- ปฏิทินโหราศาสตร์ประจำปี พ.ศ. ๒๕๕๕ จัดทำโดย อ.บุญศรี ภักดีวิจิตร อดีดอุปนายกสมาคมโหร และ อ.สัมพรรค์ เผือกสกนธ์ ซึ่งเป็นศิษย์ทายาทโดยตรงของท่านอาจารย์เทพย์ สาริกบุตร ขณะนี้มีวางจำหน่ายแล้ว
- ภาษีอากรทั้งระบบสำหรับผู้ทำบัญชี [27/01/2555]
- ขอเชิญติดตามอ่านเรื่อง "เมื่อไม่รู้จักน้ำ ก็แก้ไขปัญหาน้ำไม่ได้ หายนะก็ไม่มีวันสิ้นสุด" ได้แล้วที่คอลัมน์ไขข้อสนใจจากไพศาล
- ขอเชิญติดตามอ่านรายงานพิเศษเรื่อง "ต้นแบบบ้านรังนก...มรดกจากสวรรค์" เขียนโดยนายไพศาล พืชมงคล ได้แล้วที่คอลัมน์รายงานพิเศษ
- ขอเชิญติดตามอ่านเรื่อง "กรุงรัตนโกสินทร์จะสิ้นแล้วหรือ?" ได้แล้วที่คอลัมน์พูดจาภาษาโหร
| ระวังเนื้อปลาแซลมอน |
|
|
| เก็บตกจาก Fw:Mail | |||||||||
| เขียนโดย กองบรรณาธิการ | |||||||||
| วันพฤหัสบดีที่ ๐๒ กันยายน ๒๕๕๓ เวลา ๑๐:๔๔ น. | |||||||||
|
ผมเป็นคนชอบกินปลาครับ ปลาในดวงใจที่ชอบก็คือปลา จะละเม็ด ปลาทู และปลาแซลมอน จำได้ว่ากินปลา แซลมอนครั้งแรกเมื่อสิบกว่าปีก่อนในต่างแดน อาหารเย็นมื้อนั้นเพื่อนฝรั่งพาไปกินปลาแซลมอน รมควัน ผมยังนึกสงสัย อยู่ในใจว่า ปลาอะไรหนอ เนื้อสีส้มอมชมพูแสนสวย พอได้ชิมเนื้อปลา แล้วก็ เริ่มติดใจในรสชาติขึ้นมา เมื่อกลับมาเมืองไทยก็ยังหาโอกาสกิน ปลาแซลมอนบ้าง แต่ไม่บ่อยนัก เพราะตอนนั้นราคาปลาแซลมอนในเมืองไทยจัดว่าค่อน ข้างแพง นาน ๆ ครั้ง เพื่อนพาไปกินอาหารญี่ปุ่น อันดับ แรกที่ต้องสั่งคือซาชิมิปลาแซลมอนจิ้มวาซาบิ เพื่อนสั่งปลาดิบ มาให้กิน กี่จานๆ ก็กินหมดจนพุงกาง หากวันไหน เพื่อนพาไปร้านอาหารฝรั่งก็จะต้องสั่งปลาแซลมอนรมควัน จนกลายเป็นอาหารจานโปรดไปเสียแล้ว เพื่อนผมเคยบอกว่า สงสัยชาติที่แล้วผมคงเกิดเป็นหมีสีน้ำตาลแถว อะแลสกา ที่ชอบกินปลาแซลมอนตามลำธารเวลาที่มัน อพยพขึ้นมาวางไข่ ผมชอบกินปลาแซลมอนเพราะ เนื้อไร้กลิ่นคาว เวลาเคี้ยวก็รู้สึกได้ถึง ความลื่นมัน ได้รสธรรมชาติแสนเอร็ดอร่อยและต้องกินแบบไม่ ปรุงแต่ง ถ้าเอาปลาไปนึ่งหรือทอดรสชาติก็สู้กิน แบบดิบๆ ไม่ได้ จน กระทั่ง ๔-๕ ปีให้หลัง ผมสังเกตเห็นว่ามีการนำเนื้อปลาแซลมอนเข้ามาจำ หน่ายในบ้านเรามากขึ้น ราคาก็ไม่แพงเหมือนในอดีตสมัยก่อนอาจมีจำหน่าย ตามซูเปอร์มาร์เกตชั้นนำไม่กี่แห่ง แต่ตอนนี้ตลาดติดแอร์แทบทุกแห่งจะมีเนื้อปลา แซลมอนวางขายเคียงคู่กับเนื้อปลากะพง ปลาเก๋า ในราคาไม่แตกต่างกัน และดูเหมือนว่าจะถูกกว่าเนื้อปลาจะละเม็ดเสีย อีก กล่าวคือเนื้อปลาแซลมอนที่เคยขายกันกิโลกรัมละ ๗๐๐-๘๐๐ บาท บัดนี้เหลือเพียงกิโลกรัมละ ๓๐๐-๔๐๐ บาท ขณะที่เนื้อปลาจะละเม็ดขนาดใหญ่ยังคงยืนราคา อยู่ที่กิโลกรัมละ ๔๐๐-๕๐๐ บาทขึ้นไป เมื่อเห็นว่าปลาแซลมอนส่วนใหญ่นำเข้าจากประเทศทางยุโรป ผมก็ไม่ได้คิดอะไรมาก วันไหน พอมีเวลาก็แวะซูเปอร์มาร์เกตซื้อ ปลาแซลมอนมากินเล่นพลางดูรายการสารคดีชีวิตปลา แซลมอนที่ต้องว่ายน้ำข้ามทะเลหลายพันไมล์เพื่อขึ้น มาวางไข่ออกลูกหลานที่ต้นลำธารดูแล้วก็นึกเอา เองว่าปลาแซลมอนที่เรากินคง ต้องเป็นปลาที่พลานามัยแข็งแรงแน่แถมยังอุดมไป ด้วยกรดไขมันโอเมกา-๓ ซึ่งมี คุณสมบัติในการ ช่วยป้องกันโรคหัวใจ อย่างนี้จะไม่ให้หลงใหล แซลมอนอย่างไรไหว จนกระทั่งวันหนึ่ง ผมเหลือบไปเห็นบทความเกี่ยวกับปลาแซลมอนใน วารสาร ecologist ฉบับเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ก็ตาสว่างขึ้นทันที ปลาแซลมอนที่เรากินก็คงไม่ต่างจากกุ้งกุลาดำในฟาร์มเลี้ยง ที่เราส่งไปขายเมืองนอกจนติดอันดับโลก คือถูกเลี้ยงให้เติบโตมาด้วยการใช้สารเคมีและ อัดยาเยอะ ปลาแซลมอนที่ส่งมาขายบ้านเราส่วนใหญ่มาจากฟาร์ม เลี้ยงปลาในยุโรป ปลาแซลมอนเหล่านี้อุดมไปด้วยเชื้อโรค เจ้าของฟาร์มจึงต้องใส่สารเคมีและยาปฏิชีวนะลง ในบ่อปลา เพื่อกำจัดแมลงรบกวนและเชื้อโรค หลายอย่าง ปลาแซลมอนในธรรมชาติมีเนื้อ เป็นสีชมพู เพราะมันกินพวกกุ้งตัวเล็กๆ และพืชทะเลปลาแซลมอนในฟาร์มก็มีเนื้อสีชมพูน่ากิน เช่นกัน แต่เป็นเพราะมันกินอาหารปลาที่มีสารให้สีจำพวก astaxanthin และ canthaxanthin ชนิดเข้มข้น ซึ่งหากมนุษย์ได้รับสารเหล่านี้มากเกินไป อาจ จะมีผลต่อระบบประสาทตา นอกจากนี้ เนื้อของปลาแซลมอนที่ไม่ค่อยได้ออกกำลังยังอุดม ไปด้วยกรดไขมันอิ่มตัว ซึ่งมีผลต่อการอุดตันของเส้นเลือด แถมยังมีกรดไขมันโอเมกา-๓ น้อยกว่าปลาแซลมอนในธรรมชาติถึง ๓ เท่า ดังนั้นหากบริโภคแซลมอนจากฟาร์มเหล่านี้มากเกิน ไปก็อาจส่งผลให้เกิดการอุดตันของเส้นเลือดได้ ในสหรัฐอเมริกายังมีการวิจัยพบ ว่า เนื้อปลาแซลมอนจากฟาร์มเลี้ยงมีสารก่อมะเร็งที่มา จากอาหารปลาในระดับที่สูงกว่าปลาแซลมอนจากธรรมชาติถึง ๑๖ เท่า มากกว่าเนื้อวัว ๔ เท่า ไม่นับรวมว่าปลาแซลมอนบางตัวมีพยาธิทะเล อาศัยอยู่ด้วยทุกวันนี้การเลี้ยงปลาแซลมอนกลายเป็นอุตสาหกรรม ขนาดใหญ่ เพราะมีความต้องการที่สูงขึ้นทัวโลก เมื่อไทยส่งกุ้งกุลาดำตีตลาดยุโรป ฝรั่งก็ส่งปลาแซลมอนมาเป็นบรรณาการบ้างทั้งสอง ล้วนเป็นอาหารยอดฮิต และอุดมไปด้วยสารเคมีชนิดต่าง ปีใหม่นี้คงต้องบอกตัวเองให้รักปลาแซลมอนน้อยๆ ครั้นจะเหลียวมามองปลาจะละเม็ด ก็อุดมไปด้วยฟอร์มาลีน กลับมาหาปลาทูเพื่อนยากกันดีกว่า วันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์ บรรณาธิการ บริหาร
Powered by !JoomlaComment 3.26
3.26 Copyright (C) 2008 Compojoom.com / Copyright (C) 2007 Alain Georgette / Copyright (C) 2006 Frantisek Hliva. All rights reserved."
|





