|
บทความใน นสพ.แนวหน้า คอลัมน์บ้านเกิดเมืองนอน วันที่ 7 มกราคม 2555 |
|
|
|
บทความพิเศษ
|
|
เขียนโดย สิริอัญญา
|
|
วันอังคารที่ ๑๐ มกราคม ๒๕๕๕ เวลา ๑๑:๑๕ น. |
|
วันนี้เป็นวันแรกที่ได้เขียนบทความลงในหนังสือพิมพ์รายวัน “แนวหน้า” ตามที่คุณผาณิต พูนศิริวงศ์ หรือคุณแหน เธอได้ชักชวนไว้ โดยจะให้เขียนสัปดาห์ละครั้ง ในทุกวันเสาร์ ดังนั้นจึงขอเชิญชวนบรรดามิตรรักแฟนเพลง ได้บอกกล่าวให้มิตรทั้งหลายได้ทราบและติดตามต่อไป
ผมเป็นเพื่อนนักเรียนธรรมศาสตร์กับคุณแหน เป็นเพื่อนร่วมรุ่นดัง คือรุ่นนิติ 09 ซึ่งจะดังกันอย่างไรนั้นเห็นจะไม่ต้องบอกกล่าวอีกแล้ว เพราะนิติ 09 ธรรมศาสตร์นั้นมีคนดังและเรื่องราวดัง ๆ ต่อเนื่องมาช้านานแล้ว
เมื่อครั้งที่เรียนธรรมศาสตร์ คุณแหนเธอเป็นนักศึกษาที่สวยที่สุด งามประดุจดังดอกไม้แรกเริ่มแย้ม ดังนั้นจึงเป็นที่ต้องตาของใครต่อใคร แต่ในที่สุดก็มีคนตาถึง มือไว คว้าไปครอง และครองคู่กันมาร่วมครึ่งศตวรรษจนกระทั่งบัดนี้
เมื่อก่อนปีใหม่ มีผู้ใหญ่ท่านหนึ่งที่คุ้นเคยกับราชนิกูลสายตำหนักปลายเนินแห่งสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระยานริศนานุวัติวงศ์ สอบถามผมว่าหลังจากได้รับประทานรางวัลนักเขียนบทความดีเด่นของกองทุนหม่อมราชวงศ์อายุมงคล โสณกุล ซึ่งหม่อมเจ้าหญิงกรณิกา จิตรพงศ์ ทรงประทานรางวัลด้วยพระองค์เองแล้ว เหตุไฉนจึงเงียบหายไป
ก็ได้ตอบท่านไปว่า ซึ่งได้รับประทานรางวัลนั้นเป็นพระคุณล้นเหลือ และตั้งหน้าเขียนงานไปตามกำลังความสามารถมิได้ขาดเลย แต่มามีเหตุจำเป็นต้องว่างเว้นลง ทำให้ไม่ได้เขียนบทความลงหนังสือพิมพ์เป็นเวลาค่อนข้างนาน ทั้งที่มีความคันไม้คันมืออยู่เป็นอันมาก และที่สำคัญก็คือยังคงสำนึกในหน้าที่และความตั้งใจที่จะทำหน้าที่ให้สมกับที่ได้รับความไว้วางใจนั้นอยู่มิได้ขาด
ครั้นจะเข้าเทศกาลปีใหม่ก็ได้โทรศัพท์ไปอวยพรคุณแหนตามธรรมเนียม และได้ปรารภเรื่องนี้ เธอก็มีน้ำใจยินดี ชักชวนให้มาเขียนบทความที่แนวหน้า โดยจะให้เขียนสัปดาห์ละครั้ง ลงในทุกวันเสาร์ ไม่จำกัดเนื้อหาสาระ แต่จำกัดปริมาณว่าอย่าให้เกิน 2 หน้ากระดาษพิมพ์ A4 เพราะจะไปกระทบกับเนื้อที่ของผู้เขียนท่านอื่น ๆ
คุณแหนเธอมีน้ำใจงามกับเพื่อน ชักชวนนัดกินข้าวปลากัน แต่ผมก็ต้องขอผัดผ่อนไป เพราะไม่อยากไปพบปะหน้าตาเพื่อนฝูงเก่า ๆ โดยเฉพาะเพื่อนสตรีที่มีความงดงามในอดีต เพราะในวันนี้ถึงไม่พบหน้าก็รู้ดีว่าดอกไม้แรกบานดอกนั้นเมื่อผ่านวันเวลานานช้า ไม่ได้พบหน้ากันกว่า 40 ปีแล้ว ไหนเลยจะดำรงคงความแรกแย้มเอาไว้ได้
หากพบกันก็คงเห็นเป็นดอกไม้อีกดอกหนึ่งที่กำลังโรยราไปตามกาลเวลาที่ผ่านไป จนกระทั่งอาจเข้าใจว่าเป็นดอกไม้อีกดอกหนึ่งซึ่งไม่ใช่ดอกเดิมที่มีความงดงามสง่าจนเป็นที่ดึงดูดสายตาของเพื่อนนักศึกษาทั้งมหาวิทยาลัยในครั้งกระโน้น
ว่ามาอย่างนี้อย่าคิดว่าแกล้งชมโฉม หรือถวิลหาอาทรในสิ่งที่ล่วงไปแล้วเลย มันเป็นอย่างนั้นจริง ๆ คนเราทุกคนย่อมมีความทรงจำแต่หนหลังด้วยกันทั้งนั้น และย่อมต้องการให้ความทรงจำที่ดีงามดำรงคงอยู่ตลอดไป ไม่มีใครอยากพบกับความผิดคาดหวังด้วยกันทั้งนั้น พูดอย่างนี้แล้วคุณแหนเธอคงจะได้ผ่านตาเป็นแน่ ก็อย่าได้น้อยใจเลย
เพราะคนเรานั้นเมื่อวันเวลาล่วงไป กาย ใจ นี้ก็ย่อมผันแปรเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา ตามหลักพระไตรลักษณ์ คือมีความไม่เที่ยง มีความผันแปรเปลี่ยนแปลงตั้งอยู่แล้วดับไปในที่สุด ไม่มีใครจะไปหยุดยั้งเอาไว้ได้ เพราะสิ่งทั้งหลายไม่ได้อยู่ในอำนาจของใคร ไม่เป็นตัวตนของใครที่จะบังคับบงการเอาได้ดังใจ
ต่อให้มีเงินทองมากมายมหาศาล ต่อให้มีอำนาจมากและแกร่งกล้าสักปานไหน ต่อให้มีเครือข่ายทั้งนอกประเทศและในประเทศสักเพียงไหน ก็ล้วนอยู่ภายใต้กฎพระไตรลักษณ์ทั้งสิ้น ไม่มีทางที่จะดิ้นรนให้พ้นไปจากพระไตรลักษณ์นั้นได้เลย
ไม่นานดอก ที่เห็นที่พูดถึงกันอยู่นี้ ก็ล้วนต้องพรากจากกันไปทั้งสิ้น ปีเก่าผ่านไป ปีใหม่เข้ามาถึง เราทั้งผองต่างก็ต้องดำเนินไปในปี 2555 ด้วยกัน กำลังเดินทางไปสู่ความแก่มากขึ้น และต้องเผชิญกับความเจ็บมากขึ้น จนกระทั่งไปถึงความตายในที่สุด
และเมื่อวันนั้นมาถึง จะมีใครเอาอะไรไปได้บ้าง ทรัพย์สมบัติที่หา วาสนาที่มี ลิ่วล้อบริวารที่ประจบประแจงทุกเช้าค่ำ จะมีใครตามไปด้วยเล่า ถึงจะชักชวนจะจ้างวาน จะบังคับขู่เข็ญประการใด ก็ไม่มีใครไปด้วยและเอาอะไรไปด้วยไม่ได้สักอย่างเดียว
ดังนี้แล้ว จะไม่ตั้งสติกันบ้างหรือว่าเกิดมาเป็นมนุษย์ทั้งที จะทำคุณงามความดีไว้กับบ้านเมืองและราษฎรให้เลื่องชื่อลือชาปรากฏไว้ในกาลข้างหน้า จะได้ไม่เสียชาติเกิด
วันนี้ก็ขอทำหน้าที่ไถพรวนตัวอักษร หว่านปลายแนวคิด เพื่อบรรณาการญาติมิตรไว้เท่านี้ก่อน แล้วพบกันต่อไปในทุกวันเสาร์.
|
|
แก้ไขล่าสุด ใน วันอังคารที่ ๑๐ มกราคม ๒๕๕๕ เวลา ๑๑:๕๑ น. |