- ธรรมนิติเปิดกิจการให้บริการด้านไอที
- ขอเชิญร่วมบริจาคภาพเพื่อลงในพระไตรปิฎก ในระบบ E-book ถวายไว้ในพระพุทธศาสนา
- ขอเชิญร่วมบริจาคสร้างพระไตรปิฎก ในระบบ E-book ฉลอง 2,600 ปี แห่งการตรัสรู้
- ต้องการงานดี มีความมั่นคง ลองคลิกเข้าไปดูที่ www.jobdst.com
- ขอเชิญติดตามอ่านบทความเรื่อง "พยากรณ์สงกรานต์ 2555" ที่คอลัมน์บทความพิเศษได้แล้วตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
| กรุงรัตนโกสินทร์จะสิ้นแล้วหรือ? (ตอนที่ 4) |
|
|
| พูดจาภาษาโหร | |||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| เขียนโดย สิริอัญญา | |||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| วันศุกร์ที่ ๒๙ กรกฏาคม ๒๕๕๔ เวลา ๑๖:๓๕ น. | |||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
|
คำพยากรณ์นี้ย่อมใช้ได้ในการโคจรอันเป็นปกติของพระเคราะห์ทั้งปวง รวมทั้งพระราหูด้วย แต่ถ้าเมื่อใดก็ตามการโคจรมีอันผิดปกติไป ก็ต้องพิเคราะห์ดูสำหรับกรณีวิปริตผิดปกตินั้น ดังที่ท่านเตือนเอาไว้ว่า
คำเตือนดังกล่าวนี้หมายความว่า บรรดาบทพยากรร์ทั้งปวงตลอดทั้งคัมภีร์นั้นใช้สำหรับกรณีที่พระเคราะห์ทั้งปวงโคจรเป็นปกติ แต่ถ้ามีการโคจรผิดปกติก็ต้องพิจารณาพยากรณ์ในทางที่ไม่ปกติ การโคจรที่ไม่ปกติหรือที่ถือได้ว่าไม่เป็นไปตามปกติมี 5 ประการ แต่ที่เข้าใจกันมีเพียง 3 ประการคือ พักร เสริด มนท์ ได้แก่การโคจรนิ่งอยู่กับที่เหมือนดาวเทียม ที่โคจรจอดอยู่ในตำแหน่งใดตำแหน่งหนึ่งในวงโคจร (Orbit) การโคจรที่เร็วกว่าปกติและการโคจรที่มีลักษณะถอยหลังหรือเป็นงอนไถ ซึ่งเป็นการโคจรในช่วงหมุนกลับจากวงโคจรที่เป็นวงรี อันดูเสมือนว่าเป็นการโคจรถอยหลัง นอกจาก 3 ประการนี้แล้ว ยังมีการโคจรที่เรียกว่าผิดปกติหรือถือได้ว่าไม่เป็นไปตามปกติอีก 2 ประการ คือ “วิ” และ “สม” ซึ่งมักจะมองข้ามกันไปเพราะไม่กระจ่างในความหมายว่าเป็นประการใด ซึ่งแท้จริงแล้วมีความสำคัญมาก “วิ” คือการโคจรของพระเคราะห์ที่มีลักษณะสวนทางหรือขัดแย้งกัน ดังเช่นพระเคราะห์ธาตุน้ำโคจรเข้าเรือนธาตุไฟ หรือพระเคราะห์ธาตุไฟโคจรเข้าเรือนธาตุน้ำ หรือพระเคราะห์ที่เป็นความมืดโคจรเข้าในเรือนที่เป็นความสว่าง หรือพระเคราะห์ที่เป็นคู่ศัตรูโคจรมาพบกัน หรือพระเคราะห์ที่เป็นกาลกิณีแต่มีกำลังกล้าเป็นมหาอุจ หรือพระเคราะห์ที่เป็นศรีแต่มีกำลังอ่อนเป็นนิจ เหล่านี้ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ไม่ปกติที่จะต้องพยากรณ์แบบไม่ปกติ หากใช้หลักพยากรณ์ปกติก็จะหน้าแตกเพราะจะออกผลไปในทางตรงกันข้าม “สม” คือการโคจรของพระเคราะห์ที่มีลักษณะไปในทางเดียวกัน เกื้อหนุนเพิ่มกำลังให้แก่กัน ดังเช่นพระเคราะห์ธาตุดินโคจรเข้าเรือนธาตุน้ำ หรือพระเคราะห์ที่มีคุณสมบัติเป็นตัวแทนแห่งความดีโคจรเข้าเรือนหรือปะทะทับกับพระเคราะห์ที่เป็นคุณงามความดี หรือพระเคราะห์ที่ให้คุณโคจรเข้าสู่เรือนที่ให้คุณหรือมีตำแหน่งที่ให้คุณ ก็ต้องพยากรณ์ไปในทางที่เพิ่มคุณค่า เพิ่มคุณภาพ เพิ่มคุณสมบัติ ดังเช่นถ้าได้ผลว่าจะมีการเลื่อนตำแหน่งก็ย่อมไม่ใช่ตำแหน่งธรรมดา แต่เป็นตำแหน่งสูงกว่าปกติ เป็นต้น ดังนั้นการพยากรณ์ในความไม่ปกติคือพักร เสริด มนท์ วิ สม นี้ ท่านจึงระบุว่าเป็น “ห้าประการกล” ที่โหราศาสตร์ต้องพึงพิศให้กระจ่างจิตจึงจะวิจารณ์เห็นได้ ก็แลดาวพระราหูนั้นเมื่อยามโคจรอยู่ในราศีธนูซึ่งเป็นราศีที่สถิตแห่งพระบรมราชลัคนา จึงให้ผลในทางที่กระทบต่อพระสุขภาพอนามัย แต่ในพลันที่พระราหูโคจรย้อนจักรย้ายราศี ก็เป็นที่ประจักษ์ชัดแก่สายตาทุกคนแล้วว่าพระสุขภาพอนามัยก็ดีวันดีคืนขึ้น นั่นเป็นการข้างฟากฟ้าอันเป็นเบื้องบน ครั้นพระราหูโคจรเข้ามาสถิตอยู่ในราศีพิจิก ซึ่งเป็นราศีกลางธาตุน้ำ ในขณะที่พระราหูเป็นดาวประจำธาตุลม ก็มีลักษณะที่เรียกว่า “วิ” การโคจรเข้าสู่ราศีพิจิกซึ่งเป็นเรือนมรณะของดวงเมือง ความหมายที่ตรงตัวที่สุดก็คือความเปลี่ยนแปลงในบ้านเมือง แต่เปลี่ยนแปลงในเรื่องอะไรและระดับไหน ก็ต้องดูกันต่อไป อันการโคจรของพระราหูนั้นมีลักษณะโคจรย้อนจักร จึงมีลักษณะเป็น “วิ” โดยตัวเองอยู่แล้ว ครั้นพระราหูโคจรเข้าสู่ราศีพิจิก จะเล็งกับพระอังคารเดิมในดวงเมือง ก็เป็นที่แน่นอนว่าย่อมส่งผลกระเพื่อมกระทบถึงบรรดาเหล่าทหารทั้งหลาย แต่เพราะลักษณะของ “วิ” จึงทำให้ปรับเปลี่ยนกลายเป็นลักษณะประนีประนอมหรือผ่อนปรนเข้าหากัน หากพยากรณ์ตามลักษณะปกติก็จะกลายเป็นว่าจะเกิดการปฏิวัติรัฐประหาร ดังที่พยากรณ์กันนั่นเอง ดาวพระราหูเมื่อโคจรเข้าสู่ราศีพิจิก จะมีคุณสมบัติและมีกำลังแรงกล้าเป็นมหาอุจ ดังที่มีบทกำหนดคุณสมบัติความเป็นมหาอุจของพระเคราะห์ทั้งหลายเอาไว้ว่า
ความหมายก็คือ ดาวพระเสาร์จะเป็นมหาอุจในราศีตุลย์ และพระราหูจะเป็นมหาอุจในราศีพิจิก มีสภาพความเป็นอุจที่ท่านซ่อนไว้ในคำไทย ซึ่งเป็นภาษาคำโดดตรงกับคำว่า “เจิด” ได้แก่เจิดจ้า เจิดจรัส เจิดแจ่ม เจิดจริง ทั้ง ๆ ที่พระราหูนั้นเป็นดาวแห่งความมืด ความหลง และสีดำ ดังที่ผู้หลงงมงายทั้งหลายกราบไหว้บูชาราหู ต้อนรับขับส่งกันเป็นพิธีใหญ่โตนั่นแล แต่เมื่อพระราหูเป็นมหาอุจในราศีพิจิกนี้ กลับมีลักษณะที่เป็น “วิ” เต็มตัว คือมีความเจิดจ้าสว่างไสว มีพลังแรงกล้ามหาศาล จึงมีความหมายบ่งบอกว่าความเปลี่ยนแปลงนั้นเป็นความเปลี่ยนแปลงในทางการเมือง คือเปลี่ยนแปลงรัฐบาล ดังที่เคยเขียนทวิตเตอร์บ้าง เขียนเฟซบุ๊คบ้างล่วงหน้ามานับปีแล้ว มาบัดนี้ก็มีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นแล้ว แม้ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจะดูภายนอกเสมือนหนึ่งว่าจะเกิดผลกระทบกระเพื่อมไหวกับบรรดาเหล่าทหาร แต่ด้วยลักษณะที่เป็น “วิ” หลายประการ จึงเกิดรูปการณ์ผ่อนปรน และอย่างร้ายที่สุดก็แค่ “ต่างคนต่างอยู่” แต่โดยภาพรวมจะออกผลไปในทางที่ประนีประนอมผ่อนปรนให้แก่กัน การโคจรของดาวพระราหูที่ทรงคุณเป็นมหาอุจยังมีคุณสมบัติในยามจรปีนี้ตกปูมอายุ ซึ่งหมายถึงเวลา และการดำรงอยู่ อันมีความหมายว่าทั้งอำนาจเก่าที่หมดอำนาจไปและอำนาจที่จะมาใหม่ต่างจะมีเสถียรภาพมากขึ้น นั่นคือรัฐบาลเก่าที่จะไปเป็นฝ่ายค้านก็จะไปเป็นฝ่ายค้านที่นานสักหน่อย และฝ่ายค้านที่จะมาเป็นรัฐบาลก็จะเป็นรัฐบาลที่ยาวนานสักหน่อย ไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงถึงขั้นพลิกฟ้าพลิกแผ่นดินดังที่บางท่านได้พยากรณ์ทางร้ายจนอกสั่นขวัญหายตาม ๆ กันแต่ประการใด.
Powered by !JoomlaComment 3.26
3.26 Copyright (C) 2008 Compojoom.com / Copyright (C) 2007 Alain Georgette / Copyright (C) 2006 Frantisek Hliva. All rights reserved."
|
|||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| แก้ไขล่าสุด ใน วันศุกร์ที่ ๒๙ กรกฏาคม ๒๕๕๔ เวลา ๑๖:๕๓ น. | |||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||





