- ปฏิทินโหราศาสตร์ประจำปี พ.ศ. ๒๕๕๕ จัดทำโดย อ.บุญศรี ภักดีวิจิตร อดีดอุปนายกสมาคมโหร และ อ.สัมพรรค์ เผือกสกนธ์ ซึ่งเป็นศิษย์ทายาทโดยตรงของท่านอาจารย์เทพย์ สาริกบุตร ขณะนี้มีวางจำหน่ายแล้ว
- ภาษีอากรทั้งระบบสำหรับผู้ทำบัญชี [27/01/2555]
- ขอเชิญติดตามอ่านเรื่อง "เมื่อไม่รู้จักน้ำ ก็แก้ไขปัญหาน้ำไม่ได้ หายนะก็ไม่มีวันสิ้นสุด" ได้แล้วที่คอลัมน์ไขข้อสนใจจากไพศาล
- ขอเชิญติดตามอ่านรายงานพิเศษเรื่อง "ต้นแบบบ้านรังนก...มรดกจากสวรรค์" เขียนโดยนายไพศาล พืชมงคล ได้แล้วที่คอลัมน์รายงานพิเศษ
- ขอเชิญติดตามอ่านเรื่อง "กรุงรัตนโกสินทร์จะสิ้นแล้วหรือ?" ได้แล้วที่คอลัมน์พูดจาภาษาโหร
| ดวงเมือง ปี ๒๕๕๓ ตอนที่ ๑ |
|
|
| พูดจาภาษาโหร | |||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| เขียนโดย ดิลก แสงอุทัย | |||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| วันจันทร์ที่ ๑๙ เมษายน ๒๕๕๓ เวลา ๐๙:๓๘ น. | |||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
|
กรุงเทพพระมหานครที่ล้นเกล้ารัชกาลที่ ๑ ได้ทรงสร้างขึ้น โดยพระองค์ท่านได้วางดวงชาตาบ้านเมืองขึ้นไว้ในวันที่ ๒๑ เมษายน พ.ศ. ๒๓๒๕ เวลา ๖.๕๔ น นั้น บัดนี้พระมหานครอันยิ่งใหญ่แห่งนี้ได้จำเริญวัยมาครบ ๒๒๘ ปี ในปี พ.ศ. ๒๕๕๓ นี้ โดยในมิติทางโหราศาสตร์นั้น ครูบาอาจารย์ท่านสอนสั่งเอาไว้ว่า การนับครบรอบวันเกิดในปีหนึ่งๆนั้น ไม่ว่าจะเป็นชาตาคนหรือชาตาเมือง ท่านให้พิจารณาที่ตำแหน่งของดาวอาทิตย์ กล่าวคือเมื่อใดที่ดาวอาทิตย์จรมาถึงที่สมผุสองศาและลิปดาของดาวอาทิตย์เดิมในชาตากำเนิด เมื่อนั้นจึงจะถือว่าครบรอบปี โดยมีคติมาจากอัตราการโคจรของดาวอาทิตย์ที่ใช้เวลา ๑ ปีในการโคจรรอบจักราศี “ ซึ่งในปีนี้ดาวอาทิตย์จะจรมาถึงในตำแหน่งของดาวอาทิตย์เดิมในดวงเมืองที่ ๑๐ องศา ๙ ลิปดา ในวันที่ ๒๔ เมษายน ๒๕๕๓ เวลา ๑๗.๔๘ น ” ตามคติประเพณีแต่ครั้งโบราณ เมื่อครบรอบวันเกิดก็มักจะมีการตรวจดูดวงชาตาเพื่อให้รู้ถึงความเป็นไปในรอบปีที่จะเริ่มใหม่ ส่วนวิธีการทำนายนั้น แต่ละสำนักก็อาจจะมีวิธีที่แตกต่างกันออกไป โดยผู้เขียนจะใช้วิธีตรวจสอบชาตาของบ้านเมืองแบบ “วรรษจักรา” กล่าวคือจะผูกดวงขึ้นเมื่อดาวอาทิตย์จรมาถึงที่องศาและลิปดาของดาวอาทิตย์ในดวงเดิม โดยวิธีนี้จะบอกความเป็นไปในรอบปีแต่ไม่สามารถบอกช่วงเวลาที่จะเกิดขึ้นได้ โดยจะใช้มุมดาวจรหรือปรากกฎการณ์ทางดวงดาวในรอบปีที่จะมาต้องกับตำแหน่งดาวในดวงชาตาเดิมเมื่อครั้งที่สร้างเมืองมาประกอบในการทำนายเพื่อที่จะบอกช่วงเวลาที่จะเกิดเหตุการณ์ต่างๆ ผลแห่งการทำนายนั้น คงเป็นไปเพื่อให้เราท่านที่ศึกษาโหราศาสตร์ตลอดจนท่านที่สนใจได้นำไปใช้เพื่อเป็นประโยชน์ในสถานการณ์บ้านเมืองที่ไม่เป็นปกติเยี่ยงนี้ ![]() ![]() ดวงภวจักร(เส้นสีน้ำเงินคือขอบข่ายของเรือนภวจักร) สูติกาล วันเสาร์ที่ ๒๔ เมษายน ๒๕๕๓ ตรงกับจันทรคติ วันเสาร์ขึ้น ๑๑ ค่ำเดือน ๖ ปีขาล เวลา ๑๗.๔๘ น โดยตำแหน่งดาวอ้างอิงจากปฏิทินโหรฯ ปี ๒๕๕๓ ตามแนวทางท่านอ.เทพย์ สาริกบุตร - ลัคนา คำนวณใช้เวลานักษัตร สถิตย์ราศีตุลย์ ๐ องศา ๒๐ ลิปดา เสวยจิตรานักษัตร เป็นเทศาตรีฤกษ์ตามฤกษ์บน และภูมิปาโลฤกษ์ตามฤกษ์ล่าง เกาะนวางค์ศุกร์ ตุลย์ ได้ตำแหน่ง “วรโคตม นวางค์ ” - ดาวอาทิตย์ สถิตย์ราศีเมษ ๑๐ องศา ๙ ลิปดา เสวยอัศวินีนักษัตร เป็นทลิทโทฤกษ์ตามฤกษ์บน และสมโณฤกษ์ตามฤกษ์ล่าง เกาะนวางค์จันทร์ คู่มิตร ได้ตำแหน่ง “มหาอุจน์ และเป็นปริวรรตนเกษตร์กับดาวจันทร์และดาวอังคารในราศีจักร และปริวรรตนเกษตร์สลับ นวางค์กับดาวจันทร์ในนวางค์จักร” - ดาวจันทร์ สถิตย์ราศีสิงห์ ๑๕ องศา ๕๐ ลิปดา เสวยปุรพผลคุณีนักษัตร เป็นมหัทธโณฤกษ์ตามฤกษ์บน เกาะนวางค์อาทิตย์ คู่มิตร ได้ตำแหน่ง “วรโคตมนวางค์ และปริวรรตนเกษตร์ทั้งในราศีและนวางค์จักร” ตามที่กล่าวมาแล้วข้างต้น - ดาวอังคาร สถิตย์ราศีกรกฎ ๑๕ องศา ๕๖ ลิปดา เสวยปุษยะนักษัตร เป็นราชาฤกษ์ตามฤกษ์บน และเพชฌฆาฏฤกษ์ตามฤกษ์ล่าง เกาะนวางค์ของตนเอง พิจิก ได้ตำแหน่ง “นิจจะภังคะราชาโยค” เพราะดาวจันทร์และดาวพฤหัสบดีเป็นเกณฑ์แก่กันในราศีจักร อีกทั้งยังเป็น “ปริวรรตนเกษตร์” ดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้น - ดาวพุธ สถิตย์ราศีเมษ ๑๖ องศา ๕๑ ลิปดา เสวยภรณีนักษัตร เป็นมหัทธโณฤกษ์ตามฤกษ์บน และทลิทโทฤกษ์ตามฤกษ์ล่าง เกาะนวางค์ “เกษตร์ของตนเอง กันย์ และเป็นอุจน์ในนวางค์จักร” - ดาวพฤหัสบดี สถิตย์ราศีกุมภ์ ๒๘ องศา ๒๕ ลิปดา เสวยปุรพภัทรบทนักษัตร เป็นเพชฌฆาฏฤกษ์ตามฤกษ์บน และเทวีฤกษ์ตามฤกษ์ล่าง เกาะนวางค์พุธ เมถุน “คู่ศัตรู” เป็น “ปรเกษตร์ในนวางค์จักร” - ดาวศุกร์ สถิตย์ราศีพฤษภ ๕ องศา ๔ ลิปดา เสวยกฤตติกานักษัตร เป็นโจโรฤกษ์ตามฤกษ์บน และมหัทธโณฤกษ์ตามฤกษ์ล่าง เกาะนวางค์เสาร์ กุมภ์ “คู่มิตร” ได้ตำแหน่ง “เกษตร์ในราศีจักร” - ดาวเสาร์ สถิตย์ราศีกันย์ ๔ องศา ๕๔ ลิปดา เสวยอุตรผลคุณีนักษัตร เป็นโจโรฤกษ์ตามฤกษ์บน และมหัทธโณฤกษ์ตามฤกษ์ล่าง เกาะนวางค์เกษตร์ของตนเอง กุมภ์ ได้ตำแหน่งอุจจาวิลาสในราศีจักร - ราหูสารัมภ์ สถิตย์ราศีธนู ๒๐ องศา ๔๖ ลิปดา เสวยปุรพาษาฒนักษัตร เป็นมหัทธโณฤกษ์ตามฤกษ์บน และทลิทโทฤกษ์ตามฤกษ์ล่าง เกาะนวางค์ศุกร์ ตุลย์ เป็น “ปริวรรตนเกษตร์กับดาวพฤหัสบดีในราศีจักร” (ถ้าพิจารณาพระราหูเป็นเกษตร์ราศีกุมภ์) - ดาวมฤตยู สถิตย์ราศีมีน ๔ องศา ๓๘ ลิปดา เสวยอุตรภัทรบทนักษัตร เป็นราชาฤกษ์ ตามฤกษ์บน และเพชฌฆาฏฤกษ์ตามฤกษ์ล่าง เกาะนวางค์อาทิตย์ - ดาวเนปจูน สถิตย์ราศีกุมภ์ ๔ องศา ๑๙ ลิปดา เสวยธนิษฐะนักษัตร เป็นเทศาตรีฤกษ์ตามฤกษ์บน และภูมิปาโลฤกษ์ตามฤกษ์ล่าง เกาะนวางค์อังคาร พิจิก - ดาวพลูโต สถิตย์ราศีธนู ๑๑ องศา ๒๐ ลิปดา เสวยมูละนักษัตร เป็นทลิทโทฤกษ์ตามฤกษ์บน และสมโณฤกษ์ตามฤกษ์ล่าง เกาะนวางค์จันทร์ - ทศมลัคน์ สถิตย์ราศีมิถุน ๒๙ องศา ๒ ลิปดา เสวยปุนรวสุนักษัตร เป็นเพชฌฆาฏฤกษ์ตามฤกษ์บน และเทวีฤกษ์ตามฤกษ์ล่าง ได้ตำแหน่ง “วรโคตมนวางค์” การพยากรณ์ดวงวรรษจักรา ปี ๒๕๕๓ ลัคนาได้ตำแหน่ง “วรโคตมนวางค์” โดยไม่มีดาวอื่นมาโยคดีหรือโยคร้ายใดๆ ส่วนดาวศุกร์ เจ้าเรือนลัคนา หรือ “ตนุลัคน์” ไปสถิตย์ราศีพฤษกเป็นเกษตร์ แต่เป็น “ทุสถานะภพ” หรือ “ภพมรณะ” และดาวศุกร์ได้สถิตย์อยู่ใกล้ “จุดมัธยะภพ” หรือจุดศูนย์กลางภพมรณะมากตามดวงภวจักร มีองศาห่างกันประมาณ ๕ องศา จึงทำให้มีผลในภพนี้มาก โดยในดวงนวางค์มีราหูสารัมภ์สถิตย์ร่วมนวางค์อยู่ด้วย และเสวยนักษัตรที่มีนวางค์บาทฤกษ์แยกกันอยู่ ๒ ราศี เป็น “ภินทฤกษ์” หรือฤกษ์เสีย ตำแหน่งวรโคตมนวางค์นั้นถือว่ามีความเข้มแข็งมาก หลายตำรากล่าวว่ามีกำลังไม่น้อยไปกว่าดาวที่ได้ตำแหน่งอุจน์ อีกทั้งยังได้รับแสงจากดาวประธานฝ่ายศุภเคราะห์ หรือดาวพฤหัสบดี ดังนั้นจึงสามารถที่จะ “คุ้มโทษคุ้มภัยที่จะบังเกิดขึ้นกับบ้านเมืองได้” แต่เมื่อตนุลัคน์ไปอยู่ในภพมรณะ และดาวพฤหัสบดีที่ไปอยู่เรือนที่ ๖ ตามดวงภวจักรอีกด้วยแล้ว ดังนั้นโอกาสที่จะ “สูญเสียผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมือง” ก็มีสูงเช่นกัน ลัคนาเสวยจิตรานักษัตร เป็นเทศาตรีแห่งฤกษ์ตามฤกษ์บน และร่วมนวางค์กับพระราหูสารัมภ์ในดวงนวางค์ ดังนั้น “ความลุ่มหลงมัวเมาต่างๆก็ยังคงมีกับชาตาบ้านเมืองต่อไป” ดาวอาทิตย์อยู่ในจุด “ปรมอุจน์” มีความเข้มแข็งมากตั่งแต่สร้างเมืองมาแล้ว อีกทั้งยังเป็นปริวรรตนหรือสลับเรือนกับดาวต่างๆทั้งในราศีและนวางค์จักร โดยเสวยบูรณฤกษ์อีกประการหนึ่ง และยังมีโยคดีทำมุมตรีโกณ ๑๒๐ องศากับดาวพลูโต ดังนั้นดาวอาทิตย์ในดวงชาตาถือว่ามีความเข้มแข็งมาก ดาวอาทิตย์เป็นเจ้าเรือนลาภะหมายถึงลาภผลที่ได้ มิตรสหาย ฯลฯ โดยไปสถิตย์อยู่ในเรือนที่ ๗ ทั้งในราศีและภวจักร ดังนั้นชาตาบ้านเมืองในปีนี้ “จะได้ลาภผล เงินทองจากหุ้นส่วน ตลอดจนพันธมิตรต่างๆเป็นอย่างดี” โดยผลจากการเป็นโยคดีกับดาวพลูโตนั้นจะทำให้ลาภผล เงินทองที่จะได้มา จะมาจาก “การพัฒนา การปฎิรูปสิ่งแปลกๆใหม่ๆ” ดาวอาทิตย์ยังเป็นดาวที่แสดงถึงผู้นำอีกประการหนึ่งด้วย ดังนั้นชาตาเมืองในปีนี้ “คงจะมีผู้นำที่เข้มแข็งมานำพาบ้านเมือง” ไม่หลักลอยอย่างที่แล้วๆมา ดาวจันทร์ได้วรโคตมนวางค์ ปริวรรตนเกษตร์ เสวยบูรณฤกษ์ อีกทั้งยังทำมุมโยคดี ๑๒๐ องศากับดาวพุธ ซึ่งถือว่าดาวจันทร์มีความเข็มแข็งมาก เมื่อดาวจันทร์อยู่ภพที่ ๑๑ จากลัคนาในราศีจักร ก็จะได้เกณฑ์ที่ทางโหรไทยเรียกว่า “ปทุมเกณฑ์” ซึ่งให้คุณมากในทางความนิยมชมชอบ ชื่อเสียง ฯลฯ ดาวจันทร์เป็นเจ้าเรือนกัมมะ ที่หมายถึงการงาน เกียรติยศชื่อเสียง การปกครองบ้านเมือง ฯลฯ ดังนั้น “กิจการการงานต่างๆ ตลอดจนการปกครองบ้านเมืองในปีนี้คงจะดำเนินไปได้ด้วยดี” และเมื่อโยคดีกับดาวพุธเจ้าเรือนศุภะที่หมายถึงการต่างประเทศ กฎหมาย ฯลฯ ดังนั้น “การทำสัญญากับต่างประเทศในเรื่องกิจการงานเมืองคงดำเนินไปได้อย่างมีประสิทธิผล” แต่อย่างไรก็ตามถ้าพิจารณาให้ละเอียดลงไปโดยใช้ “ดวงภวจักร” นั้นจะพบว่า “ดาวจันทร์หาได้อยู่ในเรือนที ๑๑ หรือภพลาภะ แต่ได้เคลื่อนไปอยู่ในเรือนที่ ๑๒ หรือภพวินาศน์ หรือทุสถานภพ” แล้ว ดังนั้น ”การปกครอง การบริหารราชการงานเมืองต่างๆก็คงไม่ราบรื่นนัก การเปลี่ยนแปลงและความไม่มีเสถียรภาพของรัฐบาลก็ยังคงมีต่อไป” โดยยังโชคดีที่ว่าดาวจันทร์ยังอยู่ห่างจากจุดมัธยะหรือศูนย์กลางภพมาก ดังนั้นผลร้ายก็คงจะบรรเทาเบาบางไปได้พอสมควร ดาวอังคารศัตรูเปิดเผยของบ้านเมืองตามดวงชาตานั้น เป็น “นิจจะภังคะราชาโยค” หรือตามที่โหรฝ่ายไทยเรียกว่า “นิจน์ฟื้น” จึงไม่เสียหายตามความหมายของดาวที่เป็นนิจน์ และยังได้สลับเรือนเกษตร์ทำให้มีกำลังขึ้นมา อีกทั้งยังเกาะนวางค์เกษตร์ของตนเองด้วย โดยดาวอังคารทำมุมโยคร้าย ๙๐ องศากับดาวพุธในเรือนปัตนิ แต่ไม่ใช่เป็นโยคร้าย ๙๐ องศาที่ดาวอังคารเกณฑ์ ๘ ส่งกำลังเต็มที่ไปถึง ดังนั้นผลก็ไม่สู้จะรุนแรงนัก เมื่อพิจารณาที่จากภพและเรือนของดาวทั้งสองแล้วพบว่า “การขัดแย้งในตัวบทกฏหมายที่เกี่ยวของกับการเงิน การลงทุน หรือหุ้นส่วนต่างๆ” ก็คงจะมีบ้างพอควร สิ่งที่น่าสนใจพิจารณาของดาวอังคารก็คือ “ฤกษ์หรือนักษัตรที่ดาวเข้าเสวย” โดยเมื่อเป็นราชาฤกษ์ตามฤกษ์บน และเพชฌฆาฏฤกษ์ตามฤกษ์ล่างแล้ว ซึ่งดาวอังคารยังมีความหมายเกี่ยวกับทหารอีกโสตหนึ่งด้วย ดังนั้น “ทหารยังคงมีอิทธิพล มีอำนาจมากตามลักษณาการของฤกษ์บน และยังเป็นผู้ปราบปราม ทำลายล้างตามลักษณาการของฤกษ์ล่าง” อีกด้วย ดาวพุธเข้มแข็งมากในดวงนวางค์เพราะเป็นทั้งเกษตร์และอุจน์ อีกทั้งยังเสวยบูรณฤกษ์ตามฤกษ์บนและเป็นฤกษ์ดีตามฤกษ์ล่าง โดยเป็นโยคดี โยคร้ายกับดาวจันทร์และอังคารดังที่ได้กล่าวมาแล้ว อย่างไรก็ตามเมื่อพิจารณาในดวงภวจักรแล้ว “ดาวพุธได้เคลื่อนมาอยู่ในเรื่อนที่ ๘ หรือเป็นมรณะกับลัคนา” อีกทั้งในดวงนวางค์ถึงแม้ว่าจะเป็นอุจน์แต่ก็เป็นวินาศน์ลัคนาเช่นกัน ดังนั้นดาวพุธจึงไม่ให้คุณเต็มที่นัก ดาวพฤหัสบดีซึ่งเป็นดาวที่มีความสำคัญมากในดวงชาตา ไปอยู่ในราศีและนวางค์คู่ศัตรู เสวยฤกษ์เสียเป็นฉินทฤกษ์ “จึงอ่อนกำลัง” ถึงแม้ว่าจะอยู่ในภพที่ ๕ หรือภพปุตตะในราศีจักร ซึ่งน่าจะส่งผลให้ “การลงทุน รวมไปถึงตลาดหลักทรัพย์คงจะดำเนินไปด้วยดี” แต่ในดวงภวจักร ดาวพฤหัสบดีจะเคลื่อนไปที่เรือนที่ ๖ ซึ่งถือว่าเป็นทุสถานะภพแล้ว โดยอยู่ใกล้จุดศูนย์กลางภพมาก ซึ่งจะต้อง “ระมัดระวังในการสูญเสียบุคคลสำคัญของบ้านเมือง” อย่างไรก็ตาม “ดาวพฤหัสบดีได้รับแสงจากดาวจันทร์ ทำให้มีสภาพกลายเป็นอุจน์” ตามกฏการส่งแสงของดาว “จึงทำให้ฟื้นกำลังขึ้นมาและสามารถคุ้มโทษคุ้มภัยให้กับบ้านเมืองได้มากพอควร ” ดาวพฤหัสบดีเป็นเจ้าเรือนภพที่ ๖ ดังนั้น “ธุรกิจการบริการ การเงินคงจะเป็นไปด้วยดี อีกทั้งหนี้สินต่างๆของประเทศ ก็จะคลี่คลายไปได้เช่นกัน ” และดาวพฤหัสบดียังทำมุมโยคดี ๑๒๐ องศากับ “ทศมลัคน์” หรือจุดสูงสุดของดวงชาตา หรือจุดศูนย์กลางภพที่ ๑๐ อีกด้วย ดังนั้นดาวพฤหัสบดีจึงส่งเสริมให้กิจการงานเมือง ให้สำเร็จลุล่วงไปได้ ดาวศุกร์เป็นดาวเจ้าเรือนลัคนา ถ้าพิจารณาเฉพาะกำลังของดาวถือว่ามีความเข้มแข็งพอสมควรเพราะสถิตย์เรือนของตนเอง เป็นสวเกษตร์ อีกทั้งยังมีดาวศุภเคราะห์ทั้งจันทร์และพฤหัสบดีเป็นเกณฑ์ และยังทำมุมตรีโกณ โยคดี ๑๒๐ องศากับดาวเสาร์ คู่มิตรตามหลักมูลตรีโกณ และ โยคดี ๖๐ องศากับดาวมฤตยู แต่ที่เสียก็คือไปสถิตย์ในภพที่เป็นมรณะกับลัคนา เสวยฤกษ์เสียหรือฉินทฤกษ์ตามฤกษ์บน และทำมุมโยคร้าย ๙๐ องศากับดาวเนปจูน แต่อย่างไรก็ตามสภาพโดยรวมของดาวศุกร์ถือว่า “ดีมากกว่าเสีย” ดาวที่สภิตย์อยู่ในภพมรณะและมีโยคเกณฑ์ที่ดีเช่นนี้กล่าวได้ว่า “จะได้ทรัพย์สินเงินทองจากคู่สัญญา หุ้นส่วน รวมไปถึงศัตรูที่เปิดเผย” และเมื่อพิจารณาในฤกษ์ที่ดาวเสวยทั้งบนและล่างจึงยิ่งชัดเจนว่า “ทรัพย์สินที่จะได้มา คงจะไม่เป็นปกติวิธีนัก คงเป็นไปในแนวทางที่จะต้องช่วงชิง ต่อสู่ แข่งขันเสียก่อนจึงจะได้” ตามความหมายของโจโร-มหัทธโนแห่งฤกษ์ ดาวเสาร์เป็นดาวประธานฝ่ายบาปพระเคราะห์สถิตย์อยู่ในภพวินาศน์ โดย “ดาวเสาร์ทำมุมโยคร้าย ๑๘๐ องศากับดาวมฤตยูแบบสนิทองศา” อีกทั้งดาวทั้งสองก็อยู่ใกล้จุดมัธยะภพมาก ดังนั้นจึงมีอิทธิพลมากในภพวินาศน์ที่ดาวเสาร์สถิตย์และภพอริที่ดาวมฤตยูสถิตย์อยู่ ในชาตาทั่วไปเมื่อดาวฝ่ายร้ายทำมุมโยคร้ายเยี่ยงนี้แล้ว “เจ้าชาตาจะหาความสำเร็จในชีวิตได้ยาก โดยมากมักจะพบความผิดพลาดอยู่เสมอ” เมื่อดาวเสาร์อยู่ในภพวินาศน์ “บ้านเมืองก็ยังคงมีศัตรูลับๆ คอยทำร้ายทำลายอยู่เนืองๆ” แต่อย่างไรก็ตามการพิจารณาดวงชาตานั้นจะต้องพิจารณาดาวทุกๆดวงมาประกอบกันด้วย ราหูสารัมภ์สถิตย์อยู่ในภพที่ ๓ ในราศีจักร แต่ได้เคลื่อนไปอยู่ในเรือนที่ ๔ หรือเรือนพันธุแล้วในดวงภวจักร โดยไม่มีดาวมาทำมุมโยคดี ร้ายใดๆ และราหูสารัมภ์ยังเสวยบูรณฤกษ์เป็นฤกษ์ดีทั้งบนและล่าง อย่างไรก็ตาม “พระราหูเป็นจุดบ่อนเบียฬ ทำลาย และยังมีบาปพระเคราะห์ทั้งดาวเสาร์และดาวมฤตยูเป็นเกณฑ์โดยไม่มีศุภเคราะห์ใดๆมาส่งกระแสที่ดีถึงในราศีจักร” ดังนั้นจึงเพิ่มความรุนแรงมากขึ้นอีก เมื่อภพพันธุแทนบ้านเรือนที่อยู่อาศัย ตลอดจนญาติผู้ใหญ่ตามแต่เพศของเจ้าชาตา ฯลฯ ดังนั้น “บ้านเมืองของเรา ยังคงวุ่นวาย ความสงบร่มเย็นจึงเป็นสิ่งที่จะต้องค้นหา รอคอยกันต่อไป” ดาวมฤตยูสถิตย์อยู่ใกล้จุดมัธยะภพที่ ๖ และมีโยคร้ายกับดาวเสาร์ดังที่ได้กล่าวมาแล้ว ดังนั้นดาวมฤตยูจึงทำร้าย ทำลายความหมายของภพที่ ๖ ที่หมายถึงการบริการ หนี้สิน และโรคภัยของเจ้าชาตา ฯลฯ แต่ยังดีที่ว่ามีดาวพฤหัสบดีสถิตย์อยู่ในเรือนนี้เช่นกันตามดวงภวจักร ดังนั้นผลของดาวมฤตยูจึงเป็นการทอนคุณงามความดีของดาวพฤหัสบดีไป ดาวเนปจูนสถิตย์อยู่ใกล้จุดมัธยะภพที่ ๕ ที่แทนได้กับบุตร การลงทุน ความสำราญใจของเจ้าชาตา ซึ่งอาจแทนได้กับประชาชนได้อีกด้วย ดาวเนปจูนทำมุมโยคร้าย ๙๐ องศากับดาวศุกร์ และ ๑๕๐ องศากับดาวเสาร์ โดยมีมุมโยคดี ๓๐ องศากับดาวมฤตยูที่ถือว่าไม่ให้คุณเท่าไรนัก และเสวยภินทฤกษ์ ฤกษ์เสียอีกประการหนึ่งด้วย ดังนั้น “ดาวเนปจูนตามดวงชาตาจึงให้โทษมากว่าให้คุณ” ดาวเนปจูนหรือดาววรุณเป็นเทพเจ้าแห่งน้ำ และเมื่อเกาะนวางค์อังคารร่วมกับดาวอังคารในนวางค์จักร ซึ่งดาวอังคารคือเครื่องจักร เครื่องยนต์กลไก ดังนั้นดาวเนปจูนบวกดาวอังคารจึงแทนน้ำมันได้ โดย “ในปีนี้ไม่เหมาะที่จะลงทุนเกี่ยวกับน้ำมัน” และประชาชนหรือเด็กๆทั่วไปจะมีอันตรายอันเกิดจากน้ำหรือน้ำมันได้ ดาวพลูโตทำมุมโยคเกณฑ์ที่ดีจึงส่งเสริมดาวอาทิตย์ดังที่กล่าวมาแล้ว ทศมลัคน์ได้ตำแหน่งวรโคตมนวางค์ เกาะนวางค์พุธ เมถุน โดยดาวพุธมีเข้มแข็ง ดังนั้น “กิจการงานที่จะเหมาะสมในปีนี้ก็คืองานประชาสัมพันธ์ การสื่อสารมวลชน หนังสือ ฯลฯ” โดยเป็นไปตามลักษณาการของดาวพุธ กล่าวโดยสรุปของดวงชาตาบ้านเมืองในปีที่ย่างเข้า ๒๒๙ ปี ในปีนี้ ผลโดยรวมคงไม่มีอะไรที่จะเลวร้ายไปกว่าที่เป็นอยู่ในขณะนี้มากนัก ขอให้เราท่านมีสติตั่งตนไม่ให้อยู่ในความประมาทเพื่อที่จะก้าวข้ามห้วงวิกฤตในครั้งนี้ไปให้ได้ แม้ว่าดาวพฤหัสบดีจะจรเข้าไปในภพวินาศน์ตามชาตาเดิมเมื่อครั้งสร้างเมืองในวันที่ ๒ พค. ๒๕๕๓ นี้ก็ตาม โดยหลายท่านเกิดความปริวิตกกันไป แต่อย่างไรก็ตามดาวพฤหัสบดีจะจรเข้าสู่เรือนวินาศน์จริงๆตามดวงภวจักรนั้นก็ราวสิ้นเดือนพฤษภาคม ดังนั้นผู้ที่เกี่ยวข้องคงจะมีเวลาที่จะคลี่คลายสถานการณ์ได้พอสมควร โดยในวันที่ ๒๗ เมษายน ๒๕๕๓ นี้จะเกิดปรากฎการณ์ดาวเสาร์เล็งดาวมฤตยูที่จะไปทับและเล็งดาวศุกร์ศัตรูเปิดเผยของบ้านเมืองในดวงเดิมแบบสนิทองศา โดยดาวศุกร์จรในขณะนั้นจะอยู่ที่ภพที่ ๒ จากลัคนา หรือเป็นภพมรณะจากภพปัตนิเดิม และจะย้ายนวางค์จากพฤหัสบดี มิน-อุจน์ มาอังคาร เมษ-ประ ทำให้ไม่มีกำลังในวันที่ ๒๘ เมษายน ๒๕๕๓ ดังนั้นศัตรูของบ้านเมืองจะต้องถูกทำลายจากดาวบาปพระเคราะห์ทั้งสองอย่างแน่นอน จากผลของการพยากรณ์โดยใช้ดวงแบบวรรษจักราที่เป็นการทำนายโดยภาพรวมในรอบปีนั้น ผู้เขียนจะใช้ปรากฎการณ์ทางดวงดาวพยากรณ์เหตุที่น่าจะเกิดขึ้นในช่วงเวลาต่างๆในตอนต่อไป อ้างอิง ๑. ปฏิทินโหราศาสตร์ประจำปี ๒๕๕๓ ตามแนวทางอ.เทพย์ สาริกบุตร
Powered by !JoomlaComment 3.26
3.26 Copyright (C) 2008 Compojoom.com / Copyright (C) 2007 Alain Georgette / Copyright (C) 2006 Frantisek Hliva. All rights reserved."
|
|||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| แก้ไขล่าสุด ใน วันจันทร์ที่ ๑๙ เมษายน ๒๕๕๓ เวลา ๑๐:๑๐ น. | |||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||







