84 พรรษามหาราชา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ท่านรู้สึกอย่างไรกับการใช้งบประมาณ 10 ล้านบาท จัดงานฉลองความสำเร็จแก้ปัญหาน้ำท่วม?
 
ป้ายโฆษณา
กรุงรัตนโกสินทร์จะสิ้นแล้วหรือ? (ตอนที่ 6) พิมพ์ อีเมล
User Rating: / 15
แย่ดีที่สุด 
พูดจาภาษาโหร
เขียนโดย สิริอัญญา   
วันศุกร์ที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๕๔ เวลา ๐๙:๔๔ น.
|


     ลำดับนี้จะได้วินิจฉัยในบรรดาสถิติและข้อมูลต่าง ๆ จากเหตุการณ์ดาวพฤหัสและดาวพระเสาร์ซึ่งเป็นดาวใหญ่ เป็นดาวประธานของฝ่ายศุภเคราะห์และบาปเคราะห์ จนอาจกล่าวได้ว่าเป็นดาวประมุขของความดีงาม และความเลวร้ายก็ว่าได้ ได้โคจรมากุม และเล็งกัน (ปะทะทับและทันกัน) ต่อไป

     ก่อนอื่นก็ยังคงยืนยันในสิ่งที่สมเด็จเจ้าฟ้ากรมหลวงพิทักษ์มนตรีท่านได้แปลความและรจนาไว้ในคัมภีร์จักรทีปนีจรของพระอรหันต์ผู้มีนามว่าพระอุตตมะรามเถร ซึ่งย้ำไว้เป็นสำคัญในตอนต้นคัมภีร์ว่า

     “ศรีสิทธิการี- ยสวัสดิไชยา
นมัสดุตำรา    ประพฤติพจนกล่าวกลอน
     แถลงปางนพเคราะห์  สุรเทพโคจร
ในจักราจร    ทวิทัศราศี
     โดยอานุภาพผยอง  จรท่องวิถีลี
พักรเสริดและมนต์มี วิสมห้าประการกล”

     โดยมีบทสรุปในตอนท้ายไว้อย่างชัดเจนว่า  

     “ปางทวยวราเทพ พระเคราะห์อัฐวิสัย 
เสด็จโดยวิถีใด   ปะทะทับและทันกัน
     เมื่อมิตรก็ชอบชื่น  บ่มีโทษแถลงทัณฑ์
ปางเป็นศัตรูสรร- พอุบาทว์วิบัติเข็ญ
     โหราศาสตร์ก็พึงพิศ  กระจ่างจิตวิจารณ์เห็น
แห่งเหล่าพระเคราะห์เป็น  และมิตรหมู่อริมา
     ทับถูกพระเคราะห์ใด  สุขทุกข์จะบีฑา
คุณโทษ ฤ อาญา   ก็จะตามฉบับบรรพ์”

      ทั้งนี้ยังต้องคำนึงถึงบทข้อยกเว้นเกี่ยวกับ “วิ” และ “สม” อันท่านแสดงไว้แต่ทิ้งขว้างกันไปไม่ใส่ใจ จึงทำให้การใช้ภาคพยากรณ์เป็นไปแบบด้วน ๆ ห้วน ๆ ตามบทพยากรณ์สามัญ จึงปิดกั้นการเข้าถึงหลักแห่งศาสตร์นี้ ดังที่มีบทนิพนธ์ไว้ว่า

     “สิริอุจจาสุภาวุฒิ สิรินิจจาวิหายะติ กาลีอุจจาวิหายะติ กาลีนิจจาสุภาวุฒิ” ซึ่งแปลโดยอรรถว่า 

     พระเคราะห์ใดมีคุณสมบัติเป็นศรี และมีตำแหน่งเป็นมหาอุจ ท่านให้พยากรณ์ไปในทางดี ทางเลิศ ทางแห่งความสำเร็จ

     พระเคราะห์ใดมีคุณสมบัติเป็นศรี แต่มีตำแหน่งเป็นนิจ ท่านให้พยากรณ์ไปในทางร้าย ทางต่ำ และล้มเหลว

     พระเคราะห์ใดมีคุณสมบัติเป็นกาลี และมีตำแหน่งเป็นมหาอุจ ท่านให้พยากรณ์ไปในทางร้าย ทางต่ำ และล้มเหลว

     พระเคราะห์ใดมีคุณสมบัติเป็นกาลี แต่มีตำแหน่งเป็นนิจ ท่านให้พยากรณ์ไปในทางดี ทางเลิศ ทางแห่งความสำเร็จ

     จะต้องตั้งต้นและตั้งหลักบนหลักวิชาการอย่างนี้เสียก่อน จึงจะเห็นความหมายของพระเคราะห์ทั้งหลายที่โคจรสับสนอลหม่านอยู่ในปัจจุบัน โดยเฉพาะในยามที่พระเสาร์กำลังจะโคจรเข้าสู่ราศีตุลย์เป็นมหาอุจ เล็งลัคนาและพระอาทิตย์ในดวงเมือง หาไม่แล้วก็จะหน้าแตกหงายท้องตาม ๆ กัน

     เมื่อตั้งต้นอย่างนั้นแล้วก็จะวินิจฉัยว่าเหตุการณ์ในปี พ.ศ. 2364, พ.ศ. 2424, พ.ศ. 2483, พ.ศ. 2484, พ.ศ. 2504, พ.ศ. 2543 ซึ่งเป็นเหตุการณ์ร้ายทั้งสิ้นนั้น เกิดจากเหตุใดกันแน่

     ก็ต้องบอกว่าเหตุการณ์ในปี พ.ศ. 2364, พ.ศ. 2424, พ.ศ. 2483, พ.ศ. 2504 และ พ.ศ. 2543 นั้นเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในต่างประเทศ ในขณะที่ดาวพฤหัสและดาวพระเสาร์โคจรมารวมกันในราศีเมษ คุณโทษที่เกิดขึ้นจึงย่อมเนื่องมาแต่ดวงเมืองของแต่ละประเทศซึ่งไม่เหมือนกัน แต่มีสิ่งที่ร่วมกันก็คือเป็นห้วงเวลาที่ดาวพฤหัสและดาวพระเสาร์กำลังโคจรจรอยู่ในราศีเมษ โดยไม่มีเหตุการณ์แบบเดียวกันเกิดขึ้นในประเทศไทยเลย

     สำหรับเหตุการณ์ในปี พ.ศ. 2484 ซึ่งพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จสวรรคต ในปีนั้นพระเสาร์เป็นกาลกิณี โคจรเป็นนิจอยู่ในราศีเมษ ทับลัคนาและพระอาทิตย์ในดวงเมืองนั้น จะถือเป็นการสวรรคตของพระมหากษัตริย์ที่สถิตอยู่ในพระนปฎลมหาเศวตฉัตรมิได้ เพราะพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวได้สละสิริราชสมบัติก่อนหน้านั้นแล้ว

     การเสด็จสวรรคตจึงเป็นการในส่วนพระองค์ และในขณะนั้นพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดลได้เถลิงสิริราชสมบัติเป็นพระมหากษัตริย์ของราชอาณาจักรไทยแล้ว

     โดยสรุปก็คือ การที่ดาวพระเสาร์โคจรเป็นนิจในราศีเมษร่วมกับดาวพฤหัส มิอาจอ้างอิงหรือเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์บ้านเมืองของประเทศไทยแต่ประการใด

     ในส่วนที่เกี่ยวกับเหตุการณ์ปี พ.ศ. 2335, พ.ศ. 2454, พ.ศ. 2512, พ.ศ. 2513 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ดาวพระเสาร์โคจรเป็นนิจอยู่ในราศีเมษ และดาวพฤหัสโคจรอยู่ในราศีตุลย์ ก็เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในต่างประเทศ บ่งบอกเหตุดีร้ายคุณและโทษประการใด ย่อมเป็นไปตามดวงเมืองของประเทศนั้น ๆ เช่นเดียวกัน

     ที่เกี่ยวกับประเทศไทยคือเหตุการณ์ในปี พ.ศ. 2394 ซึ่งพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จสวรรคต ในปี พ.ศ. 2395 สมเด็จพระนางเจ้าโสมนัสวัฒนาวดี พระอัครมเหสีในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จสวรรคต เหตุการณ์ในปี พ.ศ. 2453 ซึ่งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จสวรรคต เป็นห้วงเวลาที่ดาวพระเสาร์โคจรอยู่ในราศีเมษ และดาวพฤหัสเล็งกันในราศีตุลย์

     เหตุการณ์ทั้งหมดนั้นเป็นเหตุการณ์ที่เปลี่ยนรัชกาล ที่พระมหากษัตริย์หรือพระมเหสีเสด็จสวรรคต และในพลันนั้นพระมหากษัตริย์พระองค์ใหม่ในพระบรมราชจักรีวงศ์ก็จะเสด็จขึ้นเถลิงสิริราชสมบัติสืบสันตติวงศ์ตามกฎมณเฑียรบาล กรณีเช่นนี้อย่างร้ายที่สุดจึงเป็นเพียงการเปลี่ยนรัชกาล มิใช่ผลัดเปลี่ยนราชวงศ์หรือผลัดเปลี่ยนระบอบการปกครอง

     ต้องตั้งความสังเกตให้ดีว่า ทุกเหตุการณ์ดังกล่าวนั้นจะเป็นกรณีที่ดาวพระเสาร์โคจรอยู่ในราศีเมษ และดาวพฤหัสโคจรอยู่ในราศีตุลย์ ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่ตรงกันข้ามกับสถานการณ์ตั้งแต่ปลายปีนี้ไป เป็นระยะเวลา 2 ปีครึ่ง คือในช่วงที่ดาวพระเสาร์โคจรเป็นมหาอุจอยู่ในราศีตุลย์ และมีช่วงสั้น ๆ ที่เล็งกับดาวพฤหัสที่โคจรเป็นราชาโชคอยู่ในราศีเมษ

     ขอสรุปเพื่อให้เข้าใจโดยง่ายอีกครั้งหนึ่งว่า ในยามที่ดาวพระเสาร์โคจรเป็นนิจอยู่ในราศีเมษ และดาวพฤหัสโคจรอยู่ในราศีตุลย์ เคยมีเหตุการณ์ร้ายในประวัติศาสตร์ของกรุงรัตนโกสินทร์หลายครั้ง คือเกิดเหตุการณ์ที่พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จสวรรคต พระอัครมเหสีในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จสวรรคต พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จสวรรคต

     และในพลันที่พระมหากษัตริย์พระองค์หนึ่งเสด็จสวรรคต พระมหากษัตริย์พระองค์ใหม่ในพระบรมราชจักรีวงศ์ก็เสด็จขึ้นเถลิงถวัลย์สิริราชสมบัติสืบสันตติวงศ์ต่อมาเป็นที่ประจักษ์ชัดแล้ว

     กรณีและปรากฏการณ์ทั้งหมดนั้นจะตรงกันข้ามกับปรากฏการณ์ที่ดาวพระเสาร์จะโคจรเข้ามาเป็นมหาอุจในราศีตุลย์ตั้งแต่วันที่ 16 พฤศจิกายน 2554 ไปจนถึงปลายปี พ.ศ. 2557 โน้น ที่สำคัญคือเป็นปรากฏการณ์ที่ดาวพระเสาร์โคจรอยู่ในราศีตรงกันข้ามกับปรากฏการณ์ที่เกิดเหตุร้ายที่ผ่านมา และมีคุณสมบัติที่ตรงกันข้ามกับปรากฏการณ์ที่เกิดเหตุร้ายที่ผ่านมาด้วย นั่นคือในช่วงที่ปรากฏเหตุการณ์ร้าย ดาวพระเสาร์จะมีคุณสมบัติเป็นนิจในราศีเมษ แต่กรณีที่จะเกิดปรากฏการณ์ใหม่ ดาวพระเสาร์จะโคจรเป็นมหาอุจอยู่ในราศีตุลย์ เหตุการณ์จะตรงกันข้ามชนิดหน้ามือเป็นหลังมือ นั่นคือบรรดาผู้เป็นปรปักษ์กับพระมหากษัตริย์และสถาบันพระมหากษัตริย์จะถึงกาลพินาศฉิบหายนั่นเอง

     ในช่วงเวลาที่ดาวพระเสาร์โคจรเข้ามาอยู่ในราศีตุลย์นั้น ดาวพฤหัสจะโคจรอยู่ในราศีเมษเป็นเวลา 1 ปี ดังบทพระนิพนธ์ที่ว่า 

     “พฤหัสบดี  ดลสถานสถิตทัน
จรจักรประมาณวันวรรษหนึ่งก็ลาลี”

     ดาวพฤหัสนั้นได้โคจรเข้าสู่ราศีเมษตั้งแต่วันที่ 9 พฤษภาคม 2554 นับถึงบัดนี้เป็นเวลา 4 เดือนเศษแล้ว ดาวพฤหัสจะโคจรอยู่ในราศีนี้เป็นระยะเวลา 1 ปี ดังนั้นนับแต่บัดนี้ไป ดาวพฤหัสจึงโคจรอยู่ในราศีเมษไปอีกประมาณ 7 เดือนเท่านั้น และจะเป็นห้วงเวลาที่ดาวพระเคราะห์ทั้งสองนี้เล็งกันจริง ๆ ก็คือช่วงเวลาตั้งแต่วันที่ 16 พฤศจิกายน 2554 ไปจนถึงห้วงเวลาที่ดาวพฤหัสโคจรพ้นออกไปจากราศีตุลย์ ซึ่งเป็นระยะเวลาประมาณ 5 เดือนเท่านั้น

     จึงต้องมาดูกันว่าในช่วง 5 เดือนที่ว่านี้ มีปรากฏการณ์อะไรเกิดขึ้น และจะเกิดเหตุอะไรขึ้นจากปรากฏการณ์นั้น

     ในยามที่ดาวพฤหัสและดาวพระเสาร์เล็งกันในราศีเมษและราศีตุลย์ ดาวพระเสาร์ในปัจจุบันนี้มีคุณสมบัติเป็นเดชจร ทำให้ชาวเสื้อแดงแรงฤทธิ์นัก จะเปลี่ยนคุณสมบัติเป็นอายุจรในวันที่ 21 เมษายน 2555 ในขณะที่ดาวพฤหัสปัจจุบันนี้มีคุณสมบัติเป็นศรีจร และจะเปลี่ยนคุณสมบัติเป็นเดชจร ในวันที่ 21 เมษายน 2555 เช่นเดียวกัน

     เมื่อครั้งเกิดเหตุการณ์ร้าย ดาวพระเสาร์โคจรเป็นนิจอยู่ในราศีเมษ ดาวพฤหัสโคจรอยู่ในราศีตุลย์ แต่ในระยะเวลาประมาณ 5 เดือนนับแต่วันที่ 16 พฤศจิกายน 2554 ไปจนถึงวันเวลาที่ดาวพฤหัสโคจรผ่านราศีเมษเข้าสู่ราศีพฤษภนั้น ปรากฏการณ์เกิดขึ้นตรงกันข้ามกัน คือดาวพระเสาร์โคจรเป็นมหาอุจอยู่ในราศีตุลย์ ดาวพฤหัสโคจรเป็นราชาโชคอยู่ในราศีเมษ

     ดังนั้นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจากปรากฏการณ์นี้คือความพลิกผันที่เกิดขึ้นจาก บุรพกรรมเป็นเหตุเหนือความคาดคิด ที่ทำให้บ้านเมืองและสถาบันพระมหากษัตริย์ซึ่งกำลังถูกย่ำยีบ่อนทำลายอย่างรุนแรงและกว้างขวางจนเป็นที่ปริวิตกว่าจะเกิดอันตรายนั้นจะกลับร้ายกลายเป็นดี มีความมั่นคงสถาพร ด้วยเหตุการณ์ทำนองที่เกิดใน “ธรรมาธรรมะสงคราม” นั้น 

    
ดาวพระเสาร์ยามโคจรในราศีเมษซึ่งถือว่าทับพระอังคาร มีบทพยากรณ์ดังนี้ 

     “เสาร์สู่ ณ ราศี ปะทะทับพระอังคาร
เกิดการกลีการณ์ ปรปักษ์จะบีฑา”

     นั่นคือผลร้ายจากพระเสาร์ซึ่งโคจรในราศีเมษ ซึ่งเป็นราศีที่สถิตของลัคนาดวงเมือง ตามตัวอย่างเหตุการณ์ร้ายที่ผ่านมา
แต่ในยามที่ดาวเสาร์โคจรในราศีตุลย์ซึ่งเป็นเรือนปัตตะนิในดวงเมือง และถือว่าทับพระศุกร์ มีบทพยากรณ์ดังนี้ 

     “เสาร์ถูกพระเคราะห์ศุกร์ ปะทะทุกข์พยาธิ์เยือน
โรคร้างและหลายเดือน  ก็จะกลับจะกลายเป็น
โจรร้ายเขม้นมอง อริปองจะทำเข็ญ
อายุมิยืนเย็น มฤตภัยระเร่งเกรง”

     ในขณะเดียวกันนั้น ดาวพระเสาร์ก็จะเล็งลัคนาและพระอาทิตย์ในดวงเมือง มีบทพยากรณ์ดังนี้ 

     “เสาร์ทับพระอาทิตย์  ปฏิสนธิในชาติ
ชนชั้นจะถึงฆาต   บ่มีทรัพย์จะสาธารณ์
ถ้อยความจะถึงตู ผิศัตรูจะปองผลาญ
แม้นหมิ่นประมาทการ ก็จะเป็นอันตราย”

     และอีกบทหนึ่งที่ดาวพระเสาร์เล็งลัคนาว่า 

     “เสาร์จรประทับลั-คนนั้นจะหม่นหมอง
เสียทรัพย์และสิ่งของ   คุรุเหตุจะพึงมี
ดังโปริสาทราษ-ฎรเขาก็ขับหนี
จากขัตติยาศรี    ศิริราชนคร”

     เหล่านี้ล้วนเป็นผลของดาวพระเสาร์ซึ่งโคจรอยู่ในเรือนปัตตะนิของดวงเมือง และย่อมเกิดผลแก่เรือนปัตตะนินั้น นั่นคือจะเกิดผลดังกล่าวแก่เรือนปัตตะนิ ซึ่งหมายถึงรัฐบาลและผู้มีอำนาจของรัฐบาล ดังนั้นการข้างในฟากรัฐบาลก็น่าจะเป็นไปดังบทพยากรณ์ที่ว่ามานี้ จนแทบฟันธงได้ว่าคนมีอำนาจของรัฐบาลจะถึงกาลถึงฆาต หมดอำนาจ เสียเป็นแน่!

     ส่วนการในข้างประเทศชาติ ศาสน์ กษัตริย์ นั้นเล่า มีดาวพฤหัสประธานศุภเคราะห์โคจรเป็นราชาโชคอยู่ในดวงเมือง ทับลัคนา ทับพระอาทิตย์ ถือได้ว่าทับพระอังคารและเล็งพระศุกร์ไปพร้อมกัน

     ดาวพฤหัสทับพระอาทิตย์ มีบทพยากรณ์ดังนี้ 

     “พฤหัสบดี   ผิวทับระวิวัน
สิทธิโชคมหัน     ตมหิทธิปูชา”

     ดาวพฤหัสทับอังคาร มีบทพยากรณ์ดังนี้ 

      “พฤหัสบดี ปะทะภุมมภิปราย
สุรโทษชนะหลาย จะประจักษ์กะตน”

     ดาวพฤหัสเล็งพระศุกร์ มีบทพยากรณ์ดังนี้ 

     “พฤหัส ธ ผยอง  ศุกรต้องกะนิทาน
สุรท้าวมัฆวาฬ   จรปลอมอสุรา
ธ ก็โอบอรอง- คอนงค์พนิดา
จากไวปจิตรา    จรสู่ทิพยพิมาน”

     และเมื่อดาวพฤหัสทับลัคนาในดวงเมือง มีบทพยากรณ์ดังนี้ 

     “พฤหัสดลจักร ปะทะลัคนมี
ทุรโทษธิบดี และพยาธิ์จุลภัย
ผิวสงฆวราก็จะลาคณะไป
บมิแม้นดุจไขก็จะผิดคติครู”

     บรรดาโหรานุโหรจำนวนหนึ่งจึงพยากรณ์ในทางร้ายโดยอาศัยบททั่วไปดังกล่าวนี้

     แต่ดาวพฤหัสในราศีเมษนั้นทรงคุณเป็นราชาโชค จึงนำบทพยากรณ์ดังกล่าวมาพยากรณ์ในทางร้ายมิได้ เพราะยามนั้นดาวพฤหัสเป็นองค์เกณฑ์ชนิดหนึ่งที่ข้ามพ้นความร้ายทั้งปวง มีแต่ความรุ่งเรืองสถาพร ความดีงามและความสวัสดีสถานเดียว

     ดังนั้นไม่ว่าก่อนวันที่ 21 เมษายน 2555 ซึ่งดาวพฤหัสเป็นศรีจรก็ดี หรือหลังวันที่ 21 เมษายน 2555 ซึ่งดาวพฤหัสเป็นเดชจรก็ดี จึงส่งผลในทางดี ในทางเจริญรุ่งเรือง และในทางสวัสดีของบ้านเมือง และสถาบันพระมหากษัตริย์ทั้งสิ้น

     โปรดติดตามตอนต่อไป.




|

Comments
Add New Search
pitak  - เรียนรู้   |58.9.132.123 |2011-12-15 03:34:44
อยากทราบจะหาลูกศิษย์ อ.เทพย์ ได้ที่ไหน และซื้อหนังอ.เทพย์ได้ที่ไหน ขอบพระคุณอ.ไพศาลครับ
พเยาว์   |58.9.197.16 |2011-11-13 16:33:33
รู้สึกมีพลังและมีความหวังขึ้นมาก พระองค์ท่านถูกเหยียบย่ำมานานเหลือเกิน อยากให้ถึงวันนั้นเร็วๆ ขอบพระคุณอาจารย์ค่ะ
แสงตะวัน  - ของขวัญจากอาจารย์   |119.42.121.58 |2011-10-04 19:17:02
บทความของอาจารย์ทำให้ผู้อ่านเข้าใจ และไม่ตกใจตามกระแสข่าวต่างๆ นานา เปรียบเป็นของขวัญของคนไทยที่รักเทิดทูนพระมหากษัตริย์ทุกคน กราบขอบพระคุณอย่างสู
ขอจงทรงพระเจริญ   |182.53.188.182 |2011-10-03 02:08:09
ไชโย ไชโย ไชโย....
แพรว  - ขอบพระคุณท่านอาจารย์ไพศาลฯเป็นอย่างสูง   |182.53.41.6 |2011-10-02 01:44:17
อาจารย์เป็นแบบอย่างงที่ดีงาม รู้สึกสุขใจ ที่ได้เห็น ได้ยิน ได้ฟัง อาจารย์วิเคราะห์ อธิบาย ทั้งเรื่องการเมือง ศาสนา และเทิดทูนสมเด็จพ่อ ศรัทธา และเคารพอาจารย์ค่ะ ขอบคุณท่านอาจารย์มาก ๆ
ไพศาล   |124.121.172.35 |2011-10-01 13:54:54
บทพยากรณ์เรื่องพฤหัสทับลัคน์แม่นยำมากและฝังใจผมมาก ครั้งหนึ่งโหรมากหลายทำนายนายทหารผู้ใหญ่ท่านหนึ่งว่าจะเป็นนายกรัฐมนตรี แต่ผมเห็นว่าผิดแน่และจะพ้นจากทุกตำแหน่งที่เป็นอยู่ ผมจึงท่องบทนิพนธ์ตอนนี้ทุกวันที่ไปบ้านท่าน พอข่าวรู้ถึงหูภริยาท่านก็ห้ามผมเข้าบ้าน หาว่ากล่าวสิ่งอัปมงคล ต่อมาเมื่อพ้นจากทุกตำแหน่งจึงได้คิด และจุกนั้นทำให้ผมไม่อยากพยากรณ์ดวงคนอีก
ไพศาล   |124.121.172.35 |2011-10-01 13:49:43
ขอบคุณครับ คนไทยในทุกวันนี้รู้จักสมเด็จเจ้าฟ้ากรมหลวงพิทักษ์มนตรีน้อยมาก ท่านเป้นมหาคุรุ และปราชญ์ที่แท้จริงของชาติไทย เอากันแค่บทพระนิพนธ์คัมภีร์จักรทีปนีจร ที่ผมนำมาแสดงเป็นช่วงๆก็จะเห็นความสูงส่งล้ำลึกงดงามของภาษาไทย ที่พระองค์ท่านใช้นะครับ
sumalee  - กราบขอบพระคุณ   |220.255.1.61 |2011-10-01 07:07:17
อ่านแล้วค่อยสบายใจ อยากเห็นธรรมะชนะอธรรมคะ อยากให้มีคนดีมาพัฒนาการศึกษา เพื่อคนทุกคนจะได้แยกชั่วแยกดีได้คะ ขอบพระคุณอาจารย์มากๆที่สละเวลาเขียนบทความ
รอมานาน  - ต้องการแค่นี้ล่ะ   |125.24.15.120 |2011-10-01 00:22:34
เฝ้าเปิดหามานาน ด้วยใจจดใจจ่อ ....ทั้งหมด รอ 2 บรรทัดสุดท้ายนี่ล่ะ..สาธุ
pimsiri   |58.8.105.81 |2011-09-30 23:10:29
ขอบพระคุณอาจารย์ไพศาล ที่สละเวลาอันใีค่ามาขยายความต่อ ดิฉันทึ่งจริงๆในภาษาที่อาจารย์ตีความไว้ เนื่องจากอ่านบทรจนาทั้งหลายแล้วตีความเองได้น้อยมากค่ะ
Write comment
Name:
Email:
 
Title:
UBBCode:
[b] [i] [u] [url] [quote] [code] [img] 
 
 
:angry::0:confused::cheer:B):evil::silly::dry::lol::kiss::D:pinch:
:(:shock::X:side::):P:unsure::woohoo::huh::whistle:;):s
:!::?::idea::arrow:
 
Please input the anti-spam code that you can read in the image.

3.26 Copyright (C) 2008 Compojoom.com / Copyright (C) 2007 Alain Georgette / Copyright (C) 2006 Frantisek Hliva. All rights reserved."

แก้ไขล่าสุด ใน วันศุกร์ที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๕๔ เวลา ๑๐:๓๕ น.
 
Powered by DiTC.Valid XHTML and CSS.
Creative Commons License