84 พรรษามหาราชา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ท่านคิดว่าป๋าเปรมควรไปร่วมฉลองความสำเร็จในการแก้ปัญหาน้ำท่วมกับยิ่งลักษณ์หรือไม่?
 
ป้ายโฆษณา
พุทธทาสรำลึก พิมพ์ อีเมล
User Rating: / 0
แย่ดีที่สุด 
บทความพิเศษ
เขียนโดย สิริอัญญา   
วันเสาร์ที่ ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๕๓ เวลา ๐๙:๒๒ น.
|


            บทความวันนี้เป็นบทความแบบอาจารยะปูชาต่อท่านเจ้าคุณพุทธทาส ซึ่งครบวันคล้ายวันชาติกาลของท่านไปเมื่อวานนี้ แต่มาลงพิมพ์เอาในวันนี้ ก็เพราะต้องเป็นไปตามวาระที่จะลงได้ ซึ่งคงไม่ช้าเกินไป 

            ขอท่านทั้งหลายที่มีความสนใจในธรรม ในพระศาสนา ลองคิดพิจารณาปฏิปทาของท่านเจ้าคุณโดยแยบคายเถิด ก็ย่อมบังเกิดประโยชน์ใหญ่ทั้งแก่ตน แก่ท่านเป็นแน่แท้ 

            ท่านเจ้าคุณพุทธทาสล่วงลับดับขันธ์ไปนานแล้ว แต่ท่านเจ้าคุณยังไม่ตาย ซึ่งเมื่อครั้งที่ท่านเจ้าคุณยังมีชีวิตอยู่ ท่านก็พร่ำสอนเป็นอันมากว่าเกิดมาเป็นคนทั้งทีอย่ากลัวตาย ต้องพยายามตายเสียก่อนตาย 

            ท่านเจ้าคุณสอนว่าร่างกายที่แตกดับสลายไปนั้นเป็นเรื่องธรรมดาธรรมชาติ แต่คนเราไปยึดถือและกลัวต่อความตายก็เพราะไม่เข้าใจความจริง กระทั่งไม่ยอมคิดว่าตัวเองจะต้องตายในสักวันหนึ่ง 

            เหตุที่คนกลัวตายก็เพราะว่ามีความยึดมั่นถือมั่นว่าร่างกายนี้เป็นตัวเรา เป็นของเรา จึงมีความรักห่วงหวงแหนไม่อยากแก่ ไม่อยากเจ็บและไม่อยากตาย อยากให้เป็นหนุ่มเป็นสาวไม่เสื่อมคลายไปนิรันดร แต่นั่นไม่ใช่ฐานะที่จะเป็นไปได้เลย 

            ท่านเจ้าคุณจึงพร่ำสอนว่า เมื่อใดละถอนความยึดมั่นถือมั่นเสียได้แล้ว เมื่อนั้นก็เป็นอันตายก่อนตาย ถึงแม้ตายก็จะยังไม่ตาย ตัวท่านเจ้าคุณเองก่อนจะดับขันธ์ก็ได้ฝากความไว้ทั้งในรูปคำสอนและบทกลอนว่าตัวท่านเจ้าคุณยังไม่ตาย และจะไม่มีวันตาย 

            เพราะธรรมโฆษณ์ทั้งปวงอันท่านเจ้าคุณได้แสดงแล้วจะยังอยู่เป็นนิรันดร์ และยังเว้าวอนอีกว่าเมื่อท่านตายไปแล้วก็ให้ปฏิบัติกับท่านเหมือนหนึ่งว่าท่านยังอยู่ ให้มานั่งสนทนาธรรมกัน มีปัญหาทางธรรมก็มาเสวนาหาความจริงกัน เหมือนกับว่าท่านนั่งฟังอยู่ด้วย 

            แม้ในงานเผาศพของท่าน ท่านก็ได้ฝากคำเทศน์ไว้เพื่อเทศนาให้กับสหธรรมิกและเพื่อนชาวพุทธทั้งหลายที่มีโอกาสได้ไปร่วมงานเผาศพนั้น ก็เป็นคำเทศน์เรื่องความตาย 

            และเมื่อวานนี้เอเอสทีวีผู้จัดการก็ได้ทำเป็นรายการพิเศษ พรรณนาประวัติและงานของท่านเจ้าคุณ รวมทั้งได้เอาวิดีโองานเผาศพท่านเจ้าคุณมาฉายให้ดู ฉายให้เห็นในขณะที่เพลิงกำลังลุกไหม้รอบ ๆ โลงที่ใส่สังขารท่านเจ้าคุณไว้ 

            แล้วก็มีเสียงเทศน์ของท่านเจ้าคุณเหมือนกับว่าท่านเจ้าคุณยังอยู่จริง ๆ และได้เทศน์สอนพุทธบริษัททั้งหลาย โดยให้ดูตัวอย่างของจริงจากศพของท่านที่กำลังถูกเผาด้วยเปลวเพลิงที่โชติช่วงอยู่นั้น 

            ก็ต้องบอกว่ารายการพิเศษดังกล่าวเป็นรายการพิเศษที่ดีเลิศรายการหนึ่งของเอเอสทีวีผู้จัดการเท่าที่ได้เห็นมาในปีนี้ และน่าที่จะได้ทำเป็นแผ่นซีดีจำหน่ายจ่ายแจกให้ผู้สนใจได้นำไปดูและศึกษาหาความรู้จากความจริงอันนั้น 

            เขียนมาถึงตอนนี้ก็ต้องขอร้องผู้คนในกองบรรณาธิการว่าอย่าได้ตัดความออกเสีย ด้วยหวังว่าเมื่อผู้บริหารได้พบได้เห็นแล้วก็อาจจะช่วยคิดพิจารณาทำประโยชน์ให้เกิดขึ้น 

            รายการพิเศษดังกล่าวถือได้ว่ามีผลต่อการเจริญมรณานุสติอย่างหนึ่ง ทำให้คนไม่ตั้งอยู่ในความประมาท และอาจส่งผลให้คนไม่กล้าทำผิดคิดชั่วหรือฉ้อฉลปล้นชาติปล้นแผ่นดิน เพียงเท่านี้ก็จะบังเกิดประโยชน์ใหญ่แก่ประเทศชาติและประชาชนแล้ว 

            เคยถามพลตรี จำลอง ศรีเมือง ซึ่งได้เดินทางไปร่วมงานวันล้ออายุในปีที่ท่านเจ้าคุณดับขันธ์ว่าแท้จริงแล้วท่านเจ้าคุณดับขันธ์ในวันที่ 27 พฤษภาคม หรือว่าวันหลังจากนั้นกันแน่ 

            เหตุที่ต้องถามอย่างนั้นก็เพราะว่าได้เขียนบทความไว้ล่วงหน้าก่อนวันล้ออายุนั้นราว ๆ ครึ่งเดือน ถึงเรื่องราวที่ท่านเจ้าคุณเคยป่วยหนักแล้วคณะแพทย์หลวงได้อัญเชิญรับสั่งในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวไปอาราธนาท่านเจ้าคุณ ว่าอย่าเพิ่งดับขันธ์ ขอให้อยู่ช่วยจรรโลงพระศาสนาต่อไปก่อน 

            ในกาลนั้นท่านเจ้าคุณได้รับอาราธนา โดยมีเงื่อนไขว่าจะดำรงขันธ์อยู่ตราบเท่าที่สังขารจะอำนวยได้ หลังจากนั้นอาการป่วยหนักก็หาย และท่านเจ้าคุณก็ได้กลับมาประกาศพระศาสนาสืบต่อมาอีกหลายปี 

            กระทั่งถึงปีหนึ่งใกล้จะสิ้นปี และเป็นห้วงเวลาก่อนจะถึงวันงานล้ออายุของท่านเจ้าคุณประมาณ 5 เดือน มีงานและมีการเทศนาที่สวนโมกข์ 

            ในครานั้นจู่ ๆ ท่านเจ้าคุณก็ปรารภต่อพุทธบริษัททั้งหลายว่า ได้รับอาราธนาพระเจ้าอยู่หัวไว้ว่าจะยังไม่ตาย แต่บัดนี้ล่วงมาหลายปี สังขารชำรุดทรุดโทรมมาก และกิจอันพึงทำก็ได้ทำหมดแล้ว จะขออำลาท่านทั้งหลายแล้ว 

            สิ้นเสียงท่านเจ้าคุณก็มีสายลมเย็นยะเยือกพัดปกคลุมทั่วทั้งสวนโมกข์ ใบไม้ ดอกไม้ร่วงเกรียวกราวปลิวไปตามสายลม พุทธบริษัททั้งนั้นพากันร่ำไห้ 

            เพราะเข้าใจตามประสาชาวพุทธว่า คำพูดอย่างนั้นในยามนั้นมิได้เป็นการพูดเล่นหรือเป็นความหมายอย่างอื่น หากเป็นการปลงอายุสังขาร ซึ่งเป็นเหตุการณ์ทำนองเดียวกันกับที่ปรากฏในมหาปรินิพพานสูตร ที่พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ปลงอายุสังขารสามเดือนก่อนที่จะเสด็จดับขันธปรินิพพาน 

            แต่ปรากฏว่าหลังจากท่านเจ้าคุณปรารภอย่างนั้นแล้ว สุขภาพอนามัยของท่านเจ้าคุณก็ยังคงเป็นปกติดี ทั้งผิวพรรณก็ผ่องใสกว่าแต่กาลก่อนด้วยซ้ำไป จนใกล้ถึงวันงานล้ออายุ หนังสือพิมพ์ก็ลงข่าวกันเกรียวกราวถึงการเตรียมงานครั้งใหญ่ ซึ่งใครต่อใครก็จะพากันไปร่วมงานสำคัญนั้น 

            ช่วงก่อน 15 วันที่จะถึงวันล้ออายุ ก็ได้เขียนบทความบทหนึ่งว่าก็แลเมื่อท่านเจ้าคุณได้ปลงอายุสังขารแล้ว เห็นจะไม่ดำรงขันธ์ไว้นาน อย่างมากที่สุดก็จะไม่เกินวันอันเป็นชาติกาลคือวันที่ 27 พฤษภาคม 

            ทั้งยังเขียนอีกว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าเคยตรัสไว้ว่าผิวกายของผู้บรรลุธรรมขั้นสูงนั้นจะผ่องใสใน 3 กาล คือเวลาที่ตรัสรู้ธรรมหรือบรรลุธรรมกาลหนึ่ง ในเวลาที่ประกาศพระสัทธรรมเป็นครั้งแรกกาลหนึ่ง และในยามที่จะดับขันธ์อีกกาลหนึ่ง อาการของท่านเจ้าคุณที่กลับคืนแข็งแรงและมีผิวพรรณผุดผ่องเปล่งปลั่งกว่าแต่ก่อนนั้นก็เป็นอาการที่จะดับขันธ์นั่นเอง 

            และปรากฏว่าเมื่อถึงวันงานล้ออายุ ท่านเจ้าคุณก็รู้สึกไม่สบายเป็นปัจจุบัน ท่านได้ล้วงกุญแจตู้ต่าง ๆ ออกจากสบง แล้วมอบให้กับพระอุปัฏฐาก พร้อมกับสั่งว่าป่วยคราวนี้ไม่ต้องไปรักษาแล้ว ท่านเจ้าคุณบอกว่าจะตายเหมือนกับการปิดสวิตซ์ไฟฟ้า คือปิดปุ๊บก็ดับปั๊บ 

            หลังจากนั้นท่านก็หมดสติ แต่คนทั้งหลายไม่ยอมให้ท่านตาย พาไปส่งโรงพยาบาล ไปปั๊มหัวใจ ใส่อ๊อกซิเจนและทำอะไรต่อมิอะไรอีกมากมาย ซึ่งเป็นการฝืนคำสั่งของท่านเจ้าคุณทั้งสิ้น และในที่สุดก็มีการประกาศการดับขันธ์ของท่านเจ้าคุณหลังจากวันที่ 27 พฤษภาคม ไปแล้วหลายวัน 

            เหตุนั้นจึงได้ถามพลตรี จำลอง ศรีเมือง ซึ่งได้ไปร่วมงานขณะนั้นด้วย เพราะมีโอกาสที่จะถามเนื่องจากปีนั้นพลตรี จำลอง ศรีเมือง เดินทางมาหาเสียงเลือกตั้งถึงสำนักงาน 

            ก็ได้ถามกันตรง ๆ ว่าในฐานะชาวพุทธคนหนึ่ง รู้เรื่องขันธ์ห้าเป็นอันดี ก็อยากจะทราบว่าท่านเจ้าคุณดับขันธ์ในวันไหนแน่ พลตรี จำลอง ศรีเมือง ยืนยันว่าท่านเจ้าคุณดับขันธ์ในวันที่ 27 พฤษภาคม แต่ที่ถูกนำส่งไปโรงพยาบาลนั้นเป็นแต่เพียงร่างที่ไม่ประกอบด้วยขันธ์ห้าครบแต่ประการใด จึงต้องถือว่าท่านเจ้าคุณดับขันธ์ในวันที่ 27 พฤษภาคม นั่นเอง 

            ท่านเจ้าคุณเป็นพระมหาเถระที่ฉลาดในการสอน ว่ากันว่าท่านเจ้าคุณบรรลุถึงอนุสาสนีย์ปาฏิหาริย์และมีลีลาท่วงทำนองการสอนเช่นเดียวกับพระสารีบุตร พระอัครสาวกฝ่ายขวาในสมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้า 

            คนทั้งหลายเข้าใจแต่เพียงว่าท่านเจ้าคุณชำนาญเฉพาะการปริยัติ แต่แท้จริงแล้วท่านเจ้าคุณถึงพร้อมด้วยสิกขาทั้งสาม ทั้งสองมิติ คือถึงพร้อมด้วยปริยัติ ปฏิบัติ และปฏิเวธ ถึงพร้อมด้วยศีล สมาธิ และปัญญา มีความบริสุทธิ์งดงามหมดจดในพระธรรมวินัยของพระอริยเจ้าทุกประการ 

            น้อยนักที่จะมีคนรู้ว่าท่านเจ้าคุณนั้นแม้ได้บรรลุธรรมขั้นสูงโดยหนทางปัญญาวิมุต แต่ด้วยการปฏิบัติอย่างหนักหน่วงเนิ่นนานปี พลังอำนาจแห่งจิต สมาธิ ฌานและอิทธิบาทก็ได้เจริญงอกงามขึ้นตามธรรมดาธรรมชาติของการปฏิบัติในพระศาสนานี้ 

            ในระหว่างที่ท่านเจ้าคุณปฏิบัติธรรมอย่างอุกฤษฏ์อยู่ในป่าพุมเรียง สุราษฎร์ธานีนั้น แต่ละวันท่านจะสำรวจและบันทึกภาวะจิตว่ามีราคะ โทสะ โมหะหรือไม่ ลดน้อยถอยลงเป็นอย่างไร และทุกวันหลังจังหันแล้ว ท่านจะเอาบาตรไปล้างที่ลำธาร เอามือกวาดข้าวจุ่มลงไปในน้ำ ฝูงปลาก็มากินข้าวในมือด้วยอานุภาพแห่งเมตตาอันหาประมาณมิได้ 

            วันหนึ่งท่านเจ้าคุณนึกอยากทดลองผลการปฏิบัติในวิชชาบางประการที่พระบรมศาสดาทรงสอนไว้ จึงทำสมาธิเพ่งฌานเจริญอิทธิบาท ตั้งความปรารถนาแล้วก็ยื่นมือไปในอากาศ ปรากฏเป็นฝูงปลามาปรากฏอยู่ในมือเป็นที่อัศจรรย์ 

            ท่านเจ้าคุณได้สัมผัสกับวิชชาอันมีมาในพระศาสนาแล้ว ก็เจริญตามรับสั่งพระบรมศาสดาที่ไม่ทรงสรรเสริญการกระทำอิทธิปาฏิหาริย์ ตั้งปณิธานแต่บัดนั้นว่าได้สัมผัสกับอิทธิปาฏิหาริย์แบบกระจุ๋มกระจิ๋มแล้วแต่ไม่เห็นประโยชน์ จึงปฏิญาณว่าจักไม่ทำเช่นนี้อีกต่อไป 

            ดังนั้นท่านเจ้าคุณจึงเป็นผู้ถึงพร้อมด้วยวิชชาและจรณะ เป็นพระสุปฏิปันโน เป็นเนื้อนาบุญอันประเสริฐ และได้ประพฤติปฏิบัติอย่างบริบูรณ์สมคำปฏิญาณอีกประการหนึ่งที่ว่าจะเป็นพุทธทาสคือทาสของพระพุทธเจ้าดังนี้.



หมายเหตุ :  บทความเรื่องนี้ได้ลงตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ ASTV ผู้จัดการรายวัน เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2553


 




|

Comments
Add New Search
Write comment
Name:
Email:
 
Title:
UBBCode:
[b] [i] [u] [url] [quote] [code] [img] 
 
 
:angry::0:confused::cheer:B):evil::silly::dry::lol::kiss::D:pinch:
:(:shock::X:side::):P:unsure::woohoo::huh::whistle:;):s
:!::?::idea::arrow:
 
Please input the anti-spam code that you can read in the image.

3.26 Copyright (C) 2008 Compojoom.com / Copyright (C) 2007 Alain Georgette / Copyright (C) 2006 Frantisek Hliva. All rights reserved."

 
Powered by DiTC.Valid XHTML and CSS.
Creative Commons License