|
เลิกงาบกันสักเรื่องได้ไหม? |
|
|
|
บทความพิเศษ
|
|
เขียนโดย สิริอัญญา
|
|
วันศุกร์ที่ ๒๗ สิงหาคม ๒๕๕๓ เวลา ๐๙:๒๗ น. |
|
โศกนาฏกรรมจากกรณีเฮลิคอปเตอร์ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเกิดอุบัติเหตุเมื่อสัปดาห์ก่อน เป็นเหตุให้ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่พร้อมนักบินเสียชีวิตพร้อมกันถึง 5 ศพ เป็นความสูญเสียครั้งใหญ่อีกครั้งหนึ่งของวงราชการไทย
ตั้งแต่ฟ้าจรดดิน รวมทั้งเพื่อนข้าราชการในกระทรวงและผู้เกี่ยวข้องต่างแสดงความโศกเศร้าเสียใจในความสูญเสียครั้งนี้ เช่นเดียวกับครั้งอื่น ๆ ที่เกิดมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน
จะปล่อยให้ความสูญเสียครั้งนี้สูญไปเปล่า ๆ โดยไม่ทำอะไรกันเลยอย่างนั้นหรือ? เพราะได้ปล่อยปละละเลยให้มีการสูญเสียเช่นนี้มาอย่างต่อเนื่องแล้ว จึงถึงเวลาหรือยังที่จะต้องใช้ความสูญเสียครั้งนี้เป็นการตั้งต้นของการป้องกันความสูญเสียครั้งต่อ ๆ ไป
หลังจากเกิดเหตุครั้งนี้แล้ว กระทรวงทรัพยากรฯ ดูเหมือนจะตื่นตัวมาก แต่จะมีมูลเหตุมาจากสิ่งไรนั้นยังไม่อาจคาดหมายได้ และในความตื่นตัวนั้นได้ก่อให้เกิดการตรวจสอบเครื่องบินเฮลิคอปเตอร์ของกระทรวงกันเป็นการใหญ่
และพบว่าในจำนวนเครื่องบินเฮลิคอปเตอร์ของกระทรวงจำนวน 14 ลำนั้น ที่ใช้การได้จริง ๆ มีเพียง 5 ลำเท่านั้น นอกนั้นชำรุดเสียหาย ใช้การไม่ได้ หรือถ้าเสี่ยงใช้ก็ต้องเสี่ยงตายด้วย จากนั้นก็มีการเปรยว่าจะต้องตั้งงบประมาณจัดซื้อเฮลิคอปเตอร์รุ่นใหม่เข้ามาประจำการ
ก็เป็นธรรมดา เมื่อของเก่าใช้ไม่ได้และที่เหลืออยู่ก็ไม่พอใช้ ย่อมจำเป็นอยู่เองที่จะต้องจัดหามาเพิ่มเติม นี่ถ้าหากว่าไม่เกิดอุบัติเหตุครั้งนี้ก็คงไม่มีการสำรวจตรวจสอบกัน แล้วก็จะต้องปล่อยให้ข้าราชการต้องเสี่ยงตายกันอย่างไม่รู้อิโหน่อิเหน่หรืออย่างไร
แม้จะมีความรู้สึกลึก ๆ ว่ามีการฉวยโอกาสจัดซื้อจัดหาเฮลิคอปเตอร์ก็ตาม แต่ก็เห็นถึงความจำเป็น แต่เท่านี้คงจะไม่พอ
เพราะเหตุการณ์เฮลิคอปเตอร์ตกนั้นไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะกระทรวงนี้กระทรวงเดียว แต่เกิดขึ้นอย่างแพร่หลาย ไม่ว่าในภาคฝ่ายทหาร ตำรวจ หรือฟากฝ่ายพลเรือน โดยเฉพาะทางฝ่ายทหารนั้นยังมีปัญหาอุบัติเหตุเรื่องนี้เกี่ยวกับเครื่องบินฝึกอีกด้วย
ได้ทราบมาว่าการที่เป็นเช่นนี้มีมูลเหตุสำคัญประการหนึ่งก็คือหน่วยบินเฮลิคอปเตอร์ของแต่ละส่วนราชการ นอกจากในส่วนของกองทัพแล้วต่างก็เป็นหน่วยเล็ก ๆ ที่ทำหน้าที่ในการดูแลรักษาเฮลิคอปเตอร์ของส่วนราชการนั้นๆ จึงทำให้การดูแลรักษาและการตรวจสอบทำได้ไม่ดีเท่าที่ควร และการซ่อมบำรุงก็ทำกันแบบขอไปที
เมื่อมองอย่างนี้ก็จะพบว่า มูลฐานอันเป็นสาเหตุสำคัญของอุบัติเหตุเครื่องบินเฮลิคอปเตอร์ตกก็เพราะมีการแยกกันมี แยกกันใช้ แยกกันดูแลรักษา จึงมีแต่หน่วยเล็ก ๆ และไม่มีความสมบูรณ์ ในที่สุดก็เกิดเป็นปัญหาอุบัติเหตุขึ้น
ระบบเป็นเช่นนี้อยู่ตราบใด ความเสี่ยงอันตรายของข้าราชการไทยก็ยังคงดำรงอยู่ตราบนั้น เพราะว่าเมื่อเป็นหน่วยเล็ก ๆ แล้วก็ไม่มีทางที่จะมีระบบการดูแลรักษาที่ครบถ้วนสมบูรณ์และเป็นมาตรฐานได้เลย
ไม่เห็นหรือว่าเฉพาะกระทรวงทรัพยากรฯ แห่งเดียวที่มีเฮลิคอปเตอร์ใช้ 14 ลำ แต่ใช้ได้จริงเพียง 5 ลำเท่านั้น แล้วลองนึกดูเถิดว่าทุกส่วนราชการที่แยกกันมีและใช้ รวมทั้งแยกกันดูแลรักษานั้นจะมีเครื่องบินเฮลิคอปเตอร์รวมทั้งหมดกี่ลำ
และในจำนวนทั้งหมดนั้นใช้ได้จริง ๆ สักกี่ลำ ซึ่งอัตราส่วนก็คงไม่ต่างจากอัตราส่วน 14 ลำ ใช้ได้ 5 ลำเท่าใดนักดอก เมื่อเป็นเช่นนี้ก็ยิ่งน่าใจหายว่าข้าราชการไทยโดยเฉพาะข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ที่ต้องใช้เฮลิคอปเตอร์จะต้องเสี่ยงตายกันมากมายเพียงใด
ยิ่งผู้ใหญ่มากเท่าใดก็ยิ่งเสี่ยงตายมากเท่านั้น เพราะถ้าการบำรุงดูแลรักษาไม่ได้มาตรฐานแล้ว ที่ว่าใช้ไม่ค่อยได้ หากเอาไปใช้อัตราเสี่ยงตายก็จะสูง และที่ว่าใช้ได้ก็มีอัตราเสี่ยงตายที่สูงอยู่ ดังนั้นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ของประเทศไทยจึงมีความเสี่ยงภัยมากจริง ๆ
ความจริงควรจะให้นักการเมืองนั่นแหละเป็นผู้ใช้เฮลิคอปเตอร์จำพวกนี้ เพราะบางทีอาจจะช่วยแก้ปัญหาให้กับบ้านเมืองและทำแผ่นดินไทยให้สูงขึ้นได้มากกว่าที่เป็นอยู่
ดังนั้นเมื่อว่าโดยเชิงระบบแล้ว หากยังแยกกันมี แยกกันใช้และแยกกันดูแลรักษาเช่นนี้ ก็จะไม่มีทางลดความเสี่ยงตายของข้าราชการทั้งปวงได้เลย
เมื่อต้นเหตุอยู่ตรงนี้ก็ควรจะแก้กันในเชิงระบบ นั่นคือจัดให้มีหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งรับผิดชอบในการจัดหา ในการมีไว้ ในการใช้สอย และในการดูแลรักษา ก็จะทำให้การจัดหา การใช้ และการบำรุงรักษาได้มาตรฐานยิ่งขึ้น
สมมติว่าให้กองทัพอากาศเป็นผู้รับผิดชอบในเรื่องนี้ทั้งหมดเพียงหน่วยเดียว โดยให้ทำหน้าที่จัดซื้อจัดหา การให้บริการและการดูแลบำรุงรักษาทั้งหมด แล้วให้ส่วนราชการพลเรือนทั้งหมดเป็นผู้ใช้บริการของกองทัพอากาศ ความเสี่ยงภัยก็จะลดไปในเชิงระบบแทบจะสิ้นเชิง
ในการจัดซื้อจัดหาก็จะรวมศูนย์การจัดซื้อ สามารถวางแผนอย่างเป็นระบบ มีการเตรียมอะไหล่และระบบการซ่อมบำรุงที่เป็นมาตรฐานได้ ก็จะลดรายจ่ายที่แต่ละหน่วยงานต่างคนต่างมี ต่างคนต่างใช้ ต่างคนต่างทำ ไปตามยถากรรมดังที่เป็นอยู่ได้
เมื่อส่วนราชการใดในภาคพลเรือนต้องการจะใช้สอยเฮลิคอปเตอร์ ก็แจ้งการขอใช้บริการไปยังกองทัพอากาศ ก็จะทำให้การจัดตารางบินเป็นไปอย่างมีแผนงานและเป็นระบบยิ่งขึ้น
จะกำกับดูแลตรวจสอบเกี่ยวกับเรื่องเฮลิคอปเตอร์ทั้งหมดก็ตรวจสอบกันที่หน่วยเดียวกันนี้
แต่ที่สำคัญก็ต้องทำความเข้าใจร่วมกันให้จงดีว่า ปัญหาเครื่องบินเฮลิคอปเตอร์นั้นเป็นเรื่องเกี่ยวกับชีวิตของข้าราชการชั้นผู้ใหญ่และทุกผู้คนที่เกี่ยวข้อง ดังนั้นจะต้องเลิกงาบ เลิกโกง ในการจัดซื้อ จัดหา และในการดูแลรักษาอย่างสิ้นเชิง ขอให้ถือเสียว่าต้องเห็นแก่ชาติบ้านเมืองและชีวิตของผู้อื่นสักเรื่องหนึ่ง แล้วถือว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่งาบหรือโกงไม่ได้
เมื่อเป็นเช่นนี้ก็จะทำให้การจัดซื้อจัดหาเป็นไปอย่างมีระบบ ไม่ต้องซื้อเปะปะมากยี่ห้อมากรุ่นมากแบบจนเละตุ้มเป๊ะเหมือนดังที่เป็นอยู่นี้ เลือกยี่ห้อไหนที่มีคุณภาพดี มีความปลอดภัยสูง และมีการดูแลรักษาเป็นมาตรฐานสักยี่ห้อ สองยี่ห้อก็พอแล้ว
เลิกจัดซื้อจัดหาแบบจับฉ่ายซี้ซั๊วมั่ว ๆ แบบที่เคยทำกันมาเสียทีหนึ่ง และจะต้องสำนึกบาปกันสักครั้งหนึ่งว่า การเสียชีวิตของผู้คนและข้าราชการที่เกี่ยวข้องจากการที่เฮลิคอปเตอร์ตกนั้น สาเหตุใหญ่ก็คือความไม่ได้มาตรฐานในเชิงระบบนี่เอง
เลิกพูดเล่นกันเสียทีว่า เครื่องบินของส่วนราชการแต่ละส่วนนั้นใช้ได้ดี เพราะแม้จะเป็นเครื่องเก่าแต่นักบินเป็นคนใหม่ เพิ่งหัดบินมาหยก ๆ กันเสียที
เมื่อการจัดซื้อเป็นไปอย่างมีการวางแผน ก็มีความเป็นไปได้ที่การจัดซื้อจัดหาจะได้รับการกำหนดให้มีการจัดซื้อแต่ละคราวในจำนวนที่มากพอ ที่ก่อให้เกิดอำนาจต่อรองที่สูงเพื่อให้ได้ราคาที่เป็นคุณที่สุดแก่ประเทศชาติ
เมื่อซื้อมาแล้วก็สามารถจัดพนักงานดูแลรับผิดชอบได้อย่างสมบูรณ์และมาตรฐาน ไม่ว่านักบิน ช่างเครื่อง หรือผู้ดูแลรักษาหรือผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดก็จะทำให้ส่วนบุคคลากรที่เกี่ยวกับการบินเฮลิคอปเตอร์มีมาตรฐานที่สูงขึ้น
ไม่ต้องใช้คนมือใหม่หรือคนหน้าใหม่ไปบินกับเครื่องบินเฮลิคอปเตอร์เก่า ๆ เหมือนกับที่ผ่านมาอีกต่อไป และนั่นแหละคือสิ่งที่ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่และผู้เกี่ยวข้องทุกคนจะพึงรู้สึกว่าเป็นความปลอดภัยระดับสูงหรือระดับมาตรฐานที่ทกคนจะพึงได้รับ ไม่ดีกว่าที่จะต้องเสี่ยงตายแบบที่ผ่านมาดอกหรือ?
และเมื่อรวมศูนย์การมีและการใช้แล้ว ก็สามารถบริหารจัดการตารางการบินให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ไม่ต้องบินไปเที่ยวเดียวแล้วบินกลับเครื่องบินเปล่า หรือบินไปแล้วไปจอดนิ่งอยู่เฉย ๆ ข้ามวันข้ามคืน
นอกจากนั้น กระบวนการในการจัดหาอะไหล่หรือการจัดเครื่องบินสำรองก็จะได้มาตรฐานตามไปด้วย เมื่ออุปกรณ์ชำรุดเสียหายหรือใกล้ถึงกำหนดระยะเวลามาตรฐานในการใช้ ก็สามารถเตรียมการสำรองไว้อย่างเป็นระบบได้
และเมื่อเครื่องบินมากพอก็สามารถจัดตารางดูแลซ่อมบำรุงที่เป็นมาตรฐานหรือเหนือกว่ามาตรฐานในเชิงระบบได้ ไม่ใช่ทำกันแบบสุกเอาเผากิน หรือแบบผัดผ่อนขอไปที จนไม่ต้องซ่อมกันเพราะเครื่องบินตกเสียก่อนดังที่ผ่านมา
ผลจากการรวมศูนย์อย่างเป็นระบบเช่นนี้ จะทำให้การบำรุงรักษาในส่วนที่เกี่ยวกับเครื่องบินและในส่วนที่เกี่ยวกับการฝึกสอนและพัฒนานักบินมีต้นทุนที่ต่ำลง
แต่ทั้งหมดนั้นไม่มีสิ่งใดสำคัญเท่ากับความปลอดภัยในชีวิตของข้าราชการตั้งแต่ชั้นผู้ใหญ่ลงมาจนถึงผู้เกี่ยวข้องที่ต้องอาศัยการบริการเฮลิคอปเตอร์
ประเทศใหญ่ยิ่งกว่าประเทศไทยหลายประเทศเขาก็ใช้ระบบรวมศูนย์แบบนี้ แต่ประเทศไทยของเราแยกกันหา แยกกันมี แยกกันใช้ จนกระจัดกระจายเรี่ยราดเหมือนเศษเครื่องบินยามเกิดอุบัติเหตุ ก็เพราะปัญหาใหญ่เรื่องเดียวเท่านั้นคือปัญหาหวงก้าง ที่ต้องการงาบ ต้องการโกง ในการจัดซื้อจัดหาและในการบำรุงรักษา
โดยลืมไปว่าความคิดชนิดนี้จะต้องแลกมาด้วยความเสี่ยงตายของข้าราชการชั้นผู้ใหญ่และผู้เกี่ยวข้องที่ไม่วันใดวันหนึ่งก็ต้องเสี่ยงเครื่องบินตกตายด้วยกัน เลิกงาบ เลิกโกงกันสักเรื่องจะดีกว่ามั๊ย?
หมายเหตุ : บทความเรื่องนี้ได้ลงตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ ASTV ผู้จัดการรายวัน เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2553
|