84 พรรษามหาราชา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ท่านรู้สึกอย่างไรกับการใช้งบประมาณ 10 ล้านบาท จัดงานฉลองความสำเร็จแก้ปัญหาน้ำท่วม?
 
ป้ายโฆษณา
ตุลาอาถรรพณ์ (จริงหรือ) พิมพ์ อีเมล
User Rating: / 3
แย่ดีที่สุด 
พูดจาภาษาโหร
เขียนโดย ดิลก แสงอุทัย   
วันพุธที่ ๒๒ กันยายน ๒๕๕๓ เวลา ๐๙:๑๗ น.
|


ตุลาอาถรรพ์ (จริงหรือ) 

     วันเวลาผันเปลี่ยนเวียนไปอย่างรวดเร็ว ผู้ที่มีอำนาจราชศักดิ์จากยศและตำแหน่งที่เคยได้เคยมี บัดนี้เมื่อล่วงผ่านเดือนกันยายนไปแล้ว ท่านเหล่านั้นถ้าทำใจรับสภาพ รับความจริงได้ ก็คงใช้ชีวิตในบั้นปลายสร้างคุณงามความดีให้กับชาติบ้านเมือง กับผู้อื่น หรือกับตนเองได้อย่างมีความสุขตามสภาพ ตามวัยที่พึงกระทำได้ ส่วนผู้ที่ยังยึดติดในสิ่งที่เคยได้เคยมี  ก็ยังต้องกระเสือกกระสน ดิ้นรนใฝ่คว้าหาสิ่งสมมุติเหล่านั้นกันต่อไป โดยต่างก็อยากจะมีความสุขด้วยกันทั้งนั้น แต่ทว่าความสุขที่แท้จริงคืออะไรนั้น เราท่านที่มีสติปัญญาเมื่อตรองดูแล้วก็คงทราบได้อย่างไม่ยากนัก

     สถานการณ์ของบ้านเมืองหลังจากที่เงียบสงบมาได้สักระยะหนึ่งนั้น บัดนี้ก็มีบรรดาหมอดูมีชื่อมาทำนายทายทักว่าจะมีสิ่งร้ายๆเกิดขึ้นในเดือนตุลาคมนี้ โดยท่านเหล่านั้นใช้หลักการทางโหราศาสตร์ข้อใดมาทำนายก็ไม่อาจทราบได้ เพราะท่านเหล่านั้นบอกแต่เพียงผลของการทำนาย ไม่ได้บอกเหตุที่มาของดวงดาว โดยท่านที่สนใจและเป็นห่วงเป็นใยบ้านเมือง ต่างก็มาสอบถามว่าจะเกิดเหตุการณ์เลวร้ายจริงๆหรือไม่ ซึ่งอันที่จริงนั้น” การทำนายทางโหราศาสตร์ใช้หลักสถิติและการวิเคราะห์เหตุจากการที่ดาวมาสัมพันธ์กัน จากนั้นจึงทำนายออกมาเป็นผล ” ซึ่งขึ้นอยู่กับมุมมองของแต่และท่าน โดยมีโอกาสถูกและผิดได้ ดังนั้นผู้เขียนขอใช้มุมมองทางโหราศาสตร์มาวิเคราะห์เหตุการณ์ที่น่าจะเกิดขึ้นในช่วงระยะเวลาอันใกล้นี้ ซึ่งเคยกล่าวไว้โดยสังเขปแล้วในบทความเรื่อง “ดวงเมือง ปี ๒๕๕๓ ตอนที่ ๓” แล้ว โดยจะขอขยายความเพื่อความเข้าใจมากยิ่งขึ้น และหวังว่าคงเป็นประโยชน์บ้างพอสมควร

ย้อนอดีดตุลาวิปโยค

     เหตุการณ์เดือนตุลาคมในปี ๒๕๑๖ และ ๒๕๑๙ นั้น ท่านทั้งหลายคงทราบกันดีอยู่แล้ว โดยเหตุการณ์ในครั้งนั้นได้สร้างวีรชนขึ้นมาหลายท่าน และบางท่านก็ยังใช้ชื่อเดือนตุลาวิปโยคในครั้งนั้นทำมาหากินกันอยู่ โดยมุมมองทางโหราศาสตร์ก็มีท่านที่สนใจได้วิเคราะห์กันมามากแล้ว จึงไม่จำเป็นต้องไปวิเคราะห์เพิ่มอีก “แต่จะขอเทียบเคียงตำแหน่งมุมดาวจรในช่วงนั้นกับตำแหน่งดาวในปัจจุบัน เพื่อดูความเป็นไปได้สำหรับเหตุการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้นในระยะเวลาอันใกล้นี้”

     มุมดาวจรในวันที่ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๑๖ (ใช้ปฏิทินดาราศาสตร์ ตัดค่าอายนางศะแบบลาหิลี ตามแนวทางท่านอ.เทพย์ สาริกบุตร) ดาวอาทิตย์จรอยู่ในราศีกันย์ราว ๒๗ องศาเศษ โดยจรร่วมนวางค์กับดาวมฤตยูที่ ๒๙ องศาเศษ ซึ่งถือว่า “ดาวมฤตยูดับ” ในขณะนั้นด้วย ดาวจันทร์เป็นตัวจุดชนวนได้จรไปทับลัคนาพอดี ดาวอังคารจรพักร (ถอยหลัง)อยู่ในราศีเมษที่ ๑๑ องศาเศษ ซึ่งทับดาวอาทิตย์เดิมแบบสนิทองศาเช่นกัน ดางพุธจรอยู่ในราศีตุลย์ที่ประมาณ ๒๑ องศา ซึ่งไปทำมุมโยคร้าย ๑๘๐ องศากับลัคนาของดวงเมือง ดาวพฤหัสบดีจรเป็นนิจน์ ในราศีมังกรที่ ๙ องศาเศษ ไปทำมุมโยคร้าย ๙๐ องศากับดาวอาทิตย์เดิม ดาวเสาร์จรวิกลคติหยุดนิ่งเพื่อที่จะพักร (ถอยหลัง) ในราศีเมถุน ราว ๑๑ องศาเศษ โดยดาวเสาร์ไปทับดาวมฤตยูเดิม และไปทำมุมโยคร้าย ๑๘๐ กับดาวเสาร์เดิมแบบสนิทองศา พระราหูสารัมภ์จรอยู่ในราศีธนู ที่ ๗ องศาเศษ โดยไปทับดาวพฤหัสบดีเดิมและเล็งดาวมฤตยูเดิมแบบสนิทองศาเช่นกัน

     โดยเจ้าการในครั้งนั้นเป็นดาวเสาร์ที่วิกลคติหยุดนิ่งเพื่อที่จะเดินถอยหลัง ประกอบกับดาวจันทร์มาเป็นตัวจุดระเบิดในวันที่เกิดเหตุ และดาวอื่นๆเป็นตัวเสริมให้เกิดความรุนแรงขึ้น ซึ่งจะเห็นได้ว่าดาวเกือบทุกดวงจรมาสอดคล้องต้องกันในทางร้าย
มุมดาวจรในวันที่ ๖ ตุลาคม ๒๕๑๙ ดาวอาทิตย์จรอยู่ในราศีกันย์ที่ ๑๙ องศาเศษ โดยไปทับดาวอังคารเดิมในดาวนวางค์จักร ประกอบกับดาวพลูโตจรร่วมกับดาวอาทิตย์ที่ ๑๘ องศาเศษ ซึ่งถือว่า “ดาวพลูโตดับ” ในขณะนั้น ดาวอังคารจรอยู่ในราศีตุลย์ที่ประมาณ ๕ องศา โดยไปทับลัคนาในดวงนวางค์จักร ดาวพุธจรอยู่ในราศีกันย์ที่ประมาณ ๒ องศา ไปทำมุมโยคร้าย ๑๘๐ องศากับดาวศุกร์เดิมพอดี ดาวเสาร์จรอยู่ในราศีกรกฎประมาณ ๒๑ องศา ร่วมราศีกับดาวจันทร์เดิมและส่งกระแสงเต็มกำลัง (เกณฑ์ ๑๐) ไปทับลัคนาของดวงเมืองแบบสนิทองศา พระราหูสารัมภ์จรอยู่ในราศีตุลย์ที่ ๑๐ องศาเศษ ไปทำมุมโยคร้าย ๑๘๐ กับดาวอาทิตย์เดิมพอดี ดาวมฤตยูจรอยู่ในราศีตุลย์ ที่ ๑๒ องศาเศษ ไปทำมุมโยคร้าย ๑๘๐ กับดาวอาทิตย์เดิมอีกเช่นกัน ดาวเนปจูนจรอยู่ในราศีพิจิกที่ ๑๘ องศาเศษ ไปทำมุมโยคร้าย ๑๘๐ องศากับดาวอังคารเดิมพอดี

     จะเห็นได้ว่าดาวเกือบทุกดวงได้โคจรมาทำมุมในทางร้ายกับดาวเดิมเช่นกัน โดยในครั้งนี้เจ้าการก็คงไม่พ้นดาวเสาร์ โดยมีดาวพลูโตดับมาเสริม และดาวอื่นๆมาเพิ่มเติมความรุนแรงให้มากขึ้น

     กล่าวโดยสรุปจากเหตุการณ์ทั้งสองนั้น ดาวเกือบทุกดวงจรมาทำมุมโยคร้ายกับดาวเดิมในดวงเมือง ”ซึ่งปรากฎการณ์ทางดวงดาวดังกล่าวใช่ว่าจะเกิดขึ้นสอดคล้องต้องกันบ่อยนัก” ดังนั้นผลร้ายจึงบังเกิดขึ้นอย่างที่เราท่านได้ทราบกัน

ตุลาคม ๒๕๕๓

     อันที่จริงได้เคยกล่าวไว้ในบทความเรื่องดวงเมือง ปี ๒๕๕๓ ตอนที่ ๓ ไว้แล้ว โดยในเดือนตุลาคมจะมีปรากฎการณ์ทางดวงดาวที่สำคัญมากเพียงเรื่องเดียว คือ “ดาวเสาร์ดับ” ในวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๓ และเมื่อดาวเสาร์เป็นเจ้าเรือนกัมมะ (แทนรัฐบาล การบริหารราชการงานเมือง ฯลฯ) ดังนั้นรัฐบาลมีโอกาสที่จะดับไปพร้อมกับดาวเสาร์ด้วยหรือไม่นั้น เรื่องนี้เราท่านที่สนใจและศึกษาในโหราศาสตร์จะต้องใคร่ครวญให้หนักเพราะดาวเสาร์จะดับเป็นปกติปีละครั้งอยู่แล้วเมื่อโคจรร่วมองศา ลิปดาเดียวกันกับดาวอาทิตย์ ดังนั้นถ้าดาวเสาร์ดับแล้วรัฐบาลจะต้องดับไปด้วย เราคงต้องมีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลกันทุกปีซึ่งเป็นไปไม่ได้

     ในวันที่ ๔ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๑ ก็เกิดเหตุการณ์ดาวเสาร์ดับเช่นกัน โดยในครั้งนั้นผู้เขียนเคยเขียนบทความลงในเวปไซด์แห่งหนึ่งเรื่อง “จุดเสาร์ดับและผลกระทบต่อรัฐบาล” ซึ่งในครั้งนั้น “ดาวเสาร์ได้ดับที่จุดศูนย์กลางภพปุตตะ (ดวงภวจักร)” พอดี และประกอบกับหลักเกณฑ์อื่น ๆ ดังนั้นจึงทำนายไปว่ารัฐบาลจะดับไปพร้อมกับดาวเสาร์ โดยหลังจากนั้นอีก ๕ วัน คือในวันที่ ๙ กันยายน ๒๕๕๑ รัฐบาลก็มีอันต้องวิบัติดับสูญไปพร้อมกับดาวเสาร์ตามคำทำนาย

     ย้อนกลับมาที่เหตุการณ์ดาวเสาร์ดับในเดือน ตุลาคม ๒๕๕๓ ที่จะถึงนี้ โดยจุดที่ดาวดับไม่ได้ไปต้องกับจุดศูนย์กลางภพ ตลอดจนดาวสำคัญที่เกี่ยวกับการบริหารราชการงานเมืองใด ๆ แต่จะไปทับดาวเนปจูนเดิมดังที่ได้กล่าวไว้แล้ว และเมื่อพิจารณาลงไปในดวงนวางค์จักรจะพบว่า ดาวเสาร์ไปดับในนวางค์ศุกร์-พฤษก ซึ่งเป็นนวางค์ลูกที่ ๗ จากนวางค์ที่ลัคนาสถิตย์อยู่ (นวางค์อังคาร-พิจิก) โดยนวางค์ลูกที่ ๗ ก็แทนได้กับศัตรูเปิดเผยของบ้านเมืองเช่นกัน ดังนั้น “ผลร้ายจากเสาร์ดับในครั้งนี้คงจะไปบังเกิดกับศัตรูของบ้านเมืองพวกนั้นแทน” แต่อย่างไรก็ตามนั้นเมื่อดาวเจ้าเรือนที่แทนได้กับรัฐบาลดับ "กำลังของรัฐบาลก็จะอ่อนไปชั่วขณะหนึ่ง" แต่คงไม่ถึงขั้นวิบัติดับสูญไปในครั้งนี้

     ในเดือนตุลาคมนี้ ดาวอังคารจะโคจรไปทำมุมโยคร้ายเกณฑ์ ๘ ส่งกระแสเต็มไปทับดาวอังคารเดิมในวันที่ ๕ ตุลาคม ๒๕๕๓ และโยคร้าย ๑๘๐ องศากับลัคนาดวงเมืองในวันที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๕๓ แต่เป็นการโคจรในวิถีจักรปกติ ไม่ได้วิกลคติใดๆ ดังนั้นผลร้ายจึงไม่สู้จะรุ่นแรงนัก ประกอบกับดาวพฤหัสบดีที่จรเกาะนวางค์อุจน์ และส่งแสงมาที่จันทร์เดิมในดวงเมืองพอที่จะช่วยคุ้มครองป้องกันภัยได้

     ดังนั้นเหตุการณ์ร้ายแรงที่หลายท่านเป็นห่วงคงจะไม่มีอะไรและพอที่จะควบคุมได้ แต่น่าจะเป็นห่วงเรื่องภัยธรรมชาติมากกว่าดังที่ได้กล่าวไว้แล้ว

     อันที่จริงเดือนที่น่าสนใจก็คือเดือนกันยายนนี้ โดยดาวพฤหัสบดี (แทนศาลสถิตย์ยุติธรรม ศาสนา รวมไปถึงตลาดเงินตลาดทุน ฯลฯ) ได้จรร่วมและกุมกันกับดาวมฤตยูตามที่ได้กล่าวไว้แล้วในบทความเรื่องดวงเมือง ปี ๒๕๕๓ ตอนที่ ๓ ซึ่งจะเห็นได้ว่ามีข่าวไม่ดีเกี่ยวกับพระสงฆ์องค์เจ้าที่กำลังวุ่นวายอยู่ในขณะนี้ ดาวมฤตยูก็แทนได้กับเทคโนโลยีสมัยใหม่ โดยดาวมากุมกันกับดาวพฤหัสบดีเจ้าเรือนศุภะ (แทนกฏหมาย) ดังนั้นท่านจะเห็นได้ว่าการประมูลเรื่องเทคโนโลยีที่กำลังวุ่นวายฟ้องร้องต่อศาลอยู่ในขณะนี้ ล้วนแต่มีมูลเหตุมาจากดาวทั้งสองนี้เอง

     แต่เดือนที่น่าเป็นห่วงมากคือเดือนพฤศจิกายน เพราะว่าดาวอังคารจะจรไปอยู่ในราศีพิจิก และเกณฑ์ ๘ ส่งแสงไปที่ตำแหน่งคราสในราศีเมถุน และปรากฎการณ์ดาวพลูโตเดินสวนกับพระราหูสารัมภ์ในตำแหน่งที่เกิดคราสเช่นกัน โดยจะขออธิบายขยายความในบทความตอนต่อไป.



อ้างอิง
๐  ปฏิทินโหราศาสตร์ประจำปี ๒๕๕๓ ตามแนวทางท่าน อ.เทพย์ สาริกบุตร

 




|

Comments
Add New Search
Torychan   |27.130.91.4 |2010-09-26 08:28:15
สงสัยจะโดนคราสอีกแล้วรึเนี่ย
ดิลก แสงอุทัย   |124.157.132.197 |2010-09-24 00:45:26
ขอขอบพระคุณท่านไพศาล ที่กรุณามาแลกเปลี่ยนทัศนะทางโหรกันนะครับ

ในการพิจารณาดวงนวางค์จักรนั้น ในบ้านเราเห็นยังถกเถียงกันอยู่ และเท่าที่ติดตามจากตำราเผยแพร่กันนั้น โดยทั่วไปบอกไปในทิศทางเดียวกันว่า ดวงนวางค์จักรเป็นไส้ชาตา ใช้ตรวจสอบคุณภาพของดาว เช่นได้อุจน์ในราศี แต่เกาะนวางค์นิจน์ ก็ต้องทายว่าเสียเป็นต้น แต่ยังไม่เห็นบอกวิธีการทำนายจรโดยใช้ดวงนวางค์จักรกัน อันที่จริงการใช้ดวงนวางค์จักรนั้น สามารถทายจรได้เป็นรายชั่วโมงที่เดียว เราสามารถอ่านดวงนวางค์จักรได้เพิ่มขึ้นอีกดวงหนึ่ง เกณฑ์ต่างๆ ของดาวใช้ในราศียังไง สามารถนำมาใช้ในดวงนวางค์ได้เช่นกัน แต่จะพิจารณาแยกกันครับ ส่วนเรื่องการส่องแสงที่ท่านอธิบายมา ผมก็ด้วยตามนั้นครับ

เรื่องดาวอังคารหรือดาวจรต่างมากระทบกับดาวเดิมนั้น โศลกต่างๆที่ครูบาอาจารย์ท่านเขียนไว้ ยังมีจุดที่ต้องพิจารณาซ่อนไว้อีกมาก เช่นโศลกที่ว่า "ภุมโมภุมมะ ทันกันนั้นจะ เกิดการกลีกล่ำภัย อันตรายราวี ห่อนมีสุขใส เรือนโรงพลับพลาชัย และไฟจะฟอนอาตมา" จะเห็นว่าดาวอังคารจะมาถึงอังคารเดิมทุก ๒ ปี แต่จะเกิดผลร้ายตามที่โศลกบอกไว้นั้น ยังมีส่วนประกอบอื้นอีก แต่ได้ตรวจสอบแล้วเห็นว่าไม่ตรง ดังนั้นจึงไม่ได้อธิบายไว้ในบทความครับ

ขอบคุณครับ
ไพศาล พืชมคล   |110.164.153.21 |2010-09-23 00:35:59
การที่พลังหรือแสงของดาวจะส่งถึงกันหรือไม่เพียงใดน่าจะต้องถือตามราศีจักรเป็นประมาณ เมื่อส่งถึงแล้วต่อไปจะกระทบเรื่องใดบ้างก็อาจดูลึกลงไปที่ตรียางศ์และนวางศ์ ในกรณีที่ในราศีจักรแสงไปไม่ถึง แล้วจะไปถึงโดยตรียางศ์หรือนวางศ์ ย่อมไม่ใช่ฐานะที่จะเป็นไปได้ อุปมาดังไฟส่องไปถึงบ้าน จะเห็นอะไรบ้างก็ดูในรายเอียดคือตรี-นวางศ์ แต่ถ้าแสงส่องไม่ถึงบ้าน แสงก็ไม่ถึงทุกรายละเอียดในบ้านฉันใดก็ฉันนั้น ขอได้โปรดพิจารณา
อนึ่งการโคจรปกติก็ต้องใช้คำพยากรณ์ทั่วไป ต่อเมื่อไม่ปกติคือ"พักตร์ เสริด และมนต์มี วิ สม ห้าประการกล"นั่นแล้วจึงจะเป็นข้อยกเว้น คือแรงไปด้านหน้า ด้านหลังหรือตรงจุดที่สถิตอยู่ หรือเป็นพลังบวก(สม)หรือพลังลบหรือต้าน(วิ)การให้คุณโทษของอังคารจึงต้องดูทั้งที่โคจรปกติและไม่ปกติดังนี้
Write comment
Name:
Email:
 
Title:
UBBCode:
[b] [i] [u] [url] [quote] [code] [img] 
 
 
:angry::0:confused::cheer:B):evil::silly::dry::lol::kiss::D:pinch:
:(:shock::X:side::):P:unsure::woohoo::huh::whistle:;):s
:!::?::idea::arrow:
 
Please input the anti-spam code that you can read in the image.

3.26 Copyright (C) 2008 Compojoom.com / Copyright (C) 2007 Alain Georgette / Copyright (C) 2006 Frantisek Hliva. All rights reserved."

แก้ไขล่าสุด ใน วันพุธที่ ๒๒ กันยายน ๒๕๕๓ เวลา ๐๙:๕๓ น.
 
Powered by DiTC.Valid XHTML and CSS.
Creative Commons License