|
อาสาฬหบูชาเทศนา (ตอนที่ 6-จบ) |
|
|
|
บทความพิเศษ
|
|
เขียนโดย สิริอัญญา
|
|
วันพฤหัสบดีที่ ๑๔ กรกฏาคม ๒๕๕๔ เวลา ๑๕:๒๖ น. |
|
อาสาฬหบูชาเทศนา ตอนที่ 6 เป็นเรื่องที่เขียนขึ้นเพื่อน้อมถวายเป็นพุทธบูชาเนื่องในโอกาสที่วันอาสาฬหบูชาเวียนมาถึงอีกครั้งหนึ่งในวันที่ 15 กรกฎาคม 2554
วันนี้เป็นวันที่ 14 กรกฎาคม 2554 ตรงกับวันขึ้น 14 ค่ำ เดือน 8 และเมื่อครั้งโพธิกาล วันนี้เป็นวันที่พระผู้มีพระภาคเจ้าได้เสด็จถึงป่าอิสิปตนมฤคทายวัน แขวงเมืองพาราณสี เพื่อโปรดปัญจวัคคีย์ และในวันรุ่งขึ้นคือวันพรุ่งนี้ก็เป็นวันที่พระพุทธองค์ได้แสดงพระธรรมเทศนาเป็นครั้งแรก เป็นการประกาศพระพุทธศาสนาเป็นครั้งแรกในโลก
พระธรรมเทศนาที่ทรงเทศน์เป็นครั้งแรกได้ชื่อว่าธัมมจักกัปปวัตตนสูตร คือพระสูตรที่ว่าด้วยการยังธรรมจักรให้เป็นไป จึงเป็นวันประกาศพระธรรมเป็นครั้งแรกหลังจากที่มีพระพุทธเจ้าอุบัติขึ้นแล้วในโลก และหลังจากทรงแสดงพระธรรมเทศนาเสร็จแล้ว ปัญจวัคคีย์พี่ใหญ่คือท่านโกณฑัญญะได้มีดวงตาเห็นธรรมแล้วขอรับอุปสมบท
จึงมีพระสงฆ์เกิดขึ้นเป็นองค์แรกในพุทธศาสนา เมื่อเป็นเช่นนี้ก็ต้องถือว่านอกจากเป็นวันประกาศพระธรรมแล้ว ยังเป็นวันที่พระรัตนตรัยครบองค์สามอีกด้วย
เมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงตรัสสอนปัญจวัคคีย์เกี่ยวกับอริยสัจสี่ที่มีรอบสาม อาการสิบสอง ไปโดยลำดับแล้ว ปัญจวัคคีย์ก็มีความรื่นเริงในธรรม ทำความรู้ ความคิด ความเข้าใจและความเห็นเป็นไปตามที่พระตถาคตเจ้าได้ทรงประกาศพระธรรมนั้น
ปรากฏว่าในบรรดาปัญจวัคคีย์นั้น ท่านโกณฑัญญะอดีตพราหมณ์เป็นผู้โหราจารย์และเป็นพี่ใหญ่ของปัญจวัคคีย์ได้มีดวงตาเห็นธรรมว่า สิ่งใดสิ่งหนึ่งมีความเกิดขึ้นเป็นธรรมดาแล้ว สิ่งนั้นย่อมมีความดับไปเป็นธรรมดา
การมีดวงตาเห็นธรรมเกิดขึ้นว่าสิ่งใดสิ่งหนึ่งมีความเกิดขึ้นเป็นธรรมดา สิ่งนั้นย่อมดับไปเป็นธรรมดา เป็นภาวะที่เห็นธรรม แต่ยังไม่ถึงภาวะแห่งความหลุดพ้นจากความทุกข์สิ้นเชิง เพราะความหลุดพ้นจากทุกข์สิ้นเชิงหรือความดับทุกข์สนิทโดยไม่มีเหลือนั้นเป็นเรื่องของการดับโดยไม่เหลือซึ่งตัณหา คือทุกข์ สมุทัย อริยสัจ ซึ่งเป็นอีกขั้นตอนหนึ่ง
เพราะเหตุนี้ภาวะที่ท่านโกณฑัญญะมีดวงตาเห็นธรรม จึงเป็นภาวะเบื้องต้นที่เข้าสู่กระแสแห่งพระอริยะดังที่พระพุทธองค์ทรงประกาศแต่ต้นว่าปฏิปทาสายกลางนั้นเป็นของพระอริยะ ประกอบด้วยประโยชน์ ทำดวงตาให้เกิด ทำญาณให้เกิด เป็นไปเพื่อความสงบ เป็นไปเพื่อความรู้ยิ่ง เพื่อความตรัสรู้และเพื่อนิพพาน
ในพลันที่ท่านโกณฑัญญะมีดวงตาเห็นธรรมแล้ว พระผู้มีพระภาคเจ้าก็ทรงทราบด้วยพระญาณอันประเสริฐว่าท่านโกณฑัญญะมีดวงตาเห็นธรรมแล้ว การประกาศพระธรรมของพระองค์เป็นผลแล้ว จึงทรงเปล่งอุทานเป็นภาษาบาลีว่า “อญญาสิ วต โภ โกณฑญโญ” ซึ่งแปลว่าท่านผู้เจริญโกณฑัญญะ ได้รู้แล้วหนอ ท่านผู้เจริญโกณฑัญญะได้เห็นธรรมแล้วหนอ
เพราะเหตุนี้นับแต่บัดนั้นมา ท่านโกณฑัญญะจึงได้นามว่าอัญญาโกณฑัญญะ ซึ่งแปลว่าท่านโกณฑัญญะผู้มีดวงตาเห็นธรรม และธรรมที่เห็นนั้นก็คือธรรมที่ว่าสิ่งใดมีความเกิดขึ้นเป็นธรรมดา สิ่งนั้นย่อมมีความดับไปเป็นธรรมดา
ภาวะที่เห็นธรรมเช่นนั้น เป็นภาวะที่ได้รู้ธรรมแจ่มแจ้งแล้ว มีธรรมอันหยั่งลงแล้ว ข้ามความสงสัยทั้งปวงได้แล้ว ไม่มีสิ่งใดที่จะสงสัยอีกต่อไป ถึงความเป็นผู้แกล้วกล้า ไม่ต้องเชื่อถือผู้อื่นในคำสอนของพระผู้มีพระภาคเจ้าอีก ดังนั้นท่านอัญญาโกณฑัญญะจึงขอบรรพชาอุปสมบท
พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงมีพุทธานุญาต โดยทรงตรัสว่าเธอจงเป็นภิกษุมาเถิด ธรรมอันเรากล่าวดีแล้ว เธอจงประพฤติพรหมจรรย์เพื่อทำที่สุดแห่งทุกข์โดยชอบเถิด
พระพุทธานุญาตด้วยคำตรัสเช่นนี้จึงมีผลเป็นการประทานอุปสมบทด้วยพระองค์เองของพระผู้มีพระภาคเจ้าหรือที่เรียกว่าเอหิภิกขุอุปสัมปทา ณ บัดนั้น พระสงฆ์สาวกผู้มีดวงตาเห็นธรรมรูปแรกก็อุบัติขึ้นในพระพุทธศาสนาหลังจากที่พระพุทธเจ้าได้ทรงอุบัติแล้ว ได้ทรงแสดงธรรมแล้ว ณ เวลานั้น พระรัตนตรัยจึงครบองค์สามบริบูรณ์
ด้วยเหตุนี้วันอาสาฬหบูชาจึงไม่เพียงแต่เป็นวันพระธรรม หากยังถือได้ว่าเป็นวันแห่งพระรัตนตรัยด้วย
ในขณะที่พระอัญญาโกณฑัญญะเป็นพระสงฆ์สาวกรูปแรกในพระพุทธศาสนานั้น ปัญจวัคคีย์ที่เหลืออีก 4 รูปยังไม่มีดวงตาเห็นธรรม พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ทรงตรัสอธิบายต่อมาอีก คำอธิบายของพระผู้มีพระภาคเจ้าแก่ปัญจวัคคีย์ทั้ง 4 นั้นเรียกว่าธรรมิกถา
ปรากฏว่าปัญจวัคคีย์ที่มีนามว่าวัปปะและภัททิยะได้ดวงตาเห็นธรรม อย่างเดียวกับท่านอัญญาโกณฑัญญะ จึงได้ทูลขออุปสมบทต่อพระผู้มีพระภาคเจ้า ดังนั้นพระตถาคตจึงประทานอุปสมบทด้วยวิธีเอหิภิกขุอุปสัมปทาแก่ท่านวัปปะและท่านภัททิยะอีก 2 รูป ทำให้พระสงฆ์สาวกมีจำนวน 3 รูปในบัดนั้น
พระผู้มีพระภาคเจ้ายังคงตรัสสอนอธิบายด้วยธรรมิกถาแก่ท่านมหานามะและท่านอัสสชิในวันต่อมาอีก ในที่สุดท่านมหานามะและท่านอัสสชิก็มีดวงตาเห็นธรรมอย่างเดียวกัน จึงได้ขออุปสมบทต่อพระผู้มีพระภาคเจ้า ซึ่งพระผู้มีพระภาคเจ้าก็ได้ประทาเอหิภิกขุอุปสัมปทาแก่ปัญจวัคคีย์ที่เหลืออีก 2 รูปนั้น ทำให้พระสงฆ์สาวกเพิ่มจำนวนเป็น 5 รูปในเวลานั้น
พระสงฆ์สาวกอุบัติขึ้นในโลก 5 รูปแล้ว มีดวงตาเห็นธรรมแล้ว แต่ยังไม่บรรลุถึงความหลุดพ้นหรือความดับทุกข์สิ้นเชิง หรือถึงซึ่งภาวะอรหันต์ พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสสอนต่อมาจนกระทั่งถึงวันแรม 5 ค่ำ เดือน 8 พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงได้ตรัสสอนภิกษุปัญจวัคคีย์ในเรื่องของความไม่เที่ยง หรือที่เรียกว่าอนัตตลักขณสูตร
หลังจากทรงแสดงอนัตตลักขณสูตรแล้ว พระภิกษุปัญจวัคคีย์ผู้มีดวงตาเห็นธรรมแล้วก็ก้าวข้ามพ้นวัฏฏะสงสาร หลุดพ้นจากตัณหาอันเป็นเหตุแห่งทุกข์อย่างสิ้นเชิง ถึงภาวะที่ทุกข์ดับสนิทโดยไม่เหลือ ไม่กลับกำเริบอีก บรรลุถึงภาวะแห่งพระอรหันต์
ดังนั้นพระอรหันต์ 5 รูปแรกในพระพุทธศาสนาจึงเป็นพระอรหันต์ที่บรรลุโดยฟังคำตรัสสอนโดยตรงของพระผู้มีพระภาคเจ้าในพระสูตรสำคัญ 2 พระสูตร คือ ธัมมจักกัปปวัตนสูตรและอนัตตลักขณสูตร
ผองชาวพุทธจึงพึงทราบ พึงเข้าใจ ว่าหลักธรรมคำสอนสำคัญที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสสอนปัญจวัคคีย์จนมีดวงตาเห็นธรรม และขอรับอุปสมบทเป็นพระสงฆ์ชุดแรกในพระพุทธศาสนาด้วยธัมมจักกัปปวัตนสูตร และทรงแสดงอนัตตลักขณสูตรคือพระสูตรแห่งความไม่เป็นตัวตน เป็นผลให้ปัญจวัคคีย์ผู้มีดวงตาเห็นธรรมแล้วได้บรรลุถึงความเป็นพระอรหันต์
ดังนั้นชาวพุทธทั้งปวงที่ปรารถนาเดินตามรอยพระอรหันต์ เพื่อบรรลุถึงพระธรรมอันประเสริฐ เพื่อบรรลุถึงความตรัสรู้และนิพพาน ก็พึงตามร่องรอยพระบาทหรือรอยเท้าแห่งพระอรหันต์ โดยธัมมจักกัปปวัตนสูตรและอนัตตลักขณสูตรนั้นเถิด.
|