- ธรรมนิติเปิดกิจการให้บริการด้านไอที
- ขอเชิญร่วมบริจาคภาพเพื่อลงในพระไตรปิฎก ในระบบ E-book ถวายไว้ในพระพุทธศาสนา
- ขอเชิญร่วมบริจาคสร้างพระไตรปิฎก ในระบบ E-book ฉลอง 2,600 ปี แห่งการตรัสรู้
- ต้องการงานดี มีความมั่นคง ลองคลิกเข้าไปดูที่ www.jobdst.com
- ขอเชิญติดตามอ่านบทความเรื่อง "พยากรณ์สงกรานต์ 2555" ที่คอลัมน์บทความพิเศษได้แล้วตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
| “ไพศาล” ชี้เหตุแพ้ชนะระหว่าง ปชป. กับ พท. |
|
|
| บทความพิเศษ | |||||||||
| เขียนโดย สิริอัญญา | |||||||||
| วันจันทร์ที่ ๐๔ กรกฏาคม ๒๕๕๔ เวลา ๑๖:๐๗ น. | |||||||||
|
นายไพศาล พืชมงคล อดีตสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ได้เปิดเผยกับสื่อมวลชนเมื่อเช้าวันนี้ ชี้สาเหตุแพ้ชนะในการเลือกตั้งที่ทำให้พรรคประชาธิปัตย์แพ้ขาดและพรรคเพื่อไทยชนะแบบถล่มทลาย ล้วนเกิดมาจากกรรมที่ทำหนักเบาต่างกัน นายไพศาล พืชมงคล กล่าวว่าสาเหตุแพ้ชนะครั้งนี้เกิดขึ้นจากหลายปัจจัย ที่สำคัญคือ ประการแรก ลักษณะโครงสร้างหรือธาตุของพรรค ซึ่งพรรคเพื่อไทยมีลักษณะเป็นพรรคมหาชน แม้จะมีการนำโดยเจ้าของพรรคคนเดียวหรือคณะเดียวก็ตาม แต่การดำเนินงานมีลักษณะมหาชน มีการจัดตั้งมวลชนอย่างเป็นแบบแผน ตามแบบอย่างพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศจีน ในขณะที่พรรคประชาธิปัตย์เป็นพรรคสภา ไม่มีฐานมวลชนจัดตั้ง ไม่ให้ความสำคัญแก่งานจัดตั้งมวลชน เล่นแต่กระแส แต่พ่ายแพ้สถานเดียวและพ่ายแพ้ตลอดมา แต่ก็ไม่มีการพิจารณาปรับปรุงโครงสร้างให้เป็นพรรคมหาชนที่จะมีขีดความสามารถในการต่อสู้กันได้ ลักษณะโครงสร้างนี้เป็นลักษณะชี้ขาดแพ้ชนะโดยตรงครั้งนี้และที่ผ่านมาทุกครั้ง เป็นไปดังที่เหมาเจ๋อตงเคยชี้ไว้ว่า เมื่อแนวทางการเมืองถูกต้องแล้ว การจัดตั้งจะเป็นปัจจัยชี้ขาดแพ้ชนะ ประการที่สอง ลักษณะการทำงานที่มีเนื้อกับมีน้ำ เป็นจุดที่ประชาชนสัมผัสได้ การดำเนินงานของพรรคเพื่อไทยเป็นรูปธรรม ประชาชนสัมผัสถึงประโยชน์ที่ตัวเองจะได้รับได้อย่างชัดเจน ในขณะที่พรรคประชาธิปัตย์มีแต่วาทะกรรมและนามธรรม เหมือนผลไม้ที่ไม่มีเนื้อ จึงถูกเรียกว่าเป็นพรรคที่ดีแต่พูด หรือชอบโต้วาทีตีฝีปาก ซึ่งล้าสมัยแล้ว และไม่มีใครต้องการอีกแล้ว ลักษณะการทำงานดังกล่าวเป็นผลจากประวัติศาสตร์ของพรรคที่พรรคเพื่อไทยกำเนิดจากนักธุรกิจที่มีความก้าวหน้า แต่พรรคประชาธิปัตย์กำเนิดมาจากนักพูด นักกฎหมาย นักตีความ ที่มุ่งเอาตัวรอดและไม่ต้องรับผิดชอบเอาไว้ก่อน ไม่กล้าตัดสินใจในเรื่องราวต่าง ๆ จึงส่งผลให้ทุกครั้งที่เป็นรัฐบาลแล้วได้รับความเคียดแค้นชิงชังและต้องตกเป็นฝ่ายค้านในการเลือกตั้งครั้งต่อไปตลอดมา ประการที่สาม แนวทางการเมืองผิดพลาดอย่างร้ายแรง ไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ในขณะบริหารประเทศ จึงเกิดรัฐบาลพรรคร่วมรับประทาน แทนที่จะเป็นรัฐบาลที่มุ่งแก้ปัญหาชาติบ้านเมือง และถูกตราหน้าว่าเป็นรัฐบาลที่ขายชาติ ปล้นชาติ โกงชาติ วัน ๆ เอาแต่โต้วาทีตีฝีปากเพื่อปกปิดความผิดและแก้ตัวไปวัน ๆ ในขณะที่พรรคเพื่อไทยก็ทำความผิดมากมาย แต่ความผิดนั้นกลับมีพรรคประชาธิปัตย์ร่วมด้วยเสมอ เช่นกรณีการเผาเมือง ขณะที่ฝ่ายหนึ่งกล่าวหาว่าอีกฝ่ายหนึ่งเผาเมือง ก็มีการกล่าวหาว่าอีกฝ่ายหนึ่งต้องรับผิดในการปล่อยให้มีการเผาเมืองด้วย และที่สำคัญคือในขณะที่กล่าวหาว่ารัฐบาลพรรคไทยรักไทยเลว และโกง แต่กลับถูกกล่าวหาว่ารัฐบาลปัจจุบันโกงกว่า จนนักธุรกิจต้องออกมาแฉว่าโกงถึง 50% ของโครงการ ประการที่สี่ การทำงานแนวร่วมที่ตรงกันข้ามกัน พรรคเพื่อไทยเคลื่อนไหวขยายแนวร่วมทั้งในประเทศและต่างประเทศและทุกวงการ ในขณะที่พรรคประชาธิปัตย์ทะเลาะเบาะแว้งกับมิตรสหาย ทิ้งคนดีไปกอดเอาคนพาล ไม่ยอมรับผลงานและบุญคุณของมิตร กลับไปสำนึกในบุญคุณของคนพาล ซึ่งพระพุทธเจ้าก็สอนนักสอนหนาว่าเป็นอัปมงคล ดังนั้นนับวันจึงโดดเดี่ยว ประการที่ห้า ลักษณะก้าวหน้าและล้าหลัง พรรคเพื่อไทยได้เคลื่อนไหวแสดงความก้าวหน้าในเรื่องต่าง ๆ ในขณะที่พรรคประชาธิปัตย์กลับแสดงออกถึงความล้าหลังในทุกเรื่องทุกราว ดังเช่นการออกไปหาเสียง คุณยิ่งลักษณ์นั่งเฮลิคอปเตอร์ คุณอภิสิทธิ์นั่งรถยนต์ ก็เห็นความแตกต่างชัดเจน นายไพศาล พืชมงคล กล่าวว่าทั้งห้าประการนี้เป็นปัจจัยสำคัญที่ชี้ขาดแพ้ชนะในการเลือกตั้งครั้งนี้และถ้ายังไม่ปรับตัว ผลแพ้ชนะเช่นนี้ก็จะเกิดขึ้นต่อไปไม่มีที่สิ้นสุด ในขณะนี้บรรดาเครือข่ายของพรรคประชาธิปัตย์ก็พยายามวาดภาพความน่ากลัว ความน่าสยดสยองให้กับรัฐบาลใหม่ ทั้งๆ ที่ยังไม่ทันจัดตั้งขึ้นเลย และยังมีการวางระเบิดไว้ข้างหน้าอีกหลายลูก ซึ่งไม่เป็นประโยชน์ใด ๆ ต่อบ้านเมือง ผู้รู้ย่อมตำหนิและเป็นวิชาที่หากินไม่ได้อีกแล้ว ตนเชื่อว่าคุณทักษิณและพรรคเพื่อไทยไม่โง่ และฉลาดพอที่จะสรุปบทเรียนผ่านมาได้แล้ว ย่อมไม่ทำความผิดพลาดซ้ำอีก ดังล่าสุดที่เห็นได้ชัดคือคนเป็นหัวอกพ่อคนแม่คน ยอมไม่มางานแต่งงานของลูก เพราะไม่อยากให้เกิดปัญหา นี่คือสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปจากเมื่อก่อน ตนเชื่อว่าคุณทักษิณในวันนี้เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ซึ่งจะต้องคอยดูกันต่อไปว่าเป็นอย่างไร การด่วนไปติเรือทั้งโกลนหรือไปวาดภาพผีปีศาจไว้ล่วงหน้าให้กับรัฐบาลที่ยังไม่ทันจัดตั้งขึ้นอาจจะหน้าแตกซ้ำสองก็เป็นได้ นายไพศาล พืชมงคล กล่าวว่าเมื่ออำนาจเก่ากำลังจะกลับมาใหม่ ตนก็ขอยกโลกนิติสามบทให้เป็นคติเตือนใจ คือ บทแรก คนฆ่าเสือไม่ใช่เพราะคนเกลียดเสือ แต่เพราะคนกลัวเสือ เพราะไม่เข้าใจโลกนิติบทนี้ และท้าทายโลกนิติบทนี้ รัฐบาลพรรคไทยรักไทยก็เจ๊งไม่เป็นท่ามาแล้ว บทที่สอง คนโง่ชอบหาเรื่องทะเลาะกับคน ในขณะที่คนฉลาดหาเรื่องใช้งานผู้คนเพื่อเอามาเป็นพวก รัฐบาลพรรคพลังประชาชนไม่เข้าใจโลกนิติบทนี้ ท้าทายโลกนิติบทนี้ก็เจ๊งไม่เป็นท่ามาแล้ว บทที่สาม ปราชญ์ย่อมคิดครองแผ่นดิน แต่คนพาลคิดแต่จะปกครองแผ่นดิน ขณะนี้พลพรรคเพื่อไทยโดยเฉพาะพวกเสื้อแดงกำลังฮึกเหิมลำพอง ข่มขู่ผู้คนอีกแล้ว และคิดจะปกครองแผ่นดินไว้ตลอดกาล หากไม่หยุดให้ทันก็คงเจ๊งไม่เป็นท่าด้วยโลกนิติบทนี้เช่นเดียวกัน นายไพศาล พืชมงคล กล่าวว่าอันโลกนิตินั้นเป็นหนึ่งในหลักวิชากุนซือ ที่หากเข้าใจและนำไปปฏิบัติให้ถูกต้องก็จะเป็นมงคลนำความร่มเย็นเป็นสุขสู่บ้านเมืองและราษฎร แต่หากฝ่าฝืนทำการแต่ตามอำเภอใจ ก็จะเป็นอัปมงคล นำความร้อนรุ่มและเดือดร้อนแผ่ไปทุกหย่อมหญ้าราชอาณาจักร ในที่สุดก็จะต้องถูกล้มล้าง ประวัติศาสตร์มนุษยชาติเป็นอย่างนี้ แม้คุณทักษิณและพรรคเพื่อไทยจะใหญ่โตฉลาดเพียงไหน โลกนิติทั้งสามบทนี้ก็ไม่มีข้อยกเว้นให้ ตนจึงขอมอบของขวัญกำกับใจให้กับคุณทักษิณ คุณยิ่งลักษณ์ และพลพรรคเพื่อไทยได้นำไปใคร่ครวญดู.
Powered by !JoomlaComment 3.26
3.26 Copyright (C) 2008 Compojoom.com / Copyright (C) 2007 Alain Georgette / Copyright (C) 2006 Frantisek Hliva. All rights reserved."
|
|||||||||
| แก้ไขล่าสุด ใน วันจันทร์ที่ ๐๔ กรกฏาคม ๒๕๕๔ เวลา ๑๖:๑๔ น. |





