84 พรรษามหาราชา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ท่านคิดว่าป๋าเปรมควรไปร่วมฉลองความสำเร็จในการแก้ปัญหาน้ำท่วมกับยิ่งลักษณ์หรือไม่?
 
ป้ายโฆษณา
ปรองดองฉบับตบหน้ารัฐบาล! พิมพ์ อีเมล
User Rating: / 0
แย่ดีที่สุด 
บทความพิเศษ
เขียนโดย สิริอัญญา   
วันจันทร์ที่ ๐๙ สิงหาคม ๒๕๕๓ เวลา ๐๙:๑๗ น.
|


            การใช้วิชาตัวเบาเพื่อผลักภาระความรับผิดชอบไปให้คนอื่นแล้วจะได้ไม่รับผิดชอบใด ๆ กำลังเป็นลีลาถนัดในการบริหารจัดการของรัฐบาลปัจจุบัน ที่แม้กระทั่งปัญหาไข่ไก่ราคาแพงที่สมคบกันสร้างสถานการณ์ฉ้อเงินประชาชนก็ต้องตั้งคณะกรรมการกันไปแล้ว 

            ปัญหาความแตกแยกภายในชาติเป็นปัญหาใหญ่ที่สุดปัญหาหนึ่งที่จะต้องรีบแก้ไขให้ตก แต่กลับไม่มีการแก้ไข และใช้วิชาตัวเบาเหมือนกับเรื่องอื่น ๆ 

            ที่พูดกันเรื่องปรองดอง สมานฉันท์ หรือเรื่องสามัคคี ก็ล้วนเป็นเรื่องที่ไร้หลักการ เป็นเรื่องลม ๆ แล้ง ๆ จนผู้เกี่ยวข้องฝ่ายต่าง ๆ ล้วนกล่าวเหมือนกันว่าเป็นเรื่องซ่อนดาบในรอยยิ้ม หรือเป็นเรื่องปากปราศรัยใจเชือดคอทั้งสิ้น 

            การตั้งคณะกรรมการปรองดองดูเหมือนว่าจะมีปัญหามาตั้งแต่ต้น เพราะองค์ประกอบของผู้เป็นคณะกรรมการปรองดองนั้นจะเข้าใจเรื่องปัญหาความขัดแย้งภายในชาติหรือไม่เพียงใด หรือว่าเข้าใจแต่การสร้างภาพลักษณ์ให้ตัวเองดูดีดูงามเท่านั้น 

            จากวันที่ตั้งคณะกรรมการปรองดองมาจนถึงวันนี้ยังไม่เคยมีผลงานเป็นชิ้นเป็นอัน และอย่าว่าแต่ผลงานเลย แม้ภาระหน้าที่หลักของคณะกรรมการปรองดองนี้คืออะไรก็ยังเป็นเรื่องลม ๆ แล้ง ๆ 

            เพราะถึงวันนี้ก็ไม่มีข้อยุติหรือแจ้งให้ประชาชนรับทราบแต่ประการใดว่าที่จะปรองดองกันนั้น จะเป็นการปรองดองระหว่างใครกับใคร หรือฝ่ายไหนกับฝ่ายไหน และจะปรองดองกันด้วยเรื่องอะไร รวมทั้งจะปรองดองกันอย่างไร 

            วัน ๆ ก็ได้ยินเสียงท่องบ่นมนต์ตราว่าปรองดอง ปรองดอง พร่ำเพ้ออยู่แต่คำว่าปรองดอง จนวันนี้การวางระเบิดและเหตุร้ายต่าง ๆ กำลังเกิดขึ้นเป็นดอกเห็ด จนผู้คนหวาดผวาไม่เป็นอันทำมาหากินกันอยู่แล้ว 

            นั่นคือผลิตผลของความไม่รับผิดชอบและนวัตกรรมการปรองดองที่ไร้หลักการทั้งสิ้น! 

            การจะปรองดองนั้นจะต้องมีหลักการ หากไม่มีหลักการก็เป็นเรื่องเหลวไหล ไร้สาระ และจะปรองดองในเรื่องอะไรก็เป็นเรื่องที่จะต้องกำหนดให้ชัดเจน ไม่ใช่เรื่อยเปื่อยเหมือนสวะที่ลอยน้ำ 

            แต่ก็ไม่มีคำตอบในสามเรื่องนี้เลยว่าจะปรองดองระหว่างใครกับใคร จะปรองดองกันเรื่องอะไร และจะปรองดองกันอย่างไร 

            เพราะไม่มีหลักการและพร่ำเพ้ออยู่แต่คำว่าปรองดอง ท่ามกลางเสียงระเบิดและความหวาดผวาของประชาชนชาวไทย รากฐานของปัญหาที่แท้จริงที่ทำให้เกิดความแตกแยกแตกสามัคคีภายในชาติจึงยังคงดำรงอยู่และมีทีท่าว่าจะรุนแรงถึงขั้นก่อวินาศกรรมกันแล้ว 

            อันการจะปรองดองกันนั้นก็ต้องรู้ว่าความขัดแย้งหลักคืออะไร และจะต้องรู้ด้วยว่าความขัดแย้งนั้นเป็นความขัดแย้งชนิดไหน นั่นคือความขัดแย้งทั้งหลายอาจจำแนกได้เป็นสองประเภท คือความขัดแย้งที่เป็นปรปักษ์ ที่ไม่สามารถประนีประนอมปรองดองกันได้เลย กับความขัดแย้งที่ไม่เป็นปรปักษ์ แต่เป็นความขัดแย้งที่เป็นรากฐานของการพัฒนา 

            ความขัดแย้งในเรื่องปัญหาการช่วงชิงอำนาจรัฐ การเลิกล้มระบอบการปกครอง การล้มสถาบันพระมหากษัตริย์ และการตั้งรัฐไทยใหม่ เป็นเรื่องที่ปรองดองไม่ได้โดยเด็ดขาด ถูกผิดก็ต้องว่ากันไปตามถูกผิด ความขัดแย้งชนิดนี้เป็นความขัดแย้งที่เป็นปรปักษ์ที่ต้องชี้ถูกผิดและจัดการถูกผิดให้ชัดเจน จึงจะยุติความขัดแย้งได้ 

            ความขัดแย้งในเรื่องจะสร้างรถไฟความเร็วสูงสายสั้นหรือสายยาวก่อนเป็นความขัดแย้งเพื่อการพัฒนา เพราะไม่ว่าได้ข้อยุติประการใดก็จะมีการพัฒนาเกิดขึ้น 

            ก็อยากถามคณะกรรมการปรองดองเสียหน่อยว่าที่จะมาทำการปรองดองนั้น ได้รู้หรือยังว่าเป็นความขัดแย้งชนิดไหน ถ้ายังไม่รู้ก็ควรจะยุติบทบาทได้แล้ว 

            แต่เป็นเรื่องที่แปลกเพราะนอกจากจะไม่มีปฏิบัติการใด ๆ ที่เห็นว่าจะก่อให้เกิดการปรองดองไม่ว่าชนิดไหนก็ตาม กลับมีการออกนอกลู่นอกทางไปทำการอย่างอื่นซึ่งอาจจะไม่ใช่หน้าที่ของตน 

            ที่กล่าวเช่นนี้ไม่ได้กล่าวโดยเลื่อนลอย แต่กล่าวจากการกระทำของคณะกรรมการปรองดองนี้เอง อย่างน้อยที่ชัดเจนก็มีสองเรื่องแล้ว 

            เรื่องแรก คือการเสนอของคณะกรรมการปรองดองให้เลิกตีตรวนผู้ต้องหาหรือจำเลยในขณะนำตัวไปศาล 

            เรื่องนี้มันเกี่ยวกับหน้าที่ของคณะกรรมการปรองดองที่ตรงไหน? เพราะเนื้อแท้เรื่องนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับอาชญาวิทยาและทัณฑะวิทยา ตลอดจนเป็นปัญหาด้านความปลอดภัยในการควบคุมตัวผู้ต้องหาหรือจำเลยไปกลับศาล ซึ่งมีปฏิบัติกันอยู่ในหลายประเทศทั่วโลก 

            ถ้าหากไม่ใช่ประธานกรรมการเคยเป็นผู้มีตำแหน่งสูงและเป็นครูบาอาจารย์มาแต่ก่อน ก็อาจจะต้องกล่าวว่าข้อเสนอเรื่องนี้เป็นการเสือกไม่เข้าท่า แต่นี่กล่าวหาอย่างนั้นไม่ได้เพราะยังคงต้องให้ความเคารพกันตามสมควร แต่ก็เป็นเรื่องที่น่าผิดหวังเสียจริง ๆ 

            เรื่องที่สอง ได้แก่ข้อเสนอเพื่อความปรองดอง 5 ประการซึ่งเป็นข้อเสนอล่าสุด ได้แก่ 

            1. ให้รัฐบาลสั่งการและกำชับทุกหน่วยงานให้ใช้กลไกตามกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมตามปกติ 

            นี่คือการกล่าวหาอันมีนัยยะอยู่หรือไม่ว่ารัฐบาลในปัจจุบันนี้หรือกระทรวงยุติธรรมหรือเจ้าหน้าที่ของศาล หรือผู้เกี่ยวข้องในวงการยุติธรรมทั้งหลาย รวมทั้งหน่วยงานต่าง ๆ ของรัฐบาลด้วยไม่ได้ใช้กลไกตามกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมตามปกติ 

            เป็นทางให้เข้าใจได้หรือไม่ว่ามีการใช้อำนาจเถื่อนไล่ล่าไล่สังหาร หรือใช้อำนาจมืดหรืออำนาจนอกรูปแบบ และตั้งศาลเตี้ยชำระความแก่กัน 

            นายกรัฐมนตรีในฐานะผู้แต่งตั้งคณะกรรมการชุดนี้จะต้องตอบนัยยะอันนี้ มิฉะนั้นแล้วคนทั้งหลายก็จะไขว้เขวเข้าใจไปตามนัยยะที่อาจเข้าใจได้นั้น 

            2. ควรปฏิบัติต่อผู้กล่าวหาโดยคำนึงถึงสิทธิ์พื้นฐาน ลดการกระทบสิทธิ์และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ 

            ผู้ถูกกล่าวหาในปัจจุบันนี้ที่จะถูกควบคุมตัวได้จะต้องอยู่ภายใต้บังคับอำนาจของศาลและกฎหมาย ไม่ใช่ใครจะนึกควบคุมตัวใครก็ทำได้เหมือนแต่ก่อน ดังนั้นเมื่อถูกควบคุมตัวแล้วก็ย่อมต้องได้รับการปฏิบัติตามระเบียบที่ปฏิบัติโดยทั่วไป ที่มีมาตั้งแต่ประธานคณะกรรมการปรองดองยังทำหน้าที่อัยการ 

            จะให้ผู้ต้องหาที่ถูกควบคุมตัวมีสิทธิเสรีภาพเหมือนคนธรรมดาจะได้หรือ? แม้ว่ารัฐธรรมนูญจะให้การรับรองว่ายังไม่ถือว่าเป็นผู้กระทำความผิดก็ตาม แต่ก็ต้องถือว่าเป็นผู้ตกอยู่ภายใต้การควบคุมด้วยอำนาจตามกฎหมายที่จะต้องได้รับการปฏิบัติตามระเบียบว่าด้วยการนั้นแล้ว 

            3. ควรสร้างความเป็นกลางและน่าเชื่อถือให้กับกระบวนการยุติธรรม 

            เรื่องนี้มันเกี่ยวกับการปรองดองที่ตรงไหน? แต่เป็นเรื่องที่ตำหนิติเตียนหรืออย่างดีก็เกี่ยวข้องกับการปฏิรูปใหญ่ประเทศไทยที่เกี่ยวกับกระบวนการยุติธรรมทั้งระบบ 

            ประเทศไทยถึงจะชั่วจะดีอย่างไร กระบวนการยุติธรรมในประเทศนี้ก็ได้รับการยอมรับนับถือและเป็นขื่อแปที่ธำรงรักษาบ้านเมืองมาช้านาน 

            การตำหนิโดยมีนัยยะเช่นนี้หาประโยชน์อันใดมิได้ แต่ก็ต้องยอมรับเช่นเดียวกันว่ากระบวนการยุติธรรมในวันนี้จะต้องได้รับการปฏิรูปใหญ่เพื่อทำให้ขื่อแปบ้านเมืองมั่นคงสืบไป 

            4. ควรเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับผู้เสียชีวิต บาดเจ็บ และสูญเสียจากการชุมนุมทุกฝ่าย 

            เป็นข้อเสนอราวกับว่ารัฐบาลไม่เคยเปิดเผยข้อมูลกระนั้นแหละ และข้อเสนอนี้ก็เป็นข้อเสนอขาเป๋ เพราะไม่ได้ให้ความสำคัญหรือความสนใจเกี่ยวกับความสูญเสียของเจ้าหน้าที่ของรัฐไม่ว่าฝ่ายทหารหรือฝ่ายอื่นเลย แม้จะเอ่ยสักคำก็ไม่กล่าว 

            ในวันนี้คนทั้งหลายยินดีนักหรือที่รัฐบาลให้การช่วยเหลือคนมาเผาบ้านเผาเมือง ในอัตราใกล้เคียงหรือเท่ากับผู้บริสุทธิ์ที่เสียหายจากการถูกเผาบ้านเผาเมืองหรือบาดเจ็บล้มตายจากการก่อการร้าย 

            แม้กระทั่งการเสียชีวิต พิการ บาดเจ็บและเสียหาย จากการสังหารโหดในเหตุการณ์ 7 ตุลาคม คณะกรรมการนี้ก็ไม่เอ่ยถึงแม้แต่น้อย นี่หรือคือการปรองดอง? 

            5. ควรเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับผู้ชุมนุมที่ถูกแจ้งข้อหาและควบคุมตัวตาม พรก.ฉุกเฉิน และกฎหมายอื่นให้สาธารณชนรับรู้ 

            ก็เขารู้กันมาตั้งนานแล้วล่ะลุง! นี่ไม่ได้แก้ต่างให้กับรัฐบาล แต่หน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ก็ได้ชี้แจงแถลงไขในขอบเขตที่สามารถชี้แจงแถลงไขได้อย่างต่อเนื่อง 

            และเรื่องนี้มันเกี่ยวกับการปรองดองที่ตรงไหน? 

            ล่าสุดคณะกรรมการปรองดองได้เสนอต่อรัฐบาลไม่ให้แจกแผ่นซีดีที่เปิดเผยข้อเท็จจริงในเหตุการณ์เผาบ้านระเบิดเมือง นี่คือการปกปิดไม่ให้ประชาชนมีโอกาสรับทราบข้อมูลอีกด้านหนึ่งใช่หรือไม่? 

            แล้วทำไมไม่ห้ามฝ่ายอื่นๆ ที่แจกซีดีหรือเผยแพร่ข้อความทางสื่อบ่อนทำลายสถาบันพระมหากษัตริย์บ้างเล่า? 

            ไปพักผ่อนให้สบายไม่ดีกว่าที่จะมาทำทู่ซี้กันแบบนี้ดอกหรือ? และนี่คือวิบากกรรมของรัฐบาลที่ตั้งคณะกรรมการชุดนี้!


หมายเหตุ : บทความวันนี้ได้ลงตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ ASTV ผู้จัดการรายวัน เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2553




|

Comments
Add New Search
Write comment
Name:
Email:
 
Title:
UBBCode:
[b] [i] [u] [url] [quote] [code] [img] 
 
 
:angry::0:confused::cheer:B):evil::silly::dry::lol::kiss::D:pinch:
:(:shock::X:side::):P:unsure::woohoo::huh::whistle:;):s
:!::?::idea::arrow:
 
Please input the anti-spam code that you can read in the image.

3.26 Copyright (C) 2008 Compojoom.com / Copyright (C) 2007 Alain Georgette / Copyright (C) 2006 Frantisek Hliva. All rights reserved."

 
Powered by DiTC.Valid XHTML and CSS.
Creative Commons License