84 พรรษามหาราชา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ท่านรู้สึกอย่างไรกับการใช้งบประมาณ 10 ล้านบาท จัดงานฉลองความสำเร็จแก้ปัญหาน้ำท่วม?
 
ป้ายโฆษณา
เรื่องของพระอรหันต์ 1,250 รูป พิมพ์ อีเมล
User Rating: / 3
แย่ดีที่สุด 
บทความ - ประทีปธรรม
วันอังคารที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๑ เวลา ๑๖:๓๖ น.
|

 

            วันนี้เป็นวันขึ้น 7 ค่ำ เดือน 3 ตรงกับวันที่ 31 มกราคม 2544 ซึ่งอยู่ในช่วงเทศกาลมาฆบูชา จักได้เสวนาต่อไปในเรื่องมาฆบูชาเสวนา จนกว่าจะถึงวันเพ็ญเดือน 3

            เหตุการณ์ที่ถือกันมาว่าสำคัญอีกเหตุการณ์หนึ่งของวันมาฆบูชา คือเป็นวันที่พระอรหันต์ขีณาสพ ซึ่งได้รับอุปสมบทด้วยวิธีเอหิภิกขุอุปสัมปทา จำนวน 1,250 รูป มาประชุมอย่างพร้อมเพรียงกันต่อหน้าพระผู้มีพระภาคเจ้าโดยมิได้นัดหมายที่ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน เมืองพาราณสี

            เหตุการณ์ดังกล่าวนี้เกิดขึ้นในปฐมโพธิกาล คือหลังจากตรัสรู้แล้ว 9 เดือน และในช่วง 9 เดือนนี้มีพระสงฆ์สาวกบรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์รวมทั้งสิ้น 1,340 รูป และถ้ารวมพระผู้มีพระภาคเจ้าด้วยก็จะเป็น 1,341 รูป

           จำเดิมแต่ทรงตรัสรู้ ณ วันเพ็ญเดือน 6 ทรงเสวยอภิเนษกรมณ์ เสวยวิมุติอยู่ ณ ที่ 7 แห่ง ในตำบลอุรุเวลาเสนานิคม เป็นเวลาแห่งละ 7 วันคือที่ใต้ต้นมหาโพธิ ที่อนิมิสเจดีย์ ที่รัตนจงกรมเจดีย์ ที่รัตนฆรเจดีย์ ที่ต้นอชปาลนิโครธ ที่ต้นมุจลินท์ และที่ต้นราชาตนะโดยลำดับ

           จากนั้นจึงเสด็จพุทธดำเนินไปยังป่าอิสิปตนะมฤคทายวันแห่งเมืองพาราณสี เพื่อโปรดปัญจวัคคีย์ ซึ่งเป็นนักบวชที่ปฏิบัติธรรมและถวายการปรนนิบัติพระผู้มีพระภาคเจ้ามาแต่ก่อน เป็นผู้ที่อยู่ในวิสัยที่จะบรรลุธรรมซึ่งทรงตรัสรู้ได้โดยง่าย
ทรงเสด็จถึงป่าอิสิปตนะมฤคทายวันในวันขึ้น 14 ค่ำ เดือน 8 ดังนั้นหากจะพิจารณาการใช้เวลาเสด็จพุทธดำเนินจากตำบลอุรุเวลาเสนานิคมมายังป่าอิสิปตนะมฤคทายวัน ก็จะเป็นเวลาประมาณ 10 วัน

            หลังจากทรงยังความเชื่อถือให้เกิดขึ้นแก่ปัญจวัคคีย์ว่าทรงบรรลุพระอนุตรสัมโพธิญาณแล้ว ทรงรั้งรออยู่จนถึงวันรุ่งขึ้นคือวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 8 จึงทรงแสดงปฐมเทศนาธรรมจักรกัปปวัตนะสูตร

            เมื่อจบปฐมเทศนาครั้งนี้ท่านโกณฑัญญะมีดวงตาเห็นธรรมว่า “สิ่งใดมีความเกิดขึ้นเป็นธรรมดา สิ่งนั้นย่อมมีความดับไปเป็นธรรมดา” บรรลุถึงโสดาปัตติผล จึงขออุปสมบทเป็นพระภิกษุรูปแรกในพระพุทธศาสนา

            พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงประธานอุปสมบทแก่ท่านโกญทัญญะโดยทรงเปล่งพุทธวาจาว่า “เธอจงเป็นภิกษุเถิด” วิธีอุปสมบทชนิดนี้เรียกว่าวิธีเอหิภิกขุอุปสัมปทา คือเป็นการอุปสมบทที่พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงบวชให้ด้วยพระองค์เอง

            ในกลางโพธิกาล เมื่อกุลบุตรมีศรัทธาที่จะอุปสมบทมากขึ้น และการเผยแพร่พระพุทธศาสนาได้ขยายวงกว้างขึ้น ได้ทำให้การอุปสมบทโดยวิธีเอหิภิกขุอุปสัมปทาไม่สะดวก จึงทรงบัญญัติวิธีอุปสมบทชนิดใหม่ขึ้น โดยการมอบหมายให้พระสาวกเป็นผู้บวชให้และให้กุลบุตรผู้ประสงค์จะอุปสมบทประกาศตนถึงพระรัตนตรัยคือพระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์

            วิธีบวชชนิดใหม่นี้เรียกว่าเป็นการบวชโดยวิธีติสรณะคมนูปสัมปทา

            หลังจากใช้วิธีบวชแบบใหม่ไม่นานนัก ก็พบว่าพระสงฆ์สาวกบางรูปให้การอุปสมบทโดยไม่ไตร่ตรองให้รอบคอบเสียก่อน ทำให้คนที่ไม่ประสงค์ดีต่อพระพุทธศาสนา ไม่ว่าจะเป็นพวกเดียรถีย์ หรือพวกคนพาลแอบแฝงเข้ามาบวช และวิธีนี้เป็นวิธีที่รู้กันเฉพาะในวงแคบ คณะสงฆ์ส่วนใหญ่ไม่ทราบความ ดังนั้นเมื่อมีพวกเดียรัจถีย์หรือพวกที่มุ่งประสงค์ทำลายพระพุทธศาสนาแอบแฝงเข้ามาบวช หรือปลอมตัวเข้ามาบวช หรือแอบอ้างว่าเป็นพระภิกษุในพระพุทธศาสนาก็ยากที่จะตรวจสอบ

            จึงทรงมีพุทธดำรัสให้ยกเลิกการบวชด้วยวิธีติสรณะคมนูปสัมปทานั้นเสีย และทรงบัญญัติวิธีอุปสมบทแบบใหม่ขึ้น คือการบวชด้วยวิธีญัตติจตุตถกรรม

            การบวชแบบใหม่นี้คือการวางระบบประชาธิปไตยในหมู่สงฆ์เป็นครั้งแรก และต้องมีพระสงฆ์ประกอบขึ้นเป็นคณะจึงจะอุปสมบทได้ ในการอุปสมบทแบบนี้จะมีการเสนอเรื่องหรือญัตติเป็น 4 วาระตั้งแต่การตรวจสอบคุณสมบัติ และการรับฉันทานุมัติจากคณะสงฆ์ให้รับอุปสมบทกุลบุตรนั้นได้ วิธีนี้ได้สืบทอดปฏิบัติมาจนถึงทุกวันนี้

            การเสนอญัตติในการอุปสมบทแบบนี้ได้กลายเป็นต้นแบบให้แก่กิจการนิติบัญญัติในชั้นหลังของประเทศ ดังที่ปรากฏในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยตลอดมาว่าบรรดาเรื่องราวทั้งปวงที่จะเสนอให้สภาพิจารณานั้นให้เรียกว่าญัตติ นอกจากเรื่องราวเล็กน้อยจำพวกกระทู้

            หลังจากท่านโกณฑัญญะได้ขออุปสมบทแล้ว ต่อมาทรงเทศนาโปรดปัญจวัคคีย์ที่เหลืออีก 4 ท่าน จนบรรลุโสดาปัตติผลและขออุปสมบท พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงประทานอุปสมบทให้ด้วยวิธีเอหิภิกขุอุปสัมปทาทั้ง 4 องค์  แต่พระปัญจวัคคีย์ทั้ง 5 องค์ก็ยังไม่ถึงกับบรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์

           จนกระทั่งถึงวันแรม 8 ค่ำ เดือน 8 พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงเทศนาแสดง อนัตตลักขณสูตร โปรดพระปัญจวัคคีย์ทั้ง 5 องค์ พระธรรมเทศนาในครั้งนี้คือการแสดงอย่างชัดเจนเป็นครั้งแรกว่าสังขารทั้งหลายไม่เที่ยง สังขารทั้งหลายเป็นทุกข์ และธรรมทั้งหลายเป็นอนัตตา

            พระปัญจวัคคีย์ทั้ง 5 รูป ซึ่งเป็นพระโสดาบัน ครั้นได้สดับอนัตตลักขณสูตรแล้ว ก็ได้บรรลุธรรมขั้นสูงสุดในพระพุทธศาสนาเป็นพระอรหันต์ทั้ง 5 รูป.

    




|

Comments
Add New Search
Write comment
Name:
Email:
 
Title:
UBBCode:
[b] [i] [u] [url] [quote] [code] [img] 
 
 
:angry::0:confused::cheer:B):evil::silly::dry::lol::kiss::D:pinch:
:(:shock::X:side::):P:unsure::woohoo::huh::whistle:;):s
:!::?::idea::arrow:
 
Please input the anti-spam code that you can read in the image.

3.26 Copyright (C) 2008 Compojoom.com / Copyright (C) 2007 Alain Georgette / Copyright (C) 2006 Frantisek Hliva. All rights reserved."

แก้ไขล่าสุด ใน วันอังคารที่ ๐๙ มิถุนายน ๒๕๕๒ เวลา ๑๖:๕๓ น.
 
Powered by DiTC.Valid XHTML and CSS.
Creative Commons License