84 พรรษามหาราชา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ท่านรู้สึกอย่างไรกับการใช้งบประมาณ 10 ล้านบาท จัดงานฉลองความสำเร็จแก้ปัญหาน้ำท่วม?
 
ป้ายโฆษณา
หัวหน้ากับลูกน้อง พิมพ์ อีเมล
User Rating: / 3
แย่ดีที่สุด 
บทความ - ว่าด้วยเรื่อง "ฅน" (ฉบับภูมิปัญญาตะวันออก)
เขียนโดย ไพศาล พืชมงคล   
วันอังคารที่ ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๑ เวลา ๑๕:๒๒ น.
|

            (1) เรื่องราวในองค์กรหนึ่ง ๆ หรือความสัมพันธ์ในการทำงานภายในองค์กรหนึ่ง ๆ เป็นเรื่องราวระหว่างหัวหน้ากับลูกน้อง เป็นความสัมพันธ์ระหว่างชั้นบนกับชั้นล่าง ในขณะที่มีความสัมพันธ์ทางแนวราบหรือด้านขวางดำรงอยู่คู่กันไปด้วย 

            องค์กรที่มีขนาดใหญ่พอประมาณ ก็ย่อมมีการจัดองค์กรเป็นลำดับชั้น และในแต่ละชั้นก็อาจจะมีองค์กรในแนวราบเดียวกันด้วย องค์กรชั้นบนปกครองบังคับบัญชาควบคุมดูแลองค์กรชั้นล่าง และองค์กรในระดับแนวราบเดียวกันก็จะประสานงานกัน 

            ในการทำงานของคนหมู่มากในทุกองค์กรก็ย่อมมีการจัดลำดับชั้นของบุคคลคือระดับหัวหน้าหรือผู้บังคับบัญชากับลูกน้องหรือผู้ใต้บังคับบัญชา และยังมีความสัมพันธ์ทางด้านข้างในแนวราบเดียวกัน อันเป็นลักษณะของการประสานงาน 

            ดังนั้นทั้งองค์กรและทั้งคนจึงต้องมีการจัดชั้น คือ องค์กรชั้นบนหรือหัวหน้าเป็นผู้สั่งงานบังคับบัญชาควบคุมดูแลองค์กรชั้นล่างหรือลูกน้องให้ปฏิบัติเพื่อบรรลุบรรลุมรรคผล เมื่อเป็นเช่นนี้ทั้งองค์กรและบุคลากรขององค์กรจึงจะขับเคลื่อนไปอย่างเป็นเอกภาพ

            (2) การจัดลำดับชั้นที่มีความชัดเจนและไม่มีมากชั้นเกินไป จะทำให้การสั่งงานควบคุมบังคับบัญชากระชับสั้น มีประสิทธิภาพ แต่ถ้าหากมีมากชั้นเกินไปก็จะยืดยาว เสียเวลา และอุ้ยอ้าย 

            การจัดความสัมพันธ์ขององค์กรหรือบุคคลในแนวราบหรือในระดับเดียวกันเพื่อการประสานงานให้องค์กรใหญ่หรืองานใหญ่ขับเคลื่อนไปได้เป็นเรื่องที่มีความจำเป็น เป็นเรื่องที่ต้องมีความชัดเจน ไม่ก่อให้เกิดความขัดแย้งหรือการขัดกัน การสร้างระบบงานเกี่ยวกับความสัมพันธ์ขององค์กรหรือบุคคลในแนวราบจึงเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรใหญ่หรือบุคลากรจำนวนมาก 

            ในกองทหาร มีการจัดระดับชั้นขององค์กรเป็นระดับกองทัพ กองพล กรม กองพัน กองร้อย หมวด และหมู่ องค์กรชั้นบนบังคับบัญชาสั่งการองค์กรชั้นล่าง มีการจัดระดับชั้นของบุคคลเป็นแม่ทัพหรือผู้บัญชาการกองทัพ ผู้บัญชาการกองพล ผู้บังคับการกรม ผู้พัน ผู้กอง ผู้หมวด หัวหน้าหมู่ และพลทหาร ในกองทัพเป็นเช่นนี้ ในองค์กรธุรกิจก็เป็นเช่นนี้ 
 
            การจัดองค์กรที่สอดคล้องกับภารกิจและภารกรรมของธุรกิจหรือภาระหน้าที่ที่รับผิดชอบจะทำให้องค์กรนั้นมีความคล่องตัว มีสมรรถนะสูง และก่อประสิทธิผลที่สูง 

            ปัญหาการจัดองค์กร โครงสร้างขององค์กร ชั้นขององค์กร และชั้นของบุคคลเป็นเรื่องราวอีกเรื่องหนึ่งที่ต้องให้ความสำคัญ ต้องค้นคว้า และต้องรังสรรค์ขึ้นให้สอดคล้องกับธุรกิจและภารกิจที่ต้องดำเนินการ 

            (3) องค์กรและโครงสร้างองค์กรเมื่อจัดวางแล้ว เมื่อผ่านการทดสอบในการทำงานแล้วก็ย่อมได้รับการพัฒนาให้มีสมรรถนะและประสิทธิภาพที่สูงขึ้น ดังนั้นการปรับปรุงพัฒนาองค์กรและโครงสร้างองค์กรจึงเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เพราะว่าองค์กรเป็นสิ่งมีชีวิต ไม่ใช่เป็นสิ่งที่ตายแล้ว เมื่อเป็นสิ่งที่มีชีวิตก็ไม่หยุดนิ่ง และต้องพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้งตามกฎแห่งการพัฒนา คือจากไม่มีสู่มี จากอ่อนสู่แข็ง และจากเล็กสู่ใหญ่ 

            การปรับปรุงและพัฒนาองค์กรอย่างไม่หยุดยั้งทำให้องค์กรมีความสดใหม่อยู่เสมอ สามารถแบกรับภารกิจได้อย่างสอดคล้องกับสภาพการณ์อยู่เสมอ องค์กรนั้นก็มีชีวิตและดำรงความหนุ่มสาวไว้ได้ หากอยู่กับที่องค์กรนั้นก็จะมีความแก่เข้าครอบงำ มีความเสื่อมเกิดขึ้นและมีอนาคตที่ต้องสลายไป ธรรมชาติของชีวิตเป็นเช่นนี้ ธรรมชาติขององค์กรก็เป็นเช่นนี้ จึงเป็นเรื่องที่ดูแคลนและทอดทิ้งไม่ได้เป็นอันขาด 

            (4) หัวหน้าคืออะไร ลูกน้องคืออะไร เป็นเรื่องที่ใคร ๆ ก็พูดได้และมักจะได้ยินการพูดถึงอยู่เสมอ เพราะที่ไหนมีองค์กร ที่ไหนมีบุคลากรประจำองค์กรแล้ว ที่นั่นก็จะมีหัวหน้า มีลูกน้อง ทั้งหัวหน้าและลูกน้องก็จะดำรงอยู่ประดุจดังเป็นเลือดเนื้อขององค์กร

            แต่ทว่าความหมายและคุณค่าที่แท้จริงของหัวหน้าคืออะไร และลูกน้องคืออะไร ยังมีความลึกซึ้งและกว้างขวางอันควรแก่การทำความเข้าใจและนำไปสู่การปฏิบัติอยู่เป็นอันมาก 

            หัวหน้าก็คือหัวกับหน้า 
            หัวคือการออกความคิด ใช้ความคิดสติปัญญาประกอบกับข้อมูลทั้งภายนอก ภายใน บรรดาที่เกี่ยวข้องทั้งหมดกลั่นกรองสังเคราะห์ วิเคราะห์เป็นระบบความคิด กำหนดเป็นเรื่องราวที่จะต้องมอบหมายให้คนอื่นทำหรือที่จะต้องทำเอง คนที่เป็นหัวหน้าจึงต้องใช้หัวและความสำคัญก็อยู่ที่การใช้หัวนี่เอง ดังนั้นจึงต้องทำให้หัวอุดมสมบูรณ์ไปด้วยความรู้ ข้อมูล และระบบการสังเคราะห์ วิเคราะห์ ที่ถูกต้อง ครบถ้วน รอบด้าน คนที่เป็นหัวหน้าไม่ว่าระดับไหน ๆ ก็ตามหากไม่มีหัวหรือใช้หัวไม่เป็นแล้ว คุณค่าที่แท้จริงก็ไม่ต่างอันใดกับหัวตอเท่านั้น 

            หน้าก็คือการนำหน้า การออกหน้า การก้าวออกไปยืนอยู่ในแนวหน้าสุดเพื่อนำพาผู้ใต้บังคับบัญชาหรือลูกน้องให้ก้าวเดินไปพร้อมกัน หรือปฏิบัติการทั้งปวงไปตามจังหวะก้าวและท่วงทำนองตามภารกิจที่รับผิดชอบอย่างพร้อมเพรียงกัน มีความเป็นเอกภาพสอดคล้องรองรับกัน 

            การออกหน้า การนำหน้า จึงต้องเปี่ยมไปด้วยความรับผิดชอบ เรื่องราวทุกเรื่อง การงานทุกสิ่งอย่างที่อยู่ในความรับผิดชอบแล้ว คนที่เป็นหัวหน้าต้องออกหน้า ต้องนำหน้า และต้องแสดงความรับผิดชอบ ทั้งต้องสำนึกว่าเป็นผู้รับผิดชอบเป็นคนที่หนึ่ง นำหน้าผู้ใต้บังคับบัญชาและลูกน้องในหน่วยงาน ไม่เกี่ยงหรือโบ้ยความผิดหรือความรับผิดชอบไปให้คนอื่น ไม่เอาดีใส่ตัว เอาชั่วใส่ลูกน้อง 

            ทั้งต้องนำหน้าในชีวิตความเป็นอยู่ของลูกน้องด้วย หัวหน้าที่ดีต้องนำพาลูกน้องหรือผู้ใต้บังคับบัญชาไปสู่ความอยู่ดีกินดีมีความสุข มีความมั่นคงและมีเสถียรภาพพร้อม ๆ กัน เพราะคนนั้นมีใจ และใจคนก็ต้องการความมั่นคงในชีวิตการงาน หัวหน้าต้องเป็นหลักแห่งความมั่นคงและความมั่นใจของลูกน้อง ต้องรับผิดชอบในความมั่นคงในชีวิตการงานของลูกน้องอย่างเต็มเปี่ยมด้วย 

            ลูกน้องก็คือลูกกับน้อง 
            มีลูกก็ต้องทะนุถนอมกล่อมเลี้ยง ทำนุบำรุง เอาใจใส่อบรมบ่มเพาะ แนะนำหน้าที่ต่าง ๆ ที่ต้องทำ มอบหมายอำนาจต่าง ๆ ที่พึงต้องมี อบรมสั่งสอนให้มีคุณธรรม ศีลธรรม จริยธรรม มีความซื่อสัตย์สุจริต มีความเพียรพยายามและมานะบากบั่นในการทำการทั้งปวงให้สำเร็จ อบรมบ่มเพาะให้มีน้ำจิตน้ำใจที่โอบอ้อมอารีแก่คนทั้งปวง มีความสง่าเปิดเผยพร้อมที่จะก้าวขึ้นมาสู่ความเป็นหัวหน้าอย่างเป็นขั้นเป็นตอน ทั้งยังต้องติดตามตรวจสอบความประพฤติ ความเป็นอยู่ การปฏิบัติ ผลของการปฏิบัติ การเพิ่มพูนความรู้ความสามารถและประสบการณ์อย่างถูกต้องเป็นธรรมด้วย 

            น้องก็คือผู้ที่ตามมา ผู้ที่ต้องได้รับมอบหมายหน้าที่ มีน้องก็ต้องมอบหมายสั่งงานและหน้าที่ความรับผิดชอบที่ชัดเจนว่ามีหน้าที่อย่างไร เป้าหมายของภาระหน้าที่นั้นคืออะไร มีขอบเขตของการใช้อำนาจหน้าที่อย่างไร และต้องบรรลุภาระหน้าที่ในระยะเวลาและด้วยค่าใช้จ่ายอย่างไร ต้องกล้าลงโทษที่เที่ยงธรรม ต้องกล้าสั่ง กล้าสอน กล้าตักเตือนอย่างตรงไปตรงมา อย่างเปิดเผย  
           
            คนเป็นพ่อคนแม่คนต้องเอาใจใส่ทำนุบำรุงเลี้ยงลูกอย่างไร คนเป็นหัวหน้าก็ต้องดูแลเอาใจใส่ทำนุบำรุงลูกน้องอย่างนั้น 

            คนเป็นพี่คนต้องมอบหมายนำพาน้องอย่างไร คนเป็นหัวหน้าก็ต้องเอาใจใส่มอบหมายหน้าที่และนำพาน้องอย่างนั้น 

            (5) ปราชญ์ซุนหวู่กล่าวไว้ว่ามีลูกน้องที่เอาใจใส่ดูแลทำนุบำรุงเลี้ยงอย่างเต็มที่แล้วแต่ใช้ไม่ได้ก็ดี ใช้แล้วไม่เชื่อฟังก็ดี บิดเบือนขัดคำสั่งเป็นอาจิณก็ดี ลูกน้องเช่นนี้ต้องขจัดออกไปเสีย เพราะหากขืนเห็นแก่หน้าค่าตา เห็นแก่ความสัมพันธ์ส่วนตัว ปล่อยให้ดื้อรั้นขัดคำสั่งไม่เชื่อฟังก็ประดุจดั่งการบ่มเพาะสนิมขึ้นในเนื้อในเหล็ก ในที่สุดเหล็กก็จะผุทั้งอัน เพราะเมื่อเป็นเช่นนั้นก็จะเป็นแบบอย่างให้กับคนอื่นเอาเยี่ยงเอาอย่างตาม ในที่สุดการปกครองบังคับบัญชาดูแลก็จะเสื่อมสลายไป กลายเป็นอนาธิปไตย กลายเป็นไร้ประสิทธิภาพ และไม่มีพลานุภาพในการปฏิบัติตามภารกิจให้บรรลุผลได้เลย

            ลูกน้องที่เป็นทั้งลูกและน้องก็มีอยู่ ลูกน้องที่เป็นดังปราชญ์ซุนหวู่กล่าวก็มีอยู่ ดังนั้นคนเป็นหัวหน้าจึงต้องหมั่นใคร่ครวญตรวจสอบพินิจพิจารณาว่าลูกน้องคนใดเป็นคนแบบไหน 

            คนเราทำผิดได้และดื้อรั้นได้ในบางครั้ง อาจบิดเบือนได้ในบางเรื่อง หรือขัดคำสั่งได้เป็นบางกรณี เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้เป็นปกติเป็นธรรมดาของการทำการงานร่วมกัน ดังนั้นผู้เป็นหัวหน้าจึงต้องตรึกพิจารณาให้ดีว่าเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นเฉพาะครั้งเฉพาะคราวหรือเป็นอาจิณหรือเป็นอุปนิสัยถาวร ซึ่งเรียกว่าสันดานของคนผู้นั้น ดังนี้ก็จะจำแนกได้ว่าลูกน้องคนใดจะต้องรักษาพัฒนาต่อไป คนใดจะต้องกำจัดออกไป 

            บางครั้งบางคราวคนเราอาจกระทำความผิด หรือขัดคำสั่ง หรือบิดเบือน หรือดื้อรั้น เหล่านี้ล้วนมีสาเหตุเป็นบ่อเกิดทั้งสิ้น จึงต้องดูที่สาเหตุว่าเป็นอย่างไร บางครั้งเมื่อทราบสาเหตุแล้วอาจเป็นเรื่องที่ต้องน่าเห็นใจและต้องให้การอนุเคราะห์ช่วยเหลือด้วยซ้ำไป หัวหน้าที่ปรีชาสามารถจึงต้องสันทัดในการค้นคว้าหาสาเหตุในกรณีมีปรากฏการณ์ทำความผิด ขัดคำสั่ง บิดเบือน หรือดื้อรั้นเกิดขึ้นกับลูกน้องของตน 

            ทั้งต้องเอาใจใส่ ช่วยเหลือขจัดต้นเหตุเหล่านั้น ต้องใช้ท่าทีรักษาโรคเพื่อช่วยคน ไม่ใช่ค้นคว้าหาเหตุเพื่อจับผิดหรือเพื่อการลงโทษทัณฑ์อย่างเดียว คนเราหากผ่านความผิดมาแล้ว กระจ่างแจ้งในสาเหตุแล้ว สำนึกผิดแล้ว ก็จะเป็นภูมิต้านทานไม่ให้เกิดความผิดซ้ำอีก นี่เป็นข้อดี และจะเป็นที่มาของการพัฒนาให้ก้าวรุดหน้าต่อไปอีกขั้นหนึ่ง

            (6) หัวหน้าต้องทำความเข้าใจในภาระหน้าที่ ตลอดจนเป้าหมายของภาระหน้าที่และกรอบเวลาให้ลูกน้องเข้าใจอย่างชัดเจน หากมอบหมายชัดเจนแล้วแต่ทำไม่ได้หรือไม่ทำ เป็นความผิดของลูกน้อง ที่ต้องพิจารณาใคร่ครวญจัดการแก้ไขหรือขจัดออกไป แต่ก็ต้องมีความเป็นธรรมเที่ยงตรงต่อตนเอง เพราะหากการมอบหมายหน้าที่ไม่มีความชัดเจน มีความคลุมเครือ หรือพ้นวิสัยที่จะทำได้ย่อมเป็นความผิดของหัวหน้าที่หัวหน้าต้องปรับปรุงแก้ไข 

            ดังนั้นเรื่องไหนเป็นความผิดของหัวหน้า หัวหน้าต้องแก้ไข เรื่องไหนเป็นความผิดของลูกน้อง ลูกน้องต้องปรับปรุง และหัวหน้าต้องนำพาในการปรับปรุงแก้ไขนั้น 

            ครั้งหนึ่งซุนหวู่ได้ถือรับสั่งของฮ่องเต้ให้ฝึกปรือทางการทหารแก่นางสนม โดยมีพระสนมเอกเป็นหัวหน้ารับการฝึก หลังจากซุนหวู่ได้อธิบายภาระหน้าที่ว่าเมื่อสั่งหน้าเดินต้องทำอย่างไร สั่งซ้ายหันขวาหันต้องทำอย่างไรแล้ว ก็ทำให้ดูเป็นตัวอย่าง และถามว่าทุกคนเข้าใจดีแล้วหรือไม่ เพราะถ้าหากเข้าใจแล้วไม่ปฏิบัติก็จะต้องถูกลงโทษประหาร ซุนหวู่ย้ำโทษประหารถึงสามครั้ง แล้วถามอีกว่าทุกคนได้ทราบถึงโทษชัดเจนแล้วหรือไม่ เมื่อทุกคนเข้าใจดีแล้วซุนหวู่ก็ออกคำสั่งให้ปฏิบัติ 

            พระสนมเอกชักนำให้นางสนมอื่น ๆ หัวเราะกันอย่างสนุกสนานและไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง ซุนหวู่จึงออกมาประกาศอธิบายซ้ำอีกครั้งหนึ่ง และถามอีกสามครั้งว่าเข้าใจคำสั่งดีและปฏิบัติได้หรือไม่ จากนั้นก็ถามว่าเข้าใจดีกันแล้วหรือไม่ว่าถ้าไม่ปฏิบัติตามคำสั่งจะถูกลงโทษประหาร เมื่อได้รับคำตอบว่าเข้าใจดีแล้ว ปฏิบัติได้ ซุนหวู่จึงออกคำสั่งให้ปฏิบัติอีกครั้งหนึ่ง

            คราวนี้บรรดานางสนมกลัวโทษทัณฑ์จึงปฏิบัติตามคำสั่งแต่โดยดี คงเหลือแต่พระสนมเอกที่ขัดคำสั่งและหัวเราะเป็นเล่นอยู่เหมือนเดิม ซุนหวู่จึงออกคำสั่งให้เอาตัวไปประหาร 

            ฮ่องเต้เห็นดังนั้นก็ตกใจ พระสนมเอกก็ตกใจจนยืนไม่ติด และขอให้ซุนหวู่อภัยโทษ แต่ซุนหวู่บอกว่าการฝึกทหารเป็นเรื่องความเป็นความตาย การขัดคำสั่งเป็นเรื่องความเป็นความตาย อภัยให้ไม่ได้ เพราะถ้าให้อภัยแล้วก็จะเป็นแบบอย่างให้คนฝ่าฝืนคำสั่ง จึงยืนยันให้ปฏิบัติตามคำสั่ง เอาพระสนมเอกไปประหารชีวิต 

            จากนั้นซุนหวู่ก็ออกคำสั่งบรรดานางสนมให้ปฏิบัติอย่างไร ทุกคนก็ปฏิบัติตามคำสั่งนั้นอย่างฉับพลันทันที 

            นี่คือการกำหนดภาระหน้าที่ การอธิบายความเข้าใจของภาระหน้าที่และโทษของการขัดคำสั่ง ตลอดจนการลงโทษที่หากถูกต้องแล้วก็จะทำให้การงานทั้งปวงสำเร็จตามที่มุ่งหมายได้.


|

Comments
Add New Search
Write comment
Name:
Email:
 
Title:
UBBCode:
[b] [i] [u] [url] [quote] [code] [img] 
 
 
:angry::0:confused::cheer:B):evil::silly::dry::lol::kiss::D:pinch:
:(:shock::X:side::):P:unsure::woohoo::huh::whistle:;):s
:!::?::idea::arrow:
 
Please input the anti-spam code that you can read in the image.

3.26 Copyright (C) 2008 Compojoom.com / Copyright (C) 2007 Alain Georgette / Copyright (C) 2006 Frantisek Hliva. All rights reserved."

แก้ไขล่าสุด ใน วันอังคารที่ ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๑ เวลา ๑๕:๓๒ น.
 
Powered by DiTC.Valid XHTML and CSS.
Creative Commons License