|
ตอนที่ 1 - ปฐมบทแห่งศิษย์สมเด็จ |
|
|
|
บทความ -
ศิษย์สมเด็จ
|
|
เขียนโดย เรืองวิทยาคม
|
|
วันอังคารที่ ๐๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๑ เวลา ๒๑:๓๖ น. |
|
ประณามคาถา นะมัสสิตตะวา | นบองค์พุทธา | นบพระธรรมคำสอน | นบพระสงฆ์เลิศบวร | นบบิดามารดร | และอุปัชฌายาจารย์ | ในอภิลักขิตกาล | สมเด็จพุฒาจารย์ | ล่วงลับละสังขาร | ร้อยสามสิบสี่วษา | ควรการประกาศจริยา | เพื่อปวงประชา | ได้น้อมได้นำศรัทธา | เป็นทางแห่งมงคลเทอญ |
ขอนอบน้อมบูชาสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) แห่งวัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร เนื่องในกาลที่เจ้าประคุณสมเด็จได้ดับขันธ์ครบรอบ 134 ปี ในปี 2549 นี้
ในวันที่ 22 มิถุนายน 2549 จะเป็นวันครบรอบวันดับขันธ์ของสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) แห่งวัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร ธนบุรี กรุงเทพมหานคร ครบ 134 ปี เจ้าประคุณสมเด็จเป็นพระมหาเถระที่ทรงอิทธิปาฏิหาริย์ ทรงภูมิธรรมอันประเสริฐในพระพุทธศาสนา เปี่ยมด้วยพรหมวิหารธรรม สมดังสมญานามพรหมรังสี เป็นที่เคารพนับถือศรัทธาของปวงประชาสืบเนื่องยาวนานมาตั้งแต่ครั้งที่เจ้าประคุณยังมีชีวิตอยู่จนกระทั่งถึงวันนี้
จึงสมควรที่จะได้น้อมนำรำลึกถึงพระคุณอันประเสริฐของเจ้าประคุณเนื่องในมงคลกาลนี้ เพราะจะเป็นที่ตั้งแห่งศรัทธาและความมงคลในการดำเนินชีวิตของทุกผู้คนให้ประสพแต่ความร่มเย็นเป็นสุข ถึงซึ่งความเจริญและความงอกงามในธรรม เหตุนี้จึงถือโอกาสที่ว่านี้เขียนบทความเพื่อรำลึกถึงเจ้าประคุณสมเด็จ และเทิดทูนบูชาในฐานะที่เป็นพุทธสาวกองค์สำคัญในยุครัตนโกสินทร์
ผมเป็นศิษย์สำนักวัดระฆัง แม้จะได้ไปสำนักอยู่ที่วัดระฆังหลังวันเวลาที่เจ้าประคุณสมเด็จดับขันธ์แล้วเกือบ 100 ปี แต่ความที่ได้เรียนรู้ ได้สัมผัสกับปาฏิหาริย์มากมายหลายประการ ได้รู้ถึงภูมิธรรมและจริยาวัตรทั้งหลายของเจ้าประคุณสมเด็จแล้ว ก็ได้น้อมนำมาประพฤติปฏิบัติเป็นทางนำแห่งชีวิต ดังนั้นจึงถือว่าเป็นศิษย์ของเจ้าประคุณสมเด็จด้วยประการฉะนี้
อันประวัติของเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) เป็นประการใดนั้น มีตำรับตำราและบันทึกมากหลายที่เพื่อนชาวพุทธส่วนใหญ่ต่างรับรู้กันดีอยู่แล้ว แม้กระทั่งบทพระคาถาสำคัญคือพระคาถาชินบัญชรอันศักดิ์สิทธิ์เกริกฟ้าก็เป็นที่นับถือบูชาท่องบ่นเป็นมนต์ประจำตัวกันอยู่เป็นจำนวนมาก ดังนั้นจึงจำจะละเสียในส่วนที่เป็นประวัติของเจ้าประคุณแต่หนหลัง
ทั้งเห็นว่าสิ่งที่ได้พบได้เห็นในช่วงที่ได้สำนักอยู่ในวัดระฆังนั้นก็มากพอที่จะเชิดชูคุณงามความดีและจริยาวัตรอันบริสุทธิ์ หมดจด งดงามของเจ้าประคุณสมเด็จ เป็นที่ตั้งและเพิ่มพูนขึ้นแห่งความศรัทธาที่จะดำเนินตามรอยวิถีทางของเจ้าประคุณในพระธรรมคำสอนแห่งองค์พระบรมศาสดา ดังนั้นบทความอันสดุดีเชิดชูเจ้าประคุณสมเด็จในครั้งนี้จึงเขียนแต่เรื่องใหม่ ที่ยังอ้างอิงผู้คนและเหตุการณ์ปัจจุบันได้ ทั้งเป็นเรื่องที่จะเสริมสร้างศรัทธาประสาทะในเจ้าประคุณสมเด็จแก่บรรดาพุทธศาสนิกชนได้เป็นอย่างดี
เพราะแม้กาลเวลาล่วงเลยแล้วถึง 134 ปีนับแต่เจ้าประคุณสมเด็จดับขันธ์ ความศักดิ์สิทธิ์และคุณธรรมที่เจ้าประคุณสมเด็จได้ประพฤติปฏิบัติยังแผ่รัศมีแห่งธรรมรุ่งเรืองอยู่ถึงยุคปัจจุบัน ไม่ได้สูญหายไปไหน ขึ้นอยู่กับว่าใครจะสัมผัสได้หรือไม่เท่านั้น
ผมเป็นเด็กบ้านนอก และเป็นบ้านนอกจริง ๆ ตอนที่เริ่มจำความได้พื้นบ้านนั้นไม่มีไฟฟ้าใช้ ไม่มีถนนหนทาง ไม่มีความเจริญทางวัตถุใด ๆ เลย ผู้คนใช้ตะเกียงกันเป็นพื้น บ้านไหนมีตะเกียงเจ้าพายุก็แสดงว่าเป็นบ้านผู้มีฐานะอันดีสำหรับพื้นที่นั้น การคมนาคมทางบกใช้การเดินเท้าไปตามสะพานซึ่งว่ากันว่าเป็นสะพานไม้ที่ยาวที่สุดของจังหวัด และทางน้ำก็ใช้เรือพายหรือเรือแจวตามลำคลองเป็นหลัก ลำคลองนี้ลึกกว้างราว ๆ 8-12 วา มีความยาวมากจากตะวันออกไปทางตะวันตกออกสู่ทะเลสาบ การเดินทางจากพื้นบ้านนี้ไปยังตัวจังหวัดในยุคนั้นยังต้องใช้เรือใบ และใช้เวลาถึง 2 วันกว่าจะเดินทางถึงตัวจังหวัดได้
แม้จะเป็นบ้านนอกแต่เป็นพื้นบ้านที่ราษฎรฝักใฝ่ในการศึกษา บ้านใครมีลูก พ่อแม่ก็จะส่งให้เรียนหนังสือจนเต็มกำลัง และส่งเสียจนกระทั่งให้ได้เดินทางไปศึกษาในกรุงเทพฯ และลูกใครหลานใครได้เข้าไปเรียนในกรุงเทพฯ ก็จะเป็นหน้าเป็นตาแก่พ่อแม่วงศ์ตระกูล ดังนั้นผู้คนบ้านผมแม้จะยากจนข้นแค้นหรือต้องขายไร่ขายนาก็ต้องเพียรแสวงหาหนทางให้ลูกได้ไปเรียนหนังสือ ที่ขัดสนหน่อยก็ส่งลูกหลานไปเรียนในตัวจังหวัด ที่พอมีฐานะหน่อยก็สามารถส่งลูกหลานไปเรียนหนังสือที่กรุงเทพฯ ได้
แม้พระสงฆ์องค์เจ้าก็ฝักใฝ่ในการศึกษา ดังนั้นพระในพื้นบ้านของผมจึงมีจำนวนไม่น้อยที่เดินทางมาศึกษาในกรุงเทพฯ พอมีความรู้ตามสมควรแล้วก็กลับไปจำพรรษาอยู่ที่บ้านเดิม
ตั้งแต่เป็นเด็กเล็ก ๆ ผมรู้จักพระเครื่องเป็นครั้งแรกในชีวิตก็คือพระสมเด็จ โดยได้รับจากพระรูปหนึ่งซึ่งศึกษาในกรุงเทพฯ แล้วกลับไปจำพรรษาที่บ้านเดิม ก่อนจะกลับบ้านเดิมก็มีโอกาสได้รับแจกพระสมเด็จวัดระฆังเป็นพระคะแนน คือเป็นพระองค์เล็ก ๆ จัดทำขึ้นสำหรับเป็นเครื่องหมายหน่วยนับคะแนน เช่น ทำพระร้อยองค์ก็ทำพระคะแนนองค์หนึ่งเป็นเครื่องหมายว่าครบหน่วยร้อยแล้ว
ครอบครัวของผมเป็นครอบครัวที่ใกล้ชิดกับพระพุทธศาสนา ใกล้ชิดกับวัดวาและพระสงฆ์ แม่และยายผมปฏิบัติมงคลในข้อสมณานันจะทัศนัง และกาเลนะธัมมะสากัจฉา คือการได้เห็นสมณะและการสนทนาธรรมตามกาลเป็นมงคลสูงสุดแก่ชีวิตอยู่เป็นเนืองนิตย์ เหตุนี้ครอบครัวผมจึงสนิทสนมกับพระสงฆ์ทุกวัดในพื้นที่นั้น เพราะเหตุนั้นเมื่อพระรูปที่กลับจากกรุงเทพฯ เห็นผมเข้าจึงได้มอบพระสมเด็จคะแนนให้
ผมมีอัธยาศัยติดมาจากยายและแม่คือคุ้นเคยกับพระ คุ้นเคยกับพระพุทธศาสนา แม้ยังเป็นเด็กเล็ก ๆ ไม่รู้ความเท่าใดนัก เมื่อได้รับพระเครื่องก็นับถือบูชา โดยรู้แต่เพียงว่าเป็นพระสมเด็จวัดระฆัง แต่ไม่รู้ว่าเป็นสมเด็จอะไร
ในวัยเด็กผมออกจะเกเร ชอบจับจิ้งหรีด ชอบไปหาปลากัดตามหนองและชายทะเลซึ่งเป็นที่รก ผมชอบกัดปลา ตีไก่ ดูวัวชน ชอบจับปู ตกปลา จับกุ้ง และเรื่องอะไร ๆ ที่เป็นเรื่องเกเรของเด็ก ๆ ผมออกจะสนใจไปทั้งหมด
ในวัยเด็ก ๆ นั้นเพื่อนฝูงหลายคนประสบเหตุเภทภัยต่าง ๆ บ้างเจ็บ บ้างถูกงูหรือสัตว์มีพิษอย่างอื่นกัดต่อย และประสบกับอะไรต่อมิอะไรที่จะเป็นเภทภัย แต่ผมนั้นไม่เคยประสบเหตุเหล่านั้น ทั้ง ๆ ที่บางครั้งจักแหล่นจะประสบเหตุร้าย แต่ก็แคล้วคลาดมาได้ทุกครั้ง
ครั้นผมรู้ความขึ้นตามลำดับ ก็พอจะสังเกตออกว่าความแคล้วคลาดปลอดภัยและความปลอดโปร่งโล่งใจในการทั้งหลายที่แตกต่างจากเพื่อนเด็ก ๆ ที่เกกมะเหรกเกเรด้วยกันนั้นน่าจะเป็นเพราะความศักดิ์สิทธิ์ของพระสมเด็จที่แขวนอยู่กับตัวนั่นเอง
วันหนึ่งในเทศกาลหน้าน้ำหลาก ขณะที่ผมและเด็กเพื่อน ๆ กำลังว่ายน้ำอยู่ในคลองนั้นน้ำกำลังไหลบ่าจากตะวันตกไปตะวันออก แต่เป็นน้ำขุ่น ในพลันนั้นพวกเพื่อนก็ร้องตะโกนดังลั่นว่าจระเข้กำลังล่องใกล้เข้ามา ต่างคนต่างก็พากันว่ายน้ำขึ้นฝั่ง นั่นก็คงเดชะบุญที่ขณะนั้นเป็นหน้าน้ำหลาก น้ำด้านตะวันตกที่ไหลบ่าเต็มคลองจึงขุ่นมัว จระเข้คงจับความเคลื่อนไหวของเด็ก ๆ พวกผมไม่ถนัด จึงลอยตัวขึ้นเหนือผิวน้ำพอให้ได้เห็น จึงทำให้ทุกคนปลอดภัย แต่ในใจผมขณะนั้นรู้สึกว่าทุกคนรอดปลอดภัยได้ก็ด้วยปาฏิหาริย์แห่งพระสมเด็จที่ปกป้องคุ้มครองภัยให้กับทุกคนจนพ้นจากภัยนั้นได้
เพราะเหตุนี้ผมจึงมีความนับถือพระสมเด็จวัดระฆังมาตั้งแต่เด็ก ๆ โดยที่ยังไม่รู้จักและไม่รู้ประวัติใด ๆ ของเจ้าประคุณเลย
วันหนึ่งผมเดินทางไปเข้าค่ายพักแรมของลูกเสือ เป็นการเดินทางผ่านทางทะเลและเรือใหญ่เข้าใกล้ชายฝั่งไม่ได้ ต้องจอดอยู่ด้านนอกแล้วลงเรือเล็กเข้าฝั่ง เรือล่มลง ต้องว่ายน้ำกันตะป๋อมตะแป๋มเข้าสู่ฝั่ง โดยที่ไม่มีผู้ใดเป็นอันตราย เพราะคนบ้านผมนั้นชำนาญทางน้ำกันทุกคน เป็นเด็กเล็ก ๆ ก็ว่ายน้ำเป็นแล้ว จนมีคำกล่าวกันว่าคนบ้านผมนั้นเป็นลูกปลาลูกจระเข้ เพราะพอเกิดมารู้ความก็ว่ายน้ำเป็นแล้ว
แต่พอถึงฝั่งก็ปรากฏว่าพระสมเด็จคะแนนที่แขวนอยู่ได้สูญหายไปแล้ว ผมรู้สึกตกใจและใจหายวาบเพราะพระอยู่กับผมและผมก็อยู่กับพระมานาน เมื่อไม่มีพระก็ใจหายและว้าเหว่ชอบกลผู้หลักผู้ใหญ่บอกว่าผมเป็นเด็กเกเร พระพุทธคุณในองค์พระได้ถูกใช้ไปเพื่อคุ้มครองป้องกันภัยให้กับผมหลายครั้งหลายหนจนหมดพุทธคุณแล้ว ครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายที่พระปกป้องคุ้มครอง สิ้นพุทธคุณแล้วถึงจะแขวนต่อไปก็ไร้ประโยชน์ ดังนั้นการที่พระสมเด็จคะแนนหายไปในครั้งนี้จะว่าเป็นปาฏิหาริย์ก็ได้ หรือจะว่าเป็นการบอกเหตุว่านับแต่นี้ไปเอ็งไม่มีพระคุ้มครองแล้ว จะได้สังวรณ์ตัวและไม่ตั้งอยู่ในความประมาท
ผมเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง แต่ใจก็ยังอาลัยอาวรณ์ผูกพันอยู่กับพระ วันไหนไปวัดทำบุญกับยายหรือกับแม่ เวลาเขาตั้งจิตอธิษฐานกันขออย่างนั้นขออย่างนี้ผมกลับไม่ต้องการสิ่งอื่นใด คงอธิษฐานแต่ขอให้ได้พบกับพระสมเด็จอีก
อธิษฐานอยู่หลายครั้งหลายหนก็ไม่พบพระสมเด็จคะแนนองค์นั้น แต่ในใจกลับรู้สึกเสมือนหนึ่งว่าพระไม่ได้หายไปไหน ยังคงปกป้องคุ้มครองตัวผมอยู่ และเมื่อรู้สึกว่าพระอยู่กับตัวเช่นนี้ เวลาสวดมนต์เย็นที่โรงเรียนในวันพระก็ดี หรือสวดมนต์ที่บ้านในวันพระตามยาย ตามแม่ก็ดี ผมก็มักจะรำลึกถึงพระสมเด็จ
เพราะเหตุนี้จึงรู้สึกว่ามีความผูกพันอย่างลึกล้ำอยู่กับพระสมเด็จราวกับว่าพระไม่ได้หายไปไหน บางครั้งผมกลับรู้สึกว่าความศักดิ์สิทธิ์ของพระพุทธคุณนั้นแท้จริงแล้วอาจจะไม่ได้อยู่ที่องค์พระ แต่อาจอยู่ที่จิตสัมผัสกับพระคุณของพระต่างหาก
แต่ที่แน่ ๆ ก็คือเมื่อมีความรู้สึกรำลึกเช่นนี้แล้วก็ไม่กล้าที่จะทำบาป ยุงกัดก็ไม่กล้าตบ ถึงวันตรุษ วันสารท ก็ไม่กล้าฆ่าไก่เหมือนเมื่อครั้งตอนเด็ก ๆ
ดังนั้นการรำลึกถึงพระจึงเป็นเหตุที่ทำให้คนตั้งต้นอยู่ในศีล แต่จะเป็นศีลห้าหรือศีลเท่าใด ระดับไหน ย่อมสุดแท้แต่ความสำนึก ความคิดและความเข้าใจ ตลอดจนความตั้งใจประพฤติปฏิบัติในการรักษาศีลของแต่ละคน
ไม่ว่าจะเป็นระดับไหนก็ยังถือได้ว่าการนึกถึงพระทำให้ใกล้ชิดกับศีลเพราะนึกถึงศีล และทำให้ห่างจากความชั่วได้ไม่มากก็น้อย จึงทำให้เข้าใจต่อไปว่าคนโบราณช่างชาญฉลาดที่ทำพระขึ้นเป็นเครื่องยึดถือหรือคอยเตือนสติ เพราะแม้ผู้มีปัญญาอันน้อยก็อาจสัมผัสได้ถึงพระคุณของพระ ที่ทำให้ห่างไกลออกไปจากความชั่ว และเข้าใกล้ปริมณฑลแห่งความดี ความงามของชีวิต.
|
|
แก้ไขล่าสุด ใน วันจันทร์ที่ ๐๕ มกราคม ๒๕๕๒ เวลา ๑๐:๔๐ น. |