- ธรรมนิติเปิดกิจการให้บริการด้านไอที
- ขอเชิญร่วมบริจาคภาพเพื่อลงในพระไตรปิฎก ในระบบ E-book ถวายไว้ในพระพุทธศาสนา
- ขอเชิญร่วมบริจาคสร้างพระไตรปิฎก ในระบบ E-book ฉลอง 2,600 ปี แห่งการตรัสรู้
- ต้องการงานดี มีความมั่นคง ลองคลิกเข้าไปดูที่ www.jobdst.com
- ขอเชิญติดตามอ่านบทความเรื่อง "พยากรณ์สงกรานต์ 2555" ที่คอลัมน์บทความพิเศษได้แล้วตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
| ดาวเดือนโคจรทั้งปกติและไม่ปกติ |
|
|
| พูดจาภาษาโหร | |||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| เขียนโดย ไพศาล พืชมงคล | |||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| วันอังคารที่ ๐๙ ธันวาคม ๒๕๕๑ เวลา ๑๖:๕๕ น. | |||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
|
ถาม : สืบเนื่องจากปฏิทินโหราศาสตร์ที่บอกตำแหน่งและการโคจรของดาวพระเคราะห์บางดวงไม่ตรงกัน และบางครั้งก็มีข่าวว่าดาวดวงนั้นโคจรปกติบ้าง ผิดปกติบ้าง แสดงว่าดาวต่าง ๆ โคจรมั่วไปหมดหรืออย่างไร และถ้าหากการโคจรมั่วเช่นนั้น การพยากรณ์ในทางโหราศาสตร์จะไม่มั่วตามไปด้วยหรือ? กรุณาตอบด้วย ตอบ : ขอตอบเป็น 3 ประเด็น คือ 1. ปัญหาปฏิทินโหราศาสตร์บอกตำแหน่งและการโคจรของดาวพระเคราะห์ไม่ตรงกัน เป็นผลมาจากหลักการคำนวณที่ถือหลักวิชาไม่ตรงกัน และยังคงเถียงกันไม่รู้จบ นั่นเป็นเพราะหลักวิชาไม่ตรงกันอย่างหนึ่ง และความจริงจักรวาลอันเวิ้งว้างกว้างไกลนั้นกว้างใหญ่ไพศาลนัก จึงย่อมมีความคลาดเคลื่อนอยู่บ้าง ดังเช่นฤดูกาลก็มีการเปลี่ยนแปลงไป และการนับวันในแต่ละปีก็ต้องพยายามปรับเพื่อให้ตรงกับการโคจรจริง ๆ ของดาวเดือนต่าง ๆ ในนภากาศ ความคลาดเคลื่อนในบางปีเห็นได้ชัด เช่น ในปฏิทินบอกว่าพระจันทร์เพ็ญ แต่ในความเป็นจริงพระจันทร์ยังไม่เต็มดวง ก็ต้องค่อย ๆ ปรับกันไป และตรงนี้ก็มีปัญหามาก โดยเฉพาะปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามพระวินัยของพระสงฆ์ในพระพุทธศาสนาที่ถือเอาวันเพ็ญหรือวันปุรณมีเป็นหลัก การคำนวณที่ผิดหรือไม่ตรงกับความจริงส่งผลให้ผิดพระวินัยได้ ย่อมเป็นบาป ดังนั้นนักวิชาการที่เกี่ยวข้องกับการจัดทำปฏิทินจึงต้องตระหนักถึงบาปกรรมดังกล่าวไว้ด้วย ในส่วนของผู้ใช้ปฏิทินก็ต้องหมั่นตรวจตราตรวจสอบว่าผลคำนวณตามที่ปรากฏในปฏิทินนั้นตรงกับข้อเท็จจริงหรือไม่ แล้วค่อย ๆ ปรับให้ถูกต้อง มิฉะนั้นก็จะทำให้ผลการพยากรณ์ผิดพลาด 2. ดาวเดือนทั้งปวงนั้นโคจรเคลื่อนไหวไปตามปกติธรรมดาธรรมชาติ ความเป็นธรรมชาติเช่นนั้นต้องถือว่าไม่ใช่เรื่องผิดปกติ หากเป็นเรื่องที่เป็นปกติธรรมดาธรรมชาติ แต่มีเหตุก็เพราะว่าวิถีโคจรของดาวพระเคราะห์ในระบบสุริยะของเรานี้ไม่ได้เป็นวิถีกลมหรือเป็นวงกลม แต่มีวิถีโคจรเป็นวงรี ผลของวิถีโคจรอันเป็นวงรีดังกล่าวจึงมีบางช่วงที่อยู่ใกล้ดวงอาทิตย์หรือใกล้โลก และบางช่วงก็ไกลออกไป ในช่วงที่อยู่ใกล้นั้นก็จะมีระยะยาว ในขณะที่ปลายรีจะมีระยะสั้น จึงทำให้เกิดความไม่สม่ำเสมอขึ้น และในทางโหราศาสตร์เรียกความไม่สม่ำเสมอนี้ว่าผิดปกติ คือมีช้า มีเร็ว และเสมือนหยุดนิ่งอยู่กับที่ ดังที่มีชื่อเรียกความผิดปกติดังกล่าวไว้ 5 ประการคือ 2.1 วังกคติ คือการโคจรในลักษณะที่โค้งงอนเหมือนกับงอนไถ 2.2 อติวังกคติ คือการโคจรในลักษณะโค้งงอนเหมือนกับงอนไถ แต่มีอัตราเร็วกว่าเพราะเป็นการโคจรอยู่ที่วงรี หรือบริเวณรอบวงรี 2.3 กฎิลคติ คือการโคจรในลักษณะโค้งประดุจรูปเคียวหรือวงเดือน เป็นการโคจรไปที่ปลายวงรีแล้ววกกลับมา จึงมีลักษณะวงเดือน 2.4 มณฑคติ คือการโคจรที่ช้ากว่าปกติ เป็นการโคจรในช่วงกลางของวงโคจร ซึ่งเป็นระยะทางกว้างและยาวมาก จึงดูประหนึ่งโคจรช้ากว่าปกติ 2.5 สิงฆคติ คือการโคจรที่เร็วกว่าปกติ เป็นการโคจรในลักษณะที่สัมพันธ์กับการโคจรของโลกในห้วงที่โคจรอยู่ที่ปลายวงรี และโคจรวกกลับมา จึงทำให้ดูเสมือนว่าเร็วผิดปกติ ทั้ง 5 ประการนี้เป็นความไม่ปกติที่มองไปจากโลก ทั้ง ๆ ที่ความจริงการโคจรทั้งปวงเป็นไปตามปกติธรรมดาธรรมชาติ และทั้ง 5 ประการนี้ก็เป็นเคล็ดที่จะต้องนำมาใช้ในภาคพยากรณ์ด้วย เพราะในภาคพยากรณ์นั้นเป็นคำพยากรณ์ในกรณีปกติ ดังนั้นหากการโคจรของดาวพระเคราะห์ผิดปกติ ก็ต้องนำมาชั่งน้ำหนักคำนวณในภาคพยากรณ์ด้วย มิฉะนั้นก็จะคลาดเคลื่อนอีก ความไม่ปกตินอกจาก 5 ประการนี้แล้ว ยังมีความไม่ปกติอีกประเภทหนึ่งคือผลที่เกิดขึ้นจากการที่ดาวพระเคระห์โคจรไปสัมพันธ์ในบางตำแหน่งกับดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ จึงทำให้เกิดเงาบัง ซึ่งเรียกว่าคราส ไม่ว่าจะเป็นสุริยคราส หรือจันทรคราสก็ตาม นั่นเป็นคราสที่เกี่ยวข้องกับดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ ในส่วนดาวอื่น ๆ ก็มีคราสเหมือนกัน โดยเฉพาะดาวพระเคราะห์เล็ก ๆ ซึ่งต้องนำมาคำนวณด้วย 3. กำหนดการโคจรปกติของดาวพระเคราะห์ มีการวางหลักเกณฑ์ไว้อย่างแน่นอน แต่ก็คงเป็นหลักเกณฑ์โดยประมาณเท่านั้น ในการคำนวณจริงก็มีการปรับเปลี่ยนเป็นระยะ ๆ เพื่อให้สอดคล้องกับการโคจรที่แท้จริงของดาวพระเคราะห์ ซึ่งในเรื่องนี้สมเด็จเจ้าฟ้ากรมหลวงพิทักษ์มนตรีทรงประพันธ์ไว้เป็นคำฉันท์ โดยทรงแปลคัมภีร์จักรทีปนีจรของพระอุตตมะรามเถร ซึ่งว่ากันว่าเป็นพระอรหันต์ และทรงรจนาเป็นคำฉันท์ทั้งหมด มีความไพเราะงดงามและสมบูรณ์แบบ อันควรแก่การศึกษา ทรงนิพนธ์เป็นอินทรวิเชียรฉันท์ ไว้ว่า
(จากหนังสือรวมคัมภีร์จักรทีปนีจร 4 คัมภีร์ ของพันเอกประพิษ สุทธบุตร์) อินทรวิเชียรฉันท์ดังกล่าวนี้เป็นภาษาโบราณ ผสมกับภาษาโหร คงจะเข้าใจยากสักหน่อย แต่วันนี้เวลาไม่พอ จึงขอเลื่อนไปอธิบายในโอกาสข้างหน้า.
Powered by !JoomlaComment 3.26
3.26 Copyright (C) 2008 Compojoom.com / Copyright (C) 2007 Alain Georgette / Copyright (C) 2006 Frantisek Hliva. All rights reserved."
|
|||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| แก้ไขล่าสุด ใน วันศุกร์ที่ ๑๙ ธันวาคม ๒๕๕๑ เวลา ๑๕:๕๖ น. |





