84 พรรษามหาราชา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ท่านรู้สึกอย่างไรกับการใช้งบประมาณ 10 ล้านบาท จัดงานฉลองความสำเร็จแก้ปัญหาน้ำท่วม?
 
ป้ายโฆษณา
ยุทธศาสตร์อาหาร ทางรอดของประเทศไทย ตอนที่ ๒. พิมพ์ อีเมล
User Rating: / 0
แย่ดีที่สุด 
บทความพิเศษ
เขียนโดย สิริอัญญา   
วันพฤหัสบดีที่ ๐๗ กรกฏาคม ๒๕๕๔ เวลา ๐๙:๕๑ น.
|


๒. ประเทศจีนได้กำหนดยุคสมัยให้เป็นศตวรรษแห่งอาหาร

     ๑. ชาวจีนกล่าวว่าถ้าคนจีนบริโภคข้าวเพิ่มขึ้นเพียงคนละ ๑ คำ ปริมาณที่เพิ่มขึ้นจะสามารถเลี้ยงประชากรชาวออสเตรเลียได้ทั้งทวีป ทั้งนี้เนื่องเพราะปัญหาอาหารเป็นปัญหาที่คุกคามและท้าทายความสามารถของรัฐบาลจีนมาตลอดระยะเวลา ๕,๐๐๐ ปี ในประวัติศาสตร์มีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลหรือฮ่องเต้ที่เกิดจากการแก้ไขปัญหาเรื่องอาหารไม่ตกหลายครั้ง จนปัญหาเรื่องอาหารเป็นเรื่องที่รัฐบาลจีนให้ความสำคัญตลอดระยะเวลาอันยาวนาน ถึงขนาดต้องวางขุนนางที่มีความสามารถสูงสุดและซื่อตรงสูงสุดเป็นผู้รับผิดชอบดูแล เพราะถือเป็นความเป็นความตายของประเทศ ดังเช่นในสมัยราชวงศ์ฮั่น องค์ปฐมกษัตริย์ฮั่นโกโจต้องหายอดคนที่มีนามว่าเสี่ยวเหอมาดูแลรับผิดชอบเป็นการเฉพาะ ในยุคปลายสามก๊กขงเบ้งต้องเข้ารับผิดชอบดูแลการผลิตด้วยตนเอง ในสมัยราชวงศ์ซ้อง องค์พระจักรพรรดิต้องมอบหมายให้เปาบุ้นจิ้นเป็นผู้รับผิดชอบเรื่องอาหารยามประสบพิบัติด้วยตนเอง 

     หลังจากสถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีนแล้ว ประธานเหมาเจ๋อตงได้ประกาศยุทธศาสตร์แก้ปัญหา ๔ ตาย (แผนพัฒนาประเทศ ๕๐ ปีฉบับที่ ๑) คือปัญหาการอดตาย ปัญหาหนาวตาย ปัญหาน้ำท่วมตาย และปัญหาสงครามภายในประเทศที่ฆ่ากันเองตายให้ตกไปภายใน ๕๐ ปี เพราะแต่ละปัญหาที่เกิดขึ้นแต่ละครั้งทำให้ชาวจีนเสียชีวิตนับล้าน ๆ คนมาตลอดระยะเวลา ๕,๐๐๐ ปี ภายใต้ยุทธศาสตร์แก้ปัญหาอดตายทำให้เกิดยุทธวิธีในการพัฒนาประเทศหลายประการ ที่สำคัญคือเข็มมุ่งในการพัฒนาแหล่งน้ำทั่วประเทศ เข็มมุ่งในการพัฒนาดินทั่วประเทศ เข็มมุ่งในการบริหารจัดการการผลิตระดับชาติ ระดับมณฑลและระดับท้องถิ่น เข็มมุ่งในการพัฒนาระบบคมนาคม ที่สอดคล้องรองรับกับการผลิตทางการเกษตร เข็มมุ่งในการพัฒนาวิทยาศาสตร์ เป็นต้น 

     ตลอดระยะเวลา ๕๐ ปีของแผนแรก ซึ่งเพิ่งสิ้นสุดไปประมาณ ๑๐ ปีที่ผ่านมา พรรคคอมมิวนิสต์จีนสามารถประกาศว่ายุทธศาสตร์ดังกล่าวใกล้บรรลุผล และยังคงเป็นยุทธศาสตร์ใหญ่ที่สำคัญที่สุดของจีน ปัจจุบันนี้ศูนย์กลางพรรคคอมมิวนิสต์จีนสรุปว่าถ้าประเทศจีนล้มเหลวในเรื่องอาหาร ต่อให้รัฐบาลมีความสามารถเข้มแข็งเพียงใดก็จะไม่สามารถรักษาสถานการณ์เอาไว้ได้ ดังนั้นยุทธศาสตร์อาหารจึงมีฐานะที่สำคัญอย่างยิ่ง ทั้งต่อปัญหาเศรษฐกิจ ความมั่นคงและการพัฒนาประเทศของจีน 

     ล่าสุดสำนักทฤษฎีของพรรคคอมมิวนิสต์จีนโดยความเห็นชอบของที่ประชุมเต็มคณะของคณะกรรมาธิการวิทยาศาสตร์และการวางแผนได้มีฉันทามติว่ายุคสมัยของโลกที่มีการพัฒนาต่อไปนี้ไม่ได้มีนัยยะหลักที่สำคัญอยู่ที่ประเภทของสังคมว่าจะเป็นสังคมคอมมิวนิสต์หรือสังคมทุนนิยม ไม่ได้มีนัยยะหลักสำคัญอยู่ที่เทคโนโลยีหรือวิทยาศาสตร์หรือที่เรียกว่ายุคไอที หรือเทคโนโลยีสารสนเทศ และไม่ใช่ยุคโลกาภิวัฒน์อีกต่อไปแล้ว เพราะโลกกำลังเผชิญกับปัญหาที่ร้ายแรงที่สุดคือปัญหาอดตายที่จะต้องเตรียมการรับมือให้เพียงพอ ดังนั้นจึงกำหนดยุคสมัยของศตวรรษนี้ให้เป็นศตวรรษแห่งอาหาร และให้ยุทธศาสตร์อาหารเป็นยุทธศาสตร์หลักของชาติด้วย 

     ปลายปี ๒๕๕๓ ฯพณฯ หวางหยาง ซึ่งเป็น ๑ ใน ๒๔ คนของคณะกรรมการกรมการเมืองแห่งคณะกรรมการกลาง พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศจีน ผู้ดำรงตำแหน่งเป็นเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์จีน มณฑลกวางตุ้ง ซึ่งมีประชากร ๘๕ ล้านคน ได้เดินทางมาเยือนประเทศไทยในฐานะผู้แทนรัฐบาลจีนและได้แจ้งเรื่องสำคัญแก่รัฐบาลไทยว่า ประเทศจีนได้กำหนดยุคสมัยให้เป็นศตวรรษแห่งอาหาร และให้มณฑลกวางตุ้งเป็นศูนย์กลางอาหารของโลก ในฐานะที่ประเทศไทยเป็น ๑ ใน ๖ ของประเทศที่ผลิตอาหารเลี้ยงพลโลก ย่อมได้รับผลประโยชน์จากยุทธศาสตร์นี้ และสมควรร่วมมือกันเพื่อจะได้ไม่แข่งขันกันและเพื่อจะได้ร่วมกันแบกรับภารกิจอันสำคัญของมนุษยชาติด้วย 

     ผลจากที่รัฐบาลจีนกำหนดให้มณฑลกวางตุ้งเป็นศูนย์กลางอาหารของโลก จึงทำให้มีการปรับปรุงพัฒนาระบบการขนส่งหรือลอจิสติคส์ครั้งใหญ่ในมณฑลกวางตุ้ง ทั้งการขนส่งทางบก ทางเรือ ทางอากาศ ดังนั้นเพื่อความสอดคล้องรองรับกัน รัฐบาลจีนจึงกำหนดการปฏิรูปมิติแห่งเวลาของประเทศจีนเสียใหม่ โดยกำหนดกรอบ ๒ กรอบคือ ระยะการเดินทางจากตะวันออกสู่ตะวันตก จากเหนือสู่ใต้ของประเทศจีน ต้องใช้เวลาเหลือไม่เกิน ๘ ชั่วโมง และในชั่วระยะ ๑,๐๐๐ กิโลเมตร ทุกพื้นที่ทั่วประเทศต้องใช้เวลาเหลือไม่เกิน ๓ ชั่วโมง ทำให้เกิดแผนพัฒนารถไฟความเร็วสูงครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของจีน ที่จะพลิกโฉมหน้าของประเทศจีนไปตามการปฏิรูปมิติแห่งเวลานั้นด้วย นั่นคือการเตรียมการรองรับกับผลกระทบของการขาดแคลนอาหารในเชิงมิติ ซึ่งเป็นเรื่องลึกล้ำอย่างยิ่ง 

     ประเทศไทยซึ่งเป็นหนึ่งในประเทศที่ผลิตอาหารเลี้ยงพลโลก เป็นประเทศที่มีศักยภาพสูงในการผลิตอาหารและกำลังไต่เต้าลำดับจาก ๔ ไปลำดับที่ ๓ ทั้งอาหารไทยที่ไร้การส่งเสริมสนับสนุนทั้งปวงก็ยังติดลำดับ ๑ ใน ๕ ของยอดอาหารในโลก โดยคนไทยรู้จักสิ่งที่เรียกว่ายุทธศาสตร์ครัวไทยไปสู่ครัวโลกแล้ว ดังนั้นการกำหนดยุทธศาสตร์อาหารและความสำคัญของยุทธศาสตร์นี้ ตลอดจนกระบวนการเชิงระบบและครบวงจรในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์อาหารจึงเป็นภารกิจสำคัญของประเทศและของมนุษยชาติด้วย.

 




|

Comments
Add New Search
Write comment
Name:
Email:
 
Title:
UBBCode:
[b] [i] [u] [url] [quote] [code] [img] 
 
 
:angry::0:confused::cheer:B):evil::silly::dry::lol::kiss::D:pinch:
:(:shock::X:side::):P:unsure::woohoo::huh::whistle:;):s
:!::?::idea::arrow:
 
Please input the anti-spam code that you can read in the image.

3.26 Copyright (C) 2008 Compojoom.com / Copyright (C) 2007 Alain Georgette / Copyright (C) 2006 Frantisek Hliva. All rights reserved."

 
Powered by DiTC.Valid XHTML and CSS.
Creative Commons License