ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
คิดว่าประเทศไทยจะไปทางไหน?
 
ป้ายโฆษณา
ตามติด “พลูโตดับ” พิมพ์ อีเมล
User Rating: / 3
แย่ดีที่สุด 
พูดจาภาษาโหร
เขียนโดย สัมพรรค์ เผือกฺสกนธ์   
วันพฤหัสบดีที่ ๒๔ ธันวาคม ๒๕๕๒ เวลา ๑๑:๒๗ น.
แผนที่ดวงดาวในวันที่ 25 ธค. 52
(แนว “พลูโตดับ” ผ่านประเทศพม่า, จีน, มองโกเลีย, ส่วนอีกแนวผ่านอเมริกาใต้, ประเทศอเมริกา, แคนนาดา)
จากบทความ พลูโต “ดับ” ธันวา “เดือด” ของคุณดิลก แสงอุทัย นั้น ขอขยายความเพิ่มเติมดังนี้
 

          เมื่อเกิดปรากฎการณ์ “พลูโตดับ” (9 องศา 3 ลิปดา) ต้องพฤหัสฯเดิม (8 องศา 7 ลิปดา) และเสาร์เดิม 10 องศา 18 ลิปดา ณ ราศีธนู อันเป็นภพ 9 (ศุภะ) ของดวงเมือง ในวันที่ 25 ธค. 52

          สำหรับการพยากรณ์เกี่ยวกับบ้านเมือง (Mundane Astrology) เหล่าโหราจารย์ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นโหรฯตะวันตก ได้พยายามรวบรวมสถิติ และเก็บความหมายของ “ดาวพลูโต” ไว้ดังนี้

          “พลูโต” หมายถึง เรื่องลามกทางเพศ การฝ่าฝืนกฎหมาย การก่อม็อม อาชญากรรม การปราบปรามที่รุนแรง งานใต้ดิน การลอบสังหาร การก่อการร้าย  สงคราม การพังทะลาย การปฏิวัติ การปฏิรูป การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองทางการปกครองแบบขนานใหญ่ ฯลฯ

          ส่วน “พฤหัสบดี” หมายถึง อุทกภัย คณะรัฐมนตรี รัฐบาล สภานิติบัญญัติ ขบวนการยุติธรรม ศาสนา สถานพยาบาล ธนาคาร การดำเนินธุรกิจ การลงทุน ตลาดการเงิน ตลาดหุ้น รายได้จากการเก็บภาษี ผลประโยชน์-ความช่วยเหลือจากต่างประเทศ และการลี้ภัย ฯลฯ

          “เสาร์” หมายถึง อัคคีภัย แผ่นดินไหว ความแห้งแล้ง ข้าวยากหมากแพง ความยากจน ผู้ใช้แรงงาน การเกษตร เศรษฐกิจ ความไม่สำเร็จในด้านการเงิน การเก็บภาษีที่รุนแรง การยึดทรัพย์ วงการเมือง ความขัดแย้งของผู้แทนราษฎร การสไตรก์ ประกาศภาวะฉุกเฉิน สงคราม การสูญเสียในทุกๆด้าน อันตรายที่มีผลต่อชื่อเสียงของประเทศ การตายและการโค่นล้มผู้มีอำนาจทางการปกครอง ฯลฯ

          ภพ 9 (ศุภะ) หมายถึง การต่างประเทศ อำนาจทางการค้าระหว่างประเทศ การคมนาคม-โทรคมนาคมระยะไกล การเดินเรือ การทหารเรือ การค้า ภาษีศุลกากร ศาลยุติธรรม ตุลาการ ศาสนา และกิจกรรมที่ต่อเนื่อง ฯลฯ

          ด้านการพยากรณ์ จะเป็นไปตามความหมายของดาวเคราะห์ ที่เข้ามามีส่วนสัมพันธ์กันขึ้น และตามความหมายของภพ 9 (ศุภะ) ที่เกิดปรากฏการณ์นี้ขึ้น แต่ต้องพยากรณ์ไปในทางเสียในทางร้าย ส่วนผลจะเกิดหรือไม่ ต้องพิจารณากฎเกณฑ์โหรฯอื่นๆประกอบอีกด้วย     

          แต่มีมติโหรฯอยู่ว่า การที่ดาวเคราะห์จร “เกิดดับ” มาต้องดาวเคราะห์เดิมในดวงชาตานั้น ไม่จำเป็นต้องเกิดเหตุร้ายในทันทีทันใด แต่สามารถจะเกิดผลร้ายกับดวงชาตาได้อีกทุกครั้ง เมื่อมีดาวบาปเคราะห์อื่นๆโคจรมาต้อง, มาทำมุมร้าย, หรือมาส่งแสงถึงตำแหน่ง “จุดดับ” นี้อีก และในขณะนั้นดาวเคราะห์ที่สำคัญอื่นๆในดาวชาตา กำลังโคจรอยู่ในที่ๆตนอ่อนแรง ไม่สามารถต้านทานผลร้ายได้ ทั้งคำพยากรณ์ต่างๆอาจเปลี่ยนไปก็ได้  

          และจะหมดผลร้ายได้จริงๆ ก็ต่อเมื่อ ดาวพระเคราะห์จร (ที่เกิดดับ) นั้น ได้โคจรไป “เกิดเพ็ญ” ขึ้น

          สำหรับกรณีเกิด “พลูโตดับ” (ณ ราศีธนู 9 องศา 3 ลิปดา ในวันที่ 25 ธค. 52) มาต้องพฤหัสฯเดิมและเสาร์เดิม ในภพ 9 (ศุภะ) ของดาวเมืองครั้งนี้ ยังเกิดปรากฏการณ์ดวงดาวที่น่าสนใจติดตามมาอีก คือ

          1. ในวันที่ 15 มค. 53 “ดาวพุธจร” อันเป็นดาวให้โทษกับลัคนาราศีเมษ (ดวงเมือง) ได้เกิดวิกลคติพักรเพื่อเดินปกติ ที่ราศีธนู 11 องศา 35 ลิปดา ซึ่งใกล้กับตำแหน่ง “จุดดับ” ของดาวพลูโตมาก ในขณะเดียวกันมี “ดาวเสาร์จร” อันเป็นดาวให้โทษกับลัคนาราศีเมษเช่นกัน ได้โคจรพักรถอยหลัง มาทำมุม 90 กับตำแหน่ง “จุดดับ” นี้อีกด้วย (แถมยังเกิดปรากฏการณ์สุริยคราสขึ้นอีกด้วย)

          “ดาวพุธ” หมายถึง เจ้าเล่ห์ ไม่กล้าตัดสินใจ ไม่คงเส้นคงวา หมกมุ่น ไม่ไว้วางใจ พูดมาก วิพากษ์วิจารณ์ โต้เถียง ความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้าน ปัญญาชน การสื่อสารต่างๆ การขนส่ง พาณิชยกรรม การค้าขาย การท่องเทียว เหมืองแร่ เรือรบ อาหารการกิน โรคภัย การสาธารณสุข บริวาร ผู้ใช้แรงงานทั่วๆไป

          ส่วนคำพยากรณ์ ก็จะเป็นไปตามความหมายของดาวเคราะห์ คือดาวพุธจร กับพฤหัสฯเดิม และเสาร์เดิม ที่เข้ามามีส่วนสัมพันธ์กัน รวมทั้งความหมายของภพ 9 (ศุภะ) แต่ต้องพยากรณ์ไปในทางเสียในทางร้าย เช่นกัน      

          ๒. ในวันที่ 26 มิย. 53 ดาวพลูโต โคจรพักรถอยหลัง และเกิดปรากฏการณ์ “เพ็ญ” ขึ้นที่ 10 องศา 5 ลิปดา ราศีธนู แต่มีสิ่งที่น่าสนใจติดตามคือ “จุดเพ็ญ” นี้ใกล้ตำแหน่ง “จุดดับ” ของดาวพูลโต (9 องศา 3 ลิปดา – 25 ธค. 52) ที่ผ่านมามาก แถมในวันนี้ ยังเกิดปรากฏการณ์ “จันทคราส” ที่ 10 องศา 46 ลิปดา ณ ราศีธนู อีกด้วย{เห็นได้ในประเทศที่ใกล้ๆไทย (หรืออาจเห็นได้ในไทยเราบางส่วน –ยังไม่ได้ตรวจสอบ)}       

          สำหรับการพยากรณ์จากปรากฏการณ์ครั้งนี้ ยังเป็นเรื่องยากที่จะตัดสินว่า จะมีผลไปในทางดีหรือร้ายกันแน่ เนื่องจากในวันที่ “พลูโตเพ็ญ” ซึ่งมีมติโหรฯอยู่ว่า จะล้างผลร้ายของเหตุ “พลูโตดับ” ครั้งที่ผ่านมาได้ (25 ธค. 52) แต่ตำแหน่ง “จุดดับ” และ “จุดเพ็ญ” นั้นอยู่ใกล้กันมาก ทั้งยังเกิด “จันทรคราส” ณ ตำแหน่งเดียวกันอีก (“จันทรคราส” นั้นสามารถให้ผลทั้งในด้านร้ายและด้านดี แต่ส่วนใหญ่ไปในทางร้าย) ดังนั้นเป็นไปได้ว่าปรากฏการณ์ครั้งนี้น่าจะก่อผลร้ายให้ ซึ่งคงจะเป็นประเภทสั่งลาก่อนจาก  

          แต่ต้องขอให้ทราบไว้ว่า ปรากฏการณ์ “พลูโตดับ” ครั้งนี้ อาจไม่ปรากฎผลใดๆเลยก็ได้ เพราะ “ดาวพลูโต” ได้โคจรออกนอกจักรราศีไปแล้ว ซึ่งมีโหราจารย์บางท่าน กล่าวไว้ว่า “พลูโต” จะมีดีและร้าย ก็ต่อเมื่อโคจรอยู่ในจักรราศี แต่ถ้าโคจรออกนอกจักรราศีไปแล้วจะไม่มีผลใดๆเลย ซึ่ง “ดาวพลูโต” นี้จะโคจรเข้าและออกจากจักรราศีเป็นช่วงๆระยะเวลาไป ส่วนฝ่ายโหรฯตะวันตกโดยมากเชื่อว่า “ดาวพลูโต” ให้ผลในทางดีและร้ายได้ตลอดเวลา (สำหรับผู้เขียนเองก็เชื่อเช่นนั้น แต่เห็นว่า “ดาวพลูโต” นี้อยู่ไกลโลกมาก ดังนั้นการที่จะก่อเหตุใดๆได้นั้น จะต้องใกล้ชิดสนิทองศากันจริงๆ)    

          และถ้าเป็นไปตามฝ่ายโหรฯตะวันตกกล่าวไว้จริง คือ “ดาวพลูโต” ยังมีผลต่อดวงชาตาโดยตลอดเวลา ไม่ว่าจะโคจรอยู่ในหรือนอกจักรราศี ปรากฏการณ์ “พลูโตดับ” ต้องพฤหัสฯเดิมและเสาร์เดิม ในดวงเมืองครั้งนี้ จะทำให้  “อาจเกิด” เหตุร้ายขึ้นได้ ที่ต้องใช้คำว่า “อาจเกิด” เพราะยังมีกฎเกณฑ์โหรฯอื่นๆที่ต้องนำพิจารณาประกอบการพยากรณ์อีกพอสมควร    

          ยิ่งเป็นการพยากรณ์เกี่ยวกับ “บ้านเมือง” (Mundane Astrology)  ด้วยแล้ว นอกจากต้องพิจารณากฏเณฑ์โหรฯอย่างละเอียดรอบคอบแล้ว ความหมายของดาวเคราะห์และของเรือนชาตา (ภพ) ต่างๆนั้นก็มีหลากหลายมาก (และความหมายเหล่านี้จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆอีกด้วย) ทั้งยังมีปัจจัยประกอบอื่นๆอีกมาก (ปัจจัยบางปัจจัย เป็นเรื่องแปลกประหลาดทีเดียว)

          แต่ที่สำคัญ! สำหรับเหตุ “พลูโตดับ” ในครั้งนี้ แม้ในช่วงปลายเดือน ธค.52, ช่วงกลางเดือน มค.53 และช่วงปลายเดือน มิย.53 อาจไม่ก่อผลร้ายใดๆกับ “ดวงเมือง” ของเราเลยก็ได้ แต่ที่แน่นอนคือจะเกิดเหตุร้ายหรือภัยธรรมชาติต่างๆขึ้น ในส่วนหนึ่งส่วนใดของโลกนี้

          ส่วนดวงชาตาบุคคลแล้วนั้น ค่อนข้างพยากรณ์ได้ง่ายกว่า ด้วยปัจจัยต่างๆไม่มากเหมือนดวงบ้านเมือง และปรากฏการณ์ “พลูโตดับ” และ “พลูโตเพ็ญ” คราวนี้ ได้ไปพ้องกับชาตาบุคคล 2 ดวง คือของนายกฯอภิสิทธิ์ และนายกฯที่หนีคดีลี้ภัยอยู่ต่างๆประเทศ ได้อย่างประหลาด โดยเฉพาะในปี 53 นี้ ดวงชาตานายกฯอภิสิทธิ์ จะมีศัตรูลับคอยมุ่งล้มล้างหักโค่น ถึงขนาดคิดปองร้ายเลยทีเดียว จึงต้องระวังให้หนัก ส่วนนายกฯผู้ลี้ภัยที่ชอบบินไปโน่นไปนี่ อาจทำให้เกิดเจ็บป่วยขึ้นได้ และต้องระวังภัยทางอากาศเอาไว้บ้าง ดังนั้นขอให้ทั้งคู่ดำรงชีวิตอย่างไม่ประมาทเทอญ (ไม่ได้ทายตามกระแส แบบทายไม่ถูกก็แบะๆ ทายถูกก็ดังไป)

          ดังนี้ผู้ที่สนใจในศาสตร์แห่งโหร ควรเฝ้าติดตามดูผล “พลูโตดับ-เพ็ญ” ครั้งนี้ไว้ด้วย เพื่อเป็นการศึกษาและเก็บเป็นสถิติต่อไป ตามคำสอนของพระพุทธองค์ที่กล่าวถึง อิทธิบาท ๔ - คุณธรรมที่นำไปสู่ความสำเร็จแห่งผลที่มุ่งหมาย อันประกอบด้วย ๑. ฉันทะ – ใฝ่ใจรักจะทำสิ่งนั้นอยู่เสมอ และปรารถนาจะทำให้ได้ผลดียิ่งๆขึ้นไป ๒. วิริยะ – ขยันหมั่นประกอบสิ่งนั้นด้วยความพยายาม เข้มแข็ง อดทน เอาธุระ ไม่ท้อถอย ๓. จิตตะ – อุทิศตัวอุทิศใจให้แก่สิ่งที่ทำ ๔. วิมังสา – ความไตร่ตรอง คือ หมั่นใช้ปัญญาพิจารณาใคร่ครวญตรวจตราหาเหตุผล และตรวจสอบข้อยิ่งหย่อนในสิ่งที่ทำนั้น     

 

 

อ้างถึง

– ปฏิทินโหรฯ (แบบไดอารี่) ปี ๕๒ – ๕๓ ตามแนว อ.เทพย์ สาริกบุตร
- แนวทางศึกษาโหราศาสตร์ – อ.เทพย์ สาริกบุตร
- โหราศาสตร์เศรษฐกิจและการเมือง – ยอดธง ทับทิวไม้
-พจนานุกรมพุทธศาสตร์ – พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ.ปยุตฺโต)

 

 

 

Comments
Add New Search
Anonymous   |124.121.37.115 |2010-02-10 23:44:16
ขอให้ท่านนายกมาร์คจงมีแต่โชคชัย
Write comment
Name:
Email:
 
Title:
UBBCode:
[b] [i] [u] [url] [quote] [code] [img] 
 
 
:angry::0:confused::cheer:B):evil::silly::dry::lol::kiss::D:pinch:
:(:shock::X:side::):P:unsure::woohoo::huh::whistle:;):s
:!::?::idea::arrow:
 
Please input the anti-spam code that you can read in the image.

3.26 Copyright (C) 2008 Compojoom.com / Copyright (C) 2007 Alain Georgette / Copyright (C) 2006 Frantisek Hliva. All rights reserved."

แก้ไขล่าสุด ใน วันพฤหัสบดีที่ ๒๔ ธันวาคม ๒๕๕๒ เวลา ๑๑:๔๔ น.
 
Powered by DiTC.Valid XHTML and CSS.
Creative Commons License