|
"เขมร"ส่งแถลงการณ์ไม่เจรจากับไทย ย้ำเจ้าของ ประสาทตาเมือนธม-4.6ตร.กม. "แม้ว"ได้รับสัญชาติกัมพูชา |
|
|
|
เก็บตกจาก Fw:Mail
|
|
เขียนโดย กองบรรณาธิการ
|
|
วันอังคารที่ ๐๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓ เวลา ๑๐:๕๑ น. |
|
"เขมร" ส่งแถลงการณ์ย้ำไม่ต้องเจรจากับไทย ยันประสาทตาเมือนธมเป็นของกัมพูชา เสธ.ทบ.ยัน"ฮุนเซน"เหยียบพท.ทับซ้อนไม่น่าห่วง สื่อเขมรรายงาน"แม้ว"ได้รับสัญชาติ"กัมพูชา"แล้ว
"เขมร"ส่งแถลงการณ์ย้ำไม่ต้องเจรจากับไทย ยันประสาทตาเมือนธมเป็นของกัมพูชา ค่ำ วันที่ 5 กุมภาพันธ์ สถานเอกอัครราชทูตกัมพูชาประจำประเทศไทย ส่งแถลงการณ์ทางโทรสารถึงสื่อมวลชนไทยทุกแขนงว่า กรณีที่มีข่าวว่า ฝ่ายไทยจะส่งเจ้าหน้าที่ไปต้อนรับสมเด็จฯฮุน เซน ที่ปราสาทตาเมือนธม ซึ่งอยู่ในอาณาเขตประเทศไทย รวมทั้งนายอภิสิทธิ์ ให้สัมภาษณ์สื่อว่า หากสมเด็จฯฮุน เซน จะเดินเข้าพื้นที่ 4.6 ตารางกิโลเมตร จะต้องมีการเจรจากันก่อนนั้น
สถาน ทูตกัมพูชาชี้แจงว่า ถึงแม้ฝ่ายไทยจะคัดค้านการเดินทางของสมเด็จฯฮุน เซน ก็ไม่ได้เป็นประเด็น และเป็นเรื่องไร้สาระโดยสิ้นเชิง ทั้งเป็นที่น่าประหลาดใจ ที่ไทยจะส่งเจ้าหน้าที่ระดับสูงไปต้อนรับ เพราะสมเด็จฯฮุน เซน เดินทางอยู่ในอาณาจักรกัมพูชา และประสาทตาเมือนธมก็อยู่ในเขตกัมพูชา ตามแผนที่อินโดจีน-สยาม ลงวันที่ 30 ธันวาคม ค.ศ.1908
ส่วน กรณีที่นายอภิสิทธิ์ บอกว่า จะมีการเจรจาก่อนนั้น ทางกัมพูชาก็ไม่จำเป็นต้องเจรจา เพราะพื้นที่ 4.6 ตารางกิโลเมตร เป็นพื้นที่กัมพูชาตามแผนที่แนบท้ายคำพิพากษาของศาลโลก เมื่อ ค.ศ.1962
สื่อเขมรรายงาน"แม้ว"ได้รับสัญชาติ"กัมพูชา"แล้ว ที่พรรคประชาธิปัตย์ เมื่อวันที่ 5 ก.พ. นพ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงกรณีที่สมเด็จฯ ฮุนเซน นายกรัฐมนตรกัมพูชา จะมาเยือนชายแดนไทย-กัมพูชา ว่า พรรคในฐานะแกนนำรัฐบาลยืนยันว่า หน้าที่พื้นฐานคือการปกป้องอธิปไตยของชาติ โดยจะรักษาระดับความสัมพันธ์ของประเทศเพื่อนบ้านทุกประเทศ และไม่ให้กระทบกับประชาชนคนไทย จากเหตุการณ์ความขัดแย้งกรณีชายแดน แต่เรื่องดังกล่าว ทางพรรควิเคราะห์ว่าหากมีการเยือนพื้นที่ชายแดนฝั่งเขมรนั้น ก็ถือว่าเป็นสิทธิ์อันชอบที่สมเด็จ ฮุนเซน กระทำได้ แต่การเข้าเยี่ยมพื้นที่บริเวณปราสาทพระวิหาร ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ทั้งสองฝ่ายอ้างสิทธิ์ ซึ่งไม่ว่าฝ่ายใดจะเดินทางเข้าไป จะต้องมีการแจ้งให้อีกฝ่ายหนึ่งทราบ เช่นเดียวกับก่อนหน้านี้ที่มีคณะรัฐมนตรีของไทยเดินทางไป และทางรัฐบาลกัมพูชาก็ส่งเจ้าหน้าที่ระดับสูงมาต้อนรับ
นพ.บุรณัชย์ กล่าวต่อว่า ส่วนบริเวณที่มีการอ้างสิทธิ์ในฝ่ายกัมพูชา แต่มีการยืนยันในฝ่ายไทยว่า พื้นที่ดังกล่าว เช่น ตาเมือนธม ไทยเป็นผู้ครอบครองพื้นที่ เพราะมีการปักหมุดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว อย่างไรก็ตาม ได้มีการปรากฏข่าวจากประธานเครือข่ายติดตามสถานการณ์ที่เขาพระวิหาร ที่มีการรายงานว่าพ.ต.ท.ทักษิณ จะร่วมเดินทางมาด้วย ซึ่งขณะนี้พรรคในฐานะแกนนำรัฐบาล ได้มีการตรวจสอบ พบว่ายังไม่มีข่าวแต่อย่างใด แต่ข่าวที่ได้รับทราบในช่วงเดียวกันคือ ได้มีการตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์“KHMER INTELLIGENCE NEWS” เมื่อวันที่ 1 ก.พ. ที่ผ่านมา ซึ่งได้มีการระบุว่า พ.ต.ท.ทักษิณได้รับสัญชาติเขมร เมื่อเดือนมีนาคมปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นหลักฐานสำคัญที่ทำให้พ.ต.ท.ทักษิณได้รับพาสปอร์ตในการเดินทาง และทางพรรคได้นำหลักฐานดังกล่าว ส่งให้มอบเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อตรวจสอบในข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ด้วย
ผู้สื่อข่าวถามว่า หากมีการมอบสัญชาติให้กับพ.ต.ท.ทักษิณ เพราะคนหนึ่งคนสามารถถือได้สัญชาติเดียว จะเกิดปัญหาหรือไม่ เพราะไม่ใช่คนไทยแล้ว นพ.บุรณัชย์กล่าวว่า ยังไม่ทราบ เพราะเรื่องดังกล่าวไทยพึ่งได้รับรายงานมา และอยู่ในขั้นตอนของการยืนยันอยู่ ส่วนสถานะจะเป็นหนึ่งหรือสองสัญชาตินั้น ก็ต้องดูในข้อกฎหมายต่อไป
ภายหลังการแถลงข่าวของพรรคประชาธิปัตย์ ทีมโฆษกพรรคได้นำเอกสารซึ่งเป็นการรายงานข่าวของหนังสื่อพิมพ์ “KHMER INTELLIGENCE NEWS” ของประเทศกัมพูชา มาแจกให้กับผู้สื่อข่าว โดยในเอกสารได้มีการแปลเป็นภาษาไทย พร้อมทั้งได้ระบุว่า เรื่องดังกล่าวได้มีการรายงานไปเมื่อวันที่ 1 ก.พ. ที่ผ่านมาว่า โดยเนื้อหาในเอกสารระบุว่า ทางรัฐบาลกัมพูชาได้มอบหมายให้นายเจีย ซิม ประธานวุฒิสภา และในฐานะประมุขแห่งรัฐ ประกาศมอบสัญชาติเขมรให้กับพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีของไทย ซึ่งเป็นผู้ต้องหาหลบหนีคดีอยู่ในขณะนี้ และในการรายงานข่าวยังได้ระบุอีกว่า กษัตริย์นโรดม สีหมุนี ที่อยู่ระหว่างการเดินทางไปเยือนประเทศฝรั่งเศส ได้กำชับกับทางรัฐบาลกัมพูชาว่า ให้ดำเนินการในเรื่องดังกล่าวเป็นความลับ ทั้งนี้ ใน ยังได้ระบุถึงที่มาของข้อมูลจากเว็บไซด์ http://groups.yahoo.com/group/khmerintelligence/message/720
รรท.ผบ.ตร.ระบุข่าวยังไม่ยืนยัน "แม้ว"เยือนชายแดนไทย-เขมร ที่ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ศปก.ตร.)สำนักงานตำรวจแห่ง ชาติ(ตร.) เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 5 ก.พ. พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รรท.ผบ.ตร. เป็นประธานการประชุมเตรียมความพร้อมเรื่องสถานการณ์ความมั่นคง โดยมีพล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ที่ปรึกษา(สบ10) ฝ่ายความมั่นคงและกิจการพิเศษ ตัวแทนสำนักงานยุทธศาสตร์ตำรวจ สำนักงานส่งกำลังบำรุง สำนักงานงบประมาณและการเงิน ตัวแทนนครบาลและสอบสวนกลาง ร่วมประชุม โดย พล.ต.อ.ปทีป กล่าวว่า วันนี้ได้มีการประชุมเพื่อเปิดศูนย์ปฏิบัติการของตร.เพื่อดูแลเรื่อง สถานการณ์ความมั่นคงในบ้านเมือง ในช่วงที่มีความขัดแย้งและการชุมนุมของกลุ่มต่างๆ หลังจากเมื่อวานนี้รัฐบาลกับทางกอ.รมน.ได้ประชุมร่วมกันแล้ว ในส่วนของตำรวจที่ต้องปฏิบัติงานก็จำเป็นต้องมีแผนเพื่อให้การทำงานสอดคล้อง กัน โดยมีตนเองเป็นประธานศูนย์ ร่วมกับพล.ต.อ.อดุลย์ พล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา ผู้ช่วยผบ.ตร. พร้อมฝ่ายยุทธศาสตร์ตร.ร่วมประชุมเพื่อวางแผนการทำงาน
พล.ต.อ.ปทีป กล่าวต่อว่า ส่วนเรื่องที่มีประชาชนไปชุมนุมตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา หลังจากมีข่าวว่าสมเด็จฮุนเซ็น นายกรัฐมนตรีกัมพูชาพร้อมขณะจะเดินทางมาพื้นที่ทับซ้อนนั้น เรื่องนี้เป็นเรื่องของทางทหารและนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีก็ได้แถลงไปแล้ว ส่วนกรณีข่าวลือที่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีจะเดินทางมาพร้อมกับสมเด็จฮุนเซ็นนั้น ทางการข่าวเมื่อวานนี้ก็ยังไม่มีรายงานว่าพ.ต.ท.ทักษิณจะเข้ามา ทางการข่าวไม่มีการยืนยัน
“ส่วนการชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดงเราก็ได้มีการเตรียมการหลังตั้งศูนย์ ปฏิบัติการก็จะทำแผน ทุกหน่วยก็ออกแผนรองรับและทำการซักซ้อม หลังจากเมื่อวานนี้ได้ไปประชุมร่วมกับสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.)ก็ต้องนำ แผนมาปรับใช้กับการทำงานของตำรวจ นายกฯก็กำชับเรื่องความพร้อมในการรับมือกลุ่มผู้ชุมนุม”พล.ต.อ.ปทีป กล่าว
พล.ต.อ.ปทีป กล่าวถึงความคืบหน้าการดำเนินคดีกับกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย บุกสนามบินว่า ทางคณะพนักงานสอบสวนก็ทำงานอยู่ ตนเองก็ได้เร่งรัดไปแล้ว แต่ล่าสุดทราบว่าติดปัญหาบางอย่างอยู่เล็กน้อย สำนวนการสอบสวนก็ใกล้จะเสร็จเรียบร้อย เดินหน้าไปเยอะแล้ว
ทบ.ยัน"ฮุนเซน"เหยียบพื้นที่ทับซ้อน4.6ตร.กม.ไร้ห่วง เมื่อ วันที่ 5 ก.พ. พล.อ.พิรุณ แพ้วพลส่ง เสนาธิการทหารบก กล่าวถึงกรณีที่สมเด็จฯ ฮุนเซ็น นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ลงพื้นที่เขาพระวิหารมีนัยยะทางหารเมืองหรือไม่ ว่า เมื่อคืนนายกรัฐมนตรีตอบชัดเจนไปแล้ว ส่วนนัยยะสำคัญคงไม่จำเป็นต้องวิเคราะห์ว่าเกี่ยวพันกันอย่างไร ให้ถือเป็นเรื่องของกัมพูชา แต่ในฐานะพื้นที่ชายแดนมีหลักปฏิบัติวิธีการทูตอยู่แล้ว ส่วนการทหารดูแลเฉพาะพื้นที่ที่ประสานกับกระทรวงต่างประเทศว่าต้องดูแลอย่าง ไร ซึ่งความสัมพันธ์ของเรากับกัมพูชายังดีอยู่สามารถพูดคุยกันรู้เรื่อง ไม่ใช่ว่าที่แค่นี้จะมาเหยียบกันไม่ได้ เพราะมีหลักการกำหนดไว้แล้วไม่มีปัญหา ส่วนในพื้นที่และระดับสูงเรามีการพูดกันต่อเนื่อง การแก้ปัญหาพื้นที่ทับซ่อนเขาพระวิหาร กองทัพทำตามหลักสากลไม่มีอะไรพิเศษ เมื่อมีแขกมาก็ต้องประสานงานและต้อนรับ สิ่งใดไม่ถูกต้องตามหลักเกณฑ์ก็ต้องทำให้ถูกต้อง
"พีระพันธุ์"เชื่อ"ทักษิณ"ไม่มาพระวิหาร ที่ ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 5 ก.พ. นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จะเดินทางลงพื้นที่ทับซ้อนไทย-กัมพูชา บริเวณปราสาทพระวิหาร ร่วมกับ สมเด็จฯ ฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ว่า ยังไม่ทราบข้อเท็จจริง แต่บริเวณดังกล่าวเป็นพื้นที่ทับซ้อน ถ้าผลีผลามทำอะไรอาจเกิดความขัดแย้ง หากทางการไทยจะเข้าไปดำเนินการตามกฎหมายในพื้นที่ดังกล่าวเป็นเรื่องที่ยาก ลำบาก เพราะทหารกัมพูชาควบคุมดูแลพื้นที่อยู่ ซึ่งเจ้าหน้าที่ไทยส่วนใหญ่เป็นทหารที่เข้าไปประสานกับกัมพูชา แต่ต้องติดต่อประสานกันล่วงหน้า โดยหากรัฐบาลไม่รอบคอบจะทำให้เกิดความขัดแย้ง อีกทั้งกรณีนี้เข้าไปคงลำบาก รัฐบาลคงไม่เอาเรื่องแค่นี้ มาสร้างปัญหาความขัดแย้งระหว่างเพื่อนบ้าน เพราะเป็นคนละประเด็น แต่โดยมารยาททางกัมพูชาจะต้องส่งตัวพ.ต.ท.ทักษิณให้ไทย เนื่องจากมีการประสานกันในระดับเจ้าหน้าที่ทหารกับทหารแล้ว ส่วนที่มองว่าเป็นการส่งสัญญาณบางอย่างนั้น ตนคิดว่าพ.ต.ท.ทักษิณคงไม่น่าจะมา
แม่ทัพภาค2กร้าวห้ามทหารกัมพูชาติติดอาวุธเหยียบแผ่นดินไทย พล.ท.วี ร์วลิต จรสัมฤทธิ์ แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าวถึงกรณีที่สมเด็จฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชามีกำหนดการจะลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมกำลังพลที่ปฏิบัติ หน้าที่ปกป้องดินแดนตามแนวชายแดนกัมพูชา-ไทย ในพื้นที่พิพาท 4.6 ตารางกิโลเมตร ระหว่างวันที่ 6 – 9 กุมภาพันธ์ว่า ทางกองทัพภาคที่ 2 ยังไม่มีการปรับเพิ่มกำลังทหารในพื้นที่แต่อย่างใด เนื่องจากคาดการณ์ว่ากำลังที่มีอยู่จะเพียงพอต่อการดูแลรักษาความสงบใน พื้นที่ได้
"จุด ประสงค์ในการเดินทางลงพื้นที่พิพาทของสมเด็จฮุนเซนคงไม่ใช่เป็นการแสดงความ เป็นเจ้าของพื้นที่ โดยกัมพูชาแจ้งว่าจุดประสงค์หลักก็คือต้องการเดินทางมาเพื่อเปิดหมู่บ้าน ธรรมชาติสีหราชห์เดโช ใกล้กับบ้านโกมุยในพื้นที่ของกัมพูชา และก็มาเปิดหน่วยกองทัพน้อยสนับสนุนที่ 3 และก็อาจจะมีการเดินทางมาเยี่ยมให้กำลังใจทหารที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ตามแนว ชายแดนในฐานะที่เป็นผู้นำสูงสุดของกองทัพ ในเบื้องทางรัฐบาลไทยและกองทัพบกได้มอบหมายให้ตนเองและเจ้าหน้าที่หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องบางส่วนมาเป็นผู้ให้การต้อนรับการเดินทางมาของสมเด็จฮุนเซน"
พล.ท.วี ร์วลิต กล่าวว่า การเคลื่อนไหวของทหารกัมพูชาเพื่อเตรียมความพร้อมในการต้อนรับและรักษาความ ปลอดภัยผู้นำประเทศกัมพูชานั้น แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าวว่า ตอนนี้ทราบว่ามีการเคลื่อนไหวของกองกำลังทหารแนวที่ 2 ที่พร้อมจะสนับสนุนทหารที่ปฏิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดนบ้างแล้ว โดยมีการเข้มงวดในการลาดตระเวนรักษาความปลอดภัยเป็นพิเศษ เนื่องจากสถานการณ์ที่ผ่านมามักจะเกิดการปะทะกันระหว่างกลุ่มผู้ลักลอบตัด ไม้กับทหารอยู่เป็นระยะซึ่งอาจจะทำให้เกิดเหตุการณ์รุนแรงขึ้นได้ ดังนั้นในช่วงนี้ทางกัมพูชาจึงต้องมีการเข้มงวดเป็นพิเศษ แต่ทั้งนี้หากการเดินทางมาครั้งนี้ของสมเด็จฮุนเซนทหารกัมพูชามีการติดอาวุธ ลุกล้ำเข้ามาในเขตพื้นที่ของไทยทางกองทัพภาคที่ 2 คงยอมไม่ได้และจะต้องมีการปลดอาวุธ ผลักดันให้ออกจากพื้นที่ รายละเอียดทั้งหมดจะมีการนำเข้าไปพูดคุยหารือและตกลงกันกับนายทหารระดับสูง ของกัมพูชาช่วงบ่ายวันที่ 5 กุมภาพันธ์
"สุเทพ"รับ"ฮุนเซ็น"มาดูเขาพระวิหารจริง6-7ก.พ. ปัดข่าว"แม้ว"ร่วมทีม นาย สุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง กล่าวถึงกรณีมีกระแสข่าวสมเด็จฮุน เซ็น นายกรัฐมนตรีกัมพูชา และคณะจะเดินทางมาตรวจพื้นที่ทับซ้อนไทย-กัมพูชาหลายจุด รวมทั้งเขาพระวิหาร ว่า ได้รับรายงานแล้วว่าสมเด็จฮุน เซ็นจะเดินทางมาจริงในวันที่ 6-7 ก.พ.นี้ ได้สั่งแม่ทัพภาค 2 และผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษลงพื้นที่ต้อนรับแล้ว ซึ่งตนเองคงไม่เดินทางไปด้วย เว้นแต่นายกรัฐมนตรีจะสั่ง อย่างไรก็ตาม นายสุเทพ กล่าวเพิ่มเติมว่า ด้านการข่าวยังไม่ได้รับรายงานว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จะร่วมคณะเดินทางมาด้วย
เมื่อถามว่านายวีระ สมความคิด แกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ประกาศจะนำประชาชนขึ้นไปบริเวณเขาพระวิหารในวันที่สมเด็จฮุน เซน มาตรวจเยี่ยมกองทหาร นายสุเทพ กล่าวว่า ต้องขอความกรุณาว่าอย่าได้ทำอะไรที่จะทำให้สถานการณ์ยุ่งยากมากขึ้น ให้เป็นหน้าที่รัฐบาลแก้ปัญหา ไม่หลุดออกไปนอกการควบคุม ถ้ามีหลายฝ่ายมากเกินไปจะอันตราย
รบ.ส่งคนดูแล"ฮุนเซ็น"ตรวจพื้นที่ทับซ้อน เล็งจับ"แม้ว"หากร่วมทีม นายปณิธาน วัฒนายากร รักษาการโฆษกสำนักนายกรัฐมนตรี และรองเลขาธิการนายกฯ กล่าวในรายการ เก็บตกจากเนชั่น ถึงกรณีสมเด็จฯฮุนเซ็น ผู้นำกัมพูชาจะเดินทางเข้ามาตรวจพื้นที่ทับซ้อนไทย-กัมพูชา ว่า ไทยคงต้องจัดเจ้าหน้าที่ไปช่วยดูแลเพราะถือเป็นเจ้าภาพที่ดี ซึ่งเป็นไปตามกฏเกณฑ์และขั้นตอนปฏิบัติเพื่อความปลอดภัย อย่างไรก็ตาม ตราบใดที่ยังตกลงกันไม่ได้ ก็คงบริหารจัดการไปอย่างยืดหยุ่น
นายปณิธาน กล่าวเพิ่มเติมว่า สมเด็จฯ ฮุนเซ็นอาจต้องการเข้ามาสำรวจและรับฟังความคิดเห็น ซึ่งหากเราไม่ดูแลหรือเป็นเจ้าภาพที่ดี นานาชาติคงมองไม่ดี หากเราไม่สนใจก็อาจถูกมองว่าเราไม่ให้ความร่วมมือ เราทำตามขั้นตอนก็ส่งจนท.ไปดู แต่ไม่มีผลต่อเขตแดนหรืออธิปไตย
"ส่วนพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จะร่วมคณะกับสมเด็จฯ ฮุนเซ็นนั้น เราถือว่าเป็นบุคคลที่มีคดี หากใครมีคดีมีหมายจับก็ต้องเป็นไปตามกฏหมายไทยเจ้าหน้าที่ก็ต้องดำเนินการ" รองเลขาธิการนายกฯ
ทหารไทยตรึงกำลังเข้มรอบพระวิหารรับฮุนเซนตรวจพื้นที่ป้องกันเหตุไม่คาดคิด ผู้สื่อข่าวรายงาน เวลา 08.00 น.วันที่ 5 กุมภาพันธ์ ภายหลังจากที่มีข่าวว่า สมเด็จฮุน เซ็น นายกรัฐมนตรีของประเทศ กัมพูชาและคณะจะเดินทางมาตรวจพื้นที่บริเวณเขาพระวิหาร และพื้นที่ทับซ้อน บริเวณรอบเขาพระวิหาร ปรากฏว่า บรรยากาศรอบเขาพระวิหารเป็นไปด้วยความคึกคัก ทั้งนี้เนื่องจากว่าทหารไทยที่ ตรึงกำลังอยู่รอบบริเวณเขาพระวิหาร ได้มีการเตรียมพร้อมอย่างเต็มที่
โดยได้มีการระดมกำลังจาก ทุกหน่วยมาประจำในเขตที่ล่อแหลม ที่อาจจะเกิดการปะทะกันขึ้นมาได้ ขณะเดียวกันทางกองกำลังสุรนารีได้แจ้งให้ทหารไทยที่ลาพักทุกนายได้กลับเข้า มาประจำที่ฐานปฎิบัติการตามแนวชายแดนไทย – กัมพูชา และที่บริเวณเขาพระวิหาร เพื่อเป็นการเตรียมพร้อมอย่างเต็มที่ อีก ทั้งเพื่อเป็นการป้องกันเหตุร้ายที่อาจจะเกิดขึ้นได้ในช่วงที่นายกรัฐมนตรี กัมพูชามาตรวจพื้นที่บริเวณเขาพระวิหาร
ทางด้านทด่านเก็บค่า ธรรมเนียมอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ปรากฏว่า ทหารไทยได้มีการตั้งด่านตรวจเข้มและไม่ยอมให้ผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องขึ้น ไปที่บริเวณอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหารอย่างเด็ดขาด โดยทหารไทยที่รักษาการณ์อยู่ แจ้งว่า เป็นการปฏิบัติตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชา อีกทั้งเพื่อเป็นการรักษาความ ปลอดภัยและรักษาความสงบเรียบร้อยบริเวณเขาพระวิหาร ทั้งนี้เนื่องจากเกรงว่า หากอนุญาตให้ผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง หรือนักท่องเที่ยวขึ้นไปบนเขาพระวิหาร ก็เกรงว่าอาจจะได้รับอันตรายจากการปะทะกันระหว่างทหารไทยกับทหารกัมพูชาที่ อาจจะเกิดขึ้นได้ตลอดเวลานั่นเอง ที่มา : หนังสือพิมพ์มติชน
|