|
เมื่อธรรมะ (ดาวพฤหัสดี) ปะทะ อธรรม (ดาวเสาร์) “ในเรือนเกณฑร์” ตอนที่ ๑ |
|
|
|
พูดจาภาษาโหร
|
|
เขียนโดย ดิลก แสงอุทัย
|
|
วันจันทร์ที่ ๒๖ กันยายน ๒๕๕๔ เวลา ๑๖:๐๑ น. |
|
เป็นที่ทราบกันในวงการโหรหรือหมอดูทั้งหลายว่า ดาวเสาร์จะยกจากราศีกันย์ไปสู่ราศีตุลย์ในช่วงปลายปีนี้ โดยดาวเสาร์จะยกในวันที่ ๑๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๔ เวลา ๑๑.๓๙ น อ้างอิงจากปฏิทินโหรประจำปี ๒๕๕๔ ตามแนวทางท่าน อ.เทพย์ สาริกบุตร และดาวเสาร์จะไปเป็นเกณฑ์หรือไปเล็งกับดาวพฤหัสบดีตามศัทพ์ที่หมอดูที่ไม่ใช้สมผุสของดาวในบ้านเราพูดกัน ซึ่งดาวพฤหัสบดีได้จรพักร (ถอยหลัง)อยู่ที่ราศีเมษ โดยโหรใหญ่น้อยทั้งหลายต่างก็ทำนายทายทักกันว่า “จะเกิดความวุ่นวาย เกิดการเปลียนแปลงชนิดหน้ามือเป็นหลังมือ เกิดภัยภิบัติ ฯลฯ ” โดยคำทำนายดังกล่าวได้ไปสอดคล้องกับคำทำนายถึงวันสิ้นโลกที่โหรต่างชาติได้กล่าวถึงกัน ซึ่งหลายๆท่านก็ได้เกิดความปริวิตกแต่ก็ไม่ถึงกับหวาดกลัวโกลาหลดังเช่นปี ค.ศ. ๒๐๐๐
ในทัศนะส่วนตัวของผู้เขียนนั้น ไม่เคยเชื่อแม้แต่น้อยเลยว่าโลกจะสิ้นลงแล้ว ทั้งในปี ค.ศ. ๒๐๐๐ ที่ผ่านมาและปีหน้า (ค.ศ. ๒๐๑๒) โดยผู้เขียนยึดมั่นและถือมั่นในบวรพระพุทธศาสนา ซึ่งพุทธันดรของพระสมณะโคดมพุทธเจ้านี้จะดำรงคงอยู่ถึง ๕,๐๐๐ ปี หรือไปถึง พ.ศ. ๕๐๐๐ ดังนั้นเราท่านยังคงมีเวลาและโอกาสที่จะเวียนว่ายตายเกิดในพุทธันดรนี้อีกหลายครั้งหลายคราด้วยกัน และไม่จำเป็นที่จะต้องไปปริวิตกหรือตื่นตะหนกไปกับคำทำนายที่ไร้สาระพวกนั้น
แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อใดที่ดาวสำคัญมากอย่างดาวพฤหัสบดีและดาวเสาร์จรมาส่งกระแสถึงกัน ในทุกตำราและทุกสำนักก็จะกล่าวไว้ในทำนองเดียวกันว่าจะเกิดความวุ่นวาย เกิดภัยพิบัติ ภัยธรรมชาติ ฯลฯ ดังนั้นจึงเห็นควรที่จะวิเคราะห์การจรมาปะทะกันของดาวทั้งสองอีกครั้ง โดยอาจจะเป็นประโยชน์กับท่านที่สนใจบ้างพอควร
ความสำคัญของเรือนเกณฑร์
ก่อนอื่นขออธิบายความหมายของเรือนเกณฑร์สักเล็กน้อยสำหรับผู้ที่ไม่ได้ศึกษาโหราศาสตร์เพื่อที่จะได้มีความเข้าใจมากยิ่งขึ้น โดยเรือนเกณฑร์หรือเรือนที่ ๑,๔,๗ และ ๑๐ เป็นเรือนที่มีความสำคัญมากที่สุดในดวงชาตา แต่แปลกที่ไม่ค่อยได้ยินโหรหรือหมอดูบ้านเราพูดถึงกัน โดยเรือนที่ ๑ แทนได้กับตัวเอง (ตนุ) เรือนที่ ๔ แทนได้กับบ้านเรือนที่อยู่อาศัย (พันธุ) เรือนที่ ๗ แทนได้กับคู่ครอง (ปัตนิ) และเรือนที่ ๑๐ แทนได้กับการงาน (กัมมะ) ซึ่งจะเห็นได้ว่า ความหมายของเรือนทั้ง ๔ นั้น มีความสำคัญอย่างมากในการดำรงชีวิตของคนเรา ซึ่งถ้าขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่งไปแล้วก็ยากที่จะดำรงคงอยู่ได้อย่างปกติสามัญทั่วไป
พิจารณาในจักรราศี เมื่อกำหนดว่าราศีเมษคือเรือนที่ ๑ ดังนั้นเรือนเกณฑร์ก็คือราศีทวารทั้ง ๔ ซึ่งเป็นราศีต้นธาตุ มีไฟ น้ำ ลม ดิน (เมษ กรกฎ ตุลย์ มังกร) เป็นราศีที่มีกำลังมาก ดาวหรือภพใดก็ตามที่สถิตย์หรือตรงกับราศีต้นธาตุดังกล่าว ก็จะเป็นดาวหรือภพที่มีกำลังหรือมีความสำคัญมาก โดยดาวที่อยู่ในเรือนเกณฑร์จะมีกำลังเต็มที่ ดาวที่อยู่ในเรือนตรีโกณ (๕,๙) และเรือนที่ ๑๑ จะมีกำลัง ๓ ใน ๔ ดาวที่อยู่ในเรือนที่เป็นทุสถานะ (๖,๘,๑๒) จะมีกำลังเพียง ๑ ใน ๔ โดยดาวที่อยู่ในเรือนอื่นๆนอกจากนี้จะมีกำลัง ๑ ใน ๒
ซึ่งจะเห็นได้ว่าการโคจรมาปะทะกันของดาวพฤหัสบดีและดาวเสาร์ในช่วงปลายปีเรื่อยไปจนถึงกลางปีหน้า จะเกิดขึ้นในเรือนเกณฑร์ของดวงโลกและดวงเมืองของเรา ดังนั้นผลร้ายหรือดีที่อาจจะเกิดขึ้นจึงจะต้องรุนแรงหรือมากกว่าการจรมาปะทะกันในเรือนธรรมดา ๆ อย่างแน่นอน
ดาวพฤหัสดีจรมาปะทะดาวเสาร์ในเรือนเกณฑร์
ตั้งแต่ตั้งเมืองกรุงเทพพระมหานครในปี ๒๓๒๕ จนถึงปัจจุบันนั้น ดาวเสาร์ได้จรมากุมกันกับดาวพฤหัสบดีแบบสนิทองศา รวม ๑๖ ครั้ง และจรมาเล็งกันแบบสนิทองศาถึง ๔๖ ครั้ง โดยบางปีดาวทั้งสองอาจจรมากุมหรือเล็งกันมากกว่า ๑ ครั้ง โดยขึ้นอยู่กับการโคจรเดินหน้าและถอยหลังของดาว และดาวได้จรมากุมกันในเรือนเกณฑร์ ๗ ครั้ง โดยในราศีเดียวกันจะเกิดทุก ๆ ๖๐ ปี โดยประมาณ จรมาเล็งกันในเรือนเกณฑร์ ๑๒ ครั้ง และจะเล็งกันในราศีเดิมทุกๆ ๖๐ ปีโดยประมาณเช่นกัน
เมื่อตรวจสอบย้อนหลังลงไปพบว่า จะเกิดเหตุการณ์สำคัญๆมากทุกครั้งที่ดาวทั้งสองจรมาส่งกระแสถึงกันในเรือนเกณฑร์นี้ ทั้งเหตุการณ์ในโลกและในบ้านเมืองของเรา โดยจะขอยกตัวอย่างเหตุการณ์สำคัญๆต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นดังนี้
๐ ดาวจรมากุมกัน
- ปี พ.ศ. ๒๓๖๔ ดาวทั้งสองมากุมกันในราศีเมษ ในปีนั้นคาโรไลน์แห่งบรันสวิค สมเด็จพระราชินีแห่งสหราชอาณาจักรอังกฤษเสด็จสวรรคต
- ปี พ.ศ. ๒๔๒๔ หรืออีก ๖๐ ปีต่อมา ดาวทั้งสองมากุมกันในราศีเมษอีกครั้ง ในปีนั้น สมเด็จพระจักรพรรดิอเล็กซานเดอร์ที่ 2 แห่งรัสเซียเสด็จสวรรคต
- ปี พ.ศ. ๒๔๘๓ ดาวทั้งสองจรมากุมกันในราศีเมษอีก ในปีนั้นได้เกิดสงครามโลกครั้งที่ ๒ ต่อเนื่องมาจาก ปี ๒๔๘๒ - ปี พ.ศ. ๒๔๘๔ ดาวทั้งสองมากุมกันในราศีเมษ ในปีนั้นพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๗ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์เสด็จสวรรคต และสงครามโลกครั้งที่ ๒ ก็ยังคงดำเดินอยู่ต่อไป
- ปี พ.ศ. ๒๕๐๔ ดาวทั้งสองมากุมกันในราศีมังกร ปีนั้น นายจอห์น เอฟ. เคนเนดี ได้เป็น ประธานาธิบดีคนที่ 35 ของสหรัฐอเมริกา โดยบุคคลผู้นี้ได้ถูกลอบยิงเสียชีวิตในอีก ๒ ปีต่อมา
- ปี พ.ศ. ๒๕๔๓ หรือ ปี ค.ศ. ๒๐๐๐ ที่เราท่านรู้จักกันดี ดาวทั้งสองได้จรมากุมกันในราศีเมษอีกครั้ง และได้เกิดความวุ่นวาย ปริวิตกเรื่องโลกจะแตกกันไปทั่ว โดยในปีนั้น สมเด็จพระราชินีอิงกริดแห่งเดนมาร์กเสด็จสวรรคต และรัฐบาลชวนได้ประกาศยุบสภาเพื่อให้มีการเลือกตั้งใหม่
๐ ดาวจรมาเล็งกัน
- ปี พ.ศ. ๒๓๓๕ ดาวเสาร์จรอยู่ที่ราศีเมษและดาวพฤหัสบดีจรอยู่ที่ราศีตุลย์ ในปีนั้นเกิดการปฏิวัติฝรั่งเศส สภาแห่งชาติฝรั่งเศสลงมติยกเลิกระบอบราชาธิปไตย
- ปี พ.ศ. ๒๓๙๔ ดาวเสาร์จรอยู่ที่ราศีเมษและดาวพฤหัสบดีจรอยู่ที่ราศีตุลย์เช่นกัน ในปีนั้น พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๓ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์เสด็จสวรรคต
- ปี พ.ศ. ๒๓๙๕ ดาวเสาร์จรอยู่ที่ราศีเมษและดาวพฤหัสบดีจรอยู่ที่ราศีตุลย์ ในปีนั้นสมเด็จพระนางเจ้าโสมนัสวัฒนาวดีพระอัครมเหสีในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จสวรรคต
- ปี พ.ศ. ๒๔๕๓ ดาวเสาร์จรอยู่ที่ราศีเมษและดาวพฤหัสบดีจรอยู่ที่ราศีตุลย์ ในปีนั้นพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์เสด็จสวรรคต
- ปี พ.ศ. ๒๔๕๔ ดาวเสาร์จรอยู่ที่ราศีเมษและดาวพฤหัสบดีจรอยู่ที่ราศีตุลย์ ในปีนั้นเกิดการปฏิวัติซินไฮ่ โดยนายซุน ยัตเซ็น ราชวงศ์ชิงถูกยึดอำนาจ และใน พ.ศ. ๒๔๕๕ ผู่อี๋ จักรพรรดิองค์สุดท้ายถูกบังคับให้สละราชสมบัติ ถือเป็นจุดอวสานของราชวงศ์ชิงและการปกครองระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ของประเทศจีน
- ปี พ.ศ. ๒๕๑๒ ดาวเสาร์จรอยู่ที่ราศีเมษและดาวพฤหัสบดีจรอยู่ที่ราศีตุลย์ ในปีนั้น พันเอกกัดดาฟี ได้ก่อการรัฐประหารยึดอำนาจจากกษัตริย์ Idris และขึ้นเป็นผู้นำประเทศลิเบีย
- ปี พ.ศ. ๒๕๑๓ ดาวเสาร์จรอยู่ที่ราศีเมษและดาวพฤหัสบดีจรอยู่ที่ราศีตุลย์ ในปีนั้น เกิดพายุไซโคลนถล่มปากีสถานตะวันออกหรือประเทศบังคลาเทศในปัจจุบัน ทำให้มีผู้เสียชีวิตราว 500,000 คน ซึ่งถือเป็นภัยพิบัติจากพายุไซโคลนที่รุนแรงที่สุดในคริสต์ศตวรรษที่ 20
- ปี พ.ศ. ๒๕๓๔ ดาวเสาร์จรอยู่ที่ราศีมังกรและดาวพฤหัสบดีจรอยู่ที่ราศีกรกฎ ในปีนั้นเกิดรัฐประหารโดยคณะ รสช. ในเดือนกุมภาพันธ์และเกิดเหตุการณ์นองเลือดในเดือนพฤษภาคม
ในปี พ.ศ. ๒๔๗๕ ที่เกิดการเปลี่ยนแปลงการปกครองในบ้านเรา ดาวทั้งสองก็จรมาส่งกระแสถึงกันในเรือนเกณฑร์ คือดาวเสาร์จรอยู่ที่ราศีมังกรและดาวพฤหัสบดีจรอยู่ที่ราศีกรกฎแต่ในปีนั้นดาวทั้งสองไม่ได้เล็งกันแบบสนิทองศาอย่างเช่นปีอื่น ๆ ที่ได้สรุปเหตุการณ์สำคัญต่าง ๆ เอาไว้
ผลของดาวพฤหัสบดีและดาวเสาร์ในดวงเมือง
เมื่อแรกครั้งตั้งดวงเมืองนั้น ดาวประธานทั้งสองได้อยู่กุมกับแบบสนิทองศาในเรือนโกณ (เรือนที่ ๙) ดังนั้นดาวทั้งสองจึงมีอิทธิพลต่อดวงเมืองอย่างมาก เมื่อใดก็ตามที่ดาวทั้งสองจรมาส่งกระแสถึงกัน ผลต่าง ๆ มักจะเกิดขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้ามีระยะสมผุส (องศา) ไปตรงกับตำแหน่งดาวเดิมในดวงเมือง และจากคำทำนาย ๑๐ ยุค หรือที่บางท่านเรียกว่า ๑๐ รัชกาลนั้น ท่าน อ.เทพย์ สาริกบุตร ได้วิเคราะห์และอธิบายไว้ว่า ล้นเกล้ารัชกาลที่ ๑ เป็นผู้ทำนายเอาไว้ โดยพระองค์ท่านจับเอาความสัมพันธ์กันของดาวประธานทั้งสองมาทำนาย โดยท่านที่สนใจสามารถศึกษาเพิ่มเติมได้จาก “โหราศาสตร์ในวรรณคดี” ที่ท่าน อ.เทพย์ ได้รวบรวมเรียบเรียงเอาไว้
จากที่ได้เคยกล่าวเอาไว้ในบทความเรื่อง ดวงเมือง ปี ๒๕๕๔ ตอนที่ ๒ “เมื่อดาวพฤหัสบดีจรมาร่วมลัคนา” ว่าบ้านเมืองจะเริ่มมีปัญหาเมื่อดาวพฤหัสบดีที่จรร่วมลัคนาของดวงเมืองอยู่โคจรวิปริต (พักร-ถอยหลัง) ซึ่งในขณะนี้จะเห็นได้ว่าปัญหาต่าง ๆ เริ่มจะคุกรุ่นขึ้นมาแล้ว โดยการจรมาส่งกระแสถึงกันของดาวทั้งสองที่จะเกิดอีกครั้งตั่งแต่วันที่ ๑๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๔ ไปจนถึง วันที่ ๑๖ พฤษภาคม ๒๕๕๕ นี้ คงจะต้องมีผลกระทบต่อดวงชาตาของบ้านเมืองอย่างหลีกเลียงไม่ได้ รัฐบาลผู้ที่มีพันธกิจเข้ามาเพื่อแก้ไขปัญหาของคนทั้งประเทศ หรือเข้ามาเพื่อแก้ไขปัญหาของคนเพียงคนเดียวนั้น เราท่านผู้ที่พอมีสติปัญญาอยู่บ้างแม้แต่เพียงเล็กน้อยคงไม่ยากที่จะเข้าใจ
นช. ผู้หนึ่ง ผู้ที่เป็นเสมือนตัวแทนหรือสัญลักษณ์ของความเป็นประชาธิปไตยในมุมมองของมวลชนผู้ที่มีข้อจำกัดในทางการรับรู้ข้อมูลข่าวสารและความคิดขนาดใหญ่ของบ้านเรา ประกาศยกให้สุลต่านแห่งประเทศบรูไนเป็นพี่ใหญ่ โดยพี่ใหญ่ของ นช. ผู้นั้นก็ปกครองบ้านเมืองแบบสมบูรณาญาสิทธิราชย์หาได้ใช้การปกครองบ้านเมืองแบบประชาธิปไตยไม่ นช. ผู้นั้นยังประกาศให้ไอ้ฮุนเซน ผู้ซึ่งเป็นเผด็จการและทรราชย์อย่างเปิดเผยเป็นน้องเล็ก ซึ่งเป็นที่น่าประหลาดอย่างมากว่า ทั้งพี่และน้องของ นช. ผู้นั้นไม่ได้มีใครเลยที่จะสนใจการปกครองที่เป็นประชาธิปไตย ดังนั้นจึงไม่อาจที่จะเข้าใจได้ว่า นช. ผู้นั้นจะฝักใฝ่หรือมีใจในระบบการปกครองแบบประชาธิปไตย ที่จะเป็นการปกครองของประชาชน โดยประชาชน และเพื่อประชาชนที่แท้จริงอย่างไร
หญิงชราวัยใกล้ที่จะไปนอนคุยกับรากมะม่วงผู้หนึ่ง ได้ถูกอุปโลกขึ้นเป็นผู้นำมวลชนที่บอกว่าตัวเองเป็นไพร่ โดยหญิงชราผู้นำไพร่คนนั้นใช้โทรศัพท์ไอโพน 4 ซึ่งก็ไม่รู้ว่านอกจากโทรเข้าโทรออกแล้ว หญิงชราผู้นั้นยังใช้อะไรกับโทรศัพท์รุ่นนี้เป็นอีกหรือเปล่า และเป็นที่น่าแปลกใจว่า ผู้ที่บอกว่าตนเองเป็นไพร่ เป็นผู้นำของไพร่ทั้งหลายถึงยังยึดติดกับของแบรนด์เนมเช่นนั้นอยู่ และก็ไม่รู้อีกเหมือนกันว่า ผู้ที่บอกว่าตนเองเป็นผู้นำไพร่คนอื่นๆ จะใช้โทรศัพท์รุ่นเดียวกันหรือไม่ โดยหญิงชราผู้นี้ยังพูดโดยไม่คิดหรือคิดน้อยไปหรือไม่มีอะไรจะคิดก็ไม่อาจทราบได้ โดยไปประกาศให้มวลชนที่เป็นไพร่ทั้งหลาย ปรบมือให้กับไอ้ฮุนเซน ผู้ที่เป็นผู้นำเผด็จการที่หน้าอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยของไทยตอนที่ชุมนุมครบรอบวันรัฐประหาร ซึ่งเป็นเรื่องตลกร้ายที่น่ารังเกียจในความโง่เขลาเบาปัญญาของหญิงชราผู้นั้นเป็นที่สุด
คณาจารย์จากมหาวิทยาลัยเก่าแก่กลุ่มหนึ่ง ไม่สามารถใช้ความรู้ขั้นปริญญาเอกของตนแยกแยะผิดชอบชั่วดีของ นช.ผู้นั้นได้ ซึ่งทั้งที่จริงเพียงแค่ใช้สามัญสำนึกของความเป็นคนอย่างเดียวก็คงจะแยกแยะความผิดชอบชั่วดีของ นช. ผู้นั้น ได้อย่างไม่ยากเย็นอะไรนัก ซึ่งเป็นเรื่องที่แปลกแต่จริงที่เกิดขึ้นในบ้านเมืองของเราในขณะนี้
โดยทั้งหลายทั้งปวงที่กล่าวมาจะเห็นว่า บ้านนี้เมืองนี้มันบ้ากันไปหมดแล้วหรือ ความรู้สึกผิดชอบชั่วและดีมันไปอยู่ที่ไหนกันหมด หรือว่ายุคกระเบื้องจะเฟื่องฟูลอย น้ำเต้าอันลอยนั้นจะถอยจม ฯลฯ ดังที่เพลงยาวตอนที่เสียกรุงศรีอยุธยาว่าไว้ จะวนกลับมาอีกครั้ง ซึ่งถ้าสถานการณ์ยังดำรงคงอยู่ไปเช่นนี้ ประเทศไทยคงสิ้นก่อนที่จะสิ้นโลกเป็นแน่แท้ ซึ่งก็ไม่รู้ที่จะไปโทษใครดีและก็เลยต้องไปโทษดาวแทน เพราะว่าดวงชาตาของบ้านเมือง ดาวพฤหัสบดีที่เป็นดาวฝ่ายคุณธรรมนั้นเสื่อม ดังที่ได้เคยกล่าวและเขียนบทความเรื่องดาวพฤหัสบดีไว้หลายครั้งแล้ว และก็คงจะต้องทำใจรับสภาพอยู่และอยู่ตามอัถตภาพกันไป
อย่างไรก็ตาม จะขออธิบายขยายความในผลที่อาจจะเกิดขึ้นเมื่อดาวพฤหัสบดีจรมาปะทะกับดาวเสาร์จรในบทความตอนที่ ๒ เพราะจะต้องใช้เวลาและพื้นที่พอสมควรในการพยากรณ์ โดยขอให้เราท่านทั้งหลาย เพียรตั่งตนไม่ให้อยู่ในความประมาทและเตรียมพร้อมที่จะรับมือกับสิ่งต่างๆที่อาจจะเกิดขึ้นในระยะเวลาไม่ไกลนี้ ขอให้หมั่นสวดมนต์ ภาวนา ทำสมาธิ และทำบุญกุศลเอาไว้ ซึ่งผลแห่งการทำดีดังกล่าวคงจะช่วยให้เราและท่านผ่านพ้นวิกฤตต่าง ๆ ไปได้.
อ้างอิง . ปฏิทินโหราศาสตร์ประจำปี ๒๕๕๔ แบบไดอารี่ ตามแนวทางท่าน อ.เทพย์ สาริกบุตร . คู่มือโหราศาสตร์ภารตะ อ.รัตน์และอ. ศิระ นามะสนธิ . สารานุกรมเสรี วิกิพีเดีย
|