84 พรรษามหาราชา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ท่านคิดว่าป๋าเปรมควรไปร่วมฉลองความสำเร็จในการแก้ปัญหาน้ำท่วมกับยิ่งลักษณ์หรือไม่?
 
ป้ายโฆษณา
เมื่อ “เสาร์เพ็ญ” และ “มฤตยูดับ” ในเดือนมีนาฯ พิมพ์ อีเมล
User Rating: / 8
แย่ดีที่สุด 
พูดจาภาษาโหร
เขียนโดย ดิลก แสงอุทัย   
วันศุกร์ที่ ๐๕ มีนาคม ๒๕๕๓ เวลา ๑๐:๔๑ น.
|
          จากบทความเรื่อง “ เมื่อเสาร์ดับ และ มฤตยูเพ็ญ ในเดือนกันยาฯ ” ที่ได้เผยแพร่เมื่อช่วงเดือนกันยายนปีที่ผ่านมา จนถึงบัดนี้หมู่ดาวพระเคราะห์ทั้งหลายก็ได้โคจรไปตามวิถีจักรแห่งตน โดยมีการเดินปกติบ้าง วิกลคติพักรถอยหลังบ้าง หยุดนิ่งเพื่อจะเดินปกติบ้าง ฯลฯ โดยดาวพระเคราะห์ที่เป็นเจ้าการสำคัญคือดาวอาทิตย์ได้โคจรมาอยู่ในจุดตรงกันข้าม ดังนั้น “ ดาวที่เคยดับ (อัสตางคต์) ก็กลับมาเพ็ญ ” คือมีแสงสดใสมากที่สุดในรอบปี “ ดาวที่เคยเพ็ญก็กลับมาอัสตางคต์ (ไม่มีแสง) ” หรือว่าดับสนิทในรอบปี โดยดาวพระเคราะห์ใหญ่ที่สำคัญก็คือ “ดาวเสาร์และดาวมฤตยู” ได้เกิดปรากฎการณ์ย้อนกลับดังกล่าว ซึ่งเราท่านที่สนใจใฝ่ศึกษาในวิชาโหราศาสตร์ไม่อาจที่จะละเลยปรากฎการณ์ทางดวงดาวที่สำคัญในครั้งนี้ได้

          อันที่จริงปรากฎการณ์ต่างๆของดวงดาวเช่น ดาวย้ายราศี ดาวดับ ดาวเพ็ญ ดาวโคจรวิกลคติ สุริยคราส จันทรคราส ฯลฯ ก็เป็น “ปรากฎการณ์ตามธรรมชาติธรรมดาๆ” ตามที่นักวิชาการหลายๆท่านได้กล่าวเอาไว้ แต่สิ่งที่นักโหราศาสตร์หรือนักวิชาการทั้งหลายจะต้องคิดพิจารณาก็คือ “ ปรากฎการณ์ตามธรรมชาติธรรมดาๆ ดังกล่าวเหล่านั้น มีผลต่อดวงชาตาหรือไม่อย่างไร ” เท่านั้นเอง

          มูลเหตุของดาวดับ ดาวเพ็ญ ตลอดจนความหมายในแง่มุมต่างๆนั้น ได้เคยกล่าวไว้อย่างละเอียดแล้วในบทความเรื่อง “เมื่อเสาร์ดับ และ มฤตยูเพ็ญ ในเดือนกันยาฯ” โดยท่านที่สนใจสามารถอ่านและศึกษาเพิ่มเติมได้  http://www.paisalvision.com/content/2008-12-08-03-15-07/2903-2009-09-07-04-11-05.html
ย้อนกลับมาที่เหตุการณ์บ้านเมืองในรอบเดือนมีนาคมที่จะถึงนี้ สถานกาณ์ต่างๆตามที่พวก “ปัตนิ”หรือ “ศัตรูที่เปิดเผยของบ้านเมือง” ได้เตรียมการณ์และขมขู่เอาไว้นั้น หลายท่านได้ยินได้ฟังแล้วเกิดความปริวิตกกันไปต่างๆนาๆ ซึ่งทุกท่านต่างก็มีเป็นห่วงเป็นใยในบ้านเมืองด้วยกันทั้งสิ้น โดยผู้เขียนจะใช้วิชาโหราศาสตร์ นำปรากฎการณ์ทางดวงดาวมาวิเคราะห์สิ่งที่น่าจะเกิดขึ้น ซึ่งอาจจะมีประโยน์แก่ผู้พบเห็นบ้าง

          จากปฏิทินโหรฯ ประจำปี ๒๕๕๓ ตามแนวทางท่านอ.เทพย์ สาริกบุตรบอกปรากฎการณ์ของดาวที่สำคัญๆ ในเดือนมีนาคมไว้ดังนี้

                    -    ดาวศุกร์เจ้าเรือนปัตนิ (ศัตรูเปิดเผยของบ้านเมือง) “ยก” เข้าสู่ราศีมิน เป็น “อุจน์” แปลว่าเข้มแข็งวันที่ ๓ มี.ค. ๕๓ เวลา ๐.๐๓  น
                    -    ดาวอังคารวิกลคติเพื่อที่จะเดินปกติ วันที่ ๑๑ มี.ค. ๕๓ เวลา ๐.๑๐ น ที่ ๖ องศา ๑๗ ลิปดา ในราศีกรกฎ
                    -    ดาวพุธ “ดับ” วันที่ ๑๔ มี.ค. ๕๓ เวลา ๒๐.๑๖ น ที่ ๒๙ องศา ๕๐ ลิปดา ในราศีกุมภ์ และ “ยก” เข้าสู่ราศีมิน เวลา ๒๒.๑๐ น
                    -    ดาวมฤตยู “ดับ” วันที่ ๑๗ มี.ค. ๕๓ เวลา ๑๓.๔๙ น ที่ ๒ องศา ๓๔ ลิปดา ในราศีมิน
                    -    ดาวเสาร์ “เพ็ญ” วันที่ ๒๒ มี.ค. ๕๓ เวลา ๗.๓๗ น ที่ ๗ องศา ๑๗ ลิปดา ในราศีกันย์
                    -    ดาวศุกร์เจ้าเรือนปัตนิ (ศัตรูเปิดเผยของบ้านเมือง) “ยก” เข้าสู่ราศีเมษ เป็น “ปรเกษตร์” อ่อนกำลังวันที่ ๒๗ มี.ค. ๕๓ เวลา ๓.๕๘ น


          จากปรากฎการณ์ทางดวงดาวข้างต้นจะพบว่า ในเดือนมีนาคมนี้ดาวบาปพระเคราะห์หรือดาวฝ่ายร้ายทั้งดาวอังคาร ดาวเสาร์ และดาวมฤตยูได้มีการโคจรมาอยู่ในตำแหน่งที่ “น่าจะก่อให้เกิดผลร้ายทั้งสิ้น” แต่ผลร้ายต่างๆจะเกิดขึ้นหรือไม่อย่างไรนั้น “ระยะสมผุสหรือองศาในตำแหน่งที่เกิดของดาวจร จะต้องไปตรงหรืออยู่ในขอบข่ายของตำแหน่งดาวในดวงเดิมเท่านั้น” โดยจะต้องพิจารณากฏเกณฑ์อื่นๆเพิ่มเติมด้วย ซึ่งการใช้ระยะสมผุสหรือองศาหรือมุมดาวในการทำนายนั้น เป็นสิ่งที่สามารถทำนายได้อย่างเจาะจงเป็นช่วงเวลาโดยไม่ต้องเหวี่ยงอวนหรือแหในการทำนาย เพราะว่าดาวแต่ละดาวมีอัตราการโคจรไม่เท่ากัน ช้าบ้าง เร็วบ้าง ดังนั้นตำแหน่งหรือองศาของดาวจึงเป็นสิ่งที่สำคัญมาก
อิทธิพลของดวงดาวในเดือนมีนาฯ

          ในช่วงเดือนมีนาคมนี้ ดาวศุกร์เจ้าเรือนปัตนิ หรือ ศัตรูเปิดเผยของบ้านเมืองจะโคจรมาอยู่ในราศีมิน ได้ตำแหน่งอุจน์ ซึ่งจะทำให้ “ศัตรูเปิดเผยของบ้านเมืองกลับมามีกำลังมากขึ้น” เพราะจรไปอยู่ในราศีที่มีกำลัง ซึ่งถ้ามองในมุมทางโหราศาสตร์แล้ว เดือนมีนาคมนี้เป็นเดือนที่เหมาะสมอย่างยิ่งในการก่อการของปัตนิพวกนั้น แต่จะสำเร็จหรือไม่นั้นจะต้องดูดาวอื่นมาประกอบด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อจรมาอยู่ในภพวินาศน์ที่แปลว่า การกักขังหน่วงเหนี่ยว การลอบทำร้าย การจู่โจม ฯลฯ ดังนั้นสิ่งทั้งหลายทั้งปวงที่จะเกิดขึ้นในเดือนนี้ เจ้าการก็คือปัตนิพวกนั้นอย่างไม่ต้องสงสัย อย่างไรก็ตามภพวินาศน์นี้ ถึงแม้ว่าดาวจรจะมาอยู่ในตำแหน่งที่เข้มแข็ง แต่ความหมายของภพก็ยังรวมไปถึงความวินาศน์ตามชื่อภพอีกด้วย กล่าวคือเป็น “ทุสถานภพ” ดังนั้นความเข้มแข็งของพวกปัตนิก็เป็นเพียงแค่เบื้องต้นเท่านั้น แต่สุดท้ายก็ต้องวินาศน์ พังทลายลงไปในที่สุด

          ในช่วงกลางเดือน ดาวอังคารซึ่งพักรองศาอยู่จะหยุดนิ่งเพื่อที่จะกลับมาเดินในวิถีจักรปกติ โดยดาวอังคารเป็นดาวที่เกี่ยวข้องกับสงคราม อาวุธ การต่อสู้ ฯลฯ ดังนั้นจึงเป็นจุดอันตรายอย่างมากสำหรับดวงชาตาที่มีดาวสำคัญๆ ณ ตำแหน่งนี้ อย่างไรก็ตามในดวงเมืองไม่ได้มีดาวใดๆในราศีจักร อยู่ในตำแหน่งวิกลคตินี้ โดยดาวจันทร์สถิตย์อยู่ที่ ๑๑ องศา ๓๗ ลิปดา ซึ่งห่างจากจุดวิกลคติดังกล่าว ดังนั้น “จึงไม่มีผลอะไรมากนัก” แต่เมื่อพิจารณาลงไปที่ “ดวงนวางค์จักร” จะพบว่าดาวอังคารจะวิกลคติอยู่ที่นวางค์ลูกที่ ๒ ของราศีกรกฎหรือนวางค์อาทิตย์ ซึ่งตามดวงเมืองจะมีดาวศุกร์เจ้าเรือนปัตนิ (ศัตรูเปิดเผย) ทั้งในราศีและนวางค์จักรสถิตย์อยู่ ดังนั้น “ศัตรูเปิดเผยของบ้านเมืองจะถูกทำลายขั้นต้น”

          ถัดมาถึงวันที่ ๑๔ มี.ค. ๒๕๕๓ จะเกิดปรากฎการณ์ “ดาวพุธดับ” ซึ่งวันนี้จะเป็นวันที่พวกปัตนิตามดวงเมืองนัดหมายจะเริ่มการชุมนุมกัน โดยดาวพุธแทนได้กับการติดต่อสื่อสาร หนังสือเอกสาร สติปัญญาในทางโลก หรืออาจจะแทนได้กับผู้ชุมนุมด้วย ฯลฯ ดังนั้นเมื่อวันที่เริ่มต้นของการชุมนุมเป็นวันที่ดาวพุธดับแล้ว การชุมนุมในครั้งนี้จึงเป็นการชุมนุมที่ไร้ซึ่งสติปัญญา จะมีการแปลงสารหรือสื่อสารกันในทางที่ไม่ถูกไม่ควรเป็นต้น ยังโชคดีที่ว่าจุดที่ดับนี้ ไม่มีดาวใดๆสถิตย์อยู่ในราศีจักรตามดวงเมือง ดังนั้นจึงไม่มีผลอะไรกับดวงเมืองเช่นกัน

          เมื่อเราย้อนไปพิจารณาเหตุการณ์ “ตุลาเลือด” เมื่อวันที่ ๗ ตุลาคม ๒๕๕๑ เราจะพบว่า วันดังกล่าวก็เกิด “ดาวพุธดับ” เช่นกัน โดยดาวอาทิตย์จะกุมกับดาวพุธราว ๔.๐๐ น ที่ประมาณ ๒๐ องศา ในราศีกันย์ ซึ่งถ้าพิจารณาแบบผิวเผินก็จะไม่พบว่าจุดดับนี้ไปทับดาวใดๆในดวงเมือง แต่ทว่าเมื่อพิจารณาขั้นสูงแบบ “ดวงภวจักร” เราจะพบว่า “จุดมัธยะหรือจุดศูนย์กลางภพที่ ๖” ของดวงเมืองจะอยู่ที่ดาวพุธดับพอดีเลย ดังนั้นเมื่อรุ่งสางจึงเกิดเหตุการณ์วุ่นวายดังที่เราท่านได้ทราบกันอยู่แล้ว

          หลังจากดาวพุธดับได้สามวันจะเกิดเหตุการณ์ที่สำคัญทางดวงดาว กล่าวคือจะเกิด “ดาวมฤตยูดับ” ในราศีมิน ที่ ๒ องศา ๓๔ ลิปดา โดยจุดที่ดับนี้ห่างจากดาวศุกร์เดิมของดวงเมืองเพียงแค่ ๑ องศา ๔ลิปดาเท่านั้น โดยดาวศุกร์เป็นเจ้าเรือนปัตนิ (ศัตรูเปิดเผยของบ้านเมือง) ดังที่ได้กล่าวมาแล้ว อีกทั้งดาวพฤหัสบดี ดาวเกษตร์เจ้าราศีมินก็จรมาเป็นวินาศน์กับเรือนตนเองอยู่ในราศีกุมภ์ ทำให้ดาวที่เดิมที่อยู่ในราศีมินอ่อนกำลัง ดังนั้น “ดาวศุกร์เจ้าเรือนปัตนิหรือศัตรูเปิดเผยของบ้านเมืองจะต้องถูกทำลายอย่างไม่ต้องสงสัย” โดยดาวมฤตยูแทนได้กับความวิบัติดับสูญ เหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดมาก่อน เทคโนโลยีสมัยใหม่ ฯลฯ และดาวมฤตยูเดิมตามดวงเมืองสถิตย์อยู่ที่ภพสหัสชะที่หมายถึงการติดต่อสื่อสาร การเดินทางใกล้ๆ ฯลฯ ซึ่งแปลความหมายได้ว่า ศัตรูที่เปิดเผยของบ้านเมืองคงจะมาวิบัติดับสูญตามความหมายของดาวและภพดังที่ได้กล่าวมา

          อย่างไรก็ตามจุดดับของดาวมฤตยูนี้ ถึงแม้ว่าห่างจากดาวศุกร์เดิมของดวงเมืองเพียงแค่ ๑ องศาเศษ แต่ก็อยู่ต่างนวางค์กัน โดยดาวมฤตยูจะดับในนวางค์ลูกที่ ๑ แต่ดาวศุกร์นั้นสถิตย์อยู่นวางค์ลูกที่ ๒ ดังผลร้ายของดาวมฤตยูจึงพอบรรเทาไปได้บ้าง

          ถัดมาถึงวันที่ ๒๒ มีนาคม จะเกิดปรากฎการณ์ “ดาวเสาร์เพ็ญ” โดยดาวเสาร์เป็นดาวประธานฝ่ายบาปพระเคราะห์ (ฝ่ายร้าย) ดังนั้นเมื่อดาวมาเพ็ญ ดาวจึงมีความเข้มแข็งหรือมีกำลังมาก ซึ่งก็เป็นไปตามธรรมชาติของดาว กล่าวคือเมื่อเป็นดาวฝ่ายร้าย ผลร้ายก็จะบังเกิดมากเป็นต้น ดาวเสาร์เป็นเจ้าเรือนกัมมะ (แทนได้กับรัฐบาล) และความหมายของดาวก็ยังแทนได้กับชนชั้นกรรมาชีพด้วย ดังนั้นทั้ง “รัฐบาลและชนชั้นกรรมาชีพจะมีกำลังมาก” ในช่วงเวลาดังกล่าว

          โดยจุดที่ดาวเสาร์เพ็ญจะไป “เล็ง” กับดาวศุกร์เดิมในดวงเมือง แต่ยังโชคดีที่ว่าระยะสมผุสหรือองศาของดาวยังห่างกันประมาณ ๓ องศา ๔๕ ลิปดา ดังนั้นผลของดาวเสาร์เพ็ญจึงไปทำลายดาวศุกร์หรือศัตรูเปิดเผยของบ้านเมืองได้ไม่มากนัก แต่อย่างไรก็ตามดาวเสาร์จะมีเกณฑ์พิเศษในการส่งแสงหรือส่งกระแสไปที่ราศีที่ ๑๐ จากราศีที่ตนสถิตย์อยู่ ซึ่งจะพบว่าราศีที่ ๑๐จากราศีกันย์ก็คือราศีเมถุน และในราศีนี้ ตามดวงเมืองจะมีดาวมฤตยูสถิตย์อยู่ที่ ๘ องศา ๕๓ ลิปดา ซึ่งดาวมฤตยูจะรับกระแสจากดาวเสาร์อย่างเต็มที่ ดังนั้นเมื่อดาวบาปพระเคราะห์มาเจอกันเช่นนี้แล้ว “เหตุร้ายต่างๆมีโอกาสเกิดขึ้นได้สูงมาก” โดยดาวพุธ ดาวเกษตร์เจ้าราศีเมถุน จร “เป็นนิจน์” อยู่ที่ราศีมิน ยิ่งทำให้ดาวมฤตยูเดิมอ่อนกำลัง แต่ยังโชคดีที่ว่าในขณะนั้นดาวพฤหัสบดีประธานฝ่ายศุภเคราะห์ (ฝ่ายดี) จร ตรีโกณ ส่งกระแสมาที่ราศีเมถุน แต่สมผุสองศายังห่างอยู่มาก ซึ่งก็น่าจะบรรเทาทุกข์โทษของดาวเสาร์ได้พอสมควร

          พิจารณาความหมายโดยรวมของดาวและภพ โดยราศีเมถุนคือภพสหัสชะของดวงเมือง กล่าวคือในช่วงเวลานั้น “มีโอกาสที่จะเกิดเหตุรุนแรงจากชนชั้นกรรมาชีพหรือรัฐบาล (ดาวเสาร์-เจ้าการ) และเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝัน การสูญเสีย (ดาวมฤตยู)” อีกทั้งภพสหัสชะก็แทนได้กับเพื่อนบ้านที่ไกล้ชิด ดังนั้น “รัฐบาลอาจจะมีปัญหากับเพื่อนบ้าน “ ได้

          เป็นที่น่าสังเกตุว่า จุดดาวเสาร์เพ็ญที่ส่งกระแสไปที่ราศีเมถุนนี้ ไปทับดาวอังคาร ดาวศุกร์และราหูสารัมภ์ของท่านนายกฯอภิสิทธิ์แบบสนิทองศา โดยราศีเมถุนจะเป็นภพวินาศน์ถ้าลัคนาของท่านนายกฯอยู่ที่ราศีกรกฎ ดังนั้นโอกาสที่ท่านนายกฯจะ “ถูกลอบทำร้าย” ก็มีสูงมาก

          และจุดเสาร์เพ็ญก็ส่งกระแสไปทับดาวอังคารและดาวมฤตยูของ นช.ผู้นั้น แบบสนิทองศาอีกด้วยโดยถ้า นช.ผู้นั้นมีลัคนาอยู่ที่ราศีตุลย์ นช.ผู้นั้นก็มีโอกาสจะเกิด “อุบัติเหตุจากการเดินทางไกล” ได้

          อีกทั้งจุดที่ดาวเสาร์เพ็ญก็ไปทำมุมโยคร้าย ๙๐ องสากับดาวพฤหัสบดี เจ้าเรือนศุภะ (กฎหมาย ศาลยุติธรรม ฯลฯ) ของดวงเมือง ดังนั้น “ศาลสถิตย์ยุติธรรมคงจะต้องถูกโจมตีและวิพากษ์วิจารณ์กันต่อไป”

          กล่าวโดยสรุปจากปรากฎการณ์ทางดวงดาวที่จะเกิดขึ้น โดยรวมเมื่อดาวบาปพระเคราะห์โคจรมาสัมพันธ์กันเช่นนี้ “ภัยพิบัติทางธรรมชาติ” มีโอกาสที่จะเกิดได้ทั่วไปในโลก แต่จะเกิดที่ไหนนั้นก็ขึ้นอยู่กับสมผุสองศาของดวงเดิมของที่นั้นๆว่า ตรงกันหรือไม่ โดยเมื่อดาวเสาร์เป็นดาวเกษตร์ราศีมังกร ธาตุดิน และมาเพ็ญในราศีกันย์ ธาตุดินอีกเช่นกัน ดังนั้น “ธรณีภิบัติภัย” มีโอกาสที่จะเกิดขึ้นได้ แต่ยังโชคดีที่ว่าราศีกันย์เป็น “อุภยราศี” หรือราศีปลายธาตุ ดังนั้นผลจึงไม่น่าจะรุนแรงนัก

          ส่วนเหตุการณ์บ้านเมืองนั้น คงมีช่วงปลายเดือนที่น่าเป็นห่วงดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้น ซึ่งจากหลายปรากฎการณ์ มีเพียงแค่ดาวเสาร์เพ็ญเท่านั้น ที่มีสมผุสองศาของดาวไปตรงกับชาตาบ้านเมืองและชาตาของผู้นำทั้งสองฝ่าย โดยเหตุวุ่นว่ายต่างๆที่น่าจะเกิดขึ้น คงจะสงบจบลงหลังจากที่ดาวศุกร์ เจ้าเรือนปัตนิ (ศัตรูเปิดเผยของบ้านเมือง) ยกเข้าสู่ราศีเมษในช่วงปลายเดือนมีนาฯ ซึ่งจะทำให้ศัตรูที่เปิดเผยพวกนั้นอ่อนกำลังไปเอง

อ้างอิง
๑.    ปฏิทินโหราศาสตร์ประจำปี ๒๕๕๓ ตามแนวทางอ.เทพย์ สาริกบุตร


|

Comments
Add New Search
การณ์ฉัตร  - รอวัน comming soon   |119.31.121.66 |2010-03-12 05:20:38
รอวัน ที่จะเกิดอุบัติเหตุจากการเดินทาง ขอให้ผ่านไปที่สามเหลี่ยมเบอร์มิวด้า เร็ววันนี้ แผ่นดินไทยจะได้สูงขึ้นยิ่ง ๆ
สัมพรรค์ เผือกสกนธ์   |202.57.148.138 |2010-03-11 22:04:34
เพื่อให้สบายใจกันขึ้นบ้าง
ปรากฏการณ์ "ดาวเสาร์เพ็ญ" (๒๒ มีนาคม) ในครั้งนี้ ที่ได้ทำมุม ๙๐ และส่งแสงถึง “มฤตยูเดิม” ในภพ ๓ -สหัชชะ (ราศีเมถุน) ของ “ดวงเมือง” นั้น เหตุการณ์ร้ายจะไม่รุนแรงนัก เพราะ
- “ดาวพุธ" เกษตร์ราศีเมถุน แม้จะโคจรอยู่ใน “ภพ ๑๒ - วินาสน์” ของดวงเมือง ทำให้ "ดาวพุธจร" น่าจะอ่อนกำลังลง และไม่สามารถต้านทานผลร้ายแรงต่างๆได้
- แต่ "ดาวพุธจร" นี้ได้โคจรถึง “พุธเดิม” ที่สถิตย์ในภพ ๑๒ ของดวงเมืองด้วย ทำให้ “ดาวพุธจร” มีสภาพที่เข้มแข็งขึ้น
- อีกประการคือ ในขณะที่ “ดาวเสาร์เพ็ญ” นั้น “ดาวพุธจร” ได้โคจรอยู่ในราศีมีน ร่วมกับ “ดาวศุกร์จร” จึงส่งผลให้ “ดาวพุธจร” แปรสภาพเป็น “นิจจะภังคะราชาโยค”
แต่ถึงอย่างไร “ดาวเสาร์เพ็ญ” ครั้งนี้ ย่อมมีผลร้ายกลับ “ดวงเมือง” อยู่บ้าง โดยจะเกี่ยวข้องกับเรื่อง “การโทรคมนาคม ข่าวสารต่างๆ สื่อมวลชน การขนส่ง ยวดยานพาหนะ รถยนต์ รถโดยสาร รถไฟ การบินภายในประเทศ และความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้าน”
(และคงเห็นกันอยู่บ้างแล้วว่า ในระยะนี้มีข่าวลือข่าวยกเมฆที่แย่ๆ เกิดขึ้นไปทั่วทีเดียว)
ส่วนสำหรับ “ดวงเมือง” ในรอบปี ๕๓ นี้ ที่น่าห่วงที่สุดคือ “เรื่องเศรษฐกิจ” ดังนั้นขอให้ทุกท่าน จงอย่าประมาท “เรื่องการใช้จ่าย” เป็นอันขาด
สัมพรรค์
ตามติด  - คอยลุ้น   |125.24.31.203 |2010-03-09 22:42:42
“อุบัติเหตุจากการเดินทางไกล” เคยมีโหรทำนายว่า จะมีลูกไฟตกจากฟ้าทางทิศ..(ทิศไหน..จำไม่ได้แล้ว) แล้วประเทศไทยจะสงบ..บางคนจะตาย..บางคนจะติดคุกตลอดชีวิต ..ตอนนี้รอพิสูจน์ค่ะ
น้องพร  - “ภัยพิบัติทางธรรมชาติ”   |125.27.50.121 |2010-03-06 04:45:21
ดีนะ ที่ไม่น่าจะรุนแรงนัก
สิ   |125.26.201.28 |2010-03-05 21:00:55
ขอให้บ้านเมืองสงบเร็วๆเถอะ ว่าแต่จะทำไงให้สงบได้หละเนี่ย แต่ละคนก็ยังคิดว่าตัวเองถูก
sarayuth   |180.180.47.156 |2010-03-05 19:21:46
น่านำไปคิด และน่าสนใจติดตามครับ
Write comment
Name:
Email:
 
Title:
UBBCode:
[b] [i] [u] [url] [quote] [code] [img] 
 
 
:angry::0:confused::cheer:B):evil::silly::dry::lol::kiss::D:pinch:
:(:shock::X:side::):P:unsure::woohoo::huh::whistle:;):s
:!::?::idea::arrow:
 
Please input the anti-spam code that you can read in the image.

3.26 Copyright (C) 2008 Compojoom.com / Copyright (C) 2007 Alain Georgette / Copyright (C) 2006 Frantisek Hliva. All rights reserved."

แก้ไขล่าสุด ใน วันศุกร์ที่ ๐๕ มีนาคม ๒๕๕๓ เวลา ๑๐:๕๒ น.
 
Powered by DiTC.Valid XHTML and CSS.
Creative Commons License