|
ระวังภัย ตอน แก้วน้ำเคลือบยา |
|
|
|
เก็บตกจาก Fw:Mail
|
|
เขียนโดย กองบรรณาธิการ
|
|
วันศุกร์ที่ ๑๙ มีนาคม ๒๕๕๓ เวลา ๑๑:๐๐ น. |
|
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นกับพี่สาวของจอยเองค่ะ เธอชื่อ พี่แก้ว
พี่แก้วอายุ 40 ต้นๆ เป็นหญิงร่างเล็ก หน้าตาคมคายจัดว่าสวยเลยทีเดียวค่ะ
พี่แก้วเป็นคนมีรถแต่ไม่ชอบขับรถจึงชอบใช้บริการของรถปอ.และรถตู้เป็นประจำ
ประมาณเดือน ธ.ค.2552 วันนั้นเธอไปทำธุระแถวสุทธิสาร เวลาประมาณ 17.30 น.
พี่แก้วกำลังยืนรอรถตู้เพื่อจะกลับบ้านแถวดาวคะนอง ขณะที่ยืนรอรถ มีคุณป้าคนหนึ่ง
ยื่นแก้วน้ำซึ่งบรรจุน้ำกับน้ำแข็งให้ พร้อมพูดว่า"หนูจ๋าช่วยถือแก้วให้ป้าหน่อยจ้ะ

ป้าขอหยิบของในกระเป๋าประเดี๋ยวนึง" หลังจากที่ช่วยถือแก้วให้คุณป้า เพียงไม่ถึง5นาที
ก็รู้สึกว่าตัวเองชามากๆ และไม่สามารถ บังคับตัวเองได้ แถมยังเดินตามคุณป้าขึ้นรถตู้

คันที่จอดรออยู่ข้างหน้าไปหน้าตาเฉยเลย พี่แก้วรับรู้ถึงความไม่ปกติ เธอพยายามต้อต้าน
กับความผิดปกติของร่างกาย มันทรมานมากๆ ด้วยความที่เธอเป็นคนฉลาดจึงแกล้งทำเป็นหลับ
เธอสังเกตว่าในรถตู้คันนั้นมีเหยื่ออีก 2 สาว ซึ่งคงจะถูกหลอกมาจากที่อื่น อาการทั้ง 2 คนนั้น
หมดสติค่ะ นอกจากเหยื่อเคราะห์ร้ายแล้วยังมีป้ามหาภัยกับผู้ชายวัยกลางคน 1คน เป็นคนขับ
และอีก 1 คนนั่งเคียงข้างกันอยู่หน้ารถ ระหว่างทางทั้ง 3 คนไม่มีบทสนทนาใดๆเลย
หลังจากที่พี่แก้วขึ้นรถแล้วพวกมันก็ขับรถวนอนุสาวรีย์ชัยฯอยู่ประมาณ 4 รอบ
หลังจากนั้นรถก็ขึ้นทางด่วนมุ่งตรงไปจ.ชลบุรี มันก็ขับวนไปวนมาจนไปจอดที่หน้า Lotus พัทยา
ขณะนั้นเป็นเวลา เกือบ 4 ทุ่ม พวกมันเข้าใจว่าพี่แก้วหลับอยู่ พวกมันทั้ง 3 คนลงไปคุยกันข้างหน้า
ของห้างโลตัส ทิ้งเหยื่อไว้ลำพัง เมื่อพี่แก้วลืมตาแอบดูก็พบว่าประตูแง้มอยู่นิดนึงพอจะมีทางรอดทาง เดียว
แต่ต้องเสี่ยง จึงรวบรวมพลังในร่างกายทั้งหมดเลื่อนประตูกระโดดลงมาและวิ่งอย่างไม่คิดชีวิต
วิ่งหนีมาแต่ตัวจริงๆเลยค่ะส่วนกระเป๋าสะพายซึ่งบรรจุเงินและโทรศัพท์มือถือ อันตรธารหายไปโดยไม่รู้ ตัวตั้งแต่
ในรถตู้แล้วล่ะค่ะ พี่แก้ววิ่งไปขอความช่วยเหลือกับมอเตอร์ไซค์รับจ้าง พี่มอเตอร์ไซค์ก็ใจดีขี่รถพาพี่แก้ว
มาที่สถานีรถประจำทางซึ่งเ่วลานั้นเป็นเวลาที่รถทุกคันหยุดเดินรถ(ดึกมากแล้วประมาณ 4-5ทุ่ม)
พลันเหลือบไปเห็นชายวัยกลางคนนั่งรอรถอยู่เหมือนกัน จึงเข้าไปเล่าเหตุการณ์ให้ฟังพร้อมฝากพี่แก้วไว้ กับ
ชายคนนั้น ชายคนนี้เป็นวิศวกรพอเห็นว่าคงไม่สามารถพาตัวเองและพี่แก้วกลับกรุงเทพได้เนื่อง จาำกไม่มีรถ
โดยสารจริงๆ จึงโทรศัพท์หาวิศวกรรุ่นน้องให้มารับที่สถานีเพื่อไปส่งปลายทางที่บางนา หลังจากนั้นไม่ นาน
รถรุ่นน้องก็ขับเข้ามาจอดเทียบ วิศวกรรุ่นพี่และพี่แก้วก็ขึ้นรถไปด้วยกัน ระหว่างทางพี่แก้วก็ใจเต้นตูม ตาม
กลัวว่าจะหนีเสือปะจรเข้ นั่งรถไปก็ภาวนาไปให้พระคุ้มครอง จนรถแล่นมาถึงและจอดที่แยกบางนา
พี่แก้วก็เอ่ยปากขอยืมเงินวิศวกรคนนั้น(แค่เศษเหรียญ)เพื่อใช้โทรศัพท์หาสามีให้มารับ คุณวิศวกรก็เลย ให้ยืม
โทรศัพท์ พร้อมเงินติดกระเป๋า ส่วนพี่แก้วก็ขอบคุณพร้อมยื่นนามบัตร(ที่ติดมาในกระเป๋าเสื้อ)ให้เผื่อว่า จะไป
เที่ยวที่สวนลิ้นจี่ที่อัมพวา และก็ลาจากกัน ส่วนพี่แก้วไม่นานสามีก็ขับรถมารับกลับบ้าน พี่แก้วไม่สามารถ ฝืน
ร่างกายได้รีบบอกสามีให้ช่วยส่งโรงพยาบาลด่วน เมื่อไปถึงร.พ.ก็เล่าอาการให้หมอฟัง หมอบอกว่า สมัยนี้
มียาตัวใหม่ที่สามารถซึมซับเข้าสู่้ร่างกายทางผิวหนังได้ทันที อาการจะชาไปทุกส่วนของร่างกาย
ส่วนพี่แก้วที่มีอาการแย่มากเนื่องจากร่างกายทำปฏิกิริยาต่อต้านกับฤทธิ์ยา จึงต้องนอนให้น้ำเกลือในร.พ .
ถึง 3 วัน ยังโชคดีที่พี่แก้วไม่เป็นเหยื่อของพวกมันและยังได้วิศวกรช่วยชีวิตมาได้ค่ะ ส่วนเหยื่อที่เหลือ
ไม่รู้ว่าเป็นอย่างไร พี่แก้วบอกว่าวินาทีนั้นไม่ได้คิดถึงอะไรแล้วขอแค่เอาตัวให้รอดออกมาจากรถตู้ก่อน ค่ะ
จึงอยากเตือนภัยพี่ๆเพื่อนๆให้ช่วยส่งต่้อ mail นี้เยอะๆนะคะ
จากนั้นไม่นาน วิศวกรคนนั้นก็ได้ติดต่อขอไปเที่ยวที่สวนพร้อมแฟนสาว ส่วนพี่แก้วได้ใช้ ที่มา : Forward E-Mail
|