84 พรรษามหาราชา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ท่านรู้สึกอย่างไรกับการใช้งบประมาณ 10 ล้านบาท จัดงานฉลองความสำเร็จแก้ปัญหาน้ำท่วม?
 
ป้ายโฆษณา
อนุปุพพิกถาเสวนา (ตอนที่ 2) แบบเรียนเพื่อเป็นพระอริยบุคคล พิมพ์ อีเมล
User Rating: / 3
แย่ดีที่สุด 
บทความพิเศษ
เขียนโดย สิริอัญญา   
วันเสาร์ที่ ๐๓ กันยายน ๒๕๕๔ เวลา ๑๑:๑๐ น.
|


     วันนี้เป็นวันข้างแรม เดือน 9 ในเทศกาลเข้าพรรษา ปี 2554 เป็นเวลาที่จะได้แสดงเรื่องอนุปุพพิกถาเสวนาเป็นลำดับต่อไป ในฐานะที่เป็นพระธรรมสำคัญที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสสอนแล้ว ทำให้คนธรรมดามีดวงตาเห็นธรรมและเป็นพระอรหันต์จำนวนมาก

     ปัญจวัคคีย์ทั้ง 5 คน เมื่อได้สดับพระธัมมจักกัปปวัตนสูตรแล้ว ได้ดวงตาเห็นธรรมแล้วก็ยังไม่บรรลุพระอรหันต์ จนกระทั่งพระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสสอนอนุปุพพิกถาเป็นลำดับถัดมา จนกระทั่งทรงเทศนาอนัตตลักขณสูตร ปัญจวัคคีย์จึงบรรลุความเป็นพระอรหันต์

     ถัดจากนั้น พระยัสสะลูกมหาเศรษฐีเสเพล เมื่อพระพุทธองค์ทรงเทศนาโปรดด้วยอนุปุพพิกถาก็มีดวงตาเห็นธรรม ครั้นได้ฟังพระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสสอนอนุปุพพิกถาแก่ผู้เป็นบิดาซ้ำอีกก็บรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์ ในขณะที่บิดาพระยัสสะครั้นได้ฟังอนุปุพพิกถาที่พระตถาคตเจ้าทรงสั่งสอนแล้วก็มีดวงตาเห็นธรรม ปาวารนาตนเป็นอุบาสกคนแรกในพระพุทธศาสนา

     เพียงเท่านี้ก็จะเห็นได้ว่าพระอรหันต์ 6 รูปแรกในพระพุทธศาสนาล้วนบรรลุความเป็นพระอรหันต์ก็เพราะได้สดับพระธรรมที่มีชื่อว่าอนุปุพพิกถา ที่พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงตรัสสอน

     อุบาสกคนแรกในพระพุทธศาสนาคือบิดาพระยัสสะ ที่ได้ดวงตาเห็นธรรมก็เพราะได้ฟังพระธรรมที่ชื่ออนุปุพพิกถาจากพระผู้มีพระภาคเจ้าเช่นเดียวกัน

      หลังจากที่พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงเทศนาโปรดให้บิดาพระยัสสะบรรลุธรรมและปาวารนาตนเป็นอุบาสกคนแรกในพระพุทธศาสนาแล้ว ในวันรุ่งขึ้นมารดาของพระยัสสะคือนางสุชาดาและอดีตภรรยาพระยัสสะก็ได้มีโอกาสเข้าเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้า และพระพุทธองค์ก็ได้เทศนาเรื่องอนุปุพพิกถาเช่นเดียวกัน ทำให้นางสุชาดาและอดีตภรรยาพระยัสสะได้ดวงตาเห็นธรรม แล้วปาวารนาตนเป็นอุบาสิกาชุดแรกในพระพุทธศาสนา

     พระสูตรได้พรรณนาสืบไปว่า เมื่อพระยัสสะได้บวชด้วยเอหิภิกขุอุปสัมปทาแล้ว บรรดามิตรสหายที่เป็นนักเที่ยวเสเพลด้วยกันก็ติดตามหา ครั้นได้ทราบว่าพระยัสสะบวชเสียแล้วก็ยกพวกกันมาถึง 54 คน เพื่อมาดูพระยัสสะว่าบวชจริงหรือไม่ และเหตุใดผู้ที่เป็นบุตรหัวแก้วหัวแหวนของอัครมหาเศรษฐีที่มีความสมบูรณ์พร้อมทุกอย่างจึงได้ยอมละวางทุกสิ่งทุกอย่าง กลายมาเป็นนักบวช

     สหายของพระยัสสะทั้ง 54 คน ติดตามมาถึงที่อยู่ของพระยัสสะและได้เข้าเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้า คนหัวอกเดียวกันที่เคยสำมะเลเทเมา เสพสุขสนุกสนานด้วยกัน เมื่อตัวหัวโจกสละละวางทุกสิ่งเข้ารับอุปสมบทจนเป็นพระอรหันต์ในพระพุทธศาสนาเสียแล้ว บรรดาสหายทั้ง 54 คน จึงสนใจฟังพระธรรม

     พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสสอนสหายของพระยัสสะทั้ง 54 คนด้วยอนุปุพพิกถาอีกเช่นเดียวกัน ในการสอนตอนนี้แม้พระสูตรจะมิได้ระบุถึงความละเอียดมากน้อยหรือการอรรถาธิบายที่ลุ่มลึกกว้างขวางเพียงใด แต่ก็คาดได้ว่าพระผู้มีพระภาคเจ้าผู้ทรงไว้ซึ่งอนุสาสนีปาฏิหาริย์ย่อมมีลำดับการสอน การเปรียบเทียบ การอุปมา อุปไมย ที่สอดคล้องต้องกับอัชฌาสัยของคนเสเพลเหล่านั้นดี จึงทำให้สหายของพระยัสสะทั้ง 54 คน มีดวงตาเห็นธรรม ว่าสิ่งใดเกิดขึ้นเป็นธรรมดา สิ่งนั้นย่อมดับไปเป็นธรรมดา

     เมื่อได้ดวงตาเห็นธรรมแล้ว สหายพระยัสสะทั้ง 54 คนจึงได้ขออุปสมบท พระพุทธองค์จึงทรงบวชให้ด้วยวิธีเอหิภิกขุอุปสัมปทา และต่อมาทั้ง 54 รูปก็ได้บรรลุความเป็นพระอรหันต์ ทำให้พระอรหันตสาวกมีจำนวนเพิ่มขึ้นเป็น 60 รูป

     พระอรหันตสาวกทั้ง 60 รูปนี้เป็นพระพุทธสาวกโดยตรงที่ฟังคำตรัสสอนโดยตรง และได้ดวงตาเห็นธรรมเป็นลำดับไปจนกระทั่งบรรลุความเป็นพระอรหันต์ หนึ่งในพระธรรมที่พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงใช้สอนพระอรหันตสาวกชุดนี้ก็คืออนุปุพพิกถา
หลังจากนั้นมาพระผู้มีพระภาคเจ้าก็ยังตรัสสอนชาวบ้านธรรมดาสามัญ แม้กระทั่งพระเจ้าแผ่นดิน เจ้าแคว้นอีกมากหลายตลอดพระชนมายุด้วยพระธรรมที่มีชื่อว่าอนุปุพพิกถานี้ และปรากฏว่าผู้ที่ได้ฟังพระธรรมนี้แล้วจะได้ดวงตาเห็นธรรมเสมอ

     ดังนั้นหากจะตามรอยพระอรหันต์ ตามแบบอย่างพระอรหันตสาวกตั้งแต่ครั้งพุทธกาล ก็พึงตามรอยพระอรหันต์นั้นจากพระธรรมที่มีชื่อว่าอนุปุพพิกถานั้นเถิด

     พระอรหันตสาวก 60 รูป มีจำนวนมากพอที่พระผู้มีพระภาคเจ้าเห็นว่าถึงเวลาที่จะส่งพระอรหันตสาวกเหล่านี้ให้กระจายกันออกไปประกาศพระธรรมคำสอนแก่ชนหมู่มากในโลก ดังนั้นจึงมีพุทธดำรัสกับพระอรหันตสาวก 60 รูปนี้ให้แยกย้ายกันออกไปประกาศพระธรรมที่ทรงตรัสรู้ 

     พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า “เธอทั้งหลายจงจาริกไปแต่องค์เดียว ประกาศพรหมจรรย์ให้บริสุทธิ์ บริบูรณ์ ด้วยอรรถะและพยัญชนะ ให้งดงามในเบื้องต้น ในท่ามกลางและในที่สุด เพื่อประโยชน์และความสุขของชนหมู่มาก”

    
พระอรหันตสาวกทั้ง 60 รูปนี้ จึงนับว่าเป็นพระพุทธสาวกที่ออกไปประกาศพระศาสนาเป็นชุดแรกสุด

     ลำดับถัดมาก็มีกลุ่มชายหนุ่มอีกคณะหนึ่งจำนวน 30 คน เป็นคนหนุ่มที่มีความกระตือรือร้น เร่าร้อน แต่ก็ยังคงจัดว่าเป็นหนุ่มเสเพลอยู่นั่นเอง เพราะเป็นกลุ่มชายหนุ่มที่มีอัชฌาสัยคลุกคลีข้องแวะอยู่กับสตรี วันหนึ่งคู่ขาของชายหนุ่มในคณะนี้หายไป กลุ่มหนุ่มทั้ง 30 คน ก็ร้อนรนกระวนกระวายใจ พากันเที่ยวติดตามหาคนรัก จนวุ่นวายไปทั้งละแวกนั้น 

     พวกหนุ่มขาดรักที่มีความกระหายใคร่ในสตรีตามหาคนรักจนกระทั่งมาพบกับพระผู้มีพระภาคเจ้า

     พระพุทธองค์ทรงหยั่งทราบวาระจิตของชายหนุ่มคณะนี้ว่ามีความฮึกเหิมคะนองลำพองใจและว้าวุ่นอยู่กับคนรัก ดังนั้นด้วยน้ำพระทัยอันเปี่ยมด้วยพระเมตตาคุณและพระมหากรุณาธิคุณแก่เหล่าสัตว์ พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงทรงทักคนเหล่านั้นว่าพวกเธอกำลังตามหาอะไรกัน 

      ชายหนุ่มในกลุ่มนั้นตอบว่าหญิงสาวคนรักของเพื่อนตนคนหนึ่งหายไปจึงช่วยกันติดตามหา ไม่ทราบว่าท่านได้เห็นสตรีใดผ่านมาทางนี้หรือไม่ พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสว่า พวกเธอไม่คิดจะตามหาตัวพวกเธอเองบ้างหรือ ชายหนุ่มทั้งกลุ่มนั้นแม้ว่าคะนองลำพองนัก แต่ก็นับว่าเป็นคนหนุ่มที่มีความเฉลียวฉลาด และเป็นผู้ที่มีความรู้ มีการศึกษาตามสมควรแก่ฐานะของตนในยุคนั้น พอได้ฟังคำตรัสเพียงเท่านี้ก็ได้สติยั้งคิด พากันฉงนสนเท่ห์

     ชายหนุ่มทั้งกลุ่มหยุดมองพระผู้มีพระภาคเจ้า เห็นพระมหาสมณะมีพระกิริยาอาการสงบนิ่งเยือกเย็น มีพระรัศมีสว่างไสวเป็นที่อัศจรรย์ มีพระบุคลิกลักษณะอันสง่างามตามมหาปุริษลักษณะซึ่งเป็นที่รู้กันในยุคนั้น ก็พากันหยุดสนทนา และนิ่งฟังพระผู้มีพระภาคเจ้าเฉลยคำถามที่พระองค์ทรงตั้งขึ้น

     พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงพระธรรมเทศนาโปรดชายหนุ่มกลุ่มนี้ด้วยพระธรรมที่เรียกว่าอนุปุพพิกถานั่นเอง เมื่อแสดงพระธรรมเทศนาจบแล้วชายหนุ่มทั้ง 30 คนก็ได้ดวงตาเห็นธรรมและขออุปสมบท

     พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงทรงประทานอุปสมบทให้ชายหนุ่มทั้ง 30 คนนั้น และหลังจากทรงเทศนาโปรดด้วยอนุปุพพิกถาอีกครั้งหนึ่ง พระภิกษุทั้ง 30 รูปนี้ก็ได้บรรลุความเป็นพระอรหันต์ ทำให้พระอรหันตสาวกเพิ่มขึ้นเป็น 90 รูป และพระอรหันต์คณะนี้ได้ชื่อว่าพระอรหันต์กลุ่มภัททวัคคีย์

     เมื่อกลุ่มพระภัททวัคคีย์ได้บรรลุเป็นพระอรหันต์แล้ว พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสสั่งให้พระอรหันต์กลุ่มที่สองนี้แยกย้ายกันไปประกาศพระพุทธศาสนา เพื่อประโยชน์และความสุขของชนหมู่มากในโลก ด้วยการประทานพุทธโอวาท เช่นเดียวกับที่ทรงประทานแก่พระอรหันต์ที่ทรงส่งไปประกาศพระศาสนาชุดแรกจำนวน 60 รูปนั้น

     หลังจากทรงโปรดภัททวัคคีย์ทั้ง 30 รูปแล้ว พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงเสด็จพุทธดำเนินไปยังแคว้นมคธ เพื่อไปโปรดกลุ่มชฏิล 3 พี่น้อง ซึ่งเป็นนักบวชกลุ่มที่ถือลัทธิบูชาไฟ และมีบริวารมากถึง 1,000 คน ทั้งเป็นที่เลื่อมใสศรัทธาของมหาชนในแคว้นมคธนั้น  

     มาถึงเวลานี้จึงกล่าวได้ว่าในชั่วเวลาไม่นานนัก หลังจากทรงตรัสรู้แล้ว พระพุทธองค์ก็ได้แสดงพระธรรมเทศนาโปรดแก่เวไนยสัตว์ ทำให้มีพระอรหันต์บังเกิดขึ้นถึง 90 รูป มีอุบาสกเกิดขึ้น 1 คน อุบาสิกาเกิดขึ้น 2 คน ทั้งอุบาสกและอุบาสิกานั้นล้วนได้ดวงตาเห็นธรรมทั้งสิ้น

     พระอรหันต์ทั้ง 90 รูป รวมทั้งอุบาสกและอุบาสิกาดังกล่าวได้ดวงตาเห็นธรรม ได้บรรลุธรรมและบรรลุความเป็นพระอรหันต์ได้ก็ด้วยการฟังพระธรรมที่มีชื่อว่าอนุปุพพิกถาทั้งสิ้น

     พระธรรมอันมีชื่อว่าอนุปุพพิกถานี้ เป็นพระธรรมสำคัญที่พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงใช้ตรัสสอนเวไนยสัตว์เป็นอันมาก เป็นส่วนใหญ่ ตลอดทั้งโพธิกาล จึงอาจกล่าวได้อนุปุพพิกถาคือพระธรรมเทศนาหลักหรือเป็นหัวข้อธรรมสำคัญอันเป็นหลักที่พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงแก่เวไนยสัตว์ เป็นผลให้เวไนยสัตว์เหล่านั้นได้ดวงตาเห็นธรรมและบรรลุความเป็นพระอรหันต์

     กระทั่งสามารถกล่าวได้เต็มปากเต็มคำว่าพระอริยบุคคลทั้งหลาย รวมทั้งอุบาสก อุบาสิกาทั้งหลาย ที่เกิดขึ้นในตลอดโพธิกาลนั้นมีเป็นจำนวนมากหรือเป็นส่วนใหญ่ ที่เข้าถึงพระธรรมหรือมีดวงตาเห็นธรรม เพราะการได้ฟังพระธรรมบทที่มีชื่อว่าอนุปุพพิกถานี้

     จึงไม่เป็นการไกลเกินไปหรือเกินไปที่จะกล่าวว่า อนุปุพพิกถาคือพระธรรมที่ทำให้เวไนยสัตว์ได้ดวงตาเห็นธรรมมากที่สุด และถึงซึ่งความเป็นพระอรหันต์มากที่สุดด้วย

     เป็นที่น่าเสียดายว่า บทพระธรรมอันมีชื่อว่าอนุปุพพิกถานั้นมิได้แสดงหรือเรียบเรียงไว้อย่างเป็นระบบเหมือนกับพระสูตรอื่น ๆ ไม่เหมือนกับพระธัมมจักกัปปวัตนสูตร อนัตตลักขณสูตร อาทิตตปริยายสูตร รัตนสูตร หรือมหาสติปัฏฐานสูตร หรืออานาปานสติสูตร ซึ่งพระสูตรทั้งหลายเหล่านี้ได้แสดงถึงคำบอกกล่าวของพระอานนท์พระพุทธอนุชาที่ได้กล่าวหรือพรรณนาว่าพระผู้มีพระภาคเจ้าได้แสดงธรรมในพระสูตรนั้น ๆ ที่ไหน แสดงกับใคร และแสดงว่าอย่างไร เป็นรายละเอียดอันหมดจดงดงามเป็นระบบบริสุทธิ์บริบูรณ์ยิ่งนัก

     พระสูตรเหล่านี้เมื่ออ่านแล้วแม้ว่าจะระบุชัดว่าเป็นคำบอกกล่าวของพระอานนท์ พระผู้เป็นพระอุปัฏฐากของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า แต่สามารถเห็นได้ชัดเจนถึงลีลาการแสดงธรรมของพระผู้มีพระภาคเจ้า อันได้รับการยกย่องว่าประกอบด้วยอนุสาสนีปาฏิหาริย์เป็นที่อัศจรรย์นัก

     พระสูตรเหล่านั้นทรงแสดงอย่างเป็นระบบ อย่างเป็นระเบียบ อย่างเป็นขั้นเป็นตอน มีเบื้องต้น มีท่ามกลาง มีที่สุด มีความบริสุทธิ์บริบูรณ์ทั่วด้าน สมบูรณ์พร้อมทั้งอรรถะและพยัญชนะ กระทั่งนักสังคมนิยมก็ต้องยอมรับว่าพระธรรมอันแสดงนั้นมีลักษณะเป็นวิภาษวิธี (Dialectic Method) แฝงฝังอยู่โดยทั่วไป

     แต่พระธรรมอันมีชื่อว่าอนุปุพพิกถานั้นระบุแต่ว่าประกอบด้วยกถา 5 เรื่อง คือ

     ทานกถา ได้แก่เรื่องราวเกี่ยวกับทาน

     ศีลกถา ได้แก่เรื่องราวเกี่ยวกับศีล

     สัคคกถา ได้แก่เรื่องราวเกี่ยวกับสวรรค์

     กามาทีนวกถา ได้แก่เรื่องราวเกี่ยวกับโทษของกาม

    
และเนกขัมมานิสังสกถา ได้แก่เรื่องราวเกี่ยวกับการออกจากกาม

     แล้วก็มีคำอธิบายย่อบ้าง ยาวบ้าง สำหรับกถาต่าง ๆ ทั้ง 6 กถานี้ แต่ไม่สามารถเห็นลีลาการแสดงพระธรรมหรือลำดับการแสดงอนุปุพพิกถาที่พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงด้วยพระองค์เอง ซึ่งหากใครได้ฟังพระสูตรเหล่านั้นแล้วและน้อมใจฟังพระธรรมเทศนาด้วยดีโดยเคารพ ด้วยจิตอันน้อมถึงพระผู้มีพระภาคเจ้าบริสุทธิ์มั่นคงตั้งมั่นดีแล้วก็จะได้ฟังพระธรรมนั้นเสมือนหนึ่งได้นั่งอยู่หน้าพระพักตร์และได้ฟังพระธรรมนั้นจากพระโอษฐ์ของพระผู้มีพระภาคเจ้าโดยตรง

     ก็แลเมื่ออนุปุพพิกถาไม่มีการเรียบเรียงหรือแสดงโดยนัยยะแบบเดียวกันกับพระสูตรทั้งหลาย แต่เมื่ออนุปุพพิกถานี้เป็นบทพระธรรมสำคัญที่ทำให้เวไนยสัตว์ได้ดวงตาเห็นธรรม เข้าถึงพระธรรม บรรลุความเป็นอริยบุคคลจำนวนมากมาย จึงจำเป็นอยู่เองที่จะต้องค้นคว้าตามรอยการแสดงพระธรรมในครั้นกระโน้นสืบไป.


 




|

Comments
Add New Search
Write comment
Name:
Email:
 
Title:
UBBCode:
[b] [i] [u] [url] [quote] [code] [img] 
 
 
:angry::0:confused::cheer:B):evil::silly::dry::lol::kiss::D:pinch:
:(:shock::X:side::):P:unsure::woohoo::huh::whistle:;):s
:!::?::idea::arrow:
 
Please input the anti-spam code that you can read in the image.

3.26 Copyright (C) 2008 Compojoom.com / Copyright (C) 2007 Alain Georgette / Copyright (C) 2006 Frantisek Hliva. All rights reserved."

แก้ไขล่าสุด ใน วันพุธที่ ๒๑ กันยายน ๒๕๕๔ เวลา ๑๐:๕๗ น.
 
Powered by DiTC.Valid XHTML and CSS.
Creative Commons License