- ปฏิทินโหราศาสตร์ประจำปี พ.ศ. ๒๕๕๕ จัดทำโดย อ.บุญศรี ภักดีวิจิตร อดีดอุปนายกสมาคมโหร และ อ.สัมพรรค์ เผือกสกนธ์ ซึ่งเป็นศิษย์ทายาทโดยตรงของท่านอาจารย์เทพย์ สาริกบุตร ขณะนี้มีวางจำหน่ายแล้ว
- ภาษีอากรทั้งระบบสำหรับผู้ทำบัญชี [27/01/2555]
- ขอเชิญติดตามอ่านเรื่อง "เมื่อไม่รู้จักน้ำ ก็แก้ไขปัญหาน้ำไม่ได้ หายนะก็ไม่มีวันสิ้นสุด" ได้แล้วที่คอลัมน์ไขข้อสนใจจากไพศาล
- ขอเชิญติดตามอ่านรายงานพิเศษเรื่อง "ต้นแบบบ้านรังนก...มรดกจากสวรรค์" เขียนโดยนายไพศาล พืชมงคล ได้แล้วที่คอลัมน์รายงานพิเศษ
- ขอเชิญติดตามอ่านเรื่อง "กรุงรัตนโกสินทร์จะสิ้นแล้วหรือ?" ได้แล้วที่คอลัมน์พูดจาภาษาโหร
| ปรากฏการณ์พระจันทร์ยิ้ม ส่งผลกับบ้านเมืองอย่างไร |
|
|
| พูดจาภาษาโหร | |||||||||
| เขียนโดย ไพศาล พืชมงคล | |||||||||
| วันอังคารที่ ๐๒ ธันวาคม ๒๕๕๑ เวลา ๑๐:๐๑ น. | |||||||||
|
ถาม : ช่วงระยะนี้มีพวกหมอดูทำนายทายทักเหตุการณ์บ้านเมืองต่าง ๆ นานาจนสับสนไปหมด และไม่แน่ใจว่าจะเกิดอะไรขึ้นเพราะคำทำนายไม่เหมือนกัน และยังมีปรากฏการณ์พระจันทร์ยิ้มซึ่งประชาชนตื่นตาดูกันทั่วประเทศ นอกจากนี้ยังมีข่าวเกี่ยวกับนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ให้คนทำพิธีจุดธูปไหว้พระภูมิที่บ้านเชียงใหม่ แล้วมีไฟลุกท่วมขึ้น จึงอยากรู้ว่าบ้านเมืองจะเป็นอย่างไร ตอบ : คำถามนี้มีหลายหัวข้อนัก จะตอบรวมกันไปก็ยาก จึงขอแยกตอบเป็นประเด็น ๆ ดังนี้ 1. เรื่องปรากฏการณ์พระจันทร์ยิ้ม เป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติชนิดหนึ่งที่เกิดขึ้นไม่บ่อยนัก ไม่ใช่สิ่งมหัศจรรย์ลี้ลับประการใด เพราะเป็นไปตามธรรมชาติ แต่บ่งนิมิตหมายไปในทางที่ดี ดังที่ได้ออกความเห็นไว้แล้วในเรื่อง "ดาวประจำพระองค์พระมหากษัตริย์ยังคงรุ่งเรืองสดใส" ซึ่งได้ลงในเว็บไซต์นี้มาตั้งแต่วันที่ 21 พฤศจิกายน 2551 ถ้าสนใจรายละเอียด กรุณาคลิ๊กกลับไปดูเองเถิด 2. เรื่องหมอดูทำนายทายทักเหตุการณ์บ้านเมืองต่าง ๆ นานาแต่ไม่เหมือนกัน ในข้อนี้เป็นเรื่องที่ปวดเศียรเวียนเกล้าต่อทุกผู้คน เพราะบ้านเมืองของเราขณะนี้บังเกิดผู้วิเศษทั้งจริงและปลอมมากมาย พากันทำนายทายทักตามความคิดความเชื่อและหลักเกณฑ์ของตนเอง แต่เมื่อต่างคนต่างทำนายทายทักโดยหลักและวิธีการหรือวิชาการที่ไม่ตรงกัน ผลก็ไม่ตรงกัน จึงสับสนอลหม่าน เพราะเหตุนี้กระมัง แต่โบราณมาท่านจึงจัดให้มีกรมโหรหลวงและมีโหรหลวงรับผิดชอบโดยเฉพาะ จึงทำให้ครั้งโบราณไม่มีปัญหาสับสนแบบที่เป็นอยู่ในปัจจุบันนี้ สาเหตุของความสับสนในปัจจุบันนี้นอกจากไม่มีใครรับผิดชอบเป็นการเฉพาะดังกล่าวแล้ว ยังเนื่องมาจาก (1) หมอดูบางประเภทตั้งกฎเกณฑ์พยากรณ์ขึ้นมาเอง ใช้วิธีบวกเลขเข้าหากัน จนเหลือหลักเดียวแล้วเอาตัวเลขนั้นไปตีความหมายเป็นดาวพระเคราะห์แล้วทำนายทายทักไป ส่วนใหญ่เป็นการพูดย้อนหลัง ปรับเหตุการณ์ให้เข้ากับหลักการของตนเอง หรือไม่ก็คาดคะเนเอาจากข่าวหนังสือพิมพ์ ซึ่งหากพิจารณาให้แยบคายก็จะเห็นได้โดยง่าย (2) หมอดูบางประเภทที่ร่ำเรียนเฉพาะการดูดวงคน เอาหลักการและวิธีดูดวงคนไปใช้กับการดูดวงเมือง ซึ่งเป็นคนละเรื่องคนละราว เป็นคนละหลักการหลักวิชา นั่นคือความหมายของเรือนในจักรราศีของดวงคนและดวงเมืองไม่เหมือนกัน ความหมายของดาวพระเคราะห์ที่โคจรในจักรราศีสำหรับดวงคนและดวงเมืองไม่เหมือนกัน การคำนวณทักษาและอายุของดวงคนและดวงเมืองก็ไม่เหมือนกัน ธาตุของราศี ของเรือนและของดาวพระเคราะห์เกี่ยวกับดวงคนและดวงเมืองไม่เหมือนกัน แต่เมื่อตีความเอาตามใจตนเอง แปลความหมายการดูดวงคนไปใช้กับการดูดวงเมืองจึงเป็นคนละเรื่องละราว ไม่เห็นหรือว่าหมอดูพวกฟันธงต่าง ๆ ธงหักเป็นทิวแถวแล้ว เพราะดูแล้วไม่ตรงกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น ไม่ต้องดูอื่นไกล ย้อนไปดูแค่ไม่เกิน 6 เดือนที่ผ่านมาก็จะเห็นได้ชัด (3) หมอดูบางประเภทอ้างญาณวิเศษจากการทรงเจ้าเข้าผี ซึ่งพวกนี้ไม่มีหลักวิชาอะไร เอาข้อมูลข่าวคราวของคนที่มาให้ดูนั่นแหละกลับไปใช้ตอบหรือทำนายทายทัก บางคนมีคนไปปรึกษาให้หาฤกษ์ปฏิวัติ ก็เข้าใจเอาว่าเวลาฤกษ์ที่ตนเองให้เป็นฤกษ์ปฏิวัติ และเข้าใจผิดคิดว่าคนที่ไปปรึกษาสามารถปฏิวัติได้ ก็เอาข้อมูลนี้ไปใช้ทำนายทายทักเพื่อสร้างคุณวิเศษของตน จึงผิดพลาดคลาดเคลื่อนและสับสนวุ่นวายดังที่เห็น ๆ กันมาแล้ว (4) หมอดูบางประเภทมีความรู้ตามหลักวิชาดูดวงเมืองจริง แต่เพราะเห็นแก่อามิสหรือมุ่งเอาใจผู้มีอำนาจก็ปรับหลักวิชาของตนเองให้ไปรับใช้การเมือง บางคนที่มีภูมิปัญญาวิชาคุณจริงก็ปิดตัวเงียบเสีย จึงไม่ค่อยมีใครรู้จัก หรือได้ข่าวคราว ดวงเมืองจะเป็นประการใด อย่าไปสนใจรู้เลย ขอให้เชื่อกฎแห่งกรรมเถิดไม่มีพลาด พระพุทธองค์ทรงสอนว่าคนทั้งหลายย่อมเป็นไปตามกรรม ไม่มีใครหลีกลี้หนีกรรมไปได้ ทำดีต้องได้ดีแน่ ทำชั่วต้องได้ชั่วแน่ ในปีเศษที่ผ่านมานี้ เหตุการณ์บ้านเมืองสับสนวุ่นวายชุลมุนไปหมด ผู้คนเต็มไปด้วยความคับข้องหมองใจและทุกข์ร้อน แต่นั่นเป็นเรื่องของปุถุชนแต่ละคนที่ต้องมีทั้งทุกข์สุขเคล้าคละกันไป แต่ก็มีบุคคลสำคัญท่านหนึ่งซึ่งมีลัคนาสถิตอยู่ราศีธนูและดาวพฤหัสโคจรเข้าทับพระลัคนากำเนิด ที่แบกรับทุกข์ของแผ่นดินไว้ตลอดทั้งปี เป็นทุกข์ร้อนหนักหนาสาหัสขนาดไหน คนทั้งแผ่นดินไม่รู้ แต่ให้ดูความหมายเอาเองจากคำทำนายจากคัมภีร์จักรทีปนีจร ซึ่งเป็นบทพระนิพนธ์ของสมเด็จเจ้าฟ้ากรมหลวงพิทักษ์มนตรี ซึ่งพยากรณ์ไว้ว่า "พฤหัสดลจักร ปะทะลัคนมี ทุรโทษธิบดี และพยาธิจุระภัย ผิว์สังฆวรา ก็จะลาคณะไป บ่มิแม้นดุจจะไข ก็จะผิดคติครู" เดชะบุญด้วยภูมิธรรมอันสูงส่งและประเสริฐ จึงคุ้มครองป้องกันมิให้เป็นอันตรายและสามารถแบกรับทุกข์อันหนักของแผ่นดินไว้ได้อย่างมั่นคง จนกระทั่งถึงวันนี้ดาวพฤหัสบดีกำลังผันผายย้ายราศีจากราศีธนูไปสู่ราศีมังกร ซึ่งสอดคล้องต้องกันกับแสงอันรุ่งเรืองสดใสของดาวจระเข้บนนภากาศข้างทิศอุดรและจะสังเกตเห็นได้อย่างชัดเจนตั้งแต่วันที่ 4 ธันวาคม 2551 ซึ่งเป็นวันที่ดาวพฤหัสย้ายราศีเป็นต้นไป 3. เรื่องไฟไหม้ในขณะทำพิธีไหว้พระภูมิที่บ้านนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ที่จังหวัดเชียงใหม่ เป็นเหตุบังเอิญที่เกิดขึ้นเพราะไม่มีใครตั้งใจให้เกิดไฟไหม้แบบนี้ คัมภีร์แต่โบราณมาถือว่าเป็นเทพยดาสังหรณ์อย่างหนึ่ง และเป็นอุบาทว์พระเพลิงอีกอย่างหนึ่ง บ่งบอกความหมายว่าเคราะห์หนักกำลังมาถึง อาจต้องสูญเสียตำแหน่งหน้าที่ ทรัพย์สิน และอาจหนักถึงเสียชีวิต บ้านจะแตกสาแหรกขาด จะต้องทำพิธีแก้อุบาทว์พระเพลิงให้ถูกต้อง และสอดคล้องกับห้วงเวลาในการแก้ด้วย.
Powered by !JoomlaComment 3.26
3.26 Copyright (C) 2008 Compojoom.com / Copyright (C) 2007 Alain Georgette / Copyright (C) 2006 Frantisek Hliva. All rights reserved."
|
|||||||||
| แก้ไขล่าสุด ใน วันอังคารที่ ๐๙ ธันวาคม ๒๕๕๑ เวลา ๑๐:๕๐ น. |





