|
บทความพิเศษ
|
|
เขียนโดย สิริอัญญา
|
|
วันจันทร์ที่ ๑๖ สิงหาคม ๒๕๕๓ เวลา ๑๑:๓๒ น. |
|
บทความวันนี้เป็นบทความวันแม่ แต่วาระที่จะลงนั้นคงจะทันวันแม่เฉพาะในเว็บไซต์ www.manager.co.th ส่วนที่จะลงพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ ASTV ผู้จัดการรายวันนั้นคงจะลงได้ในวันที่ 13 สิงหาคม 2553
จะคาบเกี่ยวช้าเร็วไปบ้างก็ยังเป็นบทความวันแม่อยู่ดี เพราะช่วงนี้ก็ต้องถือว่ายังเป็นช่วงเทศกาลวันแม่ที่คนไทยทั้งประเทศกำลังน้อมนำรำลึกถึงพระคุณแม่
คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ได้เป็นแกนหลักในการประสานงานกับส่วนราชการและภาคประชาชนทั่วประเทศในการจัดงานวันแม่ในทุกท้องที่ทั่วประเทศ โดยมีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีด้านความมั่นคง เป็นหัวหน้า
มีการระดมทุนเพื่อสมทบทุนกองทุนหมู่บ้านแผ่นดินแม่ที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงริเริ่มไว้ เพื่อให้เป็นหมู่บ้านที่มีความอบอุ่น ร่มเย็น เป็นสุข และเป็นรั้วหลักสำคัญในชุมชนที่จะป้องกันภัยจากยาเสพติด ซึ่งผู้มีจิตศรัทธาและมีความจงรักภักดีได้ร่วมกันบริจาคเงินสมทบทุนร่วมพันล้านบาท
ในขณะเดียวกันทั่วทั้งประเทศก็ได้จัดงานวันแม่กันอย่างทั่วถึง เป็นการรำลึกถึงพระคุณแม่อันเป็นการกระทำกตัญญูกตเวทีอย่างหนึ่ง ซึ่งพระพุทธเจ้าบัญญัติไว้เป็น 1 ในมงคล 38 ที่ผู้ใดประพฤติปฏิบัติแล้วจะมีความสวัสดี เป็นที่รักของเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย
คนเราทุกคนเกิดมาย่อมมีแม่ด้วยกันทั้งนั้น จะยากดีมีจน จะดีจะชั่วบ้างอย่างไร ล้วนมีน้ำใจเคารพบูชาแม่ มีน้อยนักที่กระทำบาปกรรมกับแม่ ซึ่งต้องถือว่าคนพวกนั้นเป็นพวกสัตว์นรกมาเกิด เพราะผู้ทำกรรมกับแม่นั้นเป็นบาปนักบาปหนา หากถึงขั้นมาตุฆาตแล้วย่อมเป็นอนันตริยกรรม ตัดหนทางสวรรค์นิพพานสิ้นเชิง มีแต่นรกโลกันตร์สถานเดียวเท่านั้น
โดยทั่วไปเมื่อถึงวันแม่ คนเราจะนึกถึงแม่ จะน้อมนำรำลึกถึงพระคุณของแม่ โดยเฉพาะคือแม่บังเกิดเกล้า แต่แท้จริงแล้วสิ่งที่เรียกว่า “แม่” นั้นหาได้มีอยู่แค่แม่บังเกิดเกล้าไม่ ทุกผู้ทุกนามต่างก็มีแม่อยู่ถึง 3 แม่
แม่หนึ่งนั้นก็คือแม่บังเกิดเกล้านั่นแหละ เป็นผู้ให้กำเนิดชีวิตและทุกสิ่งทุกอย่างแก่ลูก สู้ทนยากลำบากทุกอย่างเพื่อลูก ยอมสละได้แม้ชีวิตเพื่อลูก แม่ต้องอุ้มครรภ์ถึง 9 เดือน ด้วยความทรมาน และยามจะคลอดก็ต้องทนทุกข์ทรมานและความเจ็บปวดเพราะในชีวิตสตรีนั้นจะหาความเจ็บปวดใดเสมอด้วยความเจ็บปวดในการคลอดบุตรนั้นไม่มี
แต่เป็นความเจ็บปวดและทรมานด้วยน้ำใจยินดี ด้วยความปลาบปลื้มดีใจและด้วยความหวังอันเปี่ยมล้นว่าลูกน้อยกำลังจะอุบัติขึ้นในโลกแล้ว น้ำตาแม่ที่ไหลรินยามเจ็บปวดครรภ์ก่อนกำลังและหลังคลอดเป็นน้ำตาเจ็บปวดที่บริสุทธิ์สูงส่งและมีความเป็นทิพย์ ดังที่ฮ่องเต้พระองค์หนึ่งในแผ่นดินซ้องเคยใช้น้ำตาอันบริสุทธิ์นี้รักษาแม่ที่ตาบอดจนหายเป็นปกติมาแล้ว
แม่เป็นบูรพาจารย์ของลูก เป็นผู้อบรมสั่งสอนลูกทุกสิ่งทุกอย่างเท่าที่แม่จะพึงสอนได้ และยอมทนยากลำบากทุกอย่างเพื่อลูกเท่าที่กำลังของสตรีที่เป็นแม่จะสามารถอดทนได้ แม่จึงเป็นครูผู้ยิ่งใหญ่ของลูก
เหตุนี้พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสสอนว่า แม่คือพรหมของลูก คือพระอรหันต์ของลูก ผู้ใดได้กระทำกตัญญูกตเวทีต่อแม่ ไม่ว่าโดยการปรนนิบัติรับใช้ดูแลประการใดก็ดี มีผลมาก มีอานิสงส์มาก เหมือนกับการได้ปรนนิบัติรับใช้พระอรหันต์ฉะนั้น
แม่หนึ่งคือแม่ชื้อหรือแม่ซื้อ ซึ่งเป็นคำภาษาถิ่นทางภาคใต้อันหมายถึงสติหรือจิตที่เป็นตัวชีวิตและวิญญาณอันเป็นส่วนนามของมนุษย์ เพราะร่างกายนี้หากไม่มีสติหรือไม่มีจิตหรือไม่มีวิญญาณแล้ว ก็ไม่ต่างอันใดกับตอไม้ท่อนหนึ่ง และย่อมถึงแก่ความตาย มีความเน่าเปื่อยผุพังเป็นธรรมดา
แม่ชื้อเป็นแม่ที่คอยดำรงความรู้สำนึกรู้สึกและความรำลึกได้ทั้งหลาย จะทุกข์ จะสุข จะชั่ว จะดีก็อยู่ที่แม่ชื้อนี้ จะเป็นปกติดีหรือว่าวิปริตวิปลาสก็อยู่ที่แม่ชื้อนี้ ลูกเด็กแดง ๆ ที่ยังแบเบาะอยู่ ในบางท้องที่จึงต้องมีพิธีทำขวัญหรือกล่อมแม่ชื้อเพื่อให้มีความมั่นคงทางจิตใจ ไม่วิปริตวิปลาสหรือเผอเรอ
แม่ชื้อจึงเป็นแม่ที่ต้องเอาใจใส่ดูแลบำรุงและให้อยู่กับเนื้อกับตัวอยู่เสมอ จะให้เผอเรอหรือมีอันเป็นไปด้วยประการอื่นไม่ว่าวิปริตวิปลาสใด ๆ ไม่ได้เป็นอันขาด เพราะหากผันแปรไปอย่างนั้นหรือไม่อยู่กับเนื้อกับตัวแล้ว ถึงยังมีลมหายใจอยู่ก็เหมือนตาย และถ้าไม่มีอยู่กับตัวจริง ๆ ก็คือคนตายแล้ว
แม่ชื้อนี่แหละมีความสำคัญต่อชีวิตมากที่สุด และการบำรุงดูแลรักษาแม่ชื้อนี้ก็ไม่มีใครอื่นที่จะช่วยเหลือเอื้อเฟื้อได้ มีแต่ตัวของตัวเองเท่านั้นที่จะต้องบำรุงดูแลรักษาแม่ชื้อเป็นอันดีที่สุด เพราะเมื่อบำรุงดูแลรักษาแม่ชื้อด้วยความถูกต้อง ด้วยความดีงามแล้ว แม่ชื้อนี้ก็จะคุ้มครองดูแลรักษายิ่งกว่าพระเครื่องที่ติดตัวเป็นไหน ๆ
คนเราบางครั้งลืมหรือพลั้งเผลอหรือบ้างก็ไม่เข้าใจว่าเรายังมีแม่อีกแม่หนึ่งคือแม่ชื้อนี้ และมีหน้าที่ต้องบำรุงดูแลรักษาท่านเพื่อให้ปกปักรักษาคุ้มครองดูแลเราไปจนกว่าชีวิตจะหาไม่
ในวันแม่ปีนี้จึงต้องขอพูดเรื่องแม่ชื้ออีกครั้งหนึ่งหลังจากที่เคยกล่าวมาบ้างแล้ว เพราะถ้าหากแม่ชื้อดำรงอยู่ บำรุงดูแลรักษาเราอยู่ตราบใด ตราบนั้นคนก็ยังเป็นคน และมีขีดความสามารถที่จะพัฒนาเป็นมนุษย์ และเวไนยสัตว์ได้
แม่หนึ่งนั้นคือแม่พระธรณี เป็นแม่ที่ให้แดนเกิด ให้ถิ่นที่อยู่อาศัย ให้ที่กิน ที่เรียน ที่ทำงาน ที่รักษาพยาบาล ที่เผาหรือฝังศพ กระทั่งที่เก็บเถ้ากระดูก
แม่พระธรณีนี้บรรพชนรุ่นแล้วรุ่นเล่าได้พลีชีพ ได้ปกปักรักษาจนเป็นมรดกตกทอดมาจนถึงยุคเราท่านในวันนี้
จึงเป็นหน้าที่ของทุกคน ไม่ว่าจะยากดีมีจน ต่ำต้อยสูงส่งเพียงใด ไม่ว่าเด็กเล็กน้อยหรือผู้ใหญ่ กระทั่งผู้เฒ่าผู้แก่และไม่ว่าอาชีพใด ๆ ต้องปกปักรักษาเพื่อให้ตกทอดถึงลูกหลานในวันข้างหน้าต่อไปไม่มีที่สิ้นสุด
การได้บำรุงพระแม่ธรณีหรือแผ่นดินแม่หรือมาตุภูมิ จะมีผลมาก มีอานิสงส์มาก ในทางตรงกันข้ามถ้าไม่บำรุงรักษาแผ่นดินแม่หรือมาตุภูมิแล้ว ก็จะมีโทษมาก มีวิบากกรรมหนักมาก
เมื่อใดก็ตามที่แผ่นดินแม่หรือมาตุภูมิถูกรังแกข่มเหง ถูกรุกรานยึดครอง ผลกระทบและชะตากรรมทั้งปวงย่อมกระทบและตกแก่ทุกผู้ทุกนามในแผ่นดินนี้ไม่มียกเว้น หรือหากจะยกเว้นบ้างก็แต่ผู้ขายชาติทรยศชาติ ที่อาจได้รับประโยชน์จากการขายชาติหรือทรยศชาตินั้น
เหตุที่กล่าวว่าเป็นข้อยกเว้นก็เพราะว่าผู้ทรยศชาติหรือผู้ขายชาตินั้นแม้จะได้บำเหน็จรางวัลเป็นบั้นต้น แต่บั้นปลายแล้ววิบากกรรมแห่งอนันตริยกรรมนั้นไม่มีวันที่จะไม่ตอบสนองเลย
ดูตัวอย่างพระยาจักรีเมื่อครั้งกรุงศรีอยุธยานั้นเถิด ได้ประพฤติตนขายชาติขายแผ่นดินให้กับข้าศึก ประพฤติตนเป็นไส้ศึก สร้างความแตกแยกแตกสามัคคีและความเข้าใจผิดในบ้านเมือง เอื้อประโยชน์ให้ข้าศึกเข้ายึดเมืองได้โดยง่าย
ในตอนต้น ๆ พม่าก็บำรุงรักษาให้บำเหน็จรางวัลเป็นค่าทรยศชาติและค่าขายชาติ จนเกิดความโลภโมโทสันมากขึ้น พอครั้นพม่าเข้ายึดเมืองได้จริงๆ รางวัลชิ้นใหญ่ที่พม่ามอบให้กับคนขายชาติรายนี้ก็คือโทษประหารสถานเดียว ด้วยวิธีที่แสนจะอำมหิต
แม่พระธรณีของเราในวันนี้กำลังกรรแสงคร่ำครวญ ที่ลูกหลานของท่านที่อาศัยในแผ่นดินนี้ไม่มีน้ำใจกตัญญรู้พระคุณของพระแม่ธรณี
บ้างก็สร้างความแตกแยกแตกร้าวให้กับลูกหลานของท่าน จนเกิดความสับสนปั่นป่วนไปทั่วทั้งแผ่นดิน
บ้างก็ทุจริตข่มเหงรังแกลูกหลานของท่าน จนความเดือดร้อนได้แพร่ขยายตัวไปทุกหย่อมหญ้า
บ้างก็ขยิบตาให้อริราชศัตรูเข้ามายึดครองแขนขามือไม้ตามแนวขอบชายแดนของท่าน เป็นความอัปยศอดสูที่กระทบต่อเกียรติภูมิศักดิ์ศรีและขัตติยะมานะอย่างรุนแรงที่สุด
บ้างก็ฉ้อฉลปล้นแผ่นดินคือปล้นทั้งแผ่นดินและปล้นทั้งอาณาประชาราษฎรอันเป็นลูกหลานท่าน โดยไม่รู้สึกผิดชอบชั่วดี โดยไม่รู้จักพอ เอาแต่โกงแต่กิน กิน กิน ไม่รู้จักอิ่ม ไม่รู้จักที่สุด ซึ่งในสายตาแห่งธรรม พฤติกรรมเยี่ยงนี้ก็คือพฤติกรรมของเปรตที่ต้องหิวโหยและต้องดื่มกินไม่หยุดไม่หย่อน
ในเทศกาลวันแม่ปีนี้ เมื่อจะน้อมนำรำลึกพระคุณแม่เพื่อกระทำกตัญญูกตเวทีแก่ท่าน เพื่อความสวัสดี เพื่อความเป็นมงคลแล้ว ก็พึงกระทำกตัญญูกตเวทีต่อแม่ทั้งสามให้บริบูรณ์ก็จะได้รับผลอันแท้ ดังที่พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงไว้ในมงคลสูตรนั้น.
หมายเหตุ : บทความเรื่องนี้ได้ลงตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ ASTV ผู้จัดการรายวัน เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2553
|