ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
รัฐบาลสมควรให้กองทัพผลักดันเขมรออกจากดินแดนไทยหรือไม่?
 
เคล็ดวิชาเคลื่อนขยายเส้นเอ็น พิมพ์ อีเมล
User Rating: / 0
แย่ดีที่สุด 
เขียนโดย กองบรรณาธิการ   
วันพุธที่ ๒๘ ตุลาคม ๒๕๕๒ เวลา ๐๙:๓๗ น.
|
คำรำพึง

เนื่องในวาระคล้ายวันเกิด  ๙ ตุลาคม ๒๕๕๒

----------------

      วันที่  ๙ ตุลาคม ๒๕๕๒ มาเยือนแล้ว  เป็นวันคล้ายวันเกิดที่เมื่อมาถึงแล้วก็ย่อมทำให้อายุขัยครบรอบอีกปีหนึ่ง ซึ่งหมายความว่าความแก่ก็มากขึ้นอีกปีหนึ่ง  และไกลออกมาจากวันเกิดมากขึ้นอีกปีหนึ่ง นั่นคือใกล้ความตายเข้าไปอีกปีหนึ่งแล้ว

      ชีวิตเกิดมาแล้วย่อมตั้งอยู่และดับไปในที่สุด เกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นสภาวะธรรมธรรมดาธรรมชาติที่ย่อมเกิดขึ้นแก่ทุกชีวิต  และไม่มีใครที่จะหลีกลี้หนีให้พ้นไปได้  ไม่ว่าจะมีอำนาจวาสนา ยากจนเข็ญใจ  หรือมั่งมีศรีศักดิ์สักเพียงไหน ล้วนย่อมเป็นไปตามกฎแห่งพระไตรลักษณ์ทั้งสิ้น

      เมื่อวันเกิดมาถึง โดยสมัยนิยมก็มักจะมีการฉลองวันเกิดกันมากบ้าง น้อยบ้าง เล็กบ้าง ใหญ่บ้าง ตามขนาดของอำนาจวาสนาและความติดยึดของแต่ละคน  แม้บางครั้งบางปีจำเป็นที่จะต้องคล้อยตามสมัยนิยมบ้าง  แต่น้ำใจแท้ยังคงเห็นว่าในวาระวันคล้ายวันเกิดนั้นเป็นวาระอันควรคิดถึงแม่ คิดถึงพระคุณแม่ น้อมนำรำลึกถึงคุณธรรมของแม่ เข้าสู่จิตใจตน และนำไปประพฤติปฏิบัติ ก็ย่อมบังเกิดความเป็นสิริมงคลแก่ตน

      “แม่” เป็นคำที่มีความหมายยิ่งใหญ่นัก เพราะแม่เป็นผู้ให้กำเนิดสรรพสิ่ง กล่อมเกลี้ยงเลี้ยงดูทำนุบำรุงสรรพสิ่งให้ตั้งอยู่และเป็นไปตามธรรมชาติที่จะพึงเป็น

      แม่หนึ่งนั้นคือแม่บังเกิดเกล้า  ที่ให้กำเนิดลูกน้อยด้วยเลือดเนื้อชีวิตของแม่ หล่อเลี้ยงด้วยน้ำนมและบำรุงเลี้ยงด้วยจิตใจอันเปี่ยมด้วยความรักที่บริสุทธิ์สูงส่ง ที่หาความรักไหนเทียบด้วยความรักของแม่นั้นเป็นอันไม่มี แม่นี้คือพระอรหันต์ของลูก เป็นพรหมของลูก ที่ถ้าหากใครได้ปรนนิบัติรับใช้ แม้ในยามแก่เฒ่าหรือป่วยไข้ ย่อมถือได้ว่าเป็นบุญมาก มีอานิสงส์มาก เสมอด้วยการปรนนิบัติรับใช้พระอรหันต์ ที่จะไม่มีวันไปสู่อบายได้เลย

      แม่หนึ่งคือพระแม่ธรณี ที่ให้ที่อยู่ ที่อาศัย ที่กิน ให้อาหาร ให้น้ำ ให้อากาศ ทำให้ชีวิตนี้ตั้งอยู่ได้ ดำรงอยู่ได้ และดำเนินไปได้กว่าจะถึงวาระสุดท้ายของชีวิตที่ทุกคนจะต้องไปยังจุดนั้น พระแม่ธรณีจึงเป็นแม่ผู้ให้กำเนิด ให้ถิ่นเกิดและมาตุภูมิ ที่ถ้าหากใครได้สนองคุณแผ่นดิน ไม่ขายแผ่นดิน ไม่ขายชาติ ย่อมถือได้ว่าเป็นบุญมาก มีอานิสงส์มาก และไม่เสียชาติเกิด

      แม่หนึ่งนั้นคือแม่ซื้อ  หรือแม่ชื้อ นั่นคือสติอันกำกับกาย  ใจ ให้เป็นผู้เป็นคนที่มีความเป็นปกติธรรมดาสามัญ ไม่ฟู ไม่ยุบ ไม่วิปริต  ไม่วิปลาส ทำให้คนเป็นมนุษย์  ทำให้มนุษย์เป็นเวไนยสัตว์  และทำให้ชีวิตเป็นชีวิต ที่ถ้าหากใครได้สนองคุณแม่ซื้อด้วยดี ด้วยเคารพ โดยชอบ ไม่ทำให้สติเผอเรอ หมั่นฝึกฝนอบรมจิตให้มีความตั้งมั่นเป็นสมาหิโต ให้มีความบริสุทธิ์เป็นปาริสุทโธ ให้มีพลังที่สามารถทำหน้าที่การงานอันเป็นหน้าที่ของจิตหรือเป็นกัมมนิโยแล้ว ย่อมมีผลมาก มีอานิสงส์มาก สามารถยังปีติและสุขให้เกิดขึ้นได้เป็นปฐม สามารถถึงซึ่งความไม่หวั่นไหวในพรหมวิหารธรรม คืออุเบกขาวิหารได้ และสามารถถึงซึ่งวิมุตตะมิติได้ในที่สุดด้วย

      วันคล้ายวันเกิดจึงเป็นวันพึงรำลึกถึงแม่ทั้งสาม  แล้วน้อมนำพระคุณแม่ คุณธรรมของแม่  แล้วกระทำกตเวทิตาธรรมต่อแม่ให้สมบูรณ์ยิ่งๆ ขึ้นไป ความเป็นสิริมงคลย่อมบังเกิดแก่ตนโดยไม่ต้องสงสัย

      วันคล้ายวันเกิดเป็นวันที่จะสามารถน้อมรำลึกเห็นได้อย่างเด่นชัดว่าเป็นวันที่แม่มีความเจ็บปวดรวดร้าวและทุกข์ทรมานเป็นที่สุด  แต่ก็เป็นวันที่แม่ปีติปลื้มใจมากที่สุด เพราะเป็นวันที่บุตรซึ่งอุ้มท้องมาถึง ๙ เดือน จะลืมตาขึ้นดูโลก เป็นหน่อเนื้อเชื้อไขผู้สืบสันดานชีวิตจิตวิญญาณของแม่ไปตลอดกาลนาน

      วันเช่นนี้จึงไม่ใช่วันแห่งความสุขของลูก ไม่ใช่วันที่ลูกจะดื่มกินด้วยความสนุกสนานเมามายและสรวลเสเฮฮา  หากเป็นวันเวลาที่ลูกควรอยู่ในความวิเวก อยู่ในความสงบ อยู่ในความสงัด เพราะความวิเวก สงบ สงัดนั้นย่อมเกื้อกูลต่อการน้อมนำรำลึกถึงคุณงามความดีของแม่ และเห็นความจริงของชีวิตได้กระจ่างแจ้งมากที่สุดวาระหนึ่งในแต่ละปี จึงไม่ควรที่จะปล่อยให้เวลาวาระอันประเสริฐนี้ผ่านพ้นไปโดยไร้ประโยชน์

      เมื่อวันคล้ายวันเกิดเวียนมาถึงก็เป็นสัญญาณหมายว่าชีวิตนี้เดินไกลออกมาจากความเกิดมากขึ้น มากขึ้น และมากขึ้น และย่อมจะต้องเผชิญกับความแก่ ความเจ็บ และความตาย ตามธรรมดา ธรรมชาติ

      เมื่อรำลึกแล้วก็เห็นกระจ่างว่าวันนี้ปู่ย่าตายายหรือคนรุ่นเดียวกันล้วนล่วงลับดับสูญไปหมดแล้ว แม่และคนรุ่นของแม่ทั้งญาติสนิทใกล้ชิดและห่างไกลออกไปก็ล่วงลับดับสูญไปหมดเช่นเดียวกัน เหลืออยู่ก็แต่พ่อหรือที่เรียกว่าเตี่ย ซึ่งปีนี้ก็มีอายุล่วงวัยถึง ๙๐ ปีแล้ว บรรดาผู้คนที่เคยรู้จัก เคยได้รับพระคุณตั้งแต่ครั้งยังเป็นเด็กตัวน้อย ๆ มาถึงวันนี้ล้วนล้มหายตายจากไปหมดสิ้น แม้กระทั่งครูบาอาจารย์ที่เคยประสิทธิ์ประสาธน์วิชาปัญญาคุณก็ล้มหายตายจากไปหมดแล้ว เพื่อนร่วมรุ่นร่วมชั้นตั้งแต่ครั้งยังเป็นวัยนักเรียน หรือแม้ในชั้นมหาวิทยาลัย ร่วมครึ่งหนึ่งก็ถึงกาลลาโลกไปแล้ว ยังคงมีชีวิตอยู่ก็แค่ครึ่งเดียวเท่านั้น งานสังสรรค์รุ่นประจำปีก็มีมิตรสหายเพื่อนฝูงมาร่วมงานน้อยลงทุกปี ครูประจำชั้นและครูที่เคยพร่ำสอนที่เคยมาร่วมงานของศิษย์ก็ล้มหายตายจากไปหมด ในวันนี้ก็เหลืออยู่แต่ครูสุมนา เผ่าประเสริฐ แต่คนเดียว คนที่รู้จักมักคุ้นในทุกวันนี้ล้วนแต่เป็นคนหน้าใหม่ ที่รู้จักกันใหม่ ๆ อย่างมากสุดก็รู้จักมักคุ้นกันมาไม่เกิน ๓๐ หรือ ๔๐ ปี

      ดูไปแล้วชีวิตของคนเรานี้ย่อมมีแต่วันที่จะเปล่าเปลี่ยวเดียวดายมากขึ้นทุกที และในที่สุดเมื่อวันสุดท้ายของชีวิตมาถึงก็ยังคงต้องเดินทางไกลไปแต่ผู้เดียว  คู่ชีวิต ลูกหลาน ลูกน้อง  หรือคนสนิทคู่จิตคู่ใจที่รักใคร่ผูกพันสักปานไหน ก็ไม่มีใครยอมไปด้วยเป็นอันขาด ร่างกายเมื่อขาดวิญญาณแล้วก็เหมือนท่อนไม้กองอยู่บนดิน ย่อมเป็นที่น่ารังเกียจ ย่อมเป็นของปฏิกูลที่ไม่มีใครเขาต้องการ และไร้ค่าอย่างยิ่ง ในที่สุดเขาก็เอาไปเผา ไม่เหลืออะไรไว้ จะเหลือไว้ก็เพียงความรำลึกถึงในทางดีหรือทางร้าย ซึ่งเป็นผลหรือวิบากกรรมที่ทำไว้ในยามมีชีวิตอยู่ด้วยกันทั้งนั้น

      ทำกรรมชั่วไว้ คนข้างหลังเขาก็นึกถึงในทางชั่ว และเมื่อนึกถึงแล้วก็ย่อมส่งผลแก่ลูกหลานข้างหลังให้ต้องรับวิบากกรรมนั้นแทน

      ทำกรรมดีไว้ คนข้างหลังเขาก็นึกถึงในทางดี และเมื่อนึกถึงแล้วก็ย่อมส่งผลแก่ลูกหลานข้างหลังให้ได้รับวิบากกรรมนั้น

      ดังนั้นอย่าคิดว่าตายแล้วจะไม่ให้คุณหรือไม่ให้โทษแก่ลูกหลาน  การซึ่งจะให้คุณหรือให้โทษประการใด  จึงขึ้นอยู่กับกรรม อันได้ทำไว้ในยามมีชีวิตนั้น  ที่ไม่มีวันผันแปรเป็นอื่นไปได้เลย

      โลกทุกวันนี้ร้อนเร่านัก เพราะคนเราไม่ค่อยคิดถึงแม่ ถึงวันเกิดก็ไม่คิดถึงแม่ แต่คิดถึงตัวเอง ไม่สร้างความมงคลให้เกิดขึ้นในวาระสำคัญในแต่ละปีของชีวิต กลับไปสร้างในสิ่งที่วิปริตและเป็นโทษแทน ดังนั้นจึงไม่สามารถได้รับประโยชน์อันพึงได้ในโอกาสสำคัญของวันเกิดในแต่ละปี

      เพราะเหตุนี้คนเราจึงมองข้ามความจริงของชีวิตที่เกิดมาแล้วจะต้องแก่ ต้องเจ็บและต้องตาย ไม่สามารถปล่อยปละละวางความยึดมั่นถือมั่นใด ๆ ได้ กลับยึดมั่นถือมั่นแน่นหนาหนักหน่วงขึ้น ทั้งทรัพย์สินเงินทองชื่อเสียงเกียรติภูมิ ตลอดจนยศศักดิ์วาสนาต่าง ๆ จนเป็นภาระอันหนักอึ้งที่ถึงขนาดแบกรับไว้ไม่ไหว ก็ยังแสวงหาต่อไปไม่ยอมหยุด กลายเป็นผู้รุ่มร้อนเร่าร้อนหิวโหยประหนึ่งตกอยู่ในสภาพเปรตวิสัยฉะนั้น

      วันคล้ายวันเกิดจึงเป็นวันสำคัญของชีวิตในปีหนึ่ง ๆ ที่จะระงับยับยั้งหรือหยุดยั้งคนเราไม่ให้ไหลไปในทางต่ำ  ไม่ให้ไหลล้ำลงไปในทางที่จะเป็นเปรตวิสัย  และหากน้อมนำรำลึกถึงแม่ด้วยดีโดยชอบ ก็ย่อมเกิดปัญญาเห็นความจริงที่จะปล่อยปละละวางของหนักลงจากใจกายนี้ จะทำให้ชีวิตว่าง เบา สบาย ไม่วิตกทุกข์ร้อนในเรื่องใด ๆ เห็นสิ่งไร ๆ ก็เห็นไปตามความเป็นจริงของความเป็นเช่นนั้นเอง

      ในวาระวันคล้ายวันเกิดปีนี้  มีความคิดว่าจะพิมพ์หนังสือขึ้นสักเล่มหนึ่ง เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้กับแม่ ตลอดจนครูบาอาจารย์ และบรรดาญาติมิตรทั้งหลายที่ล่วงลับแล้ว ซึ่งพอจะนับว่าเป็นการทำกุศลอย่างหนึ่งที่พึงบังเกิดประโยชน์ทั้งแก่ตนและแก่ท่าน

      ได้พิจารณาเห็นว่างานเขียนสามเรื่องที่เคยเขียนไว้คือ “เคล็ดวิชาเคลื่อนขยายเส้นเอ็น”, “พลังเอกธาตุ” และ “วิธีเจริญอายุด้วยอิทธิบาท” แม้จะได้นำลงพิมพ์ในหนังสือพิมพ์รายวันมาแล้ว และได้นำลงในเว็บไซต์ www.paisalvision.com แล้ว แต่ถ้าหากได้รวบรวมพิมพ์เข้าเป็นเล่มเดียวกัน ก็จะเป็นประโยชน์แก่ผู้ที่จะได้อ่านหรือได้พบเห็นอีกทางหนึ่ง

      เรื่องเคล็ดวิชาเคลื่อนขยายเส้นเอ็นนั้นเป็นหลักวิชาของพระลามะธิเบต เป็นการฝึกฝนการออกกำลังของสมอง หลอดเลือดและเส้นเอ็น ให้มีความแข็งแรง มีความกระชุ่มกระชวยและมีประสิทธิภาพ  ดำรงความหนุ่มสาว ฟื้นคืนความแก่เฒ่าชราให้กลับสู่ความหนุ่มสาวอีกครั้งหนึ่ง แก้อัมพฤต อัมพาต มือไม้สั่น ความจำหลงลืมเลอะเลือน ป้องกันเส้นเลือดตีบตันแตกอย่างได้ผลเป็นที่อัศจรรย์นัก ฝึกฝนไปโดยลำดับแล้วเป็นอันไม่ต้องตื่นปัสสาวะกลางดึก ปัสสาวะจะไร้สี ไร้กลิ่น หากกลับมีสีขาวใสเหมือนปัสสาวะเด็ก นั่นเป็นสัญญาณของความหนุ่มสาวที่จะฟื้นคืนมาอีกครั้งหนึ่ง  

      เรื่องพลังเอกธาตุนั้นเป็นวิธีการฝึกฝนร่างกายและจิตใจที่ได้รับการแนะนำจากนายแพทย์ทหารของจีน  เป็นการฝึกออกกำลังกาย  กำลังจิต และกำลังปราณ ให้มีความเป็นเอกภาพ  จึงได้ชื่อว่าเป็นพลังเอกธาตุ ซึ่งเป็นวิธีการออกกำลังที่ลึกซึ้งและให้ผล อย่างใหญ่หลวงกับชีวิตเป็นที่ประจักษ์

      ส่วนวิธีเจริญอายุด้วยอิทธิบาทนั้น เป็นความอันมีมาในพระสูตรที่พระบรมศาสดาทรงตรัสรับรองไว้ในหลายที่หลายแห่งว่าอิทธิบาทสี่นั้นเมื่อได้เจริญให้มาก ปรารภด้วยดีโดยชอบแล้ว  เมื่อปรารถนาก็สามารถมีอายุได้ตลอดกัปหรือเกินกว่ากัปคือ ๑๒๐ ปีได้ คำตรัสในหลายที่เหล่านั้นมิได้ทรงตรัสในรายละเอียดและวิธีการไว้ เพราะในโพธิกาลนั้นคำตรัสเพียงเท่านี้ย่อมเป็นที่เข้าใจและนำไปปฏิบัติได้ แต่เมื่อเวลาล่วงไป ๆ แม้คำตรัสจะมีอยู่เหมือนเดิม แต่ความเข้าใจและวิธีปฏิบัติก็ไม่รู้ว่าเป็นอย่างไร จึงได้ทำเป็นคำอธิบายขึ้นตามความรู้ ความเข้าใจ ในฐานะที่เป็นอุบาสกคนหนึ่งที่มีความสนใจในพระธรรม

      จึงเป็นที่หวังได้ว่าหนังสือที่ประกอบด้วยเรื่องสามเรื่องดังพรรณนามานี้ จักเป็นประโยชน์ จักเกื้อกูลประโยชน์และความสุขแก่เพื่อนผู้ร่วมเกิด  แก่ เจ็บ ตาย ที่ได้มีโอกาสพบเห็นหรือได้อ่าน และขออานิสงส์แห่งกุศลกรรมนี้จงบังเกิดแก่นางประภา พืชมงคล ผู้เป็นแม่บังเกิดเกล้า ตลอดจนนายประพันธ์ (ซุ่ยฮ่อง) – นางกี้ ปราการนพคุณ นายบุ้นจ้ง – นางกิ้มเตี้ยว พืชมงคล นางประไพ – นายอุดม (เอ็งหิ้น) ดำรงศิลป์ นายประดิษฐ์ เปรมโยธิน นายบุศย์ ขันธวิทย์ ครูบุญยัง ทรวดทรง พระครูบรรหารศาสนกิจ (พ่อท่านพลับ) วัดระโนด พระราชรัตนโมลี (พ่อท่านเส้ง) วัดแหลมทราย พระครู     พิศิษฐ์ธรรมคุณ (พ่อท่านแช่ม) วัดมะขามเฒ่า พ่อท่านปลอด ปุญญัสสะโร วัดหัวป่า พระมหาวิสุทธิ์ จันทนะเสนะ วัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร ตลอดจนญาติมิตรทั้งหลายที่มิได้เอ่ยนามด้วยเทอญ.

                                    นายไพศาล พืชมงคล         

                                      ๙ ตุลาคม  ๒๕๕๒          
 
 
 



|

แก้ไขล่าสุด ใน วันพุธที่ ๒๘ ตุลาคม ๒๕๕๒ เวลา ๐๙:๔๒ น.
 
Powered by DiTC.Valid XHTML and CSS.
Creative Commons License