- ปฏิทินโหราศาสตร์ประจำปี พ.ศ. ๒๕๕๕ จัดทำโดย อ.บุญศรี ภักดีวิจิตร อดีดอุปนายกสมาคมโหร และ อ.สัมพรรค์ เผือกสกนธ์ ซึ่งเป็นศิษย์ทายาทโดยตรงของท่านอาจารย์เทพย์ สาริกบุตร ขณะนี้มีวางจำหน่ายแล้ว
- ภาษีอากรทั้งระบบสำหรับผู้ทำบัญชี [27/01/2555]
- ขอเชิญติดตามอ่านเรื่อง "เมื่อไม่รู้จักน้ำ ก็แก้ไขปัญหาน้ำไม่ได้ หายนะก็ไม่มีวันสิ้นสุด" ได้แล้วที่คอลัมน์ไขข้อสนใจจากไพศาล
- ขอเชิญติดตามอ่านรายงานพิเศษเรื่อง "ต้นแบบบ้านรังนก...มรดกจากสวรรค์" เขียนโดยนายไพศาล พืชมงคล ได้แล้วที่คอลัมน์รายงานพิเศษ
- ขอเชิญติดตามอ่านเรื่อง "กรุงรัตนโกสินทร์จะสิ้นแล้วหรือ?" ได้แล้วที่คอลัมน์พูดจาภาษาโหร
| ดวงเมืองปี ๒๕๕๓ ตอนที่ ๓ |
|
|
| พูดจาภาษาโหร | |||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| เขียนโดย ดิลก แสงอุทัย | |||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| วันพุธที่ ๑๔ กรกฏาคม ๒๕๕๓ เวลา ๑๕:๔๑ น. | |||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
|
จากบทความเรื่องดวงเมืองปี ๒๕๕๓ ตอนที่ ๑ และ ตอนที่ ๒ ซึ่งใช้วิธีการพิจารณาดวงเมืองแบบ “วรรษจักรา” และ “ปรากฏการณ์ทางดวงดาว” หรือดาวจรที่จะมากระทบกับดาวเดิม โดยได้อธิบายสิ่งที่น่าจะเกิดขึ้นไปจนถึงเดือนกรกฎาคมแล้ว ซึ่งบทความในตอนที่ ๓ นี้ จะใช้ปรากฎการณ์ทางดวงดาวมาพิจารณาเช่นเดียวกันกับตอนที่ ๒ โดยจะพิจารณาตั่งแต่เดือนสิงหาคมไปจนถึงเดือนธันวาคมในปีนี้ แต่เนื่องจากว่ามีข้อจำกัดในเนื้อหาที่ไม่อยากให้ยืดยาวเกินไปนัก ดังนั้นจึงจะขอกล่าวในเหตุการณ์สำคัญๆพอสังเขปในแต่ละเดือน โดยถ้ามีโอกาสผู้เขียนจะขยายความในบทความเรื่องอื่นๆต่อไป เดือนสิงหาคม ในเดือนนี้มีปรากฏการณ์ทางดวงดาวที่สำคัญมากไม่น้อยไปกว่าเดือนกรกฎาคมเลย กล่าวคือดาวอังคารจะจรมาที่ราศีกันย์และเกณฑ์ ๔ ส่งกระแสเต็มไปทำมุมโยคร้ายกับดาวพลูโต ซึ่งเปรียบหรือมีผลเช่นเดียวกันกับ “ดาวอังคารกุมกับดาวพลูโต” ที่ ๙ องศา ๑๑ ลิปดา ในวันที่ ๔ สค. ๕๓ โดยจุดที่ดาวอังคารส่งกระแสเต็มมานี้ “เป็นตำแหน่งเดียวกันกับจุดที่เกิดจันทรคราส” เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ซึ่งผลร้ายของคราสนั้นมีอยู่ถึง ๖ เดือน โดย “ผลร้ายจะเกิดขึ้นได้อีกครั้งเมื่อมีดาวบาปพระเคราะห์ส่งกระแสมาถึง” ซึ่งดาวเสาร์เจ้าเรือนกัมมะ (แทนรัฐบาล ฯลฯ”) และดาวพฤหัสบดีเจ้าเรือนศุภะ (แทนรัฐสภา ตัวบทกฎหมาย ฯลฯ) ตามดวงเมืองที่ถูกคราสไปเมื่อปลายเดือนมิถุนายนนั้น จะต้องถูกทำร้ายทำลายอย่างไม่ต้องสงสัย เมื่อดาวอังคารแทนได้กับทหาร ดาวพลูโตแทนการก่อการร้าย ดังนั้นผลร้ายจึงจะไม่เป็นไปอย่างปกติวิสัยนัก โดยได้อธิบายไว้แล้วในบทความเรื่อง “จันทรคราสกับการเปลี่ยนแปลงของรัฐบาล” ซึ่งท่านที่สนใจสามารถอ่านเพิ่มเติมได้ โดยจุดที่ดาวอังคารจรมาดังกล่าวก็ยังไปกระทบกับดวงชาตาของผู้หลักผู้ใหญ่ของบ้านเมือง ซึ่งน่าเป็นห่วงมาก ในช่วงกลางเดือนดาวประธานทั้งฝ่ายดีและร้าย คือดาวพฤหัสบดีและดาวเสาร์จะจรมาเล็งกันอีกครั้งหนึ่งในวันที่ ๑๗ สค. ๕๓ ที่ ๘ องศา ๒๖ ลิปดา ดังนั้น “ความวุ่นวายต่างๆย่อมเกิดขึ้นได้ทั่วไป” โดยการเล็งกันในครั้งนี้ดาวเสาร์ประธานฝ่ายบาปพระเคราะห์มีกำลังมากกว่า แต่สิ่งที่น่าสนใจมากกว่านั้นก็คือ “ดาวเสาร์จะส่งเกณฑ์ ๑๐ เต็มกำลังไปที่ราศีเมถุนซึ่งเป็นจุดที่ถูกจันทรคราส (เล็ง) เช่นกัน” โดยจะไปทับดาวมฤตยูในภพที่ ๓ (แทนได้กับประเทศเพื่อนบ้าน) ของดวงเมือง ดังนั้น “ปัญหาความขัดแย้งกับประเทศเพื่อนบ้านจะทวีความรุนแรงมากขึ้น” และดาวเสาร์ยังส่งกระแสไปทับดาวอังคารและราหูสารัมภ์ในภพวินาศน์ (แทนศัตรูลับๆ , การลอบทำร้าย ฯลฯ) ของท่านนายกฯ อภิสิทธิ์อีกด้วย ดังนั้น “โอกาสที่นายกฯจะถูกลอบทำร้ายจึงมีสูง” และเนื่องจากว่าดาวเสาร์โคจรช้ามาก ดังนั้นผลร้ายจึงมีโอกาสเกิดได้เป็นระยะเวลานานถ้าพิจารณาในระยะสมผุสองศาที่อยู่ในขอบข่าย โดยดาวเสาร์จะจรไปในจุดที่ถูกคราสจริงๆ (ราว ๑๐ องศา) ประมาณต้นเดือนกันยายน แต่อย่างไรก็ตามนั้น ดาวพฤหัสบดียังส่งแสงมาที่ลัคนาของท่านนายกฯ ดังนั้น “ผลร้ายต่างๆ จึงน่าที่จะทุเลาเบาบางไปได้มาก” การเกณฑ์ ๑๐ ของดาวเสาร์ในครั้งนี้ก็ยังไปทับดาวอังคารและดาวมฤตยูของ นช.ผู้นั้น อีกด้วย ดังนั้น ”เหตุเภทภัยก็อาจจะบังเกิดกับ นช.ผู้นั้น”ได้ แต่ นช.ผู้นั้น ยังมีบุญเก่าอยู่พอควรเนื่องจากว่า ดาวพฤหัสบดีจรส่งแสงมาที่ดาวจันทร์เดิม ดังนั้น นช.ผู้นั้นจึงยังไม่ถึงเวลาที่จะต้องไปชดใช้กรรมในปรโลก เหตุการณ์โดยทั่วไปในเดือนสิงหาคมนี้ จะเกิดปรากฎการณ์ “ดาวเนปจูนเพ็ญ” ในวันที่ ๒๐ สค. ๕๓ ที่ ๓ องศา ๑๗ ลิปดาในราศีกุมภ์ โดยดาวเนปจูนนั้นถือว่าเป็นเทพเจ้าแห่งน้ำ ดังนั้น “เหตุเภทภัยทางน้ำจึงมีโอกาสเกิดขึ้นได้” แต่จุดที่เกิดดาวเพ็ญในครั้งนี้มิได้ไปต้องดาวเดิมใดๆของดวงเมือง ดังนั้นผลร้ายในบ้านเราจึงไม่น่าจะมากนัก ในเดือนนี้ดาวศุกร์ยังได้กุมกับดาวบาปพระเคราะห์ทั้งดาวอังคารและดาวเสาร์ และเมื่อดาวศุกร์แทนได้กับเครื่องประดับ เพชรนิลจิดา หรือทองคำ ดังนั้น “ผู้ที่เล่นค้าพนั้นเกี่ยวกับทองคำจึงควรที่จะต้องระมัดระวังตัวให้มาก” เพราะจะเกิดการผันผวน อีกทั้งดาวศุกร์จรในราศีกันย์ “เป็นนิจน์” ที่ไม่มีกำลังอยู่แล้วด้วย เดือนกันยายน ในเดือนนี้ช่วงต้นเดือนดาวเสาร์จะจรมาอยู่ที่ราว ๑๐ องศาในราศีกันย์ และถัดมาในช่วงกลางเดือน “ดาวพลูโตจะวิกลคติหยุดนิ่งเพื่อที่จะเดินปกติ” โดยสมผุสองศาจะตรงกับตำแหน่งที่เกิดจันทรคราสซึ่งยังมีผลอยู่ ดังนั้น “ผลร้ายของคราสจะจะบังเกิดได้อีกครั้ง” โดยได้เคยกล่าวไว้แล้ว ถัดมาจะมีปรากฎการณ์ทางดวงดาวที่สำคัญเกิดขึ้นไล่เลี่ยกัน โดย “ดาวพฤหัสบดีจะกุมกับดาวมฤตยู” และ “ดาวทั้งสองก็เพ็ญในวันเดียวกัน” ที่ประมาณ ๔ องศาเศษในราศีมิน ในวันที่ ๑๙ และ ๒๑ กย. ๕๓ ตามลำดับ โดย “จุดที่กุมและเพ็ญนั้นไปทับดาวศุกร์เจ้าเรือนปัตนิ (แทนศัตรูเปิดเผยของบ้านเมือง) แบบสนิทองศา” โดยปกติเมื่อดาวศุภเคราะห์กุมกันกับดาวบาปพระเคราะห์ ความเสื่อมย่อมจะเกิดขึ้น เมื่อดาวพฤหัสบดีแทนได้กับศาลสถิตย์ยุติธรรม ศาสนา รวมไปถึงตลาดเงินตลาดทุน ฯลฯ ดังนั้น “ความวุ่นวาย ความเสื่อมในความหมายของดาวศุภเคราะห์ดวงนี้จึงจะบังเกิดขึ้น” และปกติเมื่อดาวเพ็ญ ดาวนั้นจะแปรวิถีพักร (ถอยหลัง) และ “อยู่ใกล้กับโลกมากที่สุด” ดังนั้นดาวจึงมีอิทธิพลมากในช่วงเวลานั้น และก็เป็นไปตามธรรมชาติของดาว กล่าวคือถ้าเป็นบาปพระเคราะห์ก็ให้ผลร้ายมาก ถ้าเป็นศุภเคราะห์ก็ให้ผลดี แต่จะต้องพิจารณากฎเกณฑ์อื่นๆประกอบด้วยบางประการ “อย่างไรก็ตามการเพ็ญของดาวทั้งสองในครั้งนี้จะไปทำร้าย ทำลายศัตรูเปิดเผยของบ้านเมืองอย่างบอบช้ำอย่างที่สุดอีกครั้งหนึ่ง” แต่ยังเป็นโชคดีของศัตรูของบ้านเมืองเพราะว่าดาวศุกร์จรไปอยู่ในตำแหน่งที่เข้มแข็งเป็นเกษตร์ในราศีตุลย์ ดังนั้นจึงพอมีกำลังต้านทานดาวมฤตยูเพ็ญได้พอประมาณ เหตุการณ์โดยทั่วไปนั้น ดาวอังคารที่แทนได้กับทหาร ตำรวจได้จรไปสู่ตำแหน่งเสื่อมในราศีตุลย์ในวันที่ ๕ กย. ๕๓ ดังนั้นสภาพแตงโมและมะเขือเทศจะกลับมาให้เห็นอย่างชัดเจนอีกครั้งหนึ่ง เดือนตุลาคม ในเดือนนี้มีปรากฎการณ์ทางดวงดาวที่สำคัญมากเรื่องเดียวคือ “เสาร์ดับ” ในราศีกันย์ ที่ ๑๓ องศา ๔๔ ลิปดา ในวันที่ ๑ ตค. ๕๓ โดยจุดที่ดับนี้ไปทับดาวเนปจูนของดวงเมืองแบบร่วมนวางค์เดียวกัน เมื่อพิจารณาจากธาตุของดาว ดาวเสาร์เป็นเกษตร์ต้นธาตุดิน ส่วนดาวเนปจูนเป็นเจ้าแห่งน้ำ โดยดาวทั้งสองถือว่าเป็นบาปพระเคราะห์ ดังนั้น “มีโอกาสที่จะเกิดภัยธรรมชาติที่เกี่ยวกับดินและน้ำได้สูงมาก” เช่นแผ่นดินไหว หรืออันตรายจากแหล่งน้ำ เช่นเขื่อน เป็นต้น และดาวเสาร์เจ้าการในครั้งนี้ “เป็นดาวที่ประจำทิศตะวันตก” (พิจารณาจากตำแหน่งที่เข้มแข็งของดาวตามแนวทางท่านอ.เทพย์ สาริกบุตร ไม่ได้พิจารณาจากตำรามหาทักษา) ดังนั้นจึงควรอย่างยิ่งที่จะหลีกเลี่ยงที่จะเดินทางไปในบริเวณดังกล่าวในช่วงนั้น อย่างไรก็ตามจุดที่ดาวเสาร์ดับนี้ ยังมีดาวพฤหัสบดีเป็นเกณฑ์ส่งแสงมาถึงอยู่ ดังนั้นเราท่านที่ศึกษาและสนใจในโหราศาสตร์นั้น จะต้องเฝ้าติดตามว่าอิทธิพลของดาวพฤหัสบดีจะยับยังเหตุเภทภัยที่จะเกิดจากดาวเสาร์ได้หรือไม่ โดยดาวพฤหัสบดีจรในขณะนั้นเกาะนวางค์อุจน์แห่งตน จึงมีความเข้มแข็งมาก และถึงแม้ว่าดาวพฤหัสบดีจะจรอยู่ในราศีมินซึ่งเป็นภพวินาศน์ในราศีจักร แต่ในดวงภวจักรนั้น “ดาวพฤหัสบดีได้จรกลับเข้ามาในเรือนที่ ๑๑ หรือภพลาภะแล้ว” ดังนั้นดาวพฤหัสบดีกลับมาให้คุณกับดวงเมืองอีกครั้งและน่าที่จะป้องกันเหตุเภทภัยไม่ให้รุนแรงได้ ในแง่มุมอื่นๆนั้น ดาวเสาร์เป็นเจ้าเรือนกัมมะ (แทนรัฐบาล การบริหารราชการงานเมือง) ดังนั้นเมื่อดาวดับ ความหมายก็เรือนก็ดับไปด้วยในขณะนั้น เดือนพฤศจิกายน ในเดือนนี้จะเกิดปรากฎการณ์ทาวดวงดาวสำคัญมากๆ ซึ่งไม่เกิดบ่อยนัก กล่าวคือ “ดาวพลูโตจะเดินสวนกับราหูสารัมภ์” โดยสำหรับผู้ที่ไม่ได้ศึกษาโหรอาจจะไม่เข้าใจนัก ซึ่งดาวปกติทั่วๆไปจะมีวิถีจรปกติเป็นแบบทวนเข็มนาฬิกา แต่ราหูไม่ใช่ดาว เป็นเพียงแค่จุดตัดของวงโคจรหรือเส้นทางเดินของพระอาทิตย์และพระจันทร์ (เส้นรวิมรรคและจันทรมรรค) ดังนั้นราหูจึงถือว่าเดินสวนทางกับดาวดวงอื่นหรือเดินตามเข็มนาฬิกานั่นเอง โดยจุดที่ราหูเดินสวนทางกับดาวอื่นๆนั้น เป็นจุดที่จะต้องพิจารณาอย่างมากในการพยากรณ์ ท่านที่สนใจหรือศึกษาโหราศาสตร์ทั้งหลายลองไปตรวจสอบการเดินทางสวนกันของราหู (สารัมภ์) และดาวเนปจูนดูจะพบว่า “การเกิดพายุนากริสที่มีคนตายนับแสนคนในประเทศพม่านั้น เป็นช่วงที่พระราหูเดินสวนกันกับดาวเนปจูนพอดี” ย้อนกลับมาที่ดาวพลูโตและพระราหูอีกครั้งหนึ่ง โดยจุดที่เดินสวนกันนั้นจะเกิดในราศีธนู ที่ ๙ องศา ๔ ลิปดา “ซึ่งเป็นจุดเดียวกันกับที่เกิดจันทรคราสในเดือนมิถุนายนพอดีอีกเช่นกัน” ดังนั้นผู้ที่ถูกจันทรคราสในครั้งนั้น อาจจะได้รับผลร้ายเพิ่มทวีคูณอีกในเดือนนี้ โดยได้กล่าวถึงดาวของดวงเมืองที่ถูกคราสไปหลายครั้งแล้ว โดยถ้ามีโอกาสผู้เขียนจะมาขยายความเพิ่มในเรื่องนี้ในบทความเรื่องต่อๆไป เหตุการณ์โดยทั่วไปในเดือนนี้ ดาวพฤหัสบดีได้ยกกลับมาที่ราศีกุมภ์อีกครั้งโดยจะอยู่ในราศีนี้ตลอดทั้งเดือน แต่ทว่าดาวพฤหัสบดีไปเกาะนวางค์พุธ เมถุน เป็นปรเกษตร์ ดังนั้นจึงไม่เข้มแข็งและให้คุณไม่เต็มที่นัก เดือนธันวาคม ในเดือนนี้ดาวอังคารได้ยกไปอยู่ที่ราศีธนู โดยในช่วงต้นเดือน “ดาวอังคารจะเข้าวงพระจันทร์” กล่าวคือดาวอังคารกุมกันกับดาวจันทร์และมีกรันติเท่ากัน ดังนั้นดาวจันทร์จึงบดบังดาวอังคาร “ซึ่งเปรียบเสมือนดาวอังคารดับไปชั่วขณะหนึ่ง” แต่ยังโชคดีที่ว่าสมผุสองศาที่กุมกันนั้นไม่ได้ไปต้องดาวใดในดวงเมือง แต่อย่างไรก็ตามเมื่อดาวอังคารแทนได้กับตำรวจทหาร ดังนั้นความเสื่อมทราม ความวุ่นวายในความหมายของดาวอังคารจึงอาจเกิดขึ้นได้ ในช่วงกลางเดือน ดาวอังคารเจ้าการสำคัญจะทำปฏิกิริยากับดาวอื่น “โดยจะไปเดินสวนกับราหูสารัมภ์และกุมกันกับดาวพลูโต” ที่ ๘ องศา ๔๓ ลิปดา และ ๑๐ องศา ๔๑ ลิปดาตามลำดับ และที่สำคัญก็คือ “จุดที่กุมและสวนดังกล่าวได้ไปตรงกับตำแหน่งที่เกิดคราสในเดือนมิถุนายน” ดังนั้นผลร้ายจึงเพิ่มเท่าทวีคูณ (ผลร้ายของคราสนั้นมีอยู่ถึง ๖ เดือน นับตั่งแต่วันที่เกิด) ซึ่งผลที่อาจจะเกิดขึ้นนั้นได้อธิบายไปแล้ว กล่าวโดยสรุปในการพยากรณ์เหตุการณ์ต่างๆที่อาจจะเกิดขึ้นในแต่ละเดือนของปีนี้นั้น กล่าวได้ว่าบ้านเมืองของเรายังน่าเป็นห่วงอยู่มาก ดังนั้นเราท่านทั้งหลายจะต้องตั่งสติในการดำรงชีวิตให้ดี เมื่อเรามีสติพร้อมดีแล้ว เหตุเภทภัยที่อาจจะเกิดขึ้นนั้นก็อาจจะทุเลาเบาบางไปได้ ผู้เขียนขอนำเอาคำสอนง่ายๆเรื่องสติของหลวงปู่ที่ผู้เขียนเคารพนับถือและได้รับใช้ปรนนิบัติท่านมาเป็นเวลานาน โดยท่านสอนว่า “มีสติ รู้ตัวว่ากระทำดี รู้ตัวว่ากระทำชั่ว คนนั้นเป็นคนดี เมื่อไม่รู้ดีไม่รู้ชั่ว คนนั้นเป็นคนชั่ว เมื่อรู้ดีรู้ชั่วแล้ว ให้เพียรละความชั่ว หมั่นกระทำแต่ความดี คนนั้นจึงได้ชื่อว่าเป็นคนที่ดีเลิศประเสริฐยิ่งกว่าใครในโลกนี้” คำสอนดังกล่าวเป็นของ หลวงปู่นะ วัดหนองบัว จ.ชัยนาท ปัจจุบันท่านยังดำรงขันธ์อยู่ แต่ชราภาพมากแล้ว ท่านอายุ ๙๔ ปี โดยหวังว่าเมื่อเราท่านมีสติ ละความชั่วและทำความดีด้วยกันแล้ว สิ่งดีๆคงจะบังเกิดกับตัวท่านและประเทศชาติ และคงจะสามารถต้านทานอานุภาพของดวงดาวได้บ้าง อ้างอิง ๑. ปฏิทินโหราศาสตร์ประจำปี ๒๕๕๓ ตามแนวทางท่าน อ.เทพย์ สาริกบุตร
Powered by !JoomlaComment 3.26
3.26 Copyright (C) 2008 Compojoom.com / Copyright (C) 2007 Alain Georgette / Copyright (C) 2006 Frantisek Hliva. All rights reserved."
|
|||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| แก้ไขล่าสุด ใน วันพุธที่ ๑๔ กรกฏาคม ๒๕๕๓ เวลา ๑๕:๕๔ น. | |||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||





