- เรื่องของชาวฮวนนั้ง ตอนที่ 5. เรื่องของสตรีชาวฮวน ได้ลงเผยแพร่ในคอลัมน์ "ไพศาล : เล่านิทานก่อนนอน" แล้ว
- Updated สามก๊กการเมืองไทย ตอนที่ 28 เรื่อง 1 ยุทธศาสตร์ 2 แนวทาง ได้ลงเผยแพร่แล้ว
- เรื่องของชาวฮวน ลงเว็บไซต์แล้ว
- Updated สามก๊กการเมืองไทย ตอนที่ 27 เรื่อง ยุทธการกวาดป่าหิมพานต์ ได้ลงเผยแพร่แล้ว
- Updated สามก๊กการเมืองไทย ตอนที่ 26 เรื่อง ยุทธการปรองแดก ได้ลงเผยแพร่แล้ว
| คดียึดทรัพย์ของ “นช. ผู้นั้น” |
|
|
| พูดจาภาษาโหร | |||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| เขียนโดย ดิลก แสงอุทัย | |||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| วันพฤหัสบดีที่ ๒๘ มกราคม ๒๕๕๓ เวลา ๐๙:๒๐ น. | |||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
|
รูปที่ ๑ แสดงมุมดาวในวันพิพากษาของ นช.ผู้นั้น ![]() ๐ ดาวอาทิตย์จรทำมุมโยคร้าย ๑๘๐ องศากับดาวเสาร์เดิม และโยคร้าย ๑๕๐ องศากับดาวจันทร์เดิม ๐ ดาวจันทร์จรทับดาวอาทิตย์เดิม และทำมุมโยคดี ๓๐ องศา กับดาวศุกร์ ดาวมฤตยูและดาวอังคาร โดยมุมโยคดีนี้เป็นมุมเล็กมาก “จึงมีผลในการทำนายจรไม่มากนัก” และไม่สามารถใช้ชี้เป็นชี้ตายในการทำนายได้ อีกทั้งดาวทั้งสามก็เบียฬกันกับจันทร์ในดวงเดิมมาก่อนด้วย ดังนั้นจึงไม่ให้คุณใด ๆ เลย ๐ ดาวอังคารจรทำมุมโยคร้ายทับดาวอาทิตย์และดาวพุธเดิม และทำมุมโยคดี ๓๐ องศากับดาวศุกร์ ดาวมฤตยูและดาวอังคารเดิม ซึ่งผลของโยคดีก็ไม่ต่างกันกับโยคของดาวจันทร์ ๐ ดาวพุธจรทำมุมโยคดี ๓๐ องศากับดาวพฤหัสบดีเดิม ๐ ดาวพฤหัสบดีจรทำมุมโยคร้าย ๑๕๐ องศากับดาวจันทร์เดิม ๐ ดาวศุกร์จรทำมุมโยคร้าย ๑๕๐ องศา กับดาวพลูโตเดิม และโยคดี ๓๐ องศากับพระราหูแต่พระเคราะห์ทั้งสองนั้นเบียฬกันในดวงเดิมมาก่อน ดังนั้นผลของโยคดีดังกล่าวจึงไม่ให้คุณเต็มที่นัก ๐ ดาวเสาร์ทำมุมโยคร้ายเกณฑ์ ๑๐ ไปที่ดาวอังคารและดาวมฤตยูเดิม และทำมุมโยคดี ๖๐ องศากับดาวอาทิตย์และดาวพุธเดิม อย่างไรก็ตามทั้งดาวอาทิตย์และพุธนั้นเบียฬกับดาวเสาร์เดิมมาก่อน ดังนั้นผลของโยคดีดังกล่าวจึงไม่ให้คุณเต็มที่เช่นกัน ๐ พระราหูสารัมภ์ทำมุมโยคร้าย ๙๐ องศากับพระราหูในดวงเดิม ๐ ดาวมฤตยูจรทำมุมโยคดี ๖๐ องศากับดาวพฤหัสบดีเดิม แต่ทว่าดาวทั้งสองก็เป็น มรณะและอริกันในดวงเดิมมาก่อนเช่นกัน ดังนั้นจึงไม่ให้คุณเท่าไรนัก ๐ ดาวเนปจูนจรทำมุมโยคดี ๓๐ องศากับดาวพฤหัสบดีเดิม โดยผลของโยคนี้ก็ได้กล่าวไปข้างต้นแล้ว ๐ ดาวพลูโตจรทำมุมโยคร้าย ๑๘๐ องศากับดาวอังคารและดาวมฤตยูเดิม โดยดาวทั้งสามนั้น เบียฬกันมาก่อนในดวงเดิม ดังนั้นผลร้ายย่อมจะรุนแรงมากขึ้น อย่างไรก็ตามผลของดาวพลูโตนั้นยังไม่กระจ่างชัดนัก ดังนั้นจึงต้องใช้ความละเอียดรอบขอบมากในการทำนายผลของดาวดวงนี้ การพยากรณ์ดวงชาตาของ นช.ผู้นั้น เมื่อพิจารณาปรากฎการณ์ทางดวงดาวทั้งก่อนที่เกิดคำพิพากษาและมุมดาวในวันที่พิพากษา ตลอดจนจุดตั่งต้นของการพยากรณ์ (ลัคนาและจันทร์) ผลของคำพยากรณ์จากปรากฎการณ์ของดวงดาวที่สำคัญๆ มีดังต่อไปนี้ ๐ จุดที่เสาร์วิกลคติพักรตั่งแต่กลางเดือนมกราคมเรื่อยมาถึงวันที่พิพากษา ตำแหน่งของดาวมีการเปลี่ยนแปลงน้อยมากเนื่องจากเป็นดาวที่อยู่ไกลโลกมาก ดังนั้นทั้งดาวอังคารและดาวมฤตยูเดิมจึงถูกทำร้ายทำลายอย่างต่อเนื่อง - ถ้าพิจารณาลัคน์กันย์ ดาวเสาร์เป็นเจ้าเรือนภพปุตตะที่แทนได้กับ “การลงทุน การพนันขันต่อ ซึ่งหมายถึงการเล่นหุ้นด้วย ฯลฯ” และยังเป็นที่ดาวที่ลอยอยู่ในภพวินาศน์ซึ่งแปลได้ตามความหมายของชื่อภพ ส่วนดาวอังคารเป็นเจ้าเรือนภพมรณะ แทนได้กับ “มรดก ทรัพย์สมบัติของคู่ครอง ฯลฯ” โดยดาวอังคารและดาวมฤตยูก็เป็นดาวลอยอยู่ในภพกัมมะที่แทนได้กับ “เกียรติยศ ชื่อเสียง ฯลฯ” ดังนั้นเมื่อแปลความหมายของดาวแล้ว “นช.ผู้นั้น จะต้องเสียทรัพย์ เสียเกียรติยศชื่อเสียงอันมาจากการลงทุนหรือหุ้นอย่างไม่ต้องสงสัย” - ถ้าพิจารณาลัคน์ตุลย์ ดาวเสาร์ก็ถือว่าเป็นเจ้าเรือนปุตตะเช่นกันโดยพิจารณาดาวเสาร์เป็นเกษตร์ราศีกุมภ์ตามตำราดั่งเดิม ส่วนดาวอังคารเป็นเจ้าเรือนภพกดุมภะแทน “การเงิน หรือทรัพย์สมบัติ ฯลฯ” อีกทั้งดาวอังคารและดาวมฤตยูก็สถิตย์อยู่ในภพศุภะแทน “ การฟ้องร้องดำเนินคดีตามกฏหมาย ฯลฯ” เมื่อเป็นดังนั้นการแปลความหมายของดาวก็คือ “ นช.ผู้นั้น จะต้องเสียทรัพย์สมบัติจากการฟ้องร้องต่อสู้คดีอันเนื่องมาจากการลงทุน การเล่นหุ้น อีกเช่นกัน” - ถ้าพิจารณาจากจันทร์ ดาวเสาร์เป็นเจ้าเรือนภพปัตนิแทน “คู่ครอง และหุ้นส่วน ฯลฯ” กับเจ้าเรือนภพมรณะ และเป็นดาวที่สถิตย์อยู่ในภพกดุมภะจากจันทร์ ส่วนดาวอังคารเป็นเจ้าเรือนภพปุตตะ และ เจ้าเรือนภพกัมมะ ซึ่งความหมายของภพต่างๆก็เหมือนกับที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้น ดังนั้นเมื่อแปลความหมายของดาว “นช. ผู้นั้น ก็ต้องเสียทรัพย์ เสียมรดก อันมาจากการลงทุนหรือหุ้นเหมือนกัน” อย่างไรก็ตามในวันที่พิพากษานั้น ดาวพฤหัสบดีก็ส่องแสงมาที่ดาวอังคารและดาวมฤตยูเดิมของ นช. ผู้นั้น แต่ทว่าดาวพฤหัสบดีขณะนั้น “เข้าสู่จุดดับ” จึงอาจจะไม่มีกำลังพอที่จะบรรเทาโทษได้ โดยจะวิเคราะห์เรื่องดาวพฤหัสบดีดับนี้ในลำดับถัดไป ๐ จุดที่เกิดสุริยคราสไปทับดาวพฤหัสบดีเดิม โดยความหมายของดาวพฤหัสบดีก็แทนได้กับ “การฟ้องร้องต่อสู้คดี หรือสิ่งที่เกี่ยวกับกระบวนการยุติธรรม” อีกทั้งเป็นดาวที่สำคัญที่สุดในดวงชาตา ดังนั้นเมื่อดาวสำคัญเช่นนี้ถูกคราส “เจ้าชาตาก็จะอ่อนกำลัง” ไม่มีสิ่งที่จะมาคุ้มโทษคุ้มภัยได้อีก ในชาตาใดก็ตามที่มีการฟ้องร้องต่อสู้คดีกันอยู่ แล้วบังเอิญเกิดถูกคราสดังกล่าวและไม่มีดาวอื่นมาส่งกระแสที่ดีถึง “ความหวังที่จะชนะคดีนั้นคงเป็นไปได้แค่ฝันเท่านั้น" โดยผลของคราสจะมีอยู่ถึง ๖ เดือน จนกว่าดาวจันทร์จะมาเพ็ญในราศีตรงกันข้าม ๐ จุดที่อังคารเพ็ญเป็นไปทับจันทร์เดิมแบบสนิทองศา โดยดาวอังคารเดิมก็เป็น “วินาศน์” กับจันทร์เดิมมาก่อนด้วย ผลจึงรุนแรงมาก - ถ้าพิจารณาลัคน์กันย์ ดาวจันทร์เป็นเจ้าเรือนภพลาภะแทน “ผลหรือเงินที่ได้จากการลงทุน ฯลฯ” และอังคารเป็นเจ้าเรือนภพมรณะ ดังนั้น “ผลหรือเงินที่ได้มาก็ต้องมาวินาศน์หรืออันตรธานหายไป” - ถ้าพิจารณาลัคน์ตุลย์ ดาวจันทร์จะเปลี่ยนมาเป็นเจ้าเรือนภพกัมมะ ดังนั้น “นช. ผู้นั้น ก็จะต้องเสียเกียรติยศ เสียทรัพย์ จากการฟ้องร้องต่อสู้คดี” ตามความหมายของภพและดาว เนื่องจากดาวอังคารจะมาจากภพศุภะ - ถ้าพิจารณาจากจันทร์ก็จะยิ่งชัดเจนยิ่งขึ้น เพราะดาวอังคารเป็นดาวเจ้าเรือนภพปุตตะและภพกัมมะ ซึ่งแทนได้กับการลงทุนและเกียรติยศชื่อเสียงดังที่ได้กล่าวมาแล้ว และเมื่อดาวอังคารเดิมอยู่วินาศน์จากจันทร์ด้วยแล้ว “นช. ผู้นั้น ก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงการเสียทรัพย์ที่จะไปได้” ๐ จุดที่เกิดจันทร์เพ็ญไปทับจันทร์เดิมหลังจากถูกดาวอังคารเพ็ญทับ ในจุดนี้จะเป็นตำแหน่งที่ “ให้คุณมากเพียงตำแหน่งเดียว” จากปรากฎการณ์ที่ร้ายๆทั้งหมด ซึ่งจะต้องมาพิจารณาเปรียบเทียบดูว่าจุดเพ็ญของจันทร์นี้สามารถช่วยหรือบรรเทาโทษได้มากน้อยเพียงใด โดยทั่วไปเมื่อดาวใดเกิดถูกจันทร์เพ็ญมาทับ ดาวนั้นๆก็จะให้คุณแก่ดวงชาตาในช่วงเดือนนั้นๆ แต่ก็มีกฏเกณฑ์เรื่องการเบียฬกันและการเป็นเจ้าเรือนของจันทร์ตลอดจนหลักเกณฑ์อื่นๆมาประกอบด้วย อย่างไรก็ตามจันทร์เพ็ญในครั้งนี้ คงพอที่จะบรรเทาโทษของอังคารเพ็ญได้เพราะเวลาเกิดใกล้เคียงกัน แต่วันพิพากษาคดีนั้นอยู่ห่างจากจุดที่เกิดเพ็ญเกือบหนึ่งเดือน ประกอบกับมีดาวอื่นมาทำมุมร้ายมากหลายดวงด้วยกัน ดังนั้น “ผลของจันทร์เพ็ญคงยากที่จะบรรเทาโทษได้” ดาวพุธยกไปที่ราศีกุมภ์เวลาเช้าก่อนที่คณะผู้พิพากษาจะนัดลงมติตัดสินคดี โดยสื่อมวลชนรายงานว่า คณะผู้พิพากษาจะลงมติในเวลา ๙.๐๐ น ซึ่งถึงแม้ว่าดาวพุธจรจะเข้าเกาะนวางค์ศุกร์ คู่มิตรตามหลักมูลตรีโกณ แต่ก็เป็น “มรณะ” กับพุธเดิมทำให้ไม่มีกำลัง - ถ้าพิจารณาลัคน์กันย์ ดาวพุธเป็นดาวเกษตร์ หรือตนุลัคน์ ดังนั้นเมื่อจรไปที่ “ทุสถานะภพ” หรือ “เป็นอริ” จากเรือนตัวเอง ดังนั้นเจ้าชาตาหรือ นช. ผู้นั้น ก็ไม่มีกำลังที่จะไปต้านทานเรื่องร้าย ๆ ที่จะเกิดได้ - ถ้าพิจารณาลัคน์ตุลย์ ดาวพุธเป็นเจ้าเรือนศุภะแทนได้กับ “การฟ้องร้องต่อสู้คดี” ดังนั้นเมื่อเจ้าเรือนอ่อนกำลัง การฟ้องร้องต่อสู้คดีของ นช. ผู้นั้น “ก็ยากที่จะหาหนทางชนะ” ๐ ดาวพฤหัสบดีดับ โดยดาวพฤหัสบดีจะร่วมนวางค์กับดาวอาทิตย์ในตอนเช้าของวันที่จะมีคำพิพากษา กล่าวคือจะเริ่มดับสนิทในวันนั้น ซึ่งจากที่ได้กล่าวมาแล้วว่า ดาวสำคัญที่เป็นดาวฝ่ายคุณธรรมและแทนได้กับกระบวนการยุติธรรมอีกด้วย โดยเมื่อดาวสำคัญดวงนี้มาดับ “ตัวแทนฝ่ายคุณธรรมโดยทั่วไปหรือกระบวนการยุติธรรมต่างๆ ก็ย่อมมีเรื่องมัวหมอง หรือเสื่อมเสียในช่วงเวลานั้นได้” โดยดาวสำคัญดวงนี้จะดับทับจุดศูนย์กลางภพที่ ๑๑ หรือภพลาภะตามดวงเมือง ซึ่งเมื่อภพลาภะแทนได้กับ “ลาภ หรือผลที่ได้ หรือเพื่อนสนิทมิตรสหาย ฯลฯ” ดังนั้นถ้า นช. ผู้นั้น ถูกคำพิพากษาให้ยึดทรัพย์จริง ทรัพย์ดังกล่าวก็ย่อมตกเป็นของแผ่นดิน ซึ่งหมายความว่ารัฐบาลจะได้ลาภหรือเงินดังกล่าวนั้น แต่เมื่อมีดาวมาดับทับจุดศูนย์กลางภพแล้ว “รัฐบาลก็ไม่น่าจะได้ลาภแต่อย่างใด “ ตามความหมายทั่วไปของดาวและภพ แต่อย่างไรก็ตาม การแปลความหมายของดวงเมืองนั้นยังจะต้องพิจารณาให้ละเอียดถี่ถ้วนมากกว่านี้ ซึ่งดวงเมืองนั้นถูกวางโดยล้นเกล้า รัชกาลที่ ๑ ดังนั้นพระองค์ท่านต้องวางลัคน์ไว้แทนกับสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งขณะนั้นยังไม่มีคำว่ารัฐบาล โดยภพที่จะใช้แทนรัฐบาลนั้น จะต้องมาพิจารณาภพที่ ๑๐ หรือภพกัมมะที่แปลว่าการบริหารราชการงานเมืองแทน มีสิ่งที่น่าสังเกตุอีกเรื่องหนึ่งก็คือ จุดที่ดาวพฤหัสบดีดับจะไปทับหรือร่วมนวางค์เดียวกันกับดาวพฤหัสบดีเดิมในดวงนวางค์ของ นช.ผู้นั้นด้วย ๐ การโยคร้ายของอาทิตย์จรและเสาร์เดิมในวันพิพากษา โดยดาวอาทิตย์ก็จรไปเป็น “มรณะ” กับดาวอาทิตย์เดิม และดาวเสาร์กับดาวอาทิตย์เดิมก็ “เบียฬ” กันมาก่อน ดังนั้นผลร้ายจึงรุนแรงมาก - ถ้าพิจารณาลัคน์กันย์ ดาวอาทิตย์เป็นเจ้าเรือนภพวินาศน์และดาวเสาร์เป็นเจ้าเรือนภพปุตตะ โดยความหมายของภพก็ยังเหมือนเดิม ดังนั้น “การลงทุนของ นช. ผู้นั้น ก็ต้องมาวินาศน์อีกเช่นกัน” - ถ้าพิจารณาลัคน์ตุลย์ ดาวอาทิตย์จะเป็นเจ้าเรือนภพลาภะ ดาวเสาร์ยังคงเป็นเจ้าเรือนภพปุตตะ ดังนั้น “ นช. ผู้นั้น ก็มีเกณฑ์ที่จะสูญเสียผลที่ได้มาจากการลงทุนอีกเช่นกัน” - ถ้าพิจารณาจากจันทร์ ดาวอาทิตย์จะเป็นเจ้าเรือนภพกดุมภะ ดาวเสาร์จะกลายมาเป็นเจ้าเรือนภพปัตนิและภพมรณะ โดยดาวเสาร์สถิตย์อยู่ในภพกดุมภะ ดังนั้นไม่ว่าจะพิจารณาในด้านใด นช.ผู้นั้น ก็มีเกณฑ์ต้องเสียทรัพย์อย่างหลีกเลียงไม่ได้อีกเช่นกัน ๐ ดาวอังคารจรมาทับอาทิตย์และพุธเดิมแบบสนิทองศา ในวันพิพากษา โดยดาวอังคารเป็น “วินาศน์” กับดาวอาทิตย์และดาวพุธเดิมมาก่อน ดังนั้นผลจึงรุนแรงมากอีกเช่นกัน ซึ่งก็แปลความหมายได้ในลักษณะใกล้เคียงกันกับที่กล่าวมาแล้วข้างต้น ๐ พิจารณามุมโยคดี โยคร้ายอื่นๆ ในวันพิพากษาจะพบว่า มีแต่มุมโยคร้ายหนักๆที่เกิดจากดาวบาปพระเคราะห์ทั้งสิ้น ส่วนมุมโยคดีที่พอจะมีบ้างก็เป็นมุมเล็กๆที่ไม่มีผลนัก อีกทั้งดาวเดิมก็เบียฬกันมาก่อน ดังนั้นดวงชาตาของ นช.ผู้นั้น ในวันพิพากษาคดีความ ถือว่าหนักหนาสาหัสเป็นอย่างมาก กล่าวโดยสรุปจากปรากฎการณ์ทางดวงดาวทั้งช่วงก่อนและในวันพิพากษาคดีจะพบว่า ดาวเดิมของ นช.ผู้นั้นถูกดาวจรมาทำร้ายทำลายอย่างยับเยิน ดังนั้น “นช.ผู้นั้น จะต้องแพ้คดีและจะต้องถูกยึดทรัพย์” ตามความหมายของดาวดังที่ได้อธิยายมาแล้วข้างต้น และแม้ว่าช่วงเวลาดังกล่าว “ดาวประธานฝ่ายคุณธรรมหรือดาวพฤหัสบดีจะดับ” ซึ่งหมายความว่า กระบวนการยุติธรรมต่างๆคงหลีกเลียงไม่ได้ที่จะโดนโจมตี ให้ร้าย ทำให้เสื่อมเสีย แต่อย่างไรก็ตาม ตำแหน่งที่ดาวดับก็หาได้ให้คุณแก่ดวงชาตาของ นช. ผู้นั้นไม่ สิ่งเดียวที่ นช.ผู้นั้นจะต้องเข้าใจให้ได้ก็คือ โลกธรรมทั้ง ๘ ประการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่อง “การเสื่อมลาภ” และยิ่งลาภดังกล่าวได้มาอย่างไม่ถูกทำนองครองธรรมแล้ว ลาภนั้นก็ย่อมจะเสื่อมง่ายเป็นธรรมดา อ้างอิง - ปฏิทินโหราศาสตร์ประจำปี ๒๕๕๓ ตามแนวทาง อ.เทพย์ สาริกบุตร
Powered by !JoomlaComment 3.26
3.26 Copyright (C) 2008 Compojoom.com / Copyright (C) 2007 Alain Georgette / Copyright (C) 2006 Frantisek Hliva. All rights reserved."
|
|||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| แก้ไขล่าสุด ใน วันพฤหัสบดีที่ ๒๘ มกราคม ๒๕๕๓ เวลา ๑๐:๔๘ น. | |||||||||||||||||||||||||||||||||||||||






