|
"สิงหาคม” เดือนแห่งการเริ่มต้นสงครามประชาชน ลมโหมลม ไฟโหมไฟ |
|
|
|
พูดจาภาษาโหร
|
|
เขียนโดย ไพศาล พืชมงคล
|
|
วันศุกร์ที่ ๓๑ กรกฏาคม ๒๕๕๒ เวลา ๑๐:๓๙ น. |
|
เดือนสิงหาคม 2552 กำลังจะมาถึงแล้ว ในเดือนนี้เป็นเดือนแห่งวิกฤตอีกเดือนหนึ่งของปีนี้ เป็นส่วนหนึ่งแห่งวิกฤตของกลียุคที่จะเกิดเป็นสงครามกลางเมืองและสงครามประชาชนในบ้านเมืองของเรา เป็นวิบากกรรมของประเทศไทยและคนไทยที่คนไทยทุกคนจะต้องเผชิญหน้าชะตากรรมร่วมกัน ขึ้นอยู่กับว่าจะร่วมกันหยุดยั้งความรุนแรง หรือว่าจะร่วมกันทำให้ความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น ก็สุดแท้แต่จะเลือก เพราะทำกรรมอันใดไว้ต้องรับผลแห่งกรรมนั้นเสมอ
การในฟากฟ้าอากาศของเดือนสิงหาคม 2552 มีดาวพระเคราะห์โคจรเคลื่อนย้ายในจักรราศีพิลึกพิลั่นหลายดวง
พระเกตุโคจรย้อนราศีจากราศีกุมภ์สู่ราศีมังกร ในวันที่ 4 สิงหาคม 2552 เวลา 4.46 นาฬิกา ดาวพฤหัสประธานแห่งศุภเคราะห์โคจรถอยหลังย้อนจักรราศี จากราศีกุมภ์สู่ราศีมังกร ในวันที่ 15 สิงหาคม 2552 เวลา 8.40 นาฬิกา และโคจรในลักษณะถอยหลังไปโดยลำดับ ดาวพระอังคารโคจรจากราศีพฤษภเข้าสู่ราศีเมถุนในวันที่ 17 สิงหาคม 2552 เวลา 23.26 นาฬิกา วันเดียวกับพระอาทิตย์โคจรจากราศีกรกฎสู่ราศีสิงห์ ณ เวลา 12.02 นาฬิกา พระศุกร์โคจรจากราศีเมถุนสู่ราศีกรกฎในวันที่ 23 สิงหาคม 2552 เวลา 10.39 นาฬิกา ด้วยอัตราเร็วผิดปกติ ดาวพระพุธโคจรจากราศีสิงห์สู่ราศีกันย์ในวันที่ 24 สิงหาคม 2552 เวลา 18.58 นาฬิกา แต่เพียงแค่ 2 วันก็โคจรถอยหลังกลับไปสู่ราศีสิงห์อีกครั้งหนึ่ง ในวันที่ 26 สิงหาคม 2552 เวลา 15.50 นาฬิกา
ในช่วงเดือนนี้พระจันทร์โคจรอยู่ในช่วงระหว่างราศีพิจิก วนตามจักรราศีไปครบ 1 รอบแล้ว ยังเลยไปสู่ราศีธนูและราศีมังกร พระจันทร์เพ็ญในวันที่ 6 สิงหาคม 2552 เวลา 7.48 นาฬิกา และดับในวันที่ 20 สิงหาคม 2552 เวลา 16.17 นาฬิกา
เมื่อเป็นดังนี้ก็ย่อมทับโยกตรีโกณ เล็งและสัมพันธ์กับพระเคราะห์ต่าง ๆ อันประจำอยู่ในดวงเมือง ส่งผลให้เกิดความหมายในทางพยากรณ์ความเป็นไปในเดือนสิงหาคม 2552 นี้
ทว่าเพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ต่อเนื่องจากความเป็นไปในเดือนกรกฎาคม 2552 จะขอนำเอาบทพยากรณ์ในตอนท้ายของเดือนกรกฎาคม 2552 มาลงไว้เป็นตัวตั้งต้นดังนี้
“พยากรณ์ว่า จะมีแขกต่างเมืองทางด้านตะวันออกเดินทางมาเยือนประเทศไทย และบรรลุข้อตกลงในการแสวงหาประโยชน์หรือเอื้อประโยชน์ร่วมกันแก่ทั้งสองประเทศ
พระราหูตัวร้ายยังคงเกาะกุมกินเมืองร่วมอยู่ในรัฐบาล แต่ในช่วงนี้โคจรเข้ามาใกล้ราศีธนูในระยะห่างแค่ 5 องศา ดังนั้นย่อมสัมผัสปะทะกับรสแห่งพระธรรมและคุณงามความดี พยากรณ์ว่านักการเมืองที่ไม่ซื่อตรงต่อบ้านเมืองจะได้รับคำท้วงติงตักเตือนจากผู้มีอำนาจและบารมีที่สูงกว่าให้กลับเนื้อกลับตัวเป็นคนดี หรือมิฉะนั้นก็ให้ระงับยับยั้งพฤติกรรมทำร้ายประเทศชาติ จึงอาจกลายเป็นโจรกลับใจได้ชั่วคราว ส่งผลให้มีการถอนโครงการผลาญชาติหลายโครงการ หรือหยุดโครงการที่ทำร้ายบ้านเมือง ทำให้ระลอกคลื่นในท้องสมุทรการเมืองค่อย ๆ บรรเทาลง
ดาวพฤหัสยังคงโคจรถอยหลังอยู่ในราศีกุมภ์ อันเป็นเรือนลาภะของดวงเมือง มีองศาใกล้เข้าสู่ราศีมังกรเต็มทีแล้ว พยากรณ์ว่ากระบวนการที่คิดมิดีมิร้ายต่อบ้านเมืองและหัวหน้ารัฐบาลกำลังถูกจับตามองจากผู้มีอำนาจบารมีในแผ่นดินอยู่อย่างใกล้ชิด มีการขยับตัวเพื่อเตรียมรับมือกับสถานการณ์ร้ายในเดือนสิงหาคม 2552 ซึ่งเมื่อถึงเวลานั้นดาวพฤหัสประธานแห่งศุภเคราะห์ก็จะพลิกผันคุณลักษณะโชคลาภผู้สนับสนุนมาเป็นผู้คุ้มครองป้องกันแผ่นดินให้รอดพ้นอันตรายอีกครั้งหนึ่ง”
เมื่อย้อนทวนความอันพยากรณ์ไว้ในเดือนกรกฎาคม 2552 ซึ่งจะมีผลต่อเนื่องมาถึงเดือนสิงหาคม 2552 ดังกล่าวแล้ว ก็จะดำเนินการพยากรณ์ต่อไป โดยอาศัยการโคจรของพระเคราะห์ต่าง ๆ ดังที่ได้นำแสดงไว้ข้างต้น
“กระบวนการที่คิดมิดีมิร้ายต่อบ้านเมืองและหัวหน้ารัฐบาล” ซึ่งอาจจะเป็นกลุ่ม “ตอ” หรือกลุ่มชุบมือเปิบก็ได้ กำลังถูกรุกไล่จนใกล้เข้าตาจน และหนทางเลือกมีไม่มากนัก ความคิดที่จะกระทำมิดีมิร้ายต่อบ้านเมืองได้ก่อตัวขึ้นและเตรียมการมาตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2552 แต่มิสบช่องโอกาส ทั้ง “กำลังถูกจับตามองจากผู้มีอำนาจบารมีในแผ่นดินอยู่อย่างใกล้ชิด” เพื่อเตรียมรับมือกับเหตุการณ์ร้ายในเดือนสิงหาคม 2552 ซึ่งเมื่อถึงเวลานั้นดาวพฤหัสประธานแห่งศุภเคราะห์ก็จะพลิกผันคุณลักษณะโชคลาภผู้สนับสนุนมาเป็นผู้คุ้มครองป้องกันให้รอดพ้นอันตรายอีกครั้งหนึ่ง
ดาวพฤหัสโคจรลงมารับมือกับสถานการณ์ร้ายในวันที่ 15 สิงหาคม 2552 เวลา 8.40 นาฬิกา ในลักษณะคุมเชิงนิ่งเฉย ประหนึ่งอากาศธาตุอันว่างเปล่า แต่สรรพสิ่งอันมีชีวิตในพิภพนี้ไหนเลยจะไม่พึ่งพาอาศัยอากาศธาตุนั้นเพื่อให้ชีวิตดำรงอยู่และดำเนินไป เป็นการโคจรย้อนราศีกลับเพื่อรับกับสถานการณ์อย่างน่าอัศจรรย์และพิศวง ประหนึ่งพรหมลิขิตบันดาลให้เป็นไป เพราะหลังจากนั้นอีก 2 วัน พระอาทิตย์ซึ่งเป็นกาลกิณีจรของปีนี้ จะโคจรเข้าไปทำลายอาณาประชาราษฎรในราศีสิงห์ ไฟต่อไฟโหมไฟให้โชนโชติช่วง โดยพระอังคาร ธาตุลม ก็โคจรเข้าสู่ราศีเมถุน ธาตุลม อันเป็นเรือน สหัสชะของดวงเมือง ลมโหมไฟในลักษณะโยกอยู่ข้างหลังตัวกาลีจรที่บ่อนทำลายและทำร้ายอาณาประชาราษฎร์ แต่กระนั้นตำแหน่งจุดยืนก็ยังมั่นคงดำรงอยู่ในเรือนสหัสชะหรือผู้ช่วยเหลือบ้านเมืองในลักษณะโยกหน้าดวงเมืองอยู่ การปะทะกันระหว่างผู้รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และผู้ทำลายชาติ ศาสน์ กษัตริย์ จักปรากฏด้วยความรุนแรงถึงขนาดใช้ปืนผาหน้าไม้และระเบิด แต่จะถูกหยุดยั้งกำจัดทำลายให้มลายสูญด้วยอานุภาพของประธานแห่งพระเคราะห์ทั้งสองดวง คือดาวพฤหัสซึ่งโคจรลงมาคุ้มกันดวงเมืองและรัฐบาล โดยมีโจรกลับใจยืนปักหลักหนุนเนื่องอยู่อย่างแน่นแฟ้น ในขณะที่ดาวพระเสาร์ประธานแห่งบาปเคราะห์มีธาตุไฟโคจรอยู่ในราศีต้นธาตุไฟ แต่ยังเป็นบุญของบ้านเมืองที่ปีนี้พระเสาร์ผันแปรคุณสมบัติจากตัวร้ายกลายเป็นดี เพราะเป็นศรีจรแห่งปี เข้าเยือนเรือนอาณาประชาราษฎร์ ดังนั้นไม่ว่าสีเหลือง สีแดง หรือสีขาว หรือสีหม่น อันเป็นอาณาประชาราษฎร์ที่คล้ายประหนึ่งจะแตกแยกใกล้แตกสลาย แต่เมื่อคราวิกฤตและการตัดสินใจครั้งสำคัญมาถึง ต่างก็ล้วนคำนึงถึงความเป็นเลือดสีเดียวกัน อยู่ใต้พระบารมีแห่งร่มธงมหาราชในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระองค์เดียวกัน ณ จุดพยากรณ์ดังกล่าวนี้ ยังคงต้องย้อนไปถึงคำพยากรณ์ของเดือนกรกฎาคม 2552 ในช่วงปลายที่มีอยู่ 2 เรื่องใหญ่และให้ผลต่อเนื่องมาถึงเดือนสิงหาคม 2552 นั่นคือ
“จะมีแขกต่างเมืองทางด้านตะวันออกเดินทางมาเยือนประเทศไทย และบรรลุข้อตกลงในการแสวงหาประโยชน์หรือเอื้อประโยชน์ร่วมกันแก่ทั้งสองประเทศ” และ “นายกรัฐมนตรีจะมีภารกิจเข้าเฝ้าถวายรายงานกิจการและทูลเกล้าทูลกระหม่อมเพื่อทรงโปรดในกิจการสำคัญของแผ่นดิน ในลักษณะที่รวดเร็วกว่าที่คาดหมายหรือที่พึงเป็นตามปกติ แต่จะอำนวยประโยชน์สุขแก่ประเทศชาติและราษฎรทั่วไป”
การเดินทางมาประเทศไทยของนางฮิลลารี่ คลินตั้น รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ มหามิตรจากทิศตะวันออก เลยฟากแปซิฟิคออกไป คือการแสดงท่าทีสนับสนุนอุ้มชูรัฐบาล Good Boy อย่างออกนอกหน้า แต่แลกมาด้วยเสียงติฉินนินทาของชาติต่าง ๆ ที่เข้าประชุมว่าไยเจ้าภาพจึงให้ความสำคัญแต่สหรัฐ คำหนึ่งก็อเมริกา สองคำก็โอบามา สามคำก็คลินตั้น ก็เราเป็น Good Boy นี่ จะทำอย่างไรได้เล่า? แม้กระนั้นพระราหูอันมีความหมายถึง “จีน จาม (เปอร์เชีย) ลามถึงญวน” และนักการเมืองโจรกลับใจก็ได้แสดงท่าทีและเคลื่อนไหวไปในทางที่เป็นคุณต่อรัฐบาลอย่างชัดเจน และด้วยความเป็นมหาอำนาจของทั้งสหรัฐและจีน ย่อมสะกดหรือข่มความคิดมิดีมิร้ายให้หวั่นไหวคลอนแคลนในลักษณะไฟที่ร้อนแรงกว่า ข่มพลังไฟที่อ่อนด้อยกว่าฉะนั้น
ในคืนวันที่ 27 กรกฎาคม 2552 ได้ยินมาว่านายกรัฐมนตรีมีภารกิจสำคัญรายงานกิจการบ้านเมืองต่อบุคคลสำคัญของประเทศ เสียงแว่วแผ่วมาว่ายังทำหน้าที่ได้ดี ให้ทำสิ่งที่ถูกต้องต่อไป จึงส่งผลเป็นอานุภาพอันไร้พลังที่แผ่ขยายให้ประจักษ์ชัดและส่งผลเต็มที่ตั้งแต่วันที่ 4 สิงหาคม 2552 ซึ่งเป็นวันที่พระเกตุอันเป็นอากาศและวิญญาณธาตุโคจรย้อนราศีนั่นเอง
การใดกระทำใจเปล่งสัจจะวาจาให้ปรากฏไว้ในแผ่นดิน การนั้นนั่นแหละคือการที่จะต้องทำต่อไป ก็จะต้องด้วยใจมวลมหาประชาราษฎร์ ซึ่งนั่นก็คือพลังอำนาจที่แท้จริง
โบราณว่าผู้มีปัญญาสามารถวาดมังกรในอากาศได้ พลังแห่งความว่าง พลังแห่งโลกนิติ มีความยิ่งใหญ่ไร้ผู้ต้านทาน อะไรเล่าคือพลังแห่งความว่าง? ก็ฟ้าไงล่ะ อะไรคือพลังแห่งโลกนิติ? ก็คือดินอันได้แก่อาณาประชาราษฎร์ไงล่ะ นี่คือกุญแจไขความสำคัญกฎแห่งสวรรค์ ที่ผู้มีปัญญาและจงรักภักดีต่อแผ่นดินเท่านั้นจักเข้าใจ จักยอมรับและปฏิบัติได้ ทรชน คนอุบาทว์ แม้อาจรู้อาจเห็น แต่ก็มิอาจทำให้เป็นความจริงขึ้นได้เลย
ดาวพระพุธซึ่งเป็นเจ้าเรือนอริในดวงเมือง หรือนัยหนึ่งศัตรูราชสมบัติ จมน้ำมาตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2552 ครั้นถึงวันที่ 24 สิงหาคม 2552 ก็กระโดดเข้าลุยเพลิงอีกครั้งหนึ่ง โรคภัยไข้เจ็บอันเป็นเอื้อมหัตถ์แห่งมฤตยูได้แผ่ปกคลุมจิตวิญญาณอีกครั้งหนึ่ง แต่บุญเก่ายังหลงเหลืออยู่บ้าง ดังนั้นเพียงแค่ 2 วัน จึงบรรเทาลงและถอยจากบ่วงไฟ กลับไปจมน้ำอยู่ดังเดิมในวันที่ 26 สิงหาคม 2552
ทว่าดาวพระพุธนั้นเป็นสัญญาณหมายแห่งการสื่อสารและข้อมูลต่าง ๆ ยังคงส่งผลเป็นข่าวลือข่าวโกหกหลอกลวงปั้นน้ำเป็นตัวอยู่เป็นส่วนใหญ่ ยกเว้นก็แต่ระหว่างวันที่ 24-26 สิงหาคม 2552 ข่าวลือข่าวสารจะมีลักษณะเป็นการข่มขู่ข่มขวัญให้หวั่นไหวมากกว่า
แต่เพราะเหตุที่ดาวพระพุธยามโคจรเข้าราศีสิงห์นั้นทรงคุณชนิดหนึ่งมีกำลังแก่กล้ากว่าธรรมดา ดังนั้นระดับความแรงและความเข้มข้นจึงมากกว่าปกติ ถึงกระนั้นดาวพระพุธก็เป็นดาวเล็ก ขนาดไม่ต่างกันกับดาวพระศุกร์ เหมือนอึ่งอ่างจะพองตัวเท่าใดก็ไม่ใหญ่กว่าโคพระศิวะเป็นเจ้าไปได้ จึงส่งผลกระทบแต่เพียงพื้นผิวเท่านั้น ไม่อาจหยั่งรากลงลึกเหมือนกับพระเคราะห์ใหญ่ได้
ดาวพระศุกร์อันเป็นดาวเศรษฐกิจและการเงินโคจรจากราศีเมถุนเข้าสู่ราศีกรกฎในวันที่ 23 สิงหาคม 2552 เวลา 10.39 นาฬิกา ในลักษณะเร่งทับพระจันทร์ในดวงเมือง ซึ่งคัมภีร์จักรทีปนีจรวางบทพยากรณ์ว่า
“พระศุกร์จับจันทร์บริบูรณ์ ทายดุจพระสูรย์สุริยา ประโยชน์อันเดียวมาสนอง”
ซึ่งโยนภาระให้ไปดูบทพยากรณ์ในบทที่ว่าด้วยพระศุกร์ทับพระอาทิตย์ ซึ่งมีบทพยากรณ์ว่า
“ศุกร์สู่ราศีพระสู- -ริย์ศักดิ์สมบู- -รณะลาภนานา มิ่งมิตรจักมาบูชา อีกองค์พระอา- -จารีพลีลาภมากมูล”
พยากรณ์ว่า การค้าระหว่างประเทศจะดีขึ้นกว่าเดือนก่อน สามารถส่งออกและเพิ่มยอดการค้ากับมิตรประเทศ และประเทศมหาอำนาจอย่างจีนและอังกฤษ ซึ่งจะมีการเอื้อเฟื้อเกื้อกูลกันเป็นพิเศษ โดยการเงินและสภาพคล่องทั้งของรัฐและภาคธุรกิจจะยังคงฟื้นตัวต่อไป
ทำหน้าที่พยากรณ์ดวงเมืองมาพักหนึ่ง ก็รู้สึกว่าจะเป็นภาระผูกพันไปเสียแล้ว ทั้งกระทบต่อการงานอันตั้งใจอุทิศไว้ในพระศาสนาไปไม่น้อย จึงต้องพักพอไว้แค่นี้ก่อน.
|