ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ท่านรู้สึกอย่างไรกับการใช้งบประมาณ 10 ล้านบาท จัดงานฉลองความสำเร็จแก้ปัญหาน้ำท่วม?
 
ป้ายโฆษณา
บทความใน นสพ.แนวหน้า เรื่อง "เสียงข้างมากของมหาโจร...ไม่ใช่ประชาธิปไตย!" วันที่ 24 พ.ย. 2556 พิมพ์ อีเมล
บทความพิเศษ
เขียนโดย สิริอัญญา   
วันจันทร์ที่ ๒๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๖ เวลา ๐๙:๓๔ น.

     คำยอดฮิตในหมู่นักการเมืองชั่วที่อ้างกันตลอดมาก็คือ “มาจากการเลือกตั้ง” และ “มีเสียงข้างมาก” แล้วก็ยืนยันว่านี่คือประชาธิปไตย 

     ยืนยันแล้วก็โกหกฝังหัว ยัดเยียดความเชื่อผิด ๆ นี้ในหัวของประชาชน ซึ่งบางทีไม่ทันคิด บางทีก็หลงผิดตามไปด้วย แล้วพาลเข้าใจว่าเสียงข้างมากคือประชาธิปไตย การเลือกตั้งคือประชาธิปไตย 

     จึงทำให้ความชั่วช้าเลวทรามทั้งหลายในบ้านเมืองขยายตัวลุกลามยิ่งกว่าครั้งไหน ๆ และเมื่อฮึกเหิมลำพองมากเข้าก็บังอาจก่อกรรมทำเข็ญกับแผ่นดินและอาณาประชาราษฎรมากขึ้น ถึงขั้นไม่เกรงฟ้า ไม่กลัวดิน ไม่กลัวบาป ไม่กลัวกรรม ดังที่เห็น ๆ กันอยู่ 

     
การที่นักการเมืองชั่วสร้างความเข้าใจผิดได้มากมายอย่างนี้ก็เพราะได้อาศัยสองปัจจัยเป็นตัวเกื้อหนุน 

     ปัจจัยหนึ่ง ก็คือสื่อมวลชนชั่ว ซึ่งขณะนี้ได้กลายพันธุ์เป็นกระบอกเสียงชั่วให้กับความชั่วไปแล้ว พวกนี้ได้ช่วยสร้างความเข้าใจผิด ปลูกฝังมิจฉาทิฐิในความคิดของประชาชน โดยเฉพาะประชาชนที่ห่างไกลจากเมืองหลวง หรือมีการศึกษาน้อย 

     ปัจจัยหนึ่ง ก็คือนักวิชาการชั่วที่สร้างวาทะกรรมและอาศัยคราบไคลนักวิชาการหลอกลวงให้คนเห็นผิดคิดตามความชั่วไปด้วย 

     ไอ้คนสองพวกนี้แหละที่เป็นเหตุเป็นปัจจัยสำคัญในการทำให้บ้านเมืองแตกแยก ทำให้ประชาชนแตกสามัคคีทะเลาะเบาะแว้งกันเอง 

     แต่สำหรับประชาชนทั่วไปนั้น ก็ต้องทำความเข้าใจกันเหมือนกันว่าเสียงข้างมากนั้นถูกต้องเสมอไปและเป็นประชาธิปไตยจริงหรือ? และการเลือกตั้งนั้นเป็นประชาธิปไตยจริงหรือ? หรือว่าเป็นเพียงส่วนเสี้ยวเดียวของประชาธิปไตย เหมือนกับการเอาผลไม้ดีๆ วางกลบหน้าผลไม้เน่าหลอกขายชาวบ้านกันแน่ 

     เอาในเรื่องแรกก่อนว่า เสียงข้างมากนั้นถูกต้องเสมอไป และเป็นประชาธิปไตยจริงหรือ? 

     ข้อนี้ให้ดูหมู่โจรคณะหนึ่งนั่งประชุมกันว่าจะไปปล้นบ้านคนนั้นคนนี้ดีหรือไม่ ด้วยวิสัยโจรก็จะลงมติกันว่าจะไปปล้นดีหรือไม่ดี และในที่สุดก็ลงมติว่าไปปล้น หรือแม้กระทั่งลงมติว่าปล้นแล้วก็ฆ่าเสียด้วย จะได้ไม่มีพยานหลักฐานอ้างอิง 

     นี่ฉันใด มติของคณะโจรคณะนี้ถึงแม้จะลงมติด้วยกันด้วยคะแนนเสียงมากเท่าใด ก็คงเป็นเป็นได้แค่มติโจรเท่านั้น มันไม่ใช่ความถูกต้องด้วยเสียงข้างมากเสมอไป 

     ขยายต่อไปอีกสักหน่อยหนึ่งในเรื่องของประชาธิปไตย ซึ่งยกตัวอย่างต่อไปว่า ในขณะที่คณะโจรประชุมกันอยู่นั้น มีพระสองรูปเดินผ่านมาได้ยินคำปรึกษาของคณะโจร  ก็ทักท้วงว่าโยม การปล้น ฆ่าไม่ดี เป็นบาป พวกคณะโจรก็ไม่ฟัง 

     เสียงข้างน้อยเช่นนี้ก็เป็นเสียงที่ถูกต้องได้ ดังนั้นความถูกต้องหรือไม่ถูกต้องจึงไม่ได้อยู่ที่จำนวนน้อย หรือจำนวนมาก หรือข้างน้อย ข้างมาก แต่อยู่ที่มตินั้นหรือเรื่องนั้นชอบด้วยโลกนิติ ชอบด้วยธรรมนิติ และชอบด้วยราชนิติหรือไม่ 

     ดังนั้นมติของสภาทาสที่ลงมติไปโดยขัดต่อข้อบังคับ ขัดต่อกฎหมาย ขัดต่อรัฐธรรมนูญ และโคตรโกงสารพัดโกง จึงเป็นมติที่ไม่ถูกต้อง และความไม่ถูกต้องนั้นมีระดับใหญ่ คือไม่ถูกต้องกับรัฐธรรมนูญ 

     คำว่า “อธิปไตย” แปลว่าความเป็นใหญ่ ไม่ได้แสดงความหมายถูกหรือผิด ไม่ได้แสดงความหมายดีหรือชั่ว จะต้องมีคำประกอบอีก และคำที่ประกอบนั่นแหละที่จะเป็นตัวแสดงชั่วดี 

     อุปมาเหมือนดั่งน้ำที่ไร้สี ไร้กลิ่น จะมีความเหม็นก็เพราะมีกลิ่นเหม็นมาเจือปน จะมีความหอมก็เพราะความหอมมาเจือปน ฉันใดก็ฉันนั้น 

     ถ้าธรรมเป็นตัวนำก็จะเป็นธรรมาธิปไตย คือธรรมเป็นใหญ่ การอันนั้นก็เป็นธรรม 

     ถ้าโจรเป็นตัวนำก็เป็นโจราธิปไตย คือโจรเป็นใหญ่ เสียงข้างมากเท่าใดก็เป็นเสียงโจร เป็นเสียงของความชั่ว ความชั่วเป็นใหญ่ 

     ถ้าประชาชนเป็นตัวนำคือเป็นการกระทำเพื่อประชาชน เพื่อผลประโยชน์โดยชอบของประชาชน เพื่อผลประโยชน์โดยชอบของประเทศชาติ ก็เป็นประชาธิปไตย คือประชาชนเป็นใหญ่ ประชาชนเป็นประธาน ประชาชนเป็นผู้ได้รับผลงามความดีนั้น 

     ถ้าเอาเงินเป็นใหญ่ อะไร ๆ ก็เพื่อเงิน เพื่อให้ได้เงิน เพื่อให้มีเงิน โดยไม่คำนึงถึงความดี ความงาม ความชั่ว ก็เป็นธนาธิปไตย คือเงินเป็นใหญ่ ถือเอาเงินเหนือความชั่ว ความดี เหนือประเทศชาติ ประชาชน 

     ดังนั้นต่อให้เสียงข้างมากสักเท่าไหน และไม่ว่าจะมาโดยการเลือกตั้งหรือการแต่งตั้ง จึงไม่ใช่ประชาธิปไตยเสมอไป จะเป็นประชาธิปไตยก็ต่อเมื่อเป็นไปเพื่อประชาชน ไม่ใช่เพื่อคนตระกูลเดียว แล้วเที่ยวแอบอ้างประชาชนดังที่เป็นอยู่.










































 
Powered by DiTC.Valid XHTML and CSS.
Creative Commons License