84 พรรษามหาราชา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ท่านคิดว่าป๋าเปรมควรไปร่วมฉลองความสำเร็จในการแก้ปัญหาน้ำท่วมกับยิ่งลักษณ์หรือไม่?
 
ป้ายโฆษณา
ดวงเมือง ปี ๒๕๕๓ ตอนที่ ๑ พิมพ์ อีเมล
User Rating: / 7
แย่ดีที่สุด 
พูดจาภาษาโหร
เขียนโดย ดิลก แสงอุทัย   
วันจันทร์ที่ ๑๙ เมษายน ๒๕๕๓ เวลา ๐๙:๓๘ น.
|
     กรุงเทพพระมหานครที่ล้นเกล้ารัชกาลที่ ๑ ได้ทรงสร้างขึ้น โดยพระองค์ท่านได้วางดวงชาตาบ้านเมืองขึ้นไว้ในวันที่ ๒๑ เมษายน พ.ศ. ๒๓๒๕ เวลา ๖.๕๔ น นั้น บัดนี้พระมหานครอันยิ่งใหญ่แห่งนี้ได้จำเริญวัยมาครบ ๒๒๘ ปี ในปี พ.ศ. ๒๕๕๓ นี้ โดยในมิติทางโหราศาสตร์นั้น ครูบาอาจารย์ท่านสอนสั่งเอาไว้ว่า การนับครบรอบวันเกิดในปีหนึ่งๆนั้น ไม่ว่าจะเป็นชาตาคนหรือชาตาเมือง ท่านให้พิจารณาที่ตำแหน่งของดาวอาทิตย์ กล่าวคือเมื่อใดที่ดาวอาทิตย์จรมาถึงที่สมผุสองศาและลิปดาของดาวอาทิตย์เดิมในชาตากำเนิด เมื่อนั้นจึงจะถือว่าครบรอบปี โดยมีคติมาจากอัตราการโคจรของดาวอาทิตย์ที่ใช้เวลา ๑ ปีในการโคจรรอบจักราศี “ ซึ่งในปีนี้ดาวอาทิตย์จะจรมาถึงในตำแหน่งของดาวอาทิตย์เดิมในดวงเมืองที่ ๑๐ องศา ๙ ลิปดา ในวันที่ ๒๔ เมษายน ๒๕๕๓ เวลา ๑๗.๔๘ น ”

    ตามคติประเพณีแต่ครั้งโบราณ เมื่อครบรอบวันเกิดก็มักจะมีการตรวจดูดวงชาตาเพื่อให้รู้ถึงความเป็นไปในรอบปีที่จะเริ่มใหม่ ส่วนวิธีการทำนายนั้น แต่ละสำนักก็อาจจะมีวิธีที่แตกต่างกันออกไป โดยผู้เขียนจะใช้วิธีตรวจสอบชาตาของบ้านเมืองแบบ “วรรษจักรา” กล่าวคือจะผูกดวงขึ้นเมื่อดาวอาทิตย์จรมาถึงที่องศาและลิปดาของดาวอาทิตย์ในดวงเดิม โดยวิธีนี้จะบอกความเป็นไปในรอบปีแต่ไม่สามารถบอกช่วงเวลาที่จะเกิดขึ้นได้ โดยจะใช้มุมดาวจรหรือปรากกฎการณ์ทางดวงดาวในรอบปีที่จะมาต้องกับตำแหน่งดาวในดวงชาตาเดิมเมื่อครั้งที่สร้างเมืองมาประกอบในการทำนายเพื่อที่จะบอกช่วงเวลาที่จะเกิดเหตุการณ์ต่างๆ

     ผลแห่งการทำนายนั้น คงเป็นไปเพื่อให้เราท่านที่ศึกษาโหราศาสตร์ตลอดจนท่านที่สนใจได้นำไปใช้เพื่อเป็นประโยชน์ในสถานการณ์บ้านเมืองที่ไม่เป็นปกติเยี่ยงนี้



 

 
ดวงภวจักร(เส้นสีน้ำเงินคือขอบข่ายของเรือนภวจักร)

     สูติกาล วันเสาร์ที่ ๒๔ เมษายน ๒๕๕๓ ตรงกับจันทรคติ วันเสาร์ขึ้น ๑๑ ค่ำเดือน ๖ ปีขาล เวลา ๑๗.๔๘ น โดยตำแหน่งดาวอ้างอิงจากปฏิทินโหรฯ ปี ๒๕๕๓ ตามแนวทางท่านอ.เทพย์ สาริกบุตร

        -    ลัคนา คำนวณใช้เวลานักษัตร สถิตย์ราศีตุลย์ ๐ องศา ๒๐ ลิปดา เสวยจิตรานักษัตร เป็นเทศาตรีฤกษ์ตามฤกษ์บน และภูมิปาโลฤกษ์ตามฤกษ์ล่าง เกาะนวางค์ศุกร์ ตุลย์ ได้ตำแหน่ง “วรโคตม นวางค์ ”

        -    ดาวอาทิตย์ สถิตย์ราศีเมษ ๑๐ องศา ๙ ลิปดา เสวยอัศวินีนักษัตร เป็นทลิทโทฤกษ์ตามฤกษ์บน และสมโณฤกษ์ตามฤกษ์ล่าง เกาะนวางค์จันทร์ คู่มิตร ได้ตำแหน่ง “มหาอุจน์ และเป็นปริวรรตนเกษตร์กับดาวจันทร์และดาวอังคารในราศีจักร และปริวรรตนเกษตร์สลับ นวางค์กับดาวจันทร์ในนวางค์จักร”

        -    ดาวจันทร์ สถิตย์ราศีสิงห์ ๑๕ องศา ๕๐ ลิปดา เสวยปุรพผลคุณีนักษัตร เป็นมหัทธโณฤกษ์ตามฤกษ์บน เกาะนวางค์อาทิตย์ คู่มิตร ได้ตำแหน่ง “วรโคตมนวางค์ และปริวรรตนเกษตร์ทั้งในราศีและนวางค์จักร” ตามที่กล่าวมาแล้วข้างต้น

        -    ดาวอังคาร สถิตย์ราศีกรกฎ ๑๕ องศา ๕๖ ลิปดา เสวยปุษยะนักษัตร เป็นราชาฤกษ์ตามฤกษ์บน และเพชฌฆาฏฤกษ์ตามฤกษ์ล่าง เกาะนวางค์ของตนเอง พิจิก ได้ตำแหน่ง “นิจจะภังคะราชาโยค” เพราะดาวจันทร์และดาวพฤหัสบดีเป็นเกณฑ์แก่กันในราศีจักร อีกทั้งยังเป็น “ปริวรรตนเกษตร์” ดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้น

        -    ดาวพุธ สถิตย์ราศีเมษ ๑๖ องศา ๕๑ ลิปดา เสวยภรณีนักษัตร เป็นมหัทธโณฤกษ์ตามฤกษ์บน และทลิทโทฤกษ์ตามฤกษ์ล่าง เกาะนวางค์ “เกษตร์ของตนเอง กันย์ และเป็นอุจน์ในนวางค์จักร”

        -    ดาวพฤหัสบดี สถิตย์ราศีกุมภ์ ๒๘ องศา ๒๕ ลิปดา เสวยปุรพภัทรบทนักษัตร เป็นเพชฌฆาฏฤกษ์ตามฤกษ์บน และเทวีฤกษ์ตามฤกษ์ล่าง เกาะนวางค์พุธ เมถุน “คู่ศัตรู” เป็น “ปรเกษตร์ในนวางค์จักร

        -    ดาวศุกร์ สถิตย์ราศีพฤษภ ๕ องศา ๔ ลิปดา เสวยกฤตติกานักษัตร เป็นโจโรฤกษ์ตามฤกษ์บน และมหัทธโณฤกษ์ตามฤกษ์ล่าง เกาะนวางค์เสาร์ กุมภ์ “คู่มิตร” ได้ตำแหน่ง “เกษตร์ในราศีจักร

        -    ดาวเสาร์ สถิตย์ราศีกันย์ ๔ องศา ๕๔ ลิปดา เสวยอุตรผลคุณีนักษัตร เป็นโจโรฤกษ์ตามฤกษ์บน และมหัทธโณฤกษ์ตามฤกษ์ล่าง เกาะนวางค์เกษตร์ของตนเอง กุมภ์ ได้ตำแหน่งอุจจาวิลาสในราศีจักร

         -    ราหูสารัมภ์ สถิตย์ราศีธนู ๒๐ องศา ๔๖ ลิปดา เสวยปุรพาษาฒนักษัตร เป็นมหัทธโณฤกษ์ตามฤกษ์บน และทลิทโทฤกษ์ตามฤกษ์ล่าง เกาะนวางค์ศุกร์ ตุลย์ เป็น “ปริวรรตนเกษตร์กับดาวพฤหัสบดีในราศีจักร” (ถ้าพิจารณาพระราหูเป็นเกษตร์ราศีกุมภ์)

        -    ดาวมฤตยู สถิตย์ราศีมีน ๔ องศา ๓๘ ลิปดา เสวยอุตรภัทรบทนักษัตร เป็นราชาฤกษ์ ตามฤกษ์บน และเพชฌฆาฏฤกษ์ตามฤกษ์ล่าง เกาะนวางค์อาทิตย์

        -    ดาวเนปจูน สถิตย์ราศีกุมภ์ ๔ องศา ๑๙ ลิปดา เสวยธนิษฐะนักษัตร เป็นเทศาตรีฤกษ์ตามฤกษ์บน และภูมิปาโลฤกษ์ตามฤกษ์ล่าง เกาะนวางค์อังคาร พิจิก

        -    ดาวพลูโต สถิตย์ราศีธนู ๑๑ องศา ๒๐ ลิปดา เสวยมูละนักษัตร เป็นทลิทโทฤกษ์ตามฤกษ์บน และสมโณฤกษ์ตามฤกษ์ล่าง เกาะนวางค์จันทร์

        -    ทศมลัคน์ สถิตย์ราศีมิถุน ๒๙ องศา ๒ ลิปดา เสวยปุนรวสุนักษัตร เป็นเพชฌฆาฏฤกษ์ตามฤกษ์บน และเทวีฤกษ์ตามฤกษ์ล่าง ได้ตำแหน่ง “วรโคตมนวางค์”

    การพยากรณ์ดวงวรรษจักรา ปี ๒๕๕๓

    ลัคนาได้ตำแหน่ง “วรโคตมนวางค์” โดยไม่มีดาวอื่นมาโยคดีหรือโยคร้ายใดๆ ส่วนดาวศุกร์ เจ้าเรือนลัคนา หรือ “ตนุลัคน์” ไปสถิตย์ราศีพฤษกเป็นเกษตร์ แต่เป็น “ทุสถานะภพ” หรือ “ภพมรณะ” และดาวศุกร์ได้สถิตย์อยู่ใกล้ “จุดมัธยะภพ” หรือจุดศูนย์กลางภพมรณะมากตามดวงภวจักร มีองศาห่างกันประมาณ ๕ องศา จึงทำให้มีผลในภพนี้มาก โดยในดวงนวางค์มีราหูสารัมภ์สถิตย์ร่วมนวางค์อยู่ด้วย และเสวยนักษัตรที่มีนวางค์บาทฤกษ์แยกกันอยู่ ๒ ราศี เป็น “ภินทฤกษ์” หรือฤกษ์เสีย

    ตำแหน่งวรโคตมนวางค์นั้นถือว่ามีความเข้มแข็งมาก หลายตำรากล่าวว่ามีกำลังไม่น้อยไปกว่าดาวที่ได้ตำแหน่งอุจน์ อีกทั้งยังได้รับแสงจากดาวประธานฝ่ายศุภเคราะห์ หรือดาวพฤหัสบดี ดังนั้นจึงสามารถที่จะ “คุ้มโทษคุ้มภัยที่จะบังเกิดขึ้นกับบ้านเมืองได้” แต่เมื่อตนุลัคน์ไปอยู่ในภพมรณะ และดาวพฤหัสบดีที่ไปอยู่เรือนที่ ๖ ตามดวงภวจักรอีกด้วยแล้ว ดังนั้นโอกาสที่จะ “สูญเสียผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมือง” ก็มีสูงเช่นกัน

    ลัคนาเสวยจิตรานักษัตร เป็นเทศาตรีแห่งฤกษ์ตามฤกษ์บน และร่วมนวางค์กับพระราหูสารัมภ์ในดวงนวางค์ ดังนั้น “ความลุ่มหลงมัวเมาต่างๆก็ยังคงมีกับชาตาบ้านเมืองต่อไป

     ดาวอาทิตย์อยู่ในจุด “ปรมอุจน์” มีความเข้มแข็งมากตั่งแต่สร้างเมืองมาแล้ว อีกทั้งยังเป็นปริวรรตนหรือสลับเรือนกับดาวต่างๆทั้งในราศีและนวางค์จักร โดยเสวยบูรณฤกษ์อีกประการหนึ่ง และยังมีโยคดีทำมุมตรีโกณ ๑๒๐ องศากับดาวพลูโต ดังนั้นดาวอาทิตย์ในดวงชาตาถือว่ามีความเข้มแข็งมาก

    ดาวอาทิตย์เป็นเจ้าเรือนลาภะหมายถึงลาภผลที่ได้ มิตรสหาย ฯลฯ โดยไปสถิตย์อยู่ในเรือนที่ ๗ ทั้งในราศีและภวจักร ดังนั้นชาตาบ้านเมืองในปีนี้ “จะได้ลาภผล เงินทองจากหุ้นส่วน ตลอดจนพันธมิตรต่างๆเป็นอย่างดี” โดยผลจากการเป็นโยคดีกับดาวพลูโตนั้นจะทำให้ลาภผล เงินทองที่จะได้มา จะมาจาก “การพัฒนา การปฎิรูปสิ่งแปลกๆใหม่ๆ

     ดาวอาทิตย์ยังเป็นดาวที่แสดงถึงผู้นำอีกประการหนึ่งด้วย ดังนั้นชาตาเมืองในปีนี้ “คงจะมีผู้นำที่เข้มแข็งมานำพาบ้านเมือง” ไม่หลักลอยอย่างที่แล้วๆมา

    ดาวจันทร์ได้วรโคตมนวางค์ ปริวรรตนเกษตร์ เสวยบูรณฤกษ์ อีกทั้งยังทำมุมโยคดี ๑๒๐ องศากับดาวพุธ ซึ่งถือว่าดาวจันทร์มีความเข็มแข็งมาก เมื่อดาวจันทร์อยู่ภพที่ ๑๑ จากลัคนาในราศีจักร ก็จะได้เกณฑ์ที่ทางโหรไทยเรียกว่า “ปทุมเกณฑ์” ซึ่งให้คุณมากในทางความนิยมชมชอบ ชื่อเสียง ฯลฯ

    ดาวจันทร์เป็นเจ้าเรือนกัมมะ ที่หมายถึงการงาน เกียรติยศชื่อเสียง การปกครองบ้านเมือง ฯลฯ ดังนั้น “กิจการการงานต่างๆ ตลอดจนการปกครองบ้านเมืองในปีนี้คงจะดำเนินไปได้ด้วยดี” และเมื่อโยคดีกับดาวพุธเจ้าเรือนศุภะที่หมายถึงการต่างประเทศ กฎหมาย ฯลฯ ดังนั้น “การทำสัญญากับต่างประเทศในเรื่องกิจการงานเมืองคงดำเนินไปได้อย่างมีประสิทธิผล

    แต่อย่างไรก็ตามถ้าพิจารณาให้ละเอียดลงไปโดยใช้ “ดวงภวจักร” นั้นจะพบว่า “ดาวจันทร์หาได้อยู่ในเรือนที ๑๑ หรือภพลาภะ แต่ได้เคลื่อนไปอยู่ในเรือนที่ ๑๒ หรือภพวินาศน์ หรือทุสถานภพ” แล้ว ดังนั้น ”การปกครอง การบริหารราชการงานเมืองต่างๆก็คงไม่ราบรื่นนัก การเปลี่ยนแปลงและความไม่มีเสถียรภาพของรัฐบาลก็ยังคงมีต่อไป” โดยยังโชคดีที่ว่าดาวจันทร์ยังอยู่ห่างจากจุดมัธยะหรือศูนย์กลางภพมาก ดังนั้นผลร้ายก็คงจะบรรเทาเบาบางไปได้พอสมควร

    ดาวอังคารศัตรูเปิดเผยของบ้านเมืองตามดวงชาตานั้น เป็น “นิจจะภังคะราชาโยค” หรือตามที่โหรฝ่ายไทยเรียกว่า “นิจน์ฟื้น” จึงไม่เสียหายตามความหมายของดาวที่เป็นนิจน์ และยังได้สลับเรือนเกษตร์ทำให้มีกำลังขึ้นมา อีกทั้งยังเกาะนวางค์เกษตร์ของตนเองด้วย โดยดาวอังคารทำมุมโยคร้าย ๙๐ องศากับดาวพุธในเรือนปัตนิ แต่ไม่ใช่เป็นโยคร้าย ๙๐ องศาที่ดาวอังคารเกณฑ์ ๘ ส่งกำลังเต็มที่ไปถึง ดังนั้นผลก็ไม่สู้จะรุนแรงนัก เมื่อพิจารณาที่จากภพและเรือนของดาวทั้งสองแล้วพบว่า “การขัดแย้งในตัวบทกฏหมายที่เกี่ยวของกับการเงิน การลงทุน หรือหุ้นส่วนต่างๆ” ก็คงจะมีบ้างพอควร

    สิ่งที่น่าสนใจพิจารณาของดาวอังคารก็คือ “ฤกษ์หรือนักษัตรที่ดาวเข้าเสวย” โดยเมื่อเป็นราชาฤกษ์ตามฤกษ์บน และเพชฌฆาฏฤกษ์ตามฤกษ์ล่างแล้ว ซึ่งดาวอังคารยังมีความหมายเกี่ยวกับทหารอีกโสตหนึ่งด้วย ดังนั้น “ทหารยังคงมีอิทธิพล มีอำนาจมากตามลักษณาการของฤกษ์บน และยังเป็นผู้ปราบปราม ทำลายล้างตามลักษณาการของฤกษ์ล่าง” อีกด้วย

    ดาวพุธเข้มแข็งมากในดวงนวางค์เพราะเป็นทั้งเกษตร์และอุจน์ อีกทั้งยังเสวยบูรณฤกษ์ตามฤกษ์บนและเป็นฤกษ์ดีตามฤกษ์ล่าง โดยเป็นโยคดี โยคร้ายกับดาวจันทร์และอังคารดังที่ได้กล่าวมาแล้ว อย่างไรก็ตามเมื่อพิจารณาในดวงภวจักรแล้ว “ดาวพุธได้เคลื่อนมาอยู่ในเรื่อนที่ ๘ หรือเป็นมรณะกับลัคนา” อีกทั้งในดวงนวางค์ถึงแม้ว่าจะเป็นอุจน์แต่ก็เป็นวินาศน์ลัคนาเช่นกัน ดังนั้นดาวพุธจึงไม่ให้คุณเต็มที่นัก

    ดาวพฤหัสบดีซึ่งเป็นดาวที่มีความสำคัญมากในดวงชาตา ไปอยู่ในราศีและนวางค์คู่ศัตรู เสวยฤกษ์เสียเป็นฉินทฤกษ์ “จึงอ่อนกำลัง” ถึงแม้ว่าจะอยู่ในภพที่ ๕ หรือภพปุตตะในราศีจักร ซึ่งน่าจะส่งผลให้ “การลงทุน รวมไปถึงตลาดหลักทรัพย์คงจะดำเนินไปด้วยดี” แต่ในดวงภวจักร ดาวพฤหัสบดีจะเคลื่อนไปที่เรือนที่ ๖ ซึ่งถือว่าเป็นทุสถานะภพแล้ว โดยอยู่ใกล้จุดศูนย์กลางภพมาก ซึ่งจะต้อง “ระมัดระวังในการสูญเสียบุคคลสำคัญของบ้านเมือง” อย่างไรก็ตาม “ดาวพฤหัสบดีได้รับแสงจากดาวจันทร์ ทำให้มีสภาพกลายเป็นอุจน์” ตามกฏการส่งแสงของดาว “จึงทำให้ฟื้นกำลังขึ้นมาและสามารถคุ้มโทษคุ้มภัยให้กับบ้านเมืองได้มากพอควร

    ดาวพฤหัสบดีเป็นเจ้าเรือนภพที่ ๖ ดังนั้น “ธุรกิจการบริการ การเงินคงจะเป็นไปด้วยดี อีกทั้งหนี้สินต่างๆของประเทศ ก็จะคลี่คลายไปได้เช่นกัน ” และดาวพฤหัสบดียังทำมุมโยคดี ๑๒๐ องศากับ “ทศมลัคน์” หรือจุดสูงสุดของดวงชาตา หรือจุดศูนย์กลางภพที่ ๑๐ อีกด้วย ดังนั้นดาวพฤหัสบดีจึงส่งเสริมให้กิจการงานเมือง ให้สำเร็จลุล่วงไปได้

    ดาวศุกร์เป็นดาวเจ้าเรือนลัคนา ถ้าพิจารณาเฉพาะกำลังของดาวถือว่ามีความเข้มแข็งพอสมควรเพราะสถิตย์เรือนของตนเอง เป็นสวเกษตร์ อีกทั้งยังมีดาวศุภเคราะห์ทั้งจันทร์และพฤหัสบดีเป็นเกณฑ์ และยังทำมุมตรีโกณ โยคดี ๑๒๐ องศากับดาวเสาร์ คู่มิตรตามหลักมูลตรีโกณ และ โยคดี ๖๐ องศากับดาวมฤตยู แต่ที่เสียก็คือไปสถิตย์ในภพที่เป็นมรณะกับลัคนา เสวยฤกษ์เสียหรือฉินทฤกษ์ตามฤกษ์บน และทำมุมโยคร้าย ๙๐ องศากับดาวเนปจูน

    แต่อย่างไรก็ตามสภาพโดยรวมของดาวศุกร์ถือว่า “ดีมากกว่าเสีย” ดาวที่สภิตย์อยู่ในภพมรณะและมีโยคเกณฑ์ที่ดีเช่นนี้กล่าวได้ว่า “จะได้ทรัพย์สินเงินทองจากคู่สัญญา หุ้นส่วน รวมไปถึงศัตรูที่เปิดเผย” และเมื่อพิจารณาในฤกษ์ที่ดาวเสวยทั้งบนและล่างจึงยิ่งชัดเจนว่า “ทรัพย์สินที่จะได้มา คงจะไม่เป็นปกติวิธีนัก คงเป็นไปในแนวทางที่จะต้องช่วงชิง ต่อสู่ แข่งขันเสียก่อนจึงจะได้” ตามความหมายของโจโร-มหัทธโนแห่งฤกษ์

    ดาวเสาร์เป็นดาวประธานฝ่ายบาปพระเคราะห์สถิตย์อยู่ในภพวินาศน์ โดย “ดาวเสาร์ทำมุมโยคร้าย ๑๘๐ องศากับดาวมฤตยูแบบสนิทองศา” อีกทั้งดาวทั้งสองก็อยู่ใกล้จุดมัธยะภพมาก ดังนั้นจึงมีอิทธิพลมากในภพวินาศน์ที่ดาวเสาร์สถิตย์และภพอริที่ดาวมฤตยูสถิตย์อยู่ ในชาตาทั่วไปเมื่อดาวฝ่ายร้ายทำมุมโยคร้ายเยี่ยงนี้แล้ว “เจ้าชาตาจะหาความสำเร็จในชีวิตได้ยาก โดยมากมักจะพบความผิดพลาดอยู่เสมอ” เมื่อดาวเสาร์อยู่ในภพวินาศน์ “บ้านเมืองก็ยังคงมีศัตรูลับๆ คอยทำร้ายทำลายอยู่เนืองๆ” แต่อย่างไรก็ตามการพิจารณาดวงชาตานั้นจะต้องพิจารณาดาวทุกๆดวงมาประกอบกันด้วย

    ราหูสารัมภ์สถิตย์อยู่ในภพที่ ๓ ในราศีจักร แต่ได้เคลื่อนไปอยู่ในเรือนที่ ๔ หรือเรือนพันธุแล้วในดวงภวจักร โดยไม่มีดาวมาทำมุมโยคดี ร้ายใดๆ และราหูสารัมภ์ยังเสวยบูรณฤกษ์เป็นฤกษ์ดีทั้งบนและล่าง อย่างไรก็ตาม “พระราหูเป็นจุดบ่อนเบียฬ ทำลาย และยังมีบาปพระเคราะห์ทั้งดาวเสาร์และดาวมฤตยูเป็นเกณฑ์โดยไม่มีศุภเคราะห์ใดๆมาส่งกระแสที่ดีถึงในราศีจักร” ดังนั้นจึงเพิ่มความรุนแรงมากขึ้นอีก เมื่อภพพันธุแทนบ้านเรือนที่อยู่อาศัย ตลอดจนญาติผู้ใหญ่ตามแต่เพศของเจ้าชาตา ฯลฯ ดังนั้น “บ้านเมืองของเรา ยังคงวุ่นวาย ความสงบร่มเย็นจึงเป็นสิ่งที่จะต้องค้นหา รอคอยกันต่อไป”

    ดาวมฤตยูสถิตย์อยู่ใกล้จุดมัธยะภพที่ ๖ และมีโยคร้ายกับดาวเสาร์ดังที่ได้กล่าวมาแล้ว ดังนั้นดาวมฤตยูจึงทำร้าย ทำลายความหมายของภพที่ ๖ ที่หมายถึงการบริการ หนี้สิน และโรคภัยของเจ้าชาตา ฯลฯ แต่ยังดีที่ว่ามีดาวพฤหัสบดีสถิตย์อยู่ในเรือนนี้เช่นกันตามดวงภวจักร ดังนั้นผลของดาวมฤตยูจึงเป็นการทอนคุณงามความดีของดาวพฤหัสบดีไป

    ดาวเนปจูนสถิตย์อยู่ใกล้จุดมัธยะภพที่ ๕ ที่แทนได้กับบุตร การลงทุน ความสำราญใจของเจ้าชาตา ซึ่งอาจแทนได้กับประชาชนได้อีกด้วย ดาวเนปจูนทำมุมโยคร้าย ๙๐ องศากับดาวศุกร์ และ ๑๕๐ องศากับดาวเสาร์ โดยมีมุมโยคดี ๓๐ องศากับดาวมฤตยูที่ถือว่าไม่ให้คุณเท่าไรนัก และเสวยภินทฤกษ์ ฤกษ์เสียอีกประการหนึ่งด้วย ดังนั้น “ดาวเนปจูนตามดวงชาตาจึงให้โทษมากว่าให้คุณ” ดาวเนปจูนหรือดาววรุณเป็นเทพเจ้าแห่งน้ำ และเมื่อเกาะนวางค์อังคารร่วมกับดาวอังคารในนวางค์จักร ซึ่งดาวอังคารคือเครื่องจักร เครื่องยนต์กลไก ดังนั้นดาวเนปจูนบวกดาวอังคารจึงแทนน้ำมันได้ โดย “ในปีนี้ไม่เหมาะที่จะลงทุนเกี่ยวกับน้ำมัน” และประชาชนหรือเด็กๆทั่วไปจะมีอันตรายอันเกิดจากน้ำหรือน้ำมันได้

     ดาวพลูโตทำมุมโยคเกณฑ์ที่ดีจึงส่งเสริมดาวอาทิตย์ดังที่กล่าวมาแล้ว

    ทศมลัคน์ได้ตำแหน่งวรโคตมนวางค์ เกาะนวางค์พุธ เมถุน โดยดาวพุธมีเข้มแข็ง ดังนั้น “กิจการงานที่จะเหมาะสมในปีนี้ก็คืองานประชาสัมพันธ์ การสื่อสารมวลชน หนังสือ ฯลฯ” โดยเป็นไปตามลักษณาการของดาวพุธ

    กล่าวโดยสรุปของดวงชาตาบ้านเมืองในปีที่ย่างเข้า ๒๒๙ ปี ในปีนี้ ผลโดยรวมคงไม่มีอะไรที่จะเลวร้ายไปกว่าที่เป็นอยู่ในขณะนี้มากนัก ขอให้เราท่านมีสติตั่งตนไม่ให้อยู่ในความประมาทเพื่อที่จะก้าวข้ามห้วงวิกฤตในครั้งนี้ไปให้ได้ แม้ว่าดาวพฤหัสบดีจะจรเข้าไปในภพวินาศน์ตามชาตาเดิมเมื่อครั้งสร้างเมืองในวันที่ ๒ พค. ๒๕๕๓ นี้ก็ตาม โดยหลายท่านเกิดความปริวิตกกันไป แต่อย่างไรก็ตามดาวพฤหัสบดีจะจรเข้าสู่เรือนวินาศน์จริงๆตามดวงภวจักรนั้นก็ราวสิ้นเดือนพฤษภาคม ดังนั้นผู้ที่เกี่ยวข้องคงจะมีเวลาที่จะคลี่คลายสถานการณ์ได้พอสมควร

    โดยในวันที่ ๒๗ เมษายน ๒๕๕๓ นี้จะเกิดปรากฎการณ์ดาวเสาร์เล็งดาวมฤตยูที่จะไปทับและเล็งดาวศุกร์ศัตรูเปิดเผยของบ้านเมืองในดวงเดิมแบบสนิทองศา โดยดาวศุกร์จรในขณะนั้นจะอยู่ที่ภพที่ ๒ จากลัคนา หรือเป็นภพมรณะจากภพปัตนิเดิม และจะย้ายนวางค์จากพฤหัสบดี มิน-อุจน์ มาอังคาร เมษ-ประ ทำให้ไม่มีกำลังในวันที่ ๒๘ เมษายน ๒๕๕๓ ดังนั้นศัตรูของบ้านเมืองจะต้องถูกทำลายจากดาวบาปพระเคราะห์ทั้งสองอย่างแน่นอน

    จากผลของการพยากรณ์โดยใช้ดวงแบบวรรษจักราที่เป็นการทำนายโดยภาพรวมในรอบปีนั้น ผู้เขียนจะใช้ปรากฎการณ์ทางดวงดาวพยากรณ์เหตุที่น่าจะเกิดขึ้นในช่วงเวลาต่างๆในตอนต่อไป

อ้างอิง
๑.    ปฏิทินโหราศาสตร์ประจำปี ๒๕๕๓ ตามแนวทางอ.เทพย์ สาริกบุตร


|

Comments
Add New Search
ดิลก แสงอุทัย   |119.31.121.69 |2010-05-10 05:12:24
ถึงทุกๆท่าน
ทุกๆท่านก็ล้วนแต่รักชาติ รักบ้านเมืองด้วยกันทั้งนั้น ต่างก็มีความเป็นห่วงเป็นใยในสิ่งที่พวกเรารักด้วยกันทั้งสิ้น ดังนั้นอารมฌ์และความรู้สึกของทุกๆท่านในขณะนี้ จึงพอที่จะเข้าใจได้ไม่ยากนัก

โหราศาสร์ก็เป็นศาสตร์ๆหนึ่งที่จะใช้บอกในสิ่งที่วิทยาศาสตร์ยังบอกไม่ได้ ซึ่งก็คืออนาคต โดยโหรหรือผู้บอกอนาคตจะเป็นผู้ที่แปลความหมายจากดาวมาเป็นภาษาทั่วๆไปให้ผู้คนได้ทราบได้ ซึ่งในการแปลความหมายนั้น ก็จะต้องมีถูกมีผิดได้บ้าง ซึ่งผู้ทำนายก็จะต้องรับผิดชอบในสิ่งที่ตนเองได้ทำนายไป แต่ถ้าเป็นผู้ที่มีอภิญญาหรือสำเร็จธรรมขั้นสูงถึงขั้นมีหูมีตาทิพย์ละ สิ่งที่บอกดังกล่าว ก็คงจะไม่มีการผิดพลาดใดๆ

ในการจะวิเคราะห์เรื่องต่างๆนั้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องโหรหรือเรื่องอื่นๆ สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือการทำใจให้เป็นกลาง มิฉะนั้นแล้วผลที่เราวิเคราะห์ จะกลายเป็น "ความรู้สึกที่เราอยากให้มันเป็น ไม่ใช่สิ่งที่มันควรจะเป็น" เรื่องนี้ครูบาอาจารย์ของผู้เขียนก็ได้แนะนำเสมอมาในการเขียนบทความ โดยผู้เขียนก็ทำใจให้เป็นกลางได้ในระดับจิตของปุตุชนธรรมดาคนหนึ่งเท่านั้น

ส่วนท่านที่รออ่านบทความเรื่องดวงเมืองในตอนที่ ๒ ขณะนี้กำลังรวบรวมเรียบเรียงอยู่ โดยคาดว่าคงจะเสร็จราวกลางเดือนครับ
Anonymous   |124.122.218.54 |2010-05-10 01:30:52
นี่มันก็เข้าเดือน พค.มาเกือบ 10 วันแล้ว ยังไม่เห็นคนชั่วถูกปราบเลย คนดีเหมือนถูกจองจำไปด้วย คำทำนายไม่แม่นซะแล้วนะเนียะ
Mercy   |140.109.55.233 |2010-05-09 22:46:23
เวลานี้ผ่านช่วงเวลาที่ท่านได้ทำนายมาหลายวันแล้ว อยากทราบดวงเมืองช่วงต่อไปค่ะ จะรออ่านนะคะ หวังว่าจะมีข่าวดี
รัสมีจันทร์  - ต้องรออีกแล้ว   |118.172.81.184 |2010-05-03 21:24:38
ลุ้น ว. เวลา .น. มาหลายรอบแล้ว เกือบหรือยังค่ะ
ดิลก แสงอุทัย โพสเมื่อเวลา ๑๗.   |124.122.225.19 |2010-04-29 00:57:20
ถึงทุกๆท่านที่รักประเทศไทย
   ขออนุญาติอธิบายแทรกเพิ่มเติมเรื่อง "ดาวจร" ที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์บ้านเมืองในขณะนี้

- ดาวศุกร์จะ "ย้ายนวางค์" จากพฤหัสบดี มิน-อุจน์ มา อังคาร เมษ-ประ ในเวลา ๑๙.๐๘ น วันที่ ๒๘ เมษ. ๕๓ นี้
- ดาวพุธที่แทนได้กับ "การชุมนุม" จะพักร (เดินถอยหลัง) มากุมกับดาวอาทิตย์ ที่ ๑๔ องศา ๑๗ ลิปดา เวลา ๒๓.๔๓ น หมายความว่า "ดาวพุธจะดับ" ในคืนนี้
- จุดที่ดาวพุธดับ จะไปทำมุมโยคร้าย ๙๐ องศากับทศมลัคน์ของดวงเมืองพอดี
- จุดที่ดาวพุธดับ จะไปดับทับ "ดาวศุกร์-ศัตรูเปิดเผยของบ้านเมือง" ในดวงนวางค์
- ดาวอังคารจร (ทหาร) ทำมุมโยคร้าย ๑๘๐ องศากับดาวพลูโต (ผู้ก่อการร้าย) แบบสนิทองศาในคืนนี้
- ดาวอัวคารจรก็ยังโยคร้ายกับทศมลัคน์ของดวงเมืองอีกเช่นกัน
- ดาวจันทร์ซึ่งเป็นตัวจุดระเบิดให้เหตุเกิด จะจรทำมุมโยคร้ายกับลัคนาในเช้าของวันที่ ๒๙ เมษ.๕๓

  ดังนั้นกล่าวโดยสรุปได้ว่า "แนวโน้มที่ทหารจะทำการปราบปรามผู้ก่อการร้าย ในเช้าของวันที่ ๒๙ เมษ.๕๓ มีสูงมาก"
โดยทหารจะเป็นผู้ชนะในครั้งนี้

  ขอให้ทุกๆท่านผู้รักประเทศไทย ได้มีสติ อย่าประมาท และช่วยภาวนาให้ประเทศชาติรอดพ้นจากภยันตรายอันใหญ่หลวงในครั้งนี้ด้วยกันเถิด

ดิลก แสงอุทัย ๑๗.๕๐ น
jantha  - 28/4/53   |125.24.9.236 |2010-04-28 16:38:22
วันนี้วันที่ 28 /4/53 จะตั้งตารอ ไปจนถึง 30/4/53 คอยลุ้นช่วย ประเทศให้ ปลอดภัยจากผู้คิดร้ายค่ะ
เพชร   |125.24.212.69 |2010-04-26 18:10:16
ดวงชะดาบ้านเมืองดี แต่ถ้าผู้นำไม่เข้มแข็ง และเด็ดเดี่ยวก็คงผ่านไปอย่างสาหัส
นกสีเหลือง   |119.42.101.83 |2010-04-25 00:20:33
ขอให้เป็นดั่งคำทำนายด้วยเถิด เพราะถ้าเลวร้ายมากไปกว่านี้ประชาชนจะทำใจได้อีกหรือไม่ และขอให้บทเรียนของประเทศในครั้งนี้ จะสร้างความเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีด้วย
ona   |58.11.21.40 |2010-04-25 00:06:50
ขอให้เป็นจริงดังคำทำนายเทอญ
Mercy   |140.109.55.233 |2010-04-24 20:55:26
ขอบคุณค่ะ อยากให้ศัตรูของบ้านเมืองถูกทำลายไปในเร็ววันเหมือนที่ท่านวิเคราะห์
สิริการย์   |111.84.217.54 |2010-04-23 19:43:47
ขอบคุณ ที่เขียนวิเคราะห์ให้ได้อ่าน
Si   |114.128.16.5 |2010-04-20 20:11:19
ขอให้เป็นไปตามคำทำนายด้วยเถิด 28 นี้แล้ว ขอให้ทุกอย่างผ่านไปด้วยดี จะได้เริ่มต้นใหม่ซักที ทำมาหากินกันตามปกติ ตอนนี้เป็นช่วงเวลาที่เซ็งมากๆ
pimsiri   |119.46.23.3 |2010-04-20 20:02:26
ติดตามอ่านคำพยากรณ์ของท่านมาตลอดเข้าใจบ้าง ไม่เข้าใจบ้าง แต่ก็อาศัยอ่านบทสรุปเอา โดยส่วนตัวเห็นว่าคนที่จะพยากรณ์ ได้เช่นนี้ ต้องเก่งมากๆจริงๆ ขอชืนชมค่ะ และขอภาวนาบวกเพียรคิดดี ทำดี เพื่อให้ศัตรูของบ้านเมืองได้ถูกทำลายโดยเร็ววัน
Sarayuth  - ดวงเมือง ปี ๒๕๕๓ ตอนที่ ๑   |124.157.131.73 |2010-04-20 01:26:33
เยี่ยมมากครับ
Write comment
Name:
Email:
 
Title:
UBBCode:
[b] [i] [u] [url] [quote] [code] [img] 
 
 
:angry::0:confused::cheer:B):evil::silly::dry::lol::kiss::D:pinch:
:(:shock::X:side::):P:unsure::woohoo::huh::whistle:;):s
:!::?::idea::arrow:
 
Please input the anti-spam code that you can read in the image.

3.26 Copyright (C) 2008 Compojoom.com / Copyright (C) 2007 Alain Georgette / Copyright (C) 2006 Frantisek Hliva. All rights reserved."

แก้ไขล่าสุด ใน วันจันทร์ที่ ๑๙ เมษายน ๒๕๕๓ เวลา ๑๐:๑๐ น.
 
Powered by DiTC.Valid XHTML and CSS.
Creative Commons License