- ธรรมนิติเปิดกิจการให้บริการด้านไอที
- ขอเชิญร่วมบริจาคภาพเพื่อลงในพระไตรปิฎก ในระบบ E-book ถวายไว้ในพระพุทธศาสนา
- ขอเชิญร่วมบริจาคสร้างพระไตรปิฎก ในระบบ E-book ฉลอง 2,600 ปี แห่งการตรัสรู้
- ต้องการงานดี มีความมั่นคง ลองคลิกเข้าไปดูที่ www.jobdst.com
- ขอเชิญติดตามอ่านบทความเรื่อง "พยากรณ์สงกรานต์ 2555" ที่คอลัมน์บทความพิเศษได้แล้วตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
| เรื่องของพระอรหันต์ 1,250 รูป |
|
|
| บทความ - ประทีปธรรม | |||||||||
| วันอังคารที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๑ เวลา ๑๖:๓๖ น. | |||||||||
|
วันนี้เป็นวันขึ้น 7 ค่ำ เดือน 3 ตรงกับวันที่ 31 มกราคม 2544 ซึ่งอยู่ในช่วงเทศกาลมาฆบูชา จักได้เสวนาต่อไปในเรื่องมาฆบูชาเสวนา จนกว่าจะถึงวันเพ็ญเดือน 3 เหตุการณ์ที่ถือกันมาว่าสำคัญอีกเหตุการณ์หนึ่งของวันมาฆบูชา คือเป็นวันที่พระอรหันต์ขีณาสพ ซึ่งได้รับอุปสมบทด้วยวิธีเอหิภิกขุอุปสัมปทา จำนวน 1,250 รูป มาประชุมอย่างพร้อมเพรียงกันต่อหน้าพระผู้มีพระภาคเจ้าโดยมิได้นัดหมายที่ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน เมืองพาราณสี เหตุการณ์ดังกล่าวนี้เกิดขึ้นในปฐมโพธิกาล คือหลังจากตรัสรู้แล้ว 9 เดือน และในช่วง 9 เดือนนี้มีพระสงฆ์สาวกบรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์รวมทั้งสิ้น 1,340 รูป และถ้ารวมพระผู้มีพระภาคเจ้าด้วยก็จะเป็น 1,341 รูป จำเดิมแต่ทรงตรัสรู้ ณ วันเพ็ญเดือน 6 ทรงเสวยอภิเนษกรมณ์ เสวยวิมุติอยู่ ณ ที่ 7 แห่ง ในตำบลอุรุเวลาเสนานิคม เป็นเวลาแห่งละ 7 วันคือที่ใต้ต้นมหาโพธิ ที่อนิมิสเจดีย์ ที่รัตนจงกรมเจดีย์ ที่รัตนฆรเจดีย์ ที่ต้นอชปาลนิโครธ ที่ต้นมุจลินท์ และที่ต้นราชาตนะโดยลำดับ จากนั้นจึงเสด็จพุทธดำเนินไปยังป่าอิสิปตนะมฤคทายวันแห่งเมืองพาราณสี เพื่อโปรดปัญจวัคคีย์ ซึ่งเป็นนักบวชที่ปฏิบัติธรรมและถวายการปรนนิบัติพระผู้มีพระภาคเจ้ามาแต่ก่อน เป็นผู้ที่อยู่ในวิสัยที่จะบรรลุธรรมซึ่งทรงตรัสรู้ได้โดยง่าย หลังจากทรงยังความเชื่อถือให้เกิดขึ้นแก่ปัญจวัคคีย์ว่าทรงบรรลุพระอนุตรสัมโพธิญาณแล้ว ทรงรั้งรออยู่จนถึงวันรุ่งขึ้นคือวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 8 จึงทรงแสดงปฐมเทศนาธรรมจักรกัปปวัตนะสูตร เมื่อจบปฐมเทศนาครั้งนี้ท่านโกณฑัญญะมีดวงตาเห็นธรรมว่า “สิ่งใดมีความเกิดขึ้นเป็นธรรมดา สิ่งนั้นย่อมมีความดับไปเป็นธรรมดา” บรรลุถึงโสดาปัตติผล จึงขออุปสมบทเป็นพระภิกษุรูปแรกในพระพุทธศาสนา พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงประธานอุปสมบทแก่ท่านโกญทัญญะโดยทรงเปล่งพุทธวาจาว่า “เธอจงเป็นภิกษุเถิด” วิธีอุปสมบทชนิดนี้เรียกว่าวิธีเอหิภิกขุอุปสัมปทา คือเป็นการอุปสมบทที่พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงบวชให้ด้วยพระองค์เอง ในกลางโพธิกาล เมื่อกุลบุตรมีศรัทธาที่จะอุปสมบทมากขึ้น และการเผยแพร่พระพุทธศาสนาได้ขยายวงกว้างขึ้น ได้ทำให้การอุปสมบทโดยวิธีเอหิภิกขุอุปสัมปทาไม่สะดวก จึงทรงบัญญัติวิธีอุปสมบทชนิดใหม่ขึ้น โดยการมอบหมายให้พระสาวกเป็นผู้บวชให้และให้กุลบุตรผู้ประสงค์จะอุปสมบทประกาศตนถึงพระรัตนตรัยคือพระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ วิธีบวชชนิดใหม่นี้เรียกว่าเป็นการบวชโดยวิธีติสรณะคมนูปสัมปทา หลังจากใช้วิธีบวชแบบใหม่ไม่นานนัก ก็พบว่าพระสงฆ์สาวกบางรูปให้การอุปสมบทโดยไม่ไตร่ตรองให้รอบคอบเสียก่อน ทำให้คนที่ไม่ประสงค์ดีต่อพระพุทธศาสนา ไม่ว่าจะเป็นพวกเดียรถีย์ หรือพวกคนพาลแอบแฝงเข้ามาบวช และวิธีนี้เป็นวิธีที่รู้กันเฉพาะในวงแคบ คณะสงฆ์ส่วนใหญ่ไม่ทราบความ ดังนั้นเมื่อมีพวกเดียรัจถีย์หรือพวกที่มุ่งประสงค์ทำลายพระพุทธศาสนาแอบแฝงเข้ามาบวช หรือปลอมตัวเข้ามาบวช หรือแอบอ้างว่าเป็นพระภิกษุในพระพุทธศาสนาก็ยากที่จะตรวจสอบ จึงทรงมีพุทธดำรัสให้ยกเลิกการบวชด้วยวิธีติสรณะคมนูปสัมปทานั้นเสีย และทรงบัญญัติวิธีอุปสมบทแบบใหม่ขึ้น คือการบวชด้วยวิธีญัตติจตุตถกรรม การบวชแบบใหม่นี้คือการวางระบบประชาธิปไตยในหมู่สงฆ์เป็นครั้งแรก และต้องมีพระสงฆ์ประกอบขึ้นเป็นคณะจึงจะอุปสมบทได้ ในการอุปสมบทแบบนี้จะมีการเสนอเรื่องหรือญัตติเป็น 4 วาระตั้งแต่การตรวจสอบคุณสมบัติ และการรับฉันทานุมัติจากคณะสงฆ์ให้รับอุปสมบทกุลบุตรนั้นได้ วิธีนี้ได้สืบทอดปฏิบัติมาจนถึงทุกวันนี้ การเสนอญัตติในการอุปสมบทแบบนี้ได้กลายเป็นต้นแบบให้แก่กิจการนิติบัญญัติในชั้นหลังของประเทศ ดังที่ปรากฏในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยตลอดมาว่าบรรดาเรื่องราวทั้งปวงที่จะเสนอให้สภาพิจารณานั้นให้เรียกว่าญัตติ นอกจากเรื่องราวเล็กน้อยจำพวกกระทู้ หลังจากท่านโกณฑัญญะได้ขออุปสมบทแล้ว ต่อมาทรงเทศนาโปรดปัญจวัคคีย์ที่เหลืออีก 4 ท่าน จนบรรลุโสดาปัตติผลและขออุปสมบท พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงประทานอุปสมบทให้ด้วยวิธีเอหิภิกขุอุปสัมปทาทั้ง 4 องค์ แต่พระปัญจวัคคีย์ทั้ง 5 องค์ก็ยังไม่ถึงกับบรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์ จนกระทั่งถึงวันแรม 8 ค่ำ เดือน 8 พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงเทศนาแสดง อนัตตลักขณสูตร โปรดพระปัญจวัคคีย์ทั้ง 5 องค์ พระธรรมเทศนาในครั้งนี้คือการแสดงอย่างชัดเจนเป็นครั้งแรกว่าสังขารทั้งหลายไม่เที่ยง สังขารทั้งหลายเป็นทุกข์ และธรรมทั้งหลายเป็นอนัตตา พระปัญจวัคคีย์ทั้ง 5 รูป ซึ่งเป็นพระโสดาบัน ครั้นได้สดับอนัตตลักขณสูตรแล้ว ก็ได้บรรลุธรรมขั้นสูงสุดในพระพุทธศาสนาเป็นพระอรหันต์ทั้ง 5 รูป.
Powered by !JoomlaComment 3.26
3.26 Copyright (C) 2008 Compojoom.com / Copyright (C) 2007 Alain Georgette / Copyright (C) 2006 Frantisek Hliva. All rights reserved."
|
|||||||||
| แก้ไขล่าสุด ใน วันอังคารที่ ๐๙ มิถุนายน ๒๕๕๒ เวลา ๑๖:๕๓ น. |





