- ธรรมนิติเปิดกิจการให้บริการด้านไอที
- ขอเชิญร่วมบริจาคภาพเพื่อลงในพระไตรปิฎก ในระบบ E-book ถวายไว้ในพระพุทธศาสนา
- ขอเชิญร่วมบริจาคสร้างพระไตรปิฎก ในระบบ E-book ฉลอง 2,600 ปี แห่งการตรัสรู้
- ต้องการงานดี มีความมั่นคง ลองคลิกเข้าไปดูที่ www.jobdst.com
- ขอเชิญติดตามอ่านบทความเรื่อง "พยากรณ์สงกรานต์ 2555" ที่คอลัมน์บทความพิเศษได้แล้วตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
| ความเข้าใจเรื่องมาฆะฤกษ์ |
|
|
| บทความ - ประทีปธรรม | |||||||||
| วันอังคารที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๑ เวลา ๑๕:๕๕ น. | |||||||||
|
ความสงสัยของพวกฝรั่งเป็นความสงสัยที่ทำให้เกิดการคิดค้นและทำให้เกิดความก้าวหน้าในวิทยาการด้านต่าง ๆ แต่ความสงสัยบางประเภทเป็นความสงสัยที่มีลักษณะยอมจำนน คือสงสัยแล้วไม่แก้ความสงสัยให้ตก จึงเกิดเป็นความลังเล ความสับสน จนทำอะไรไม่ได้ ดังนั้นความสงสัยจึงพอนับได้ว่ายังเป็นผลดีอยู่บ้าง ดังตัวอย่างของฝรั่งที่แสดงมาแล้ว แต่ถ้าหากความสงสัยนั้นเป็นความสงสัยที่มีลักษณะยอมจำนน ไม่คิดค้นหรือกำจัดความสงสัยเสียให้สิ้นด้วยความรู้แจ้งแล้วก็จะเป็นโทษ เพราะจะต้องพกพาความสงสัยนั้นติดความคิด ติดตัวไปจนวันตาย คนที่คุ้นเคยพระไตรปิฎกคงจะได้เห็นความในตอนท้ายของพระสูตรหลายสูตรหลังจากที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสแล้ว ผู้ที่ฟังคำตรัสจะสรรเสริญว่าภาษิตของพระผู้มีพระภาคเจ้าแจ่มแจ้งยิ่งนัก เหมือนหนึ่งทำของที่คว่ำอยู่ให้หงายขึ้น ซึ่งหมายถึงคำสอนของพระผู้มีพระภาคเจ้าเมื่อได้สดัปแล้วก็สามารถตัดความสงสัยให้สิ้นไปได้ ความสงสัยหรือที่เรียกในบาลีว่าวิจิกิจฉานั้น เป็นนิวรณ์อย่างหนึ่งซึ่งเป็นเครื่องติดยึดไม่ให้เกิดความก้าวหน้า ไม่ว่าจะเป็นความก้าวหน้าในระดับปุถุชน หรือความก้าวหน้าในทางธรรม ถือเป็นอุปกิเลสคือกิเลสตัวน้อยๆ ไม่เหมือนกับกิเลสตัวใหญ่ คือโลภ โกรธ หลง เพราะความสงสัยนั้นไม่ใช่ความโลภหรือความโกรธ แต่ใกล้ชิดไปในทางความหลง แต่ก็ไม่ใช่ความหลงอยู่นั่นเอง เพราะยังสงสัยอยู่ไม่ถึงกับหลง อุปมาเหมือนคนหลงทางอยู่ในป่า จะหาทางออกไปยังหมู่บ้าน ตราบใดที่สงสัยว่าจะไปทางไหนจึงจะไปถึงหมู่บ้านได้ ตราบนั้นก็ไม่สามารถเดินให้ถูกทางได้ ต่อเมื่อสิ้นสงสัยคือรู้ความกระจ่างแล้วว่าจะไปทางไหน ตราบนั้นแหละจึงจะสามารถเดินไปถึงหมู่บ้านได้ อุปมาฉันใด ก็อุปไมยฉันนั้น การกำจัดความสงสัยให้สิ้นก็คือการทำความรู้ให้แจ้งแก่ใจ หมดความสงสัยในพระพุทธ ในพระธรรม ในพระสงฆ์ หมดความสงสัยในอานิสงส์แห่งบุญ หมดความสงสัยในวิบากแห่งกรรม กระจ่างแจ้งว่าสังขารทั้งหลายไม่เที่ยง เป็นทุกข์ และธรรมทั้งหลายไม่ใช่ตัวตน เมื่อใดที่ความสงสัยเหล่านี้สิ้นแล้ว เมื่อนั้นย่อมเป็นอันตั้งต้นที่จะก้าวเข้าสู่ปฐมฌาน ดังนั้นชาวพุทธอย่างเราท่านจึงควรทำความรู้ให้แจ้งว่าการที่พระจันทร์เพ็ญเสวยมาฆะฤกษ์ไม่ใช่เรื่องลึกลับ หรือปรากฏการณ์พิเศษพิสดาร ดังที่รู้สึกนึกคิดกันอยู่ เพราะเหตุที่ดวงจันทร์โคจรรอบโลก และโลกโคจรรอบดวงอาทิตย์ ดังนั้นวิถีโคจรจึงต้องผ่านกลุ่มดาวทั้ง 27 กลุ่ม รวมทั้งกลุ่มดาวมาฆะด้วย เป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติของดวงจันทร์ที่โคจรผ่านกลุ่มดาวมาฆะในช่วงเดือน 3 ทางจันทรคติ และในช่วงนี้ก็จะมีวันหนึ่งที่พระจันทร์เพ็ญในขณะที่โคจรผ่านกลุ่มดาวมาฆะ จึงเรียกโดยนิยมว่าพระจันทร์เสวยมาฆะฤกษ์ ความจริงการที่พระจันทร์โคจรและเพ็ญเต็มดวงในขณะที่ผ่านกลุ่มดาวมาฆะนั้น ไม่อาจเรียกได้ว่าพระจันทร์เสวยมาฆะฤกษ์ เพราะกลุ่มดาวทั้ง 27 กลุ่ม รวมทั้งกลุ่มดาวมาฆะไม่ใช่ฤกษ์ เพราะสิ่งที่เรียกว่าฤกษ์นั้นมีอยู่ 9 ฤกษ์ คือทลิทโทฤกษ์ (คนจน) มหัทธโนฤกษ์ (คนมีทรัพย์มาก) โจโรฤกษ์ (โจร) ภูมิปาโลฤกษ์ (ผู้ปกครองแผ่นดิน) เทษาตรีฤกษ์(หญิงงามเมือง) เทวีฤกษ์ (พระนางเจ้า) เพชฌฆาตฤกษ์ (ผู้ฆ่าคน) ราชาฤกษ์ (พระเจ้าแผ่นดิน) และสมโณฤกษ์ (สมณพราหมณ์) นอกจากดาวทั้ง 27 กลุ่มจะครองราศีโดยลำดับแล้ว ยังเกาะอยู่กับฤกษ์จำนวน 9 ฤกษ์ ฤกษ์ละ 3 กลุ่มดาว ซึ่งหมายความว่าจักรวาลอันแบ่งได้เป็น 12 ราศี ราศีละ 30 องศานั้น ในแต่ละราศีจะมีฤกษ์เต็ม 2 ฤกษ์ และยังมีอีกส่วนหนึ่งเกินไปคาบเกี่ยวอีกราศีหนึ่ง นี่คือที่มาของฤกษ์ขาด หรือที่เรียกว่าลูกพิษ ซึ่งในทางฤกษ์ผานาทีถือว่าเป็นสิ่งต้องห้ามการมงคล เพราะเหตุที่กลุ่มดาวทั้ง 27 กลุ่มเกาะอยู่กับฤกษ์ทั้ง 9 ดังนั้นเมื่อพวกโหรคำนวณปูมเวลาเกิดเป็นลัคนาแล้ว เพื่อเป็นสิ่งกำหนดหมายว่าลัคนาสถิตอยู่ ณ ฤกษ์ใด ก็จะระบุฤกษ์ที่ลัคนานั้นสถิตเกาะกุมอยู่ เช่น ลัคนาสถิตราศีมีน เสวยสมโนฤกษ์ เป็นต้น หรือแม้แต่การทำการสำคัญก็จะวางฤกษ์ให้สอดคล้องกับการนั้น ใครก็ไม่รู้เอาสิ่งที่ไม่รู้มาขยายผลให้ความไม่รู้นั้นแพร่หลายกลายเป็นว่าพระจันทร์เสวยมาฆฤกษ์ สิ่งที่ถูกต้องก็คือในวันเพ็ญเดือน 3 นั้น เป็นช่วงที่พระจันทร์โคจรผ่านกลุ่มดาวมาฆะเท่านั้น.
Powered by !JoomlaComment 3.26
3.26 Copyright (C) 2008 Compojoom.com / Copyright (C) 2007 Alain Georgette / Copyright (C) 2006 Frantisek Hliva. All rights reserved."
|
|||||||||
| แก้ไขล่าสุด ใน วันอังคารที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๑ เวลา ๒๒:๔๕ น. |





