|
เลือกตั้งซ่อม…พับสนามเล่นไปเลย! |
|
|
|
บทความพิเศษ
|
|
เขียนโดย สิริอัญญา
|
|
วันศุกร์ที่ ๒๕ มิถุนายน ๒๕๕๓ เวลา ๐๙:๔๕ น. |
|
การเลือกตั้งซ่อมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขต 6 กรุงเทพมหานคร แทนตำแหน่งของคุณทิวา เงินยวง ซึ่งว่างลงเพราะเหตุถึงแก่กรรมได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว และเป็นการเลือกตั้งซ่อมที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง
เพราะเป็นครั้งแรกที่จะได้เห็นกันว่าผู้ต้องหาคดีก่อการร้ายซึ่งเป็นข้อหาร้ายแรงมีโทษถึงประหารชีวิต จะได้รับอนุญาตให้ออกมาสมัครรับเลือกตั้งได้หรือไม่
จะเป็นแบบอย่างของความรับผิดชอบต่อบ้านเมือง หรือไม่ก็เป็นแบบอย่างของความเสื่อมทรุดถึงขีดสุดของประเทศไทยไปก็เป็นไปได้ อีกไม่กี่วันคงจะได้รู้เห็นกันเป็นแน่แท้
มีคำถามมากมายในสังคมไทยในขณะนี้ว่า ถ้าหากผู้ต้องหาก่อการร้ายสามารถออกมาสมัครรับเลือกตั้งได้จะเป็นความรับผิดชอบของใคร? และจะเกิดผลอย่างไรต่อไปในวันข้างหน้า?
และมีคำถามอีกว่าถ้าออกมาสมัครรับเลือกตั้งได้ก็จะถูกใช้เป็นเหตุผลในการขอปล่อยตัวชั่วคราวเพื่อปราศรัยหาเสียง ซึ่งเป็นการกดดันศาลในการพิจารณาให้ปล่อยตัวชั่วคราวหรือไม่ ซึ่งการกดดันในลักษณะนี้เป็นเรื่องนอกกฎหมาย และจะกลายเป็นแบบอย่างในการปฏิบัติทั่วประเทศหรือไม่
ยังมีปัญหาต่อไปอีกว่า ถ้าผู้ต้องหาก่อการร้ายสามารถออกมาสมัครรับเลือกตั้งได้ ออกมาปราศรัยหาเสียงได้ และถ้าหากได้รับเลือกตั้งขึ้นมาแต่วันหนึ่งศาลพิพากษาจำคุก หรือต้องโทษประหารชีวิต ก็จะต้องพ้นจากตำแหน่งตามรัฐธรรมนูญ ใครจะรับผิดชอบในความเสียหายต่อบ้านเมืองและงบประมาณแผ่นดินที่ต้องสิ้นสูญไปเพราะการเลือกตั้งซ่อมอีกครั้งหนึ่ง
ที่กล่าวอย่างนี้ไม่ได้หมายความว่าหวั่นไหวหรือเกรงกลัวว่าผู้ต้องหาก่อการร้ายจะลงสมัครรับเลือกตั้ง เพราะน้ำใจแท้ก็อยากเห็นอยู่เหมือนกันว่าการจะเป็นฉันใด แต่ที่กล่าวเบื้องต้นนั้นก็เพราะแลเห็นว่าแบบอย่างอันวิปริตวิปลาสครั้งนี้หากเกิดขึ้นแล้วก็จะส่งผลยาวไกลต่อกระบวนการยุติธรรม และความเชื่อมั่นในความเป็นนิติรัฐของประเทศไทยอย่างใหญ่หลวง
เพราะคำถามจะตามมาอีกมากมายว่าบ้านเมืองขาดไร้คนที่ไม่มีมลทินหรือพรรคฝ่ายค้านทั้งพรรคหาคนดีกว่านี้ไม่ได้แล้วหรือจึงต้องยัดเยียดผู้ต้องหาคดีก่อการร้ายมาให้ประชาชนเลือก
คิดกันบ้างหรือไม่ว่าหากเกิดกรณีเช่นว่านี้ขึ้น จะเกิดความสะเทือนใจต่อผู้คนจำนวนมากหรือไม่อย่างไร จะเกิดความสะเทือนใจต่อประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนเสียหายจากการป่วนบ้านเผาเมืองสักเพียงไหน
จะเกิดความสะเทือนใจต่อพี่น้องทหารทุกเหล่าทัพ จากการที่ต้องสูญเสียชีวิตเลือดเนื้อของกำลังพลของกองทัพจำนวนมากในการนำความสงบสุขกลับคืนมาสู่ประเทศอีกครั้งหนึ่ง หลังจากที่เกิดเหตุซ้ำซากมาแล้วถึง 2 ครั้ง
กองทัพต้องหลั่งเลือดและชีวิต ประชาชนต้องพลีทรัพย์สินและชีวิต ตลอดจนความเดือดร้อนเสียหายมหาศาล แต่ผู้ก่อการในการจัดชุมนุมในการปลุกระดมและมีหลักฐานปรากฏชัดว่าเกี่ยวข้องกับการป่วนบ้านเผาเมือง กลับลอยชายมาสมัครผู้แทนราษฎรได้
จะทำอะไรก็ทำกันไปเถิด แต่ความรับผิดชอบของผู้มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวข้องนั้นย่อมจารึกไว้ในแผ่นดินนี้ที่ประเทศไทยและคนไทยจะไม่มีวันลืมเลือนเป็นอันขาด
ใครที่คิดว่าจิตใจคนไทยไร้คุณค่าเปรียบดังพื้นพระธรณี จะขี้เยี่ยวรดเหยียบกระทืบอย่างไรก็ทำได้ตามใจชอบ ไม่ต้องแยแสครุ่นคิดกังวลให้เสียเวลาก็จงทำไป แล้วคอยดูกันว่าวิบากกรรมอันเป็นกฎแห่งกรรมธรรมดาในพระศาสนาทั้งหลายจะมีอยู่จริงและจะสำแดงผลให้ปรากฏแก่ผู้กระทำกรรมต่าง ๆ ได้จริงหรือไม่
นั่นเป็นเรื่องหนึ่งที่อยากจะบอกกล่าวเตือนสติผู้มีอำนาจทั้งหลายทั้งปวง จะเชื่อหรือไม่เชื่อและจะทำกันอย่างไรก็สุดแท้แต่น้ำใจเถิด!
ในวันนี้ค่อนข้างจะเป็นที่แน่นอนแล้วว่าพรรคการเมืองในระบบการเมืองเก่าอย่างน้อย 2 พรรคจะส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้
นั่นคือพรรคประชาธิปัตย์ซึ่งเป็นแกนนำรัฐบาลอยู่ในขณะนี้ มีมติส่งนายพนิช วิกิตเศรษฐ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ลงสมัครรับเลือกตั้ง ในขณะที่พรรคเพื่อไทยก็มีมติส่งนายก่อแก้ว พิกุลทอง หนึ่งในแกนนำการชุมนุมซึ่งตกเป็นผู้ต้องหาคดีก่อการร้ายและถูกคุมขังอยู่ตามหมายศาลในขณะนี้
อาจจะมีพรรคการเมืองในระบบการเมืองเก่าส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งเพิ่มเติมอีกหรือไม่ ในไม่กี่วันข้างหน้าก็คงจะได้รู้ได้เห็นกัน
ในส่วนของพรรคการเมืองที่ประกาศตนเป็นพรรคการเมืองในระบบการเมืองใหม่ก็เป็นที่แน่นอนว่ามีอยู่พรรคเดียวคือพรรคการเมืองใหม่ ซึ่งก่อนหน้านี้ก็ไม่เคยส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งระดับใด ๆ เลย
แต่มาคราวนี้มีข่าวว่าพรรคการเมืองใหม่จะส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งซ่อมด้วย และแว่วข่าวมาว่าพลเอก กิตติศักดิ์ รัฐประเสริฐ อาจจะได้รับมอบหมายจากพรรคให้ลงสมัครรับเลือกตั้งซ่อมในคราวนี้
พรรคการเมืองในระบบเก่าเขาต้องส่งผู้สมัครอยู่แล้วไม่เป็นที่แปลกประหลาดอันใด และมีแต่จะแย่งชิงกันสมัครด้วยกันทั้งนั้น จึงไม่มีข้อวิพากษ์วิจารณ์เป็นอย่างอื่น นอกจากกล่าวว่าเป็นวิถีชีวิตของพรรคการเมืองในระบบการเมืองเก่าที่ต้องเป็นเช่นนั้น
แต่ในส่วนของพรรคการเมืองใหม่ซึ่งประกาศตนอยู่ในระบบการเมืองใหม่และเพิ่งส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งครั้งนี้เป็นครั้งแรกก็ย่อมมีเรื่องที่จะวิเคราะห์วิพากษ์ได้
พรรคการเมืองพรรคหนึ่งก็คือกองรบทางการเมืองที่มีหน้าที่ในการนำพาประชาชนไปสร้างความรุ่งเรืองมั่นคงมั่งคั่งให้กับประเทศชาติและราษฎร เพื่อการนี้จึงมีหน้าที่ต้องเข้าสู่สมรภูมิรบในทางการเมืองคือในการเลือกตั้ง หาไม่แล้วก็ไม่มีผู้แทนที่จะเป็นปากเป็นเสียงให้กับราษฎรได้
การที่พรรคการเมืองใหม่จะส่งผู้สมัครลงเลือกตั้งในคราวนี้ จึงชอบด้วยหน้าที่ของพรรคการเมืองที่จะพึงทำ คงเหลืออยู่ว่าการส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งครั้งนี้มีที่ไปที่มาอย่างไร เพราะก่อนหน้านี้พรรคการเมืองนี้ไม่เคยส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งระดับใด ๆ เลย
พิเคราะห์ดูแล้วก็เห็นว่าน่าจะมีเหตุผลหนุนหลังอยู่ในประการดังต่อไปนี้ คือการเลือกตั้งทั่วไปจะเกิดขึ้นในอีก 1 ปี 6 เดือนข้างหน้า ดังนั้นจึงควรแก่เวลาที่จะได้หยั่งกำลังศึกว่ามีกำลังหนักเบา มีแบบแผนและความพลิกแพลงประการใด เพื่อจะได้ทำศึกใหญ่ได้ถนัดมือ
และยังเป็นโอกาสอันดีที่จะได้ฝึกซ้อมในการระดมพลังมหาประชาชนเข้าสู่สมรภูมิรบทางการเมือง เพื่อสั่งสมเป็นประสบการณ์และบทเรียนในการทำศึกใหญ่ในวันข้างหน้า ดังนั้นการเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้ประโยชน์ที่พึงได้แน่นอนก็คือได้ฝึกซ้อมรบในสมรภูมิเลือกตั้งให้กับผู้มีอุดมการณ์การเมืองใหม่อย่างเป็นรูปธรรมที่สุด และย่อมได้รับบทเรียนอันมีคุณค่าไปปรับใช้ในวันข้างหน้าด้วย
ประการสำคัญ การลงสมัครรับเลือกตั้งครั้งนี้จะเป็นการทำความเข้าใจกับประชาชนครั้งใหญ่ที่สุดว่าพรรคประชาธิปัตย์กับพรรคการเมืองใหม่นั้น ไม่ใช่พรรคคู่แข่งที่จะตัดคะแนนเสียงกัน และถึงแม้พรรคประชาธิปัตย์และพรรคการเมืองใหม่จะต้องพ่ายแพ้แก่ฝ่ายค้านก็ไม่กระทบต่อเสถียรภาพของรัฐบาล
เหตุผลประการนี้จะทำให้ความลังเลสงสัยในใจคนที่ห่วงใยรัฐบาลและหวาดกลัวอำนาจเก่าได้รู้ได้เข้าใจอย่างกระจ่าง และจะได้ไม่ลังเลในการตัดสินใจลงคะแนนเลือกตั้ง เพราะถ้าสมมติพรรคฝ่ายค้านชนะขึ้นมา คะแนนเสียงในสภาปัจจุบันและอำนาจรัฐปัจจุบันก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไป แต่จะได้เห็นกำลังประชาชนว่านิยมฝ่ายธรรมะหรืออธรรม
จะได้เป็นบทเรียนสั่งสอนรัฐบาลด้วยว่าการมีกำลังสื่ออยู่ในมือแต่ไม่รู้จักใช้ ปล่อยให้สมองของคนไทยถูกอัดเต็มไปด้วยข้อมูลเท็จจนเห็นชั่วเป็นดี เห็นผิดเป็นชอบ ก็ยังพอมีเวลาที่จะปรับปรุงแก้ไขได้ทันอยู่
ดังนั้นการเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้จึงอาจเป็นการเลือกตั้งที่หากเปรียบกับการเล่นฟุตบอลแล้วก็คือการพับสนามเล่น
นั่นคือเป็นการหยั่งกำลังและวัดกำลังกันระหว่างการเมืองแบบเก่ากับการเมืองแบบใหม่ ว่าคนไทยโดยถือเอาคนกรุงเทพฯ เขต 6 เป็นตัวอย่างนั้น จะรักหวงแหนการเมืองแบบเก่าที่เต็มไปด้วยการทุจริตคอร์รัปชั่นและการใช้อำนาจหน้าที่โดยไม่ชอบจนบ้านเมืองล่มสลายต่อไป หรือว่าต้องการการเมืองแบบใหม่ที่มุ่งฟื้นฟูชาติและมุ่งประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นที่ตั้งกันแน่
ดังนั้นจึงเป็นไปได้ว่าการพับสนามเล่นกันนั้น ใครที่ต้องการการเมืองแบบใหม่ก็ไม่ต้องลังเลใจ ลงคะแนนเลือกผู้สมัครของพรรคการเมืองใหม่ไปได้เลย
ส่วนอีกครึ่งสนามของการเมืองแบบเก่า หากใครยังต้องการการเมืองแบบเก่าอยู่ก็ต้องตัดสินใจเลือกว่าจะเลือกผู้สมัครของพรรคประชาธิปัตย์ หรือจะเลือกผู้สมัครของพรรคเพื่อไทย
ถ้าพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยและพรรคการเมืองใหม่สามารถทำให้การเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้เป็นการพับสนามเล่นกันได้แล้ว ชัยชนะย่อมตกเป็นของประชาชนเป็นมั่นคง ขออย่างเดียว อย่าส่งสินค้าเก่าเก็บโละสต็อคไปยัดเยียดให้ประชาชนก็แล้วกัน!
หมายเหตุ : บทความเรื่องนี้ได้ลงตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ ASTV ผู้จัดการรายวัน เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2553
|