู้ได้
นี่คือที่มาและปฐมเหตุที่จะต้องซุกหนี้กัน ซึ่งเขาจะนำไปซุกไว้ในสามรายการใน 3 แหล่งสำคัญ คือ
หนึ่ง ใช้เล่ห์อุบายสลับหนี้จากกระเป๋าซ้ายไปกระเป๋าขวา ด้วยการโอนหนี้ของกระทรวงการคลังไปให้ธนาคารแห่งประเทศไทย 1.14 ล้านล้านบาท ซึ่งจะทำให้ธนาคารแห่งประเทศไทยเจ๊งระเนระนาดในอนาคต
สอง ใช้เล่ห์อุบายเอาใบบัวไปปิดช้างตาย ด้วยการทำให้ ปตท. และการบินไทย เป็นเอกชน เพื่อจะได้ไม่นับหนี้ของทั้งสองแห่งนี้จำนวน 1 ล้านล้านบาท เป็นหนี้สาธารณะ ซึ่งจะเปิดช่องให้รัฐวิสาหกิจนี้ต้องเพิ่มทุนเพื่อให้นักการเมืองยึดเป็นสมบัติส่วนตัวในที่สุด
สาม ใช่เล่ห์อุบายสร้าง GDP เท็จ 2 รายการ คือโครงการรถคันแรก และบ้านหลังแรก เพื่อก่อหนี้ให้กับคนไทย 2 ล้านล้านบาท แล้วนำตัวเลขหนี้ทั้งหมดนั้นมาเฉลี่ยเป็นรายได้ของคนไทยทั้งประเทศ เพื่อจะเอาเป็นฐานในการไปคิดอัตราเติบโตทางเศรษฐกิจเพื่อจะได้กู้เงินมาผลาญกันเล่นราว 600,000 ล้านบาท
รวมสามแหล่งที่จะซุกหนี้ก็จะมีจำนวนถึง 2.74 ล้านล้านบาท ซึ่งเพียงพอที่จะที่จะเอาหนี้ 2.72 ล้านล้านบาท มาซุกไว้ และขณะนี้ได้ดำเนินการซุกในรายการที่หนึ่งไปแล้ว ในขณะที่รายการที่สองถูกต่อต้านหนักต้องชะงักอยู่ และรายการที่สามก็กำลังเดินเครื่องอยู่แล้ว
นี่คือนวัตกรรมซุกหนี้บันลือโลกที่ไม่มีประเทศไหนและประชาชนชาติไหนเขายอมให้ทำกัน มีแต่ชนชาติที่ยอมให้นักการเมืองโกงชาติโกงประชาชนได้อย่างประเทศไทยของเราเท่านั้น จึงจะทำเรื่องมหาวินาศเช่นนี้ได้
ก็เตรียมล้มละลายฉิบหายวายวอดกันทั้งประเทศเถิดพี่น้อง และรับรองว่าไม่ผูกขาดไว้สำหรับสีใดสีหนึ่งอย่างแน่นอน.
|