84 พรรษามหาราชา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ท่านรู้สึกอย่างไรกับการใช้งบประมาณ 10 ล้านบาท จัดงานฉลองความสำเร็จแก้ปัญหาน้ำท่วม?
 
ป้ายโฆษณา
อาสาฬหบูชาเทศนา (ตอนที่ 6-จบ) พิมพ์ อีเมล
User Rating: / 2
แย่ดีที่สุด 
บทความพิเศษ
เขียนโดย สิริอัญญา   
วันพฤหัสบดีที่ ๑๔ กรกฏาคม ๒๕๕๔ เวลา ๑๕:๒๖ น.
|


     อาสาฬหบูชาเทศนา ตอนที่ 6 เป็นเรื่องที่เขียนขึ้นเพื่อน้อมถวายเป็นพุทธบูชาเนื่องในโอกาสที่วันอาสาฬหบูชาเวียนมาถึงอีกครั้งหนึ่งในวันที่ 15 กรกฎาคม 2554

     วันนี้เป็นวันที่ 14 กรกฎาคม 2554 ตรงกับวันขึ้น 14 ค่ำ เดือน 8 และเมื่อครั้งโพธิกาล วันนี้เป็นวันที่พระผู้มีพระภาคเจ้าได้เสด็จถึงป่าอิสิปตนมฤคทายวัน แขวงเมืองพาราณสี เพื่อโปรดปัญจวัคคีย์ และในวันรุ่งขึ้นคือวันพรุ่งนี้ก็เป็นวันที่พระพุทธองค์ได้แสดงพระธรรมเทศนาเป็นครั้งแรก เป็นการประกาศพระพุทธศาสนาเป็นครั้งแรกในโลก

     พระธรรมเทศนาที่ทรงเทศน์เป็นครั้งแรกได้ชื่อว่าธัมมจักกัปปวัตตนสูตร คือพระสูตรที่ว่าด้วยการยังธรรมจักรให้เป็นไป จึงเป็นวันประกาศพระธรรมเป็นครั้งแรกหลังจากที่มีพระพุทธเจ้าอุบัติขึ้นแล้วในโลก และหลังจากทรงแสดงพระธรรมเทศนาเสร็จแล้ว ปัญจวัคคีย์พี่ใหญ่คือท่านโกณฑัญญะได้มีดวงตาเห็นธรรมแล้วขอรับอุปสมบท

     จึงมีพระสงฆ์เกิดขึ้นเป็นองค์แรกในพุทธศาสนา เมื่อเป็นเช่นนี้ก็ต้องถือว่านอกจากเป็นวันประกาศพระธรรมแล้ว ยังเป็นวันที่พระรัตนตรัยครบองค์สามอีกด้วย

     เมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงตรัสสอนปัญจวัคคีย์เกี่ยวกับอริยสัจสี่ที่มีรอบสาม อาการสิบสอง ไปโดยลำดับแล้ว ปัญจวัคคีย์ก็มีความรื่นเริงในธรรม ทำความรู้ ความคิด ความเข้าใจและความเห็นเป็นไปตามที่พระตถาคตเจ้าได้ทรงประกาศพระธรรมนั้น

     ปรากฏว่าในบรรดาปัญจวัคคีย์นั้น ท่านโกณฑัญญะอดีตพราหมณ์เป็นผู้โหราจารย์และเป็นพี่ใหญ่ของปัญจวัคคีย์ได้มีดวงตาเห็นธรรมว่า สิ่งใดสิ่งหนึ่งมีความเกิดขึ้นเป็นธรรมดาแล้ว สิ่งนั้นย่อมมีความดับไปเป็นธรรมดา

     การมีดวงตาเห็นธรรมเกิดขึ้นว่าสิ่งใดสิ่งหนึ่งมีความเกิดขึ้นเป็นธรรมดา สิ่งนั้นย่อมดับไปเป็นธรรมดา เป็นภาวะที่เห็นธรรม แต่ยังไม่ถึงภาวะแห่งความหลุดพ้นจากความทุกข์สิ้นเชิง เพราะความหลุดพ้นจากทุกข์สิ้นเชิงหรือความดับทุกข์สนิทโดยไม่มีเหลือนั้นเป็นเรื่องของการดับโดยไม่เหลือซึ่งตัณหา คือทุกข์ สมุทัย อริยสัจ ซึ่งเป็นอีกขั้นตอนหนึ่ง

     เพราะเหตุนี้ภาวะที่ท่านโกณฑัญญะมีดวงตาเห็นธรรม จึงเป็นภาวะเบื้องต้นที่เข้าสู่กระแสแห่งพระอริยะดังที่พระพุทธองค์ทรงประกาศแต่ต้นว่าปฏิปทาสายกลางนั้นเป็นของพระอริยะ ประกอบด้วยประโยชน์ ทำดวงตาให้เกิด ทำญาณให้เกิด เป็นไปเพื่อความสงบ เป็นไปเพื่อความรู้ยิ่ง เพื่อความตรัสรู้และเพื่อนิพพาน

     ในพลันที่ท่านโกณฑัญญะมีดวงตาเห็นธรรมแล้ว พระผู้มีพระภาคเจ้าก็ทรงทราบด้วยพระญาณอันประเสริฐว่าท่านโกณฑัญญะมีดวงตาเห็นธรรมแล้ว การประกาศพระธรรมของพระองค์เป็นผลแล้ว จึงทรงเปล่งอุทานเป็นภาษาบาลีว่า “อญญาสิ วต โภ โกณฑญโญ” ซึ่งแปลว่าท่านผู้เจริญโกณฑัญญะ ได้รู้แล้วหนอ ท่านผู้เจริญโกณฑัญญะได้เห็นธรรมแล้วหนอ

     เพราะเหตุนี้นับแต่บัดนั้นมา ท่านโกณฑัญญะจึงได้นามว่าอัญญาโกณฑัญญะ ซึ่งแปลว่าท่านโกณฑัญญะผู้มีดวงตาเห็นธรรม และธรรมที่เห็นนั้นก็คือธรรมที่ว่าสิ่งใดมีความเกิดขึ้นเป็นธรรมดา สิ่งนั้นย่อมมีความดับไปเป็นธรรมดา

     ภาวะที่เห็นธรรมเช่นนั้น เป็นภาวะที่ได้รู้ธรรมแจ่มแจ้งแล้ว มีธรรมอันหยั่งลงแล้ว ข้ามความสงสัยทั้งปวงได้แล้ว ไม่มีสิ่งใดที่จะสงสัยอีกต่อไป ถึงความเป็นผู้แกล้วกล้า ไม่ต้องเชื่อถือผู้อื่นในคำสอนของพระผู้มีพระภาคเจ้าอีก ดังนั้นท่านอัญญาโกณฑัญญะจึงขอบรรพชาอุปสมบท

     พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงมีพุทธานุญาต โดยทรงตรัสว่าเธอจงเป็นภิกษุมาเถิด ธรรมอันเรากล่าวดีแล้ว เธอจงประพฤติพรหมจรรย์เพื่อทำที่สุดแห่งทุกข์โดยชอบเถิด

     พระพุทธานุญาตด้วยคำตรัสเช่นนี้จึงมีผลเป็นการประทานอุปสมบทด้วยพระองค์เองของพระผู้มีพระภาคเจ้าหรือที่เรียกว่าเอหิภิกขุอุปสัมปทา ณ บัดนั้น พระสงฆ์สาวกผู้มีดวงตาเห็นธรรมรูปแรกก็อุบัติขึ้นในพระพุทธศาสนาหลังจากที่พระพุทธเจ้าได้ทรงอุบัติแล้ว ได้ทรงแสดงธรรมแล้ว ณ เวลานั้น พระรัตนตรัยจึงครบองค์สามบริบูรณ์

     ด้วยเหตุนี้วันอาสาฬหบูชาจึงไม่เพียงแต่เป็นวันพระธรรม หากยังถือได้ว่าเป็นวันแห่งพระรัตนตรัยด้วย

     ในขณะที่พระอัญญาโกณฑัญญะเป็นพระสงฆ์สาวกรูปแรกในพระพุทธศาสนานั้น ปัญจวัคคีย์ที่เหลืออีก 4 รูปยังไม่มีดวงตาเห็นธรรม พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ทรงตรัสอธิบายต่อมาอีก คำอธิบายของพระผู้มีพระภาคเจ้าแก่ปัญจวัคคีย์ทั้ง 4 นั้นเรียกว่าธรรมิกถา

     ปรากฏว่าปัญจวัคคีย์ที่มีนามว่าวัปปะและภัททิยะได้ดวงตาเห็นธรรม อย่างเดียวกับท่านอัญญาโกณฑัญญะ จึงได้ทูลขออุปสมบทต่อพระผู้มีพระภาคเจ้า ดังนั้นพระตถาคตจึงประทานอุปสมบทด้วยวิธีเอหิภิกขุอุปสัมปทาแก่ท่านวัปปะและท่านภัททิยะอีก 2 รูป ทำให้พระสงฆ์สาวกมีจำนวน 3 รูปในบัดนั้น

     พระผู้มีพระภาคเจ้ายังคงตรัสสอนอธิบายด้วยธรรมิกถาแก่ท่านมหานามะและท่านอัสสชิในวันต่อมาอีก ในที่สุดท่านมหานามะและท่านอัสสชิก็มีดวงตาเห็นธรรมอย่างเดียวกัน จึงได้ขออุปสมบทต่อพระผู้มีพระภาคเจ้า ซึ่งพระผู้มีพระภาคเจ้าก็ได้ประทาเอหิภิกขุอุปสัมปทาแก่ปัญจวัคคีย์ที่เหลืออีก 2 รูปนั้น ทำให้พระสงฆ์สาวกเพิ่มจำนวนเป็น 5 รูปในเวลานั้น

     พระสงฆ์สาวกอุบัติขึ้นในโลก 5 รูปแล้ว มีดวงตาเห็นธรรมแล้ว แต่ยังไม่บรรลุถึงความหลุดพ้นหรือความดับทุกข์สิ้นเชิง หรือถึงซึ่งภาวะอรหันต์ พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสสอนต่อมาจนกระทั่งถึงวันแรม 5 ค่ำ เดือน 8 พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงได้ตรัสสอนภิกษุปัญจวัคคีย์ในเรื่องของความไม่เที่ยง หรือที่เรียกว่าอนัตตลักขณสูตร

     หลังจากทรงแสดงอนัตตลักขณสูตรแล้ว พระภิกษุปัญจวัคคีย์ผู้มีดวงตาเห็นธรรมแล้วก็ก้าวข้ามพ้นวัฏฏะสงสาร หลุดพ้นจากตัณหาอันเป็นเหตุแห่งทุกข์อย่างสิ้นเชิง ถึงภาวะที่ทุกข์ดับสนิทโดยไม่เหลือ ไม่กลับกำเริบอีก บรรลุถึงภาวะแห่งพระอรหันต์

     ดังนั้นพระอรหันต์ 5 รูปแรกในพระพุทธศาสนาจึงเป็นพระอรหันต์ที่บรรลุโดยฟังคำตรัสสอนโดยตรงของพระผู้มีพระภาคเจ้าในพระสูตรสำคัญ 2 พระสูตร คือ ธัมมจักกัปปวัตนสูตรและอนัตตลักขณสูตร

     ผองชาวพุทธจึงพึงทราบ พึงเข้าใจ ว่าหลักธรรมคำสอนสำคัญที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสสอนปัญจวัคคีย์จนมีดวงตาเห็นธรรม และขอรับอุปสมบทเป็นพระสงฆ์ชุดแรกในพระพุทธศาสนาด้วยธัมมจักกัปปวัตนสูตร และทรงแสดงอนัตตลักขณสูตรคือพระสูตรแห่งความไม่เป็นตัวตน เป็นผลให้ปัญจวัคคีย์ผู้มีดวงตาเห็นธรรมแล้วได้บรรลุถึงความเป็นพระอรหันต์

     ดังนั้นชาวพุทธทั้งปวงที่ปรารถนาเดินตามรอยพระอรหันต์ เพื่อบรรลุถึงพระธรรมอันประเสริฐ เพื่อบรรลุถึงความตรัสรู้และนิพพาน ก็พึงตามร่องรอยพระบาทหรือรอยเท้าแห่งพระอรหันต์ โดยธัมมจักกัปปวัตนสูตรและอนัตตลักขณสูตรนั้นเถิด.
 

 




|

Comments
Add New Search
Write comment
Name:
Email:
 
Title:
UBBCode:
[b] [i] [u] [url] [quote] [code] [img] 
 
 
:angry::0:confused::cheer:B):evil::silly::dry::lol::kiss::D:pinch:
:(:shock::X:side::):P:unsure::woohoo::huh::whistle:;):s
:!::?::idea::arrow:
 
Please input the anti-spam code that you can read in the image.

3.26 Copyright (C) 2008 Compojoom.com / Copyright (C) 2007 Alain Georgette / Copyright (C) 2006 Frantisek Hliva. All rights reserved."

 
Powered by DiTC.Valid XHTML and CSS.
Creative Commons License