- ปฏิทินโหราศาสตร์ประจำปี พ.ศ. ๒๕๕๕ จัดทำโดย อ.บุญศรี ภักดีวิจิตร อดีดอุปนายกสมาคมโหร และ อ.สัมพรรค์ เผือกสกนธ์ ซึ่งเป็นศิษย์ทายาทโดยตรงของท่านอาจารย์เทพย์ สาริกบุตร ขณะนี้มีวางจำหน่ายแล้ว
- ภาษีอากรทั้งระบบสำหรับผู้ทำบัญชี [27/01/2555]
- ขอเชิญติดตามอ่านเรื่อง "เมื่อไม่รู้จักน้ำ ก็แก้ไขปัญหาน้ำไม่ได้ หายนะก็ไม่มีวันสิ้นสุด" ได้แล้วที่คอลัมน์ไขข้อสนใจจากไพศาล
- ขอเชิญติดตามอ่านรายงานพิเศษเรื่อง "ต้นแบบบ้านรังนก...มรดกจากสวรรค์" เขียนโดยนายไพศาล พืชมงคล ได้แล้วที่คอลัมน์รายงานพิเศษ
- ขอเชิญติดตามอ่านเรื่อง "กรุงรัตนโกสินทร์จะสิ้นแล้วหรือ?" ได้แล้วที่คอลัมน์พูดจาภาษาโหร
| ทุกคนย่อมมีบทบาทที่ถนัดแน่นอนของตนเอง |
|
|
| บทความ - ว่าด้วยเรื่อง "ฅน" (ฉบับภูมิปัญญาตะวันออก) | |||||||||
| เขียนโดย ไพศาล พืชมงคล | |||||||||
| วันอังคารที่ ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๑ เวลา ๑๔:๕๘ น. | |||||||||
|
(1) ผู้บริหารบางคนบ่นน้อยใจตนว่าเลี้ยงคนไม่ขึ้น บางคนก็น้อยใจตนว่าคนของตนไม่เอาไหน เลี้ยงดูอย่างไรก็ไม่ได้ดังใจ สู้ลูกน้องใครอื่นเขาไม่ได้ ครั้นเกิดความรู้สึกเช่นนี้ขึ้นแล้วก็ถดถอยท้อแท้ และพาลไม่เอาใจใส่ในเรื่องผู้คน ปล่อยให้ผู้คนในความดูแลรับผิดชอบเป็นไปตามยถากรรม ในที่สุดผู้ที่ได้รับผลแห่งยถากรรมนั้นก็คือตัวเอง มิหนำซ้ำยังจะรวมเอาผู้คนที่อุตส่าห์ทำนุบำรุงหรือทำงานร่วมกันมาเป็นเวลาช้านานอีกด้วย ที่ร้ายกว่านั้นชะตาร้ายบางทีอาจทำให้คนที่เคยร่วมการกันมาต้องแยกทางกันไป แล้วต้องคัดเลือกหาคนใหม่มาร่วมการงาน ทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างต้องเริ่มต้นกันใหม่ นับหนึ่งกันใหม่ หากโชคดีมีชัยก็ได้คนพอถูกใจแต่ต้น แต่หากโชคไม่ดี พอเริ่มได้คนใหม่ปัญหาใหม่ก็ตามมา ดังเช่นปัญหาการทำงานร่วมกับผู้ร่วมงานเดิม หรือปัญหาความไม่เข้าอกเข้าใจระหว่างคนใหม่กับคนเก่า แล้วปัญหาก็ซ้ำ ๆ ซาก ๆ หมุนเวียนไม่รู้จักจบสิ้น กลายเป็นว่าแทนที่จะมุ่งหน้าพัฒนาธุรกิจการงานให้รุดหน้าไปอย่างไม่หยุดยั้ง กลับต้องเสียเวลามาแก้ปัญหาเรื่องคนแทน (2) คนจำนวนหนึ่งมองไม่เห็นว่าการมีปัญหาเรื่องคนหรือการที่ต้องสูญเสียคนเก่าไปเป็นความสูญเสียใหญ่หลวงขององค์กร เพราะคนก็คือทรัพยากรขององค์กร เป็นสินทรัพย์ชนิดหนึ่งที่ไม่ปรากฏในงบดุลของกิจการ ผู้มีสติปัญญา เมื่อได้พิจารณาโดยแยบคายแล้วก็จะเห็นว่ากิจการทั้งปวงนั้นย่อมมีสินทรัพย์อยู่ถึง 3 ชนิด ชนิดแรกมองเห็นได้ง่ายคือสินทรัพย์ที่เป็นตัวเงิน ที่ปรากฏในบัญชีการเงินและงบดุล ชนิดที่สองเห็นยากสักหน่อยหนึ่ง แต่ปัจจุบันนี้ก็คำนวณเป็นเงินได้โดยผลของกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา นั่นคือเกียรติภูมิ ชื่อเสียง และทรัพย์สินทางปัญญาชนิดต่าง ๆ ขององค์กร แต่ชนิดที่สามมองเห็นได้โดยยาก นั่นคือคน คนที่ทำงานในองค์กรหนึ่ง ๆ ย่อมมีทั้งความรู้ มีทั้งความชำนาญ มีทั้งประสบการณ์ มีทั้งเครือข่าย มีทั้งความผูกพัน มีทั้งความหวงแหนทะนุถนอม ซึ่งสิ่งเหล่านี้ไม่สามารถตีราคามูลค่าเป็นเงินได้ แต่แท้จริงแล้วมีมูลค่ามหาศาลยิ่งนัก องค์กรขนาดเดียวกัน มีสินทรัพย์และคนเท่ากัน มีเครือข่ายทางการตลาดเท่า ๆ กันอาจแตกต่างกัน คือแตกต่างกันตรงที่คน องค์กรไหนมีคนเก่า มีประสบการณ์ มีความผูกพันหวงแหนทะนุถนอมมากกว่า องค์กรนั้นย่อมเหนือกว่า โรงงานแห่งหนึ่งในขณะทำงานล่วงเวลาเกิดไฟฟ้าช็อต บรรดาคนงานชั่วคราวรวมทั้งลูกจ้างหน้าใหม่พากันวิ่งหนีเอาตัวรอด คงเหลือแต่ช่างไฟฟ้าอายุใกล้จะ 60 ปีและเจ้าหน้าที่ธุรการซึ่งเป็นคนเก่าอายุไล่เลี่ยกัน 3-4 คน ไม่ยอมจำนนหนีไฟ สู้เอาเครื่องดับเพลิงและใช้ความพยายามดับไฟในทุกวิถีทาง ในที่สุดก็สามารถดับไฟได้สำเร็จ โรงงานไม่ต้องถูกไฟไหม้ กิจการยังคงดำเนินต่อไปได้โดยไม่หยุดชะงัก นี่เพราะผลจากคนเก่าที่บางครั้งอาจดูเหมือนคร่ำคร่าหรือไม่มีคุณค่าแล้ว แต่พอเอาเข้าจริงหรือยามวิกฤต คนเหล่านี้ย่อมแสดงฤทธานุภาพที่พิทักษ์รักษาปกป้ององค์กรจนถึงที่สุดได้ (3) คนเราแม้เป็นคนเหมือนกันแต่ไม่เหมือนกัน คนแต่ละคนย่อมมีตัวตนของตนเอง ย่อมมีความถนัดที่แน่นอนหนึ่ง ๆ ของตนเอง และเพราะถนัดในเรื่องใดย่อมมีความพึงใจในเรื่องนั้น ย่อมมีความเพียรพยายามในเรื่องนั้น และมีความหมั่นในการปรับปรุงพัฒนาในเรื่องนั้น และสามารถสร้างสรรค์ผลงานที่ยิ่งใหญ่ในเรื่องนั้น ๆ ได้ ความถนัดเช่นนี้เป็นเรื่องนอกเหนือคุณวุฒิการศึกษา หรือสิ่งที่ปรากฏด้วยตาภายนอก แต่เป็นสิ่งที่สามารถหยั่งได้ รู้ได้ เห็นได้ ขอเพียงผู้บริหารหรือหัวหน้างานมีความใส่ใจต่อผู้คนของตนเองก็จะเห็นสิ่งเหล่านี้ได้อย่างแจ่มชัด การที่คน ๆ หนึ่งสามารถทำการงานอย่างมีประสิทธิภาพ มีประสิทธิผล ไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย และสามารถทำการงานและพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้งก็เพราะว่าได้ทำงานหรือได้รับมอบหมายงานที่ถนัดให้ทำนั่นเอง เมื่อได้งานที่ถนัดแล้วก็ได้รับความไว้วางใจในการทำงานนั้น มีการใส่ใจผลงานที่เกิดขึ้นและมีการตอบแทนผลสำเร็จของงานนั้น เป็นอย่างนี้เมื่อใด ทั้งหัวหน้างานและคนทำงานก็จะมีความสุขกายสบายใจ มีความสำเร็จที่สูงขึ้น ๆ เป็นลำดับไป และเป็นแบบอย่างให้คนอื่นประพฤติปฏิบัติตาม สร้างความสำเร็จโดยรวมในขั้นใหม่ ๆ อย่างไม่หยุดยั้ง (4) คนเราบางครั้งมีปัญหาในการทำงานก็เพราะได้งานที่ไม่ถนัด เหตุที่ได้งานไม่ถนัดก็เพราะคนมอบหมายงานมองไม่ออก ดูไม่เป็นว่าเขาถนัดงานอะไรกันแน่ จึงมอบหมายงานไปตามความคิดความเข้าใจของตน เรียกได้ว่าเป็นการมอบหมายงานโดยความถนัดของคนที่มอบงาน แต่ไม่ต้องกับความถนัดของคนทำงาน เมื่อเป็นเช่นนี้การทำงานก็มีปัญหา ไม่มีประสิทธิภาพ ไม่มีประสิทธิผล เกิดความเสียหาย หรือไม่ก็เกิดความขัดแย้ง ในที่สุดก็จะกลายเป็นที่มาของคำว่าเลี้ยงไม่ขึ้น ขุนไม่เชื่อง สอนไม่จำ อะไรทำนองนี้ แท้จริงแล้วในสายตาของการบริหาร การจัดการ ย่อมถือว่าเป็นความผิดพลาดในการใช้คน คือไม่ใช้คนตามความถนัดของคน แต่ใช้คนตามความถนัดหรือความรู้สึกนึกคิดของตนเอง เป็นการสะท้อนและแสดงออกของการไม่เข้าใจกระจ่างแจ้งในเรื่องคนและในเรื่องงาน อันเป็นความผิดของผู้บริหารโดยตรง ที่ไหนมีเสียงบ่นกล่าวว่าสอนคนไม่ได้ คนไม่รู้จักเรียนรู้ เลี้ยงคนไม่ขึ้น หรืออะไรทำนองนี้ อย่าเพิ่งตีโพยตีพายว่าคนใช้ไม่ได้ แต่ต้องตระหนักนึกถึงอีกมุมมองหนึ่งว่าอาจเกิดจากการมอบหมายงานไม่ตรงกับความถนัดของคนก็เป็นได้ และส่วนใหญ่ก็มักจะเป็นเช่นนี้ ขึ้นอยู่กับว่าจะยอมรับความจริงหรือไม่ จะเคารพความจริงหรือไม่ และใส่ใจในการศึกษาทำความเข้าใจเรื่องงานและเรื่องคนหรือไม่เพียงใดเท่านั้น การเป็นนักบริหารคนหนึ่ง หากมอบหมายงานไม่ตรงกับความถนัดที่แน่นอนหนึ่งๆ ของคนเรา ก็ต้องถือว่าเป็นความผิดพลาด และต้องได้รับผลแห่งความผิดพลาดนั้น ขงเบ้งยามใกล้จะตาย พระเจ้าเล่าเสี้ยนส่งเสนาบดีไปเยี่ยมขงเบ้งและถามขงเบ้งว่ามีความใดจะสั่งเสียหรือไม่ ขงเบ้งตอบว่ามีความอยู่บางประการขอให้นำความขึ้นกราบบังคมทูล ประการแรก ขอให้พระองค์ทรงมีความอดทนที่จะถูกชักนำไปในทางที่ถูกต้อง ประการที่สอง ใช้คนต้องให้เหมาะกับงาน และมอบหมายงานให้เหมาะกับคน เพราะครั้งหนึ่งขงเบ้งเคยมอบหมายงานไม่เหมาะกับคน นั่นคือการมอบหมายให้ม้าเจ๊กไปรักษาเส้นทางยุทธศาสตร์คือตำบลเกเต๋ง ซึ่งเป็นเส้นทางลำเลียงเสบียงและเส้นทางถอยทัพของกองทัพฉู่ส์ เนื่องจากในขณะนั้นขงเบ้งนำกองทัพฉู่ส์รุกเข้าสู่แคว้นเว่ยครั้งแรก สุมาอี้นำพลมายันทัพ แต่จัดกำลังส่วนหนึ่งรับหน้าศึก รับพลาง ถอยพลางด้วยการรบประวิงเวลา แต่จัดกำลังพลหลักยกอ้อมจะไปยึดเอาตำบลเกเต๋ง หากสูญเสียเกเต๋งแล้วกองทัพขงเบ้งก็จะรุกคืบหน้าไปไม่ได้ เพราะเส้นทางเสบียงและเส้นทางถอยถูกตัดขาด กองทัพก็จะตกอยู่ในวงล้อมของข้าศึก ขงเบ้งเชื่อถือคำพูดจาของม้าเจ๊กที่พูดจาเจนจบในคัมภีร์พิชัยสงครามแต่ขาดประสบการณ์ในการรบจริงแล้วมอบหมายให้ไปรักษาตำบลเกเต๋ง ในที่สุดม้าเจ๊กก็เสียทีแก่สุมาอี้ ขงเบ้งจึงไม่สามารถรุกคืบหน้าต่อไปได้ ต้องถอยทัพกลับแคว้นฉู่ส์ แต่ละหว่างเส้นทางถอยทัพต้องได้รับความสูญเสียอย่างหนัก ถึงขนาดขงเบ้งเองก็แทบเอาชีวิตไม่รอด จนต้องคิดกลอุบายเมืองร้างอันลือลั่น หลอกล่อให้สุมาอี้ยกทัพหนีไป นั่นคือบทเรียนของการมอบงานที่ไม่เหมาะกับคน หรือใช้คนที่ไม่เหมาะกับงาน หากเป็นการใหญ่ก็จะเสียหายย่อยยับ ดังที่เขาเรียกกันว่าพลาดตาเดียวแพ้ทั้งกระดาน (5) การมอบหมายงานที่ไม่ตรงกับความถนัดของคน เนื้อแท้ก็คือการลงโทษ แต่เป็นการลงโทษอย่างกว้างขวางคือลงโทษคนทำงาน ทำให้เขาไม่มีความก้าวหน้าและไม่มีความสุขในการทำงาน เป็นการลงโทษองค์กร ทำให้องค์กรต้องได้รับความเสียหายจากความเสียหายที่เกิดขึ้น เป็นการลงโทษผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดที่จะต้องเผชิญหน้ากับปัญหาจากความไม่ถนัดในการทำงานนั้น ในที่สุดก็เป็นการลงโทษตัวเองหรือวิบากกรรมของการมอบหมายงานไม่ตรงกับความถนัดของคน ย่อมหวนกลับมาสนองเอากับตนเอง หากเป็นเรื่องใหญ่และเสียหายใหญ่ก็อยู่ไม่ได้เหมือนกัน ความสามารถของนักบริหารประการหนึ่งจึงอยู่ที่ความสันทัดในการพิจารณาศึกษาว่าคนแต่ละคนมีความถนัดที่แน่นอนประการใด แล้วมอบหมายการงานให้ตรงกับความถนัดที่แน่นอนหนึ่ง ๆ นั้น ส่งเสริมให้คนของตนมีบทบาทที่แน่นอนหนึ่ง ๆ ตามความถนัดของเขา ดังนี้แล้วก็จะเป็นการบุกเบิกการพัฒนาหรือการสร้างคน สร้างธุรกิจ สร้างองค์กร รวมทั้งการสร้างตัวเองที่ประสพความสำเร็จด้วย ต้องตระหนักและระลึกไว้เสมอว่าในโลกนี้ไม่มีใครที่ไม่มีความถนัดในเรื่องใดเรื่องหนึ่งเลย และไม่มีใครที่ไม่มีบทบาทที่แน่นอนของตนเลย ทุกคนมีความถนัดที่แน่นอนหนึ่ง ๆ และมีบทบาทที่แน่นอนหนึ่ง ๆ ขึ้นอยู่กับว่าผู้บริหารจะค้นคว้าได้พบและมอบหมายให้ตรงกับความถนัดและบทบาทของเขาหรือไม่เท่านั้น มันไม่ยากเท่ากับเอาหยกหรือเพชรมาเจียระไน แต่เมื่อใดที่ทำได้สำเร็จก็จะได้คุณค่ายิ่งกว่าการเจียระไนหยกหรือเพชรเสียอีก.
Powered by !JoomlaComment 3.26
3.26 Copyright (C) 2008 Compojoom.com / Copyright (C) 2007 Alain Georgette / Copyright (C) 2006 Frantisek Hliva. All rights reserved."
|
|||||||||
| แก้ไขล่าสุด ใน วันอังคารที่ ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๑ เวลา ๑๕:๑๒ น. |





